email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 46 ของขวัญ (อีกครั้ง) [1]

ชื่อตอน : ตอนที่ 46 ของขวัญ (อีกครั้ง) [1]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2564 09:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 46 ของขวัญ (อีกครั้ง) [1]
แบบอักษร

“สวัสดีตอนเที่ยงครับคุณชายเฉิน”  

เฉินอันหลานเดินตรงเข้าไปรับคีย์การ์ดที่หน้าเคาน์เตอร์ ในขณะที่กำลังจะหมุนตัวเพื่อเดินไปขึ้นลิฟต์นั้น ร่างของเฉินอันหลานก็ชนกับใครคนหนึ่งเข้าเสียก่อน เป็นเหตุให้คีย์การ์ดที่ถืออยู่ในมือร่วงลงไปกองที่พื้น 

เฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อมองว่าคนที่เดินชนกับตนเองคือใคร และแล้วสายตาก็ได้ปะทะเข้ากับใบหน้ายียวนกวนประสาทที่แสนคุ้นเคยของเว่ยเชียนเฉินเข้าอย่างจัง 

“โอ๊ะโอ ดูสินี่ใครกันเนี่ย” เว่ยเชียนเฉินดึงแว่นกันแดดที่สวมใส่อยู่ลงมาที่ปลายจมูก ก่อนจะกดสายตามองเฉินอันหลานพร้อมกับยกยิ้มยียวน 

“ที่แท้ก็ไอ้ไก่อ่อนนี่เอง บังเอิญจังเลยนะ” 

เฉินอันหลานไม่สนใจเว่ยเชียนเฉิน เขามองข้ามไหล่คนที่ทำท่าทางกวนบาทาเบื้องหน้าตนไปจับจ้องอยู่ที่ใครอีกคนที่ยืนอยู่ห่างออกไป 

ลานเซลอต 

หลังจากสายตาปะทะเข้ากับใครคนนั้น เฉินอันหลานก็นิ่งค้างไปครู่หนึ่งก่อนจะเรียกสติตัวเองกลับมาแล้วโน้มตัวลงไปเก็บคีย์การ์ดที่หล่นอยู่ที่พื้น 

เว่ยเชียนเฉินที่เห็นดังนั้นรีบฉวยโอกาสก้มลงไปเก็บคีย์การ์ดตัดหน้าเฉินอันหลาน คนที่โดนแย่งคีย์การ์ดไปต่อหน้าต่อตาขมวดคิ้วแน่นด้วยสีหน้าไม่พอใจ 

“ขอโทษด้วยนะที่เดินชนนายโดยไม่ทันระวัง” เว่ยเชียนเฉินทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วยื่นคีย์การ์ดกลับไปตรงหน้าเฉินอันหลาน  

“นายนี่ก็จริง ๆ เลยนะ รีบร้อนลงจากเรือจนลืมแม้กระทั่งกระเป๋าตัวเอง แต่ไม่เป็นไรหรอก เสี่ยวหมิงหมิงช่วยเก็บมาให้แล้ว” 

เฉินอันหลานชำเลืองตามองไปกระเป๋าเดินทางที่หมิงจวงถืออยู่ในมือ มันเป็นกระเป๋าใบที่เขานำขึ้นเรือไปด้วยจริง ๆ แต่เพราะตอนนั้นที่ได้รับข่าวเรื่องลั่วหยินและเป็นกังวลเกินกว่าจะมานั่งสนใจเรื่องจุกจิกอื่นใด เฉินอันหลานจึงได้รีบร้อนลงจากเรือโดยที่ไม่ทันได้เก็บข้าวของไปด้วย เขาทิ้งของเหล่านั้นไว้ในห้องพักบนเรือ ไม่นึกว่าเพื่อนข้างห้องจะใจดีถึงขั้นช่วยเก็บพวกมันมาให้ด้วย 

เว่ยเชียนเฉินแกว่งคีย์การ์ดไปมาตรงหน้าเฉินอันหลาน  

“ไม่เอาแล้วเหรอ?” 

เฉินอันหลานดึงสติตัวเองกลับมา จากนั้นจึงยื่นมือไปคว้าคีย์การ์ดจากเว่ยเชียนเฉิน 

‘ฟุบ’ 

คนหน้ากวนดึงคีย์การ์ดนั้นหลบอย่างจงใจราวกับต้องการกลั่นแกล้งอีกฝ่ายอย่างไรอย่างนั้น เฉินอันหลานลอบปรายตามองลานเซลอตแวบหนึ่งก่อนจะหันเหความสนใจกลับมาที่เว่ยเชียนเฉินอีกครั้ง 

“ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับนายหรอกนะ เอาคีย์การ์ดคืนมา” 

เว่ยเชียนเฉินยิ้มแล้วเอ่ยวาจากวนประสาทเฉินอันหลาน 

“เฮ้ ๆ ดูสิ ไอ้ไก่อ่อนโกรธซะแล้วเหรอเนี่ย” 

“หน้าไม่อาย ไร้หัวคิดจริง ๆ ” 

“ว่าไงนะ!?” 

“นี่ คิดให้ดี ๆ นะ ถ้าเราทะเลาะกันที่นี่ คนอื่นจะมองยังไง?” เฉินอันหลานว่าพลางชำเลืองมองโอดิน 

สีหน้าของเว่ยเชียนเฉินแปรเปลี่ยนไปในทันที 

เฉินอันหลานอาศัยจังหวะนั้นแย่งคีย์การ์ดจากมือเว่ยเชียนเฉินมา หลังจากได้ของที่ต้องการแล้วจึงปลีกตัวจากไป ไม่รั้งรอสนทนากับเจ้านายลูกน้องกลุ่มนี้อีก เว่ยเชียนเฉินที่โกรธจนอยากจะเดินตามไป ทว่ากลับถูกหมิงจวงดึงแขนไว้เสียก่อน 

หมิงจวงหันมาสบตาคู่หูพร้อมกับโยนกระเป๋าเดินทางที่ถือมาด้วยให้อีกคนรับไว้ ฝ่ายเว่ยเชียนเฉินที่ไม่อยากแสดงความไม่พอใจต่อหน้าผู้เป็นนายจึงได้ยอมรับกระเป๋าใบนั้นไว้อย่างไม่เต็มใจนัก 

“เขาอยู่ห้องไหน?” ลานเซลอตที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ มาพักใหญ่เอ่ยปากขึ้นในที่สุด 

เว่ยเชียนเฉินนิ่งงันไปพักหนึ่งจึงเอ่ยตอบ 

“น่าจะ...1808 ครับ” 

“หมิงจวง” 

“เข้าใจแล้วครับนายน้อย” 

หมิงจวงหันไปมองเว่ยเชียนเฉินที่เอาแต่แสดงสีหน้าโง่งมออกมาแล้วก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยและตัดสินใจเดินเลี่ยงกลับไปที่เคาน์เตอร์อีกครั้ง หมิงจวงจัดการขอเปลี่ยนห้องพักห้องเดิมของลานเซลอตให้กลายเป็นห้องที่อยู่ติดกับเฉินอันหลาน เมื่อแล้วเสร็จก็เดินกลับมาส่งคีย์การ์ดให้นายน้อยของตน เว่ยเชียนเฉินที่เห็นการกระทำนั้นแล้วก็เกิดความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจ เขาพบว่าจู่ ๆ นายน้อยของเขาก็ดูให้ความสนใจไอ้ไก่อ่อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น  

    ※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※ 

เฉินหยินชิงจัดการทุกอย่างได้รวดเร็วมาก เพียงรุ่งเช้าของวันถัดมา เหลยจินก็มาปรากฏตัวที่หน้าห้องพักของเฉินอันหลานพร้อมกับนำเอกสารการคืนสถานะที่เซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้วมาให้ ของทั้งหมดที่เหลยจินนำมาด้วยไม่ได้มีเพียงแค่เอกสารเท่านั้น แต่ยังมีบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานและปืนพกอีกหนึ่งกระบอกด้วย 

ทุกอย่างช่างง่ายดายโดยที่เฉินอันหลานไม่จำเป็นต้องทำอะไรสักอย่าง เพียงแค่นอนหลับและลืมตาขึ้นก็ได้ทุกสิ่งที่ต้องการพร้อมแล้ว 

“คุณชายสาม เรื่องนี้ให้ผมจัดการดีกว่าไหมครับ” 

“เหลยจิน” 

“ครับ คุณชายสาม” 

เฉินอันหลานโยนกุญแจโรงรถไปให้เหลยจิน 

“ถ้ามีเวลาก็ไปเอารถมาให้ฉันหน่อย ฉันต้องใช้มัน” 

เหลยจินทำหน้าลำบากใจ เขาอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่เมื่อเห็นเฉินอันหลานหยิบปืนขึ้นมาเช็ดช้า ๆ คำพูดที่เตรียมไว้ก็ถูกกลืนลงคอไปในทันที เขายืนอยู่ในห้องต่ออีกสักพักจนแน่ใจแล้วเฉินอันหลานคงไม่พูดอะไรอีกจึงได้ขอตัวจากไปพร้อมกับกุญแจโรงรถที่อยู่ในมือ 

คล้อยหลังเหลยจินท่าทางการเช็ดปืนของเฉินอันหลานก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาจ้องมองบานประตูที่ปิดสนิทอย่างเหม่อลอย ใช้เวลาพักหนึ่งจึงได้ละสายตากลับมาเช็ดถูปืนพกที่อยู่ในมือต่อ 

‘ก๊อก ก๊อก ก็อก’ 

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เฉินอันหลานต้องวางกิจกรรมที่อยู่ในมือลง 

เขาเก็บปืนเข้าไปในซองที่เหน็บไว้หลังเอว แล้วดึงชายเสื้อสูทมาบังมันไว้ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องพัก 

ผู้มาใหม่คือพนักงานคนหนึ่งของโรงแรม 

“คุณชายเฉินครับ” พนักงานคนดังกล่าวค้อมหัวทักทายเฉินอันหลานอย่างสุภาพ 

คุณชายเฉินที่ยืนอยู่ในห้องไล่สายตามองของที่พนักงานถือมาด้วยเงียบ ๆ สิ่งที่พนักงานโรงแรมนำมาด้วยคือถาดสีเงินที่บรรจุของสิ่งหนึ่งไว้โดยเฉินอันหลานไม่อาจทราบแน่ชัดว่าคืออะไรเพราะมันถูกบดบังไว้ด้วยผ้าคลุมอีกชั้นหนึ่ง 

เจ้าของห้องหรี่ตาลงมองมันนิ่ง ๆ ก่อนจะเอ่ยปากเสียงเรียบ 

“ผมไม่ได้สั่งของนะครับ” 

“นี่เป็นของขวัญที่แขกท่านหนึ่งให้ผมนำมาส่งให้กับคุณชายครับ” 

“ผมไม่ต้องการ เอากลับไปเถอะครับ” 

“ได้โปรดพิจารณาอีกครั้งเถอะครับคุณชาย ทางเราค่อนข้างรู้สึกลำบากใจจริง ๆ ถ้าจะต้องกลับไปอธิบายกับเขา” 

เฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเอื้อมมือไปดึงผ้าคลุมด้านบนออก  

ของที่อยู่ด้านในทำให้แววตาของเฉินอันหลานแปรเปลี่ยนไป เขาชะงักค้างไปราวสองสามวินาทีก่อนจะหันไปถามพนักงานที่ทำสีหน้าเป็นกังวลอยู่ตรงหน้า 

“แขกที่ให้คุณส่งของขวัญชิ้นนี้มาเป็นใครครับ?” 

“เอ่อ...” พนักงานทำท่าอึกอักและมีสีหน้าขัดเขินเล็กน้อย 

เฉินอันหลานจ้องมองชายตรงหน้านิ่ง 

แต่เมื่อทนความกดดันจากสายตาคู่นั้นไม่ไหว ท้ายที่สุดจึงยอมเอ่ยออกมา 

“คุณหมิงนำของขวัญชิ้นนี้มาให้ที่เคาน์เตอร์แล้วแจ้งว่าแขกห้อง 1809 ต้องการส่งมันมาให้คุณครับ” 

1809? 

ได้ยินดังนั้น เฉินอันหลานก็เลื่อนสายตาไปหยุดที่ห้องพักหมายเลข 1809 ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นซับซ้อนยิ่งขึ้น 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว