facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 38 ขายหน้าประชาชี

ชื่อตอน : บทที่ 38 ขายหน้าประชาชี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2564 12:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 38 ขายหน้าประชาชี
แบบอักษร

 

ค่ำคืนอันหนาวเหน็บ เสียงฟ้าร้องดังก้อง ลมพัดโหมอย่างบ้าคลั่ง 

รถม้าสองคันเคลื่อนเข้ามาด้านหน้าสำนักบัณทิตอย่างอย่างรวดเร็ว 

ประตูสำนักบัณฑิตถูกถีบจนพัง เลือดสดๆ สาดเต็มกำแพง ศพของคนที่หนีไม่ทันนอนกองอยู่บนธรณีประตู  

เกาหย่วนกระโดดลงจากรถม้า กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง จนเขาอดรู้สึกคลื่นเหียนมิได้  

“ฝูเซิง...ฝูเซิง...ฝูเซิง!” เขานั่งยอง เขย่าร่างไร้วิญญาณซึ่งนอนพาดบนธรณีประตู แต่น่าเสียดายที่ร่างนี้แข็งเสียแล้ว 

เขาลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าซีดเผือด ค่อยๆ เดินเข้าไปในสำนักบัณฑิตที่เต็มไปด้วยเลือดไหลนองดุจสายน้ำ 

“เฝิงซวี่!” 

“อาโย่ว!” 

“กู้ชาง!” 

เขาเรียกนักเรียนชื่อแล้วชื่อเล่า ทว่าไม่มีใครตอบกลับมา  

สายฟ้าฟาดลงบนห้องโถงใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยรอยเลือด เขามองเห็นบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ที่บันได 

บุรุษผู้นั้นสวมชุดพิธีการสีนิล ร่างสูงยืนตระหง่าน แววตาเย็นเยียบราวกับได้หลอมรวมกับราตรีอันหนาวเหน็บเป็นหนึ่งเดียว  

เขาพุ่งเข้ามา เกาหย่วนรู้สึกประหนึ่งตนเห็นอสูรร้ายแห่งรัตติกาล  

เกาหย่วนกล่าวด้วยความกลัวและโทสะ “เป็นเจ้า...เป็นเจ้า...ที่ฆ่าพวกเขา...เจ้า...ฆ่าพวกเขาทั้งหมดเลยรึ?” 

มุมปากของเขาเชิดขึ้นด้วยความเย็นชา “ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง บุตรของข้าอยู่ที่ใด” 

เกาหย่วนเริ่มขอบตาแดงก่ำ “พวกเขาไม่รู้เรื่อง! ไยเจ้าต้องฆ่าพวกเขาด้วย!” 

บุรุษกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เช่นนั้นก็หมายความว่าเจ้ารู้เรื่อง?” 

เกาหย่วนเกร็งไปทั้งร่าง 

“ท่านปู่!” 

เสียงควบม้าค่อยๆ ดังขึ้น เด็กหนุ่มอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดคนหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างร้อนรน  

นัยน์ตาของเกาหย่วนสั่นระริก “ใครให้เจ้าเข้ามา! ยังไม่รีบกลับไปอีก!” 

“เหอะ” บุรุษแค่นเสียงหัวเราะ 

“ท่านปู่” เด็กหนุ่มปรี่เข้ามาข้างกายเกาหย่วน มองไปยังบุรุษผู้เย่อหยิ่ง คิ้วขมวดเป็นปม “ข้าจำเจ้าได้! เจ้าคือผู้ที่แย่งห้องใหญ่ชั้นบนที่สถานีส่งสาร!” 

“กลับไปเร็ว!” เกาหย่วนตะคอกด้วยเสียงทุ้มต่ำ 

“ข้าไม่กลับ!” เด็กหนุ่มชักกระบี่ออกมา มองไปยังบุรุษผู้นั้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “หากเจ้ากล้าแตะต้องท่านปู่เพียงปลายผม ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!” 

บุรุษผู้นั้นได้ยินคำขู่ แต่มิได้เหลือบมองแม้แต่น้อย “หัวหน้าสำนักบัณฑิตเกา ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ข้าจะนับถึงสาม หากเจ้าไม่บอกว่าบุตรของข้าอยู่ที่ใด ข้าก็จะฆ่าหลานชายของเจ้าเสีย” 

“บังอาจ!” เด็กหนุ่มแผดเสียง 

“หนึ่ง” 

เม็ดเหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผากของเกาหย่วน 

“สอง” 

เกาหย่วนกำมือแน่น 

“สาม” 

“ข้าบอก...” เกาหย่วนร้องลั่น 

“ช้าไป” 

บุรุษกล่าวจบ ก็แทงดาบยาวเข้าที่ขั้วหัวใจของเด็กหนุ่ม… 

“ฉีหลินนนน” เกาหย่วนแผดร้องสุดเสียง พลันลุกขึ้นนั่ง! 

เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ขอบเตียงมองมาอย่างประหลาดใจ “ข้าอยู่นี่ ท่านปู่มีอะไรหรือ?” 

เกาหย่วนเห็นห้องที่คุ้นตา มองไปยังเด็กหนุ่มเบื้องหน้า แล้วจึงถอนหายใจยาวๆ ครั้งหนึ่ง  

เขาปาดเม็ดเหงื่อบนหน้าผาก และกล่าวว่า “ไม่มีอะไร ข้าเพียงฝันร้ายเท่านั้น” 

“ฝันว่าอะไรหรือขอรับ” ฉีหลินถามด้วยความสงสัย 

เกาหย่วนนัยน์ตาเบิกกว้าง “...ลืมไปแล้ว” 

“อ้อ” ฉีหลินอุทานขึ้นราวกับเข้าอกเข้าใจ เขาเองเมื่อลืมตาขึ้น ก็จำฝันของตนไม่ได้เช่นกัน “อ้อ ท่านปู่ คำสั่งให้กลับไปรับตำแหน่งของท่านมาถึงแล้ว ตั้งแต่วันนี้ ท่านเป็นหัวหน้าสำนักบัณฑิตแล้ว! เอ๋? ท่านปู่ ทำไมท่านไม่ดีใจเลยเล่า?” 

เกาหย่วนมิได้ตอบคำถาม เขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก จับแขนของของหลานชายแน่น “หลินเอ๋อร์ เจ้าสัญญากับปู่เรื่องหนึ่ง หลังจากวันนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าห้ามไปมีปัญหากับคนผู้หนึ่งเป็นอันขาด” 

“ใครหรือ” 

“เยี่ยนจิ่วเฉา” 

…… 

ณ ลานหลังคฤหาสน์สกุลไป๋ ชงโหยวปิ่งไส้เนื้อแพะและหัวผักกาดแน่นๆ แผ่นใหญ่สองแผ่นได้ลงไปอยู่ในท้องของเยี่ยนจิ่วเฉาเป็นที่เรียบร้อย 

คุณชายกินจนอิ่มหนำสำราญแล้ว รู้สึกสบายใจขึ้นมาก  

เขามองไปยังเด็กน้อยที่นั่งข้างๆ กำลังจะอ้าปากพูด 

“ข้าชื่อเถี่ยตั้น!” 

คุณชายเยี่ยนหุบปากลง 

แล้วเขาก็จะอ้าปากพูดอีกครั้ง  

“ข้ามาจากหมู่บ้านเหลียนฮวา!” 

คุณชายเยี่ยนหุบปากลงอีกครั้งหนึ่ง 

เขาอ้าปากจะพูดเป็นครั้งที่สาม 

“ชงโหยวปิ่งนี่ท่านพี่ข้าเป็นคนทำ!” 

ช่างจำนรรจาเป็นที่สุด ไม่เพียงแต่พูดเรื่องของตนเอง ยังพูดเรื่องของผู้อื่นด้วย เขาไม่มีอะไรจะพูดแล้ว! 

เยี่ยนจิ่วเฉามองเถี่ยตั้นน้อยด้วยแววตาเศร้าสร้อย  

เถี่ยตั้งน้อยถูกมองเช่นนั้นจึงรู้สึกประหม่่า เขายิ้มอย่างเคอะเขิน “ท่านอยากพูดอะไรก็พูดมาเถอะ ข้าไม่ขัดแล้ว” 

คุณชายเยี่ยน ‘ไม่พูดแล้ว!’ 

เยี่ยนจิ่วเฉาสะบัดชายเสื้อ แล้วเดินไปปีนขึ้นบันไดด้วยสีหน้าราบเรียบ  

เขามิได้กลัวเสียหน้า แต่ลุงวั่นกลัวเสียหน้า ลุงวั่นมีขอบเขตอยู่เสมอ เขายืนอยู่อีกด้านหนึ่งของกำแพง รอให้เยี่ยนจิ่วเฉากลับมา จึงปรี่เข้ามาด้วยความกังวลใจ “คุณชาย ครั้งนี้ท่านทำเกินไปแล้ว ท่านเป็นถึงคุณชายผู้สูงศักดิ์แห่งเมืองเยี่ยน ไฉนจึงไปกินของสุ่มสี่สุ่มห้าจากเด็กแปลกหน้าเล่า?” 

ท่านรู้จักเด็กคนนี้หรือ? ท่านรู้หรือว่าเขาเป็นใคร? ไม่กลัวใครแอบลอบวางยาพิษหรือ? 

“อย่ากินของของผู้อื่นสุ่มสี่สุ่มห้าเป็นอันขาด” เยี่ยนจิ่วเฉาเห็นด้วย  

ลุงวั่นรู้สึกทึ่ง จากนั้นก็น้ำตาคลอเบ้า พยายามมานานถึงเพียงนี้ ในที่สุดคุณชายที่หัวเแข็งราวกับหินผาก็ฟังเขาแล้ว! 

เยี่ยนจิ่วเฉาชี้ไปยังของขวัญสามคันรถด้านหลัง แล้วสั่งองครักษ์ว่า “เอาของเหล่านี้ไปให้เด็กคนนั้น” 

เท่านี้ก็เรียกว่าไม่ได้กินของสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วสินะ! 

เพราะเขานำของไปแลกมา 

ทันใดนั้นลุงวั่นก็รู้สึกเข่าทรุดราวกับมีธนูมาปักทั้งสองข้าง “...” 

“ตกใจอะไร มิได้จะไปจวนสกุลเหยียนกันแล้วหรือ?” เยี่ยนจิ่วเฉามองไปยังลุงวั่นด้วยสายตาขุ่นเคือง 

โอ้ ท่านยังจำได้อีกหรือว่าต้องไปจวนสกุลเหยียน? 

แต่ว่าไม่มีของขวัญแล้ว! ท่านจะไปมือเปล่าได้อย่างไรกันเล่า?! 

ลุงวั่นจนปัญญา เขาทำได้เพียงบอกให้เยี่ยนจิ่วเฉานั่งรอบนรถม้า ส่วนเขาก็รีบกลับไปยังจวนคุณชาย ห่อของขวัญจนมือไม้พันกัน 

เนื่องจากไม่มีเวลามาก ของสามคันรถม้าคงรวบรวมไม่ไหว จึงเหลือเพียงหนึ่งคันรถเล็กๆ  

หิมะเกาะบนรถจนเป็นน้ำแข็ง กว่าเขาจะลากรถขนของขวัญถึงจวนสกุลเหยียน เยี่ยนจิ่วเฉาก็นอนกอดต้นหอมจีนหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว... 

สุดท้ายแล้วเยี่ยนจิ่วเฉาก็มิได้ไปจวนสกุลเหยียน 

ลุงวั่นลากรถขนของขวัญ บากหน้าไปพบคุณหนูเหยียนและฮูหยินเหยียน 

เดิมทีสกุลเหยียนคิดว่าคุณชายเยี่ยนจะมาด้วยตนเอง จึงจัดงานเสียเอิกเกริก ไม่เพียงเชิญแขกเหรื่อมามากมาย ยังนำป้ายบรรพบุรุษมาจัดวางไว้อีกด้วย 

แต่ปรากฏว่า...ผู้มาเยือนนั้นมีเพียงลุงวั่น 

คุณชายมากเรื่องถึงเพียงนี้ ทำให้ลุงวั่นเหนื่อยล้าจนดูชรากว่าเดิมไปเป็นสิบปี เขาดูไม่เหมือนพ่อบ้านตำแหน่งสูง แต่กลับเหมือนคนสวนที่ทำงานหนักเสียมากกว่า  

เมื่อมองไปยังของขวัญที่เขานำมา ไม่ว่าจะเป็นแจกันโบราณซึ่งขาหัก (กระแทกบนรถ) เก้าอี้เท้าแขนไม้หนานเนื้อทองซึ่งเคลือบหลุดออกไป (ขูดกับรถ) ลูกพลับแห้งขึ้นรา (ฝ่าบาทพระราชทานให้เมื่อปีที่แล้ว ลืมกินแต่ก็ลืมโยนทิ้ง)... 

คนอื่นๆ ‘นี่ นี่มิใช่การมาเยี่ยมเยือนบ้านสกุลเหยียนแล้ว เป็นการทำให้อับอายเสียมากกว่า!’ 

ฮูหยินเหยียนถึงกับลมจับ แล้วก็ล้มพับไป... 

......................................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว