email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 39 งัดกับพี่รอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 39 งัดกับพี่รอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2564 23:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39 งัดกับพี่รอง
แบบอักษร

“หยุดก่อน” 

ทันทีที่หมิงจวงและเว่ยเชียนเฉินก้าวเท้าออกมาจากห้องพัก คู่หูขาวดำก็ถูกเฉินหยินชิงที่ยืนอยู่บริเวณระเบียงทางเดินเอ่ยเรียกไว้ 

หลังจากหันไปสั่งให้ลูกน้องออกตามหาเฉินอันหลานเรียบร้อยแล้ว เฉินหยินชิงก็เดินตรงเข้ามาหาหมิงจวงและเว่ยเชียนเฉินที่ยืนอยู่ไม่ไกล สายตามัจจุราชกวาดไล่พิจารณาคนทั้งสองตั้งแต่หัวจรดเท้า ดวงตาคู่นั้นแฝงการดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง 

เว่ยเชียนเฉินหันไปตามต้นเสียงที่เอ่ยเรียกไว้ เมื่อเห็นว่าเป็นคุณชายรองตระกูลเฉินจึงได้ยกยิ้มบางเบาและเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะเอ่ยขึ้น 

“คุณเรียกผมเหรอครับ?” 

ดวงตาเย็นชาของคนแซ่เฉินหรี่ลงเล็กน้อย สายตาคมกริบจดจ้องคนตรงหน้านิ่ง ๆ  

“ยอมรับว่าคุณงดงามมากจริง ๆ นะครับ แต่น่าเสียดายที่ผมไม่ได้พิศวาสอัลฟ่า” 

“ฉันก็ไม่ได้นึกพิศวาสนาย” 

“พูดตรงดีนะครับ ผมชักจะชอบคุณขึ้นมาแล้วสิ” 

เว่ยเชียนเฉินเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนงามด้วยสายตากรุ้มกริ่มน่าหมั่นไส้ แต่ยังไม่ทันที่ใบหน้านั้นจะได้เคลื่อนไปมากกว่านี้ ปืนกระบอกหนึ่งก็ถูกยกขึ้นมาจ่อหน้าผากคนทะเล้นเสียก่อน เว่ยเชียนเฉินมองปืนในมือเฉินหยินชิงเล็กน้อย ไม่นานรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นด้วยความชอบใจมากกว่าเดิม เขาเลิกหยอกล้อคนตรงหน้า ยืดตัวขึ้นตรงแล้วรอฟังอีกคนอย่างตั้งใจ 

“เคยเห็นคนในรูปไหม?” เฉินหยินชิงยื่นรูปใบหนึ่งไปตรงหน้าเว่ยเชียนเฉินด้วยใบหน้าเรียบเฉย 

“เคยครับ”  

เว่ยเชียนเฉินหันไปยกยิ้มกับหมิงจวงที่อยู่ข้าง ๆ เขาเลิกคิ้วขึ้นสูงมองรูปเฉินอันหลานในมือใครอีกคนแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดูถูก 

“คุณชายจากตระกูลเฉินสินะ ผมเคยเจอเขาครับ” 

“เขาอยู่ที่ไหน?” 

“อ่า ผมลืมถามไปว่าคุณกับเขาเป็นอะไรกัน?” 

“ฉันเป็นพี่ชายของเขา” 

“ที่แท้ก็พี่ชายนี่เอง” เว่ยเชียนเฉินหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะยื่นมือไปจับปืนที่ยังคงจ่ออยู่ที่ท้องน้อยของตัวเอง 

“ช่วงนี้มีคดีฆาตกรรมหลายคดีเกิดขึ้นบนเรือ คุณพี่ชายควรจะรีบหาไอ้ไก่อ่อนนั่นให้เจอเร็ว ๆ นะครับ เพราะถ้าเกิดเซ่อซ่าไปสะดุดขาใครเข้า เดี๋ยวจะถูกคนเขา...ฆ่าทิ้งเสียก่อน” 

ใบหน้าของเฉินหยิงชิงมืดครึ้มลงในทันตา เขาเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อของเว่ยเชียนเฉินแล้วกดอีกฝ่ายลงกับกำแพงอย่างรุนแรง ยกปืนในมือขึ้นจ่อขมับคนน่าตาย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ 

“นายว่าใครเป็นไก่อ่อน?” 

เว่ยเชียนเฉินไม่ได้โกรธเคืองกับการกระทำนั้น เขาหัวเราะเยาะอีกฝ่ายแล้วยกนิ้วไปจิ้มที่หางคิ้วตัวเอง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนบาทา 

“เอาสิ ยิงมาที่ตรงนี้เลย” 

หมิงจวงยืนมองเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลาที่คนทั้งคู่คุยกัน หลายปีที่รู้จักกับเว่ยเชียนเฉินมา เขารู้นิสัยเพื่อนตัวเองดี เว่ยเชียนเฉินก็เป็นแบบนี้ ชอบกวนบาทาและน่าตาย เขาชอบรังแกคนอื่นแต่จะไม่ยอมให้ใครมารังแกตัวเอง ดังนั้นที่ผ่านมาเว่ยเชียนเฉินจึงมักจะยั่วโมโหคนที่เขาคิดว่าจะไม่สามารถสร้างปัญหาให้กับตัวเองได้เสมอมา 

ฝ่ายเฉินหยินชิงนั้น หลังจากถูกเว่ยเชียนเฉินกวนโทสะมาก ๆ เข้า คนจุดเดือดต่ำก็ทำท่าจะเหนี่ยวไกปืนกระบอกนั้นเข้าจริง ๆ  

“พวกเราไม่เคยเจอเขามาก่อน” หมิงจวงที่เห็นท่าไม่ดีรีบเดินมาดึงกระบอกปืนออกแล้วเลื่อนสายตามาสบประสานกับเฉินหยินชิง 

“ช่วงนี้เกิดเรื่องขึ้นบนเรือมากมายจริง ๆ ถ้าคุณชายจะตามหาใครก็ควรเร่งมือเข้านะครับ” 

เฉินหยินชิงจ้องเขม็งไปทางหมิงจวงครู่หนึ่งก่อนจะยอมเก็บปืนและผละออกไปแต่โดยดี หลังจากเดินจากมาได้ไม่กี่ก้าวคุณชายรองก็หันกลับไปมองบานประตูที่อยู่ตรงข้ามห้องพักของน้องชาย แล้วหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด  

“คุณชายรองครับ” กัปตันที่อยู่ด้านข้างเห็นคุณชายจ้องมองบานประตูบานนั้นได้สักพักก็อดเรียกไม่ได้ จากนั้นจึงเอ่ยไขข้อข้องใจให้ 

“เจ้าของห้องนั้นคือผู้นำตระกูลเอสเตครับ คุณชายสามน่าจะไม่ได้อยู่ในนั้นหรอกครับ” 

เฉินหยิงชิงมองไปทางเว่ยเชียนเฉินและหมิงจวงอีกครั้ง จากนั้นจึงเดินกลับเข้าไปในห้องของน้องชายตามเดิมโดยไม่พูดอะไร กัปตันเรือกล่าวทักทายเว่ยเชียนเฉินและหมิงจวงเล็กน้อยก่อนจะเดินตามเฉินหยินชิงเข้าไป 

“เขาเอาจริงแฮะ” 

“อย่าทำเสียเรื่องน่า” 

“เอาน่า ยังไงฉันก็ควรหาโอกาสแก้มือกับเขาสักหน่อย จริงมั้ย?” เว่ยเชียนเฉินไม่สนใจฟังคำเตือนของหมิงจวง เขายกยิ้มลอยหน้าลอยตาน่าหมั่นไส้ ทว่ากลับมองตรงไปที่ประตูห้องที่คนคนนั้นพึ่งจะเดินเข้าไปด้วยดวงตาวาวโรจน์ 

“ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครเอาปืนจ่อหัวฉันแบบเขามาก่อนเลยนะ เขาเป็นคนแรก และจะเป็นคนสุดท้ายด้วย” 

หมิงจวงขมวดคิ้วเล็กน้อย 

    ※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※ 

ภายในห้อง 

เฉินอันหลานนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง เดี๋ยวก็กัดฟันแน่น มือเท้าปัดป่ายไปมาสะเปะสะปะ แต่อีกพักหนึ่งกลับสงบลงอย่างว่าง่ายเหมือนลูกแมวเชื่อง ๆ แล้วจากนั้นก็ดิ้นขึ้นอีกและสงบลง วนอยู่เช่นนี้ ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดอยู่ในสายตาของลานเซลอตตลอดเวลา เขาคอยเฝ้าดูอาการของคนนอนหลับอยู่ข้างเตียงมาตั้งแต่ลูกน้องทั้งสองออกจากห้องไป 

เฉินอันหลานในเวลาปกตินั้นมักจะทำตัวเหมือนเม่นน้อยที่คอยหวาดระแวงศัตรูอยู่ตลอดเวลา เขามักจะใช้ท่าทางเย็นชาเป็นเกราะป้องกันตัวเองจากคนอื่น ๆ เสมอ แต่เฉินอันหลานในเวลานี้กลับแตกต่างออกไป คงจะเป็นเฉินอันหลานตัวจริงที่ทั้งขี้หงุดหงิด ขี้โวยวาย แต่พอจะว่าง่ายก็ออดอ้อนจนใจอ่อนเหมือนกับในตอนนี้... 

ที่อีกฝ่ายเอาแขนเขาไปซุกกอดแทนหมอนข้าง 

คนนอนหลับคงจะหลุดออกจากฝันร้ายแล้วเพราะเจ้าตัวสงบลงไปได้พักใหญ่ แต่แขนของลานเซลอตกลับยังไม่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ มิหนำซ้ำบางครั้งยังละเมอยื่นหน้าเข้ามาคลอเคลียซุกไซร้คล้ายจะตรวจดูว่าคนที่เป็นหมอนข้างให้ตัวเองยังอยู่ไหม เมื่อสำรวจจนพอใจแล้วก็ครางหงุงหงิงออกมาเล็กน้อยแล้วกลับไปซุกแขนคนข้างกายต่อ  

คนที่ทำตัวเป็นหมอนข้างอยู่ตอนนี้ถูกกอดแขนเอาไว้แน่นจนเริ่มเกิดอาการชาขึ้นมาจากปลายนิ้ว แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้นก็ยังคงยอมให้กอดอยู่นิ่ง ๆ ทั้งที่ถ้าอยากจะดึงแขนออกก็ทำได้โดยง่ายแท้ ๆ 

“เจ็บ...” 

จู่ ๆ เฉินอันหลานก็ละเมอออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด น้ำตาไหลท่วมออกมาจากเปลือกตาที่ปิดสนิท ลานเซลอตขมวดคิ้วเล็กน้อย ในสถานการณ์แบบนี้คนเย็นชาก็เริ่มทำตัวไม่ถูก ส่วนอีกคนที่ยังไม่ได้รับการปลอบประโลมก็เริ่มร้องไห้หนักขึ้นเรื่อย ๆ ปากก็เริ่มขยับเป็นคำพร่ำเพ้อบ่งบอกความเจ็บปวดอยู่ซ้ำ ๆ   

ในทีแรกลานเซลอตคิดว่าเฉินอันหลานร้องไห้เพราะแผลที่ลิ้น จึงยื่นมือออกไปสำรวจปากของคนหลับแต่กลับถูกเด็กน้อยขี้โวยวายดึงมือออก และเสียงครางเล็ก ๆ ในลำคอด้วยความเจ็บปวดก็ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง  

ลานเซลอตขมวดคิ้วอย่างงุนงงก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้เอาองุ่นอีกสองสามลูกออกมา มิน่าล่ะเจ้าแมวน้อยถึงได้ไม่สบายตัวจนร้องไห้งอแงแบบนี้  

เด็กน้อยยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นคล้ายถูกรังแกอย่างน่าสงสาร ร่างกายเกิดอาการเกร็งจนเริ่มกระตุก 

ลานเซลอตเห็นดังนั้นจึงพลิกตัวอีกคนที่ร้องห่มร้องไห้ไปอีกด้านแล้วจัดการเอามันออกอย่างเบามือ เฉินอันหลานที่ร้องไห้จนตัวเกร็งเมื่อครู่เริ่มผ่อนคลายลง ลานเซลอตยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวลงไปจุมพิตริมฝีปากบางที่ยังคงเม้มแน่นอย่างอ่อนโยน เขาไล้เลียและดูดดึงมันช้า ๆ เพื่อให้คลายออก เมื่อเห็นอีกคนสงบลงแล้วจึงลุกขึ้นดึงผ้าห่มคลุมกายอีกฝ่ายแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป 

ลับหลังลานเซลอต คนที่ควรจะหลับอยู่กลับลืมตาโพลงขึ้นมา ปลายนิ้วค่อย ๆ จิกลงไปบนผ้าปูที่นอนจนยับย่น 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว