email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 32 การประลองครั้งที่ 1

ชื่อตอน : บทที่ 32 การประลองครั้งที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2564 19:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 32 การประลองครั้งที่ 1
แบบอักษร

บทที่ 32

 

การประลองครั้งที่ 1

 

 

 

 

"เจ้าบ้าฟิลิกซ์!!!"

 

เลี่ยงหรูโวยวายลั่นเมื่อกลับถึงห้องตัวเอง รู้สึกอยากเอาดาบมาฟันแขนไอ้ตัวที่มันแบกเขามาถึงที่นี่ ตัวก็ยิ่งเหม็น อ้วกก็อยากอ้วก! แต่ต้องกลั้นเอาไว้ ไอ้บ้าเอ๊ย! แสบคอไปหมดเลย รู้งี้อ้วกใส่หน้าเจ้าตัวการยังจะดีกว่า!

 

"หรูเอ๋อร์ที่รัก... สามีคนนี้มีเหตุผล ใจเย็นๆแล้ววางแจกันลงเถอะ"

 

"เหตุผลอะไร! ถ้าไม่มากพอก็อย่าเสนอหน้ามาให้เห็นอีกนะ!!"เขาไม่วางแจกันลงแต่ปาใส่หน้าคนที่พูดออกมาทันที! และเพราะความมือไวของเจ้าตัว ก็รับมันไว้อย่างง่ายดาย

 

"ก็นายไม่สบายจริงๆ ช่วงนี้อาเจียนบ่อยแถมยังนอนไม่ค่อยหลับ จะให้ไปกินเหล้าได้ยังไง"

 

เลี่ยงหรูทำท่าทางคิดตามจะว่าไปที่พูดมันก็มีเหตุผลอยู่หรอก แต่...

 

"แล้วทำไมไม่ห้ามดีๆเล่า! ทำไมต้องเข้ามาใกล้ด้วยเจ้าบ้า! จะไปไหนก็ไป!!"เขาตวาดใส่ไอ้คนที่ทำท่าหง่อยๆนั้น ก่อนจะเริ่มปาหมอน ปาของที่อยู่ใกล้มือที่สุดไล่ไอ้คนหน้าเหม็นให้ออกไปห่างๆ!

 

"ครับๆ เข้าใจแล้ว"เทียนโจวยกมือขึ้นอย่างจำยอมก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อของชิ้นต่อไปเป็นดาบอันคมกริบ คิดว่าถ้าไม่ออกไปคงได้บาดแผลฉกรรจ์มาก่อนจะถึงวันประลอง

 

"ฮึย!แย่จริงๆ"เลี่ยงหรูทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มๆ ก่อนจะหอบหายใจเล็กน้อยเพราะใช้แรงไปเมื่อกี้ พอมาคิดๆดูแล้ว อาการแบบนี้มันดูคุ้นๆยังไงก็ไม่รู้ เขาคงไม่ท้องหรอกใช่ไหม?

 

เพราะตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อนเขาก็ลอบกินยาคุมแบบลับๆ โดยให้คนใช้ไปต้มให้ ด้วยความที่ อยากไปปีนเขา อยากลองเปิดร้านนั้นนี้ดู ด้วยความที่ชาติก่อนเป็นนักธุรกิจ ชาตินี้ก็เลยอยากใช้ความรู้ที่มีให้เกิดประโยชน์บ้าง จบงานนี้เขาน่าจะลองดูสักหน่อยแล้วกัน

 

"เฮ้อ~ง่วงจังเพิ่งจะหัวค่ำเองแท้ๆ"เลี่ยงหรูเอ่ยพึมพัมกับตัวเองเล็กน้อยก่อนจะผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้น พรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวแข่งหลายอย่าง เลย ยังไงก็พักเอาแรงหน่อยก็แล้วกัน...

 

 

 

 

 

5 วันต่อมา...

 

"คุณชายเจ้าคะ! เจ้าเมืองชิงอยากจะมาขอพบเจ้าค่ะ"เสียงของเสี่ยวเหมยดังขึ้นมาแต่ไกลเป็นรอบที่ 5 แล้วที่นางเอ่ยแบบนี้ 

 

เนื่องจากสุราที่เขาชงให้ดื่มในงานเลี้ยงวันนั้นรสชาติดีถูกปากใครหลายคน ทำให้เจ้าเมืองคนอื่นๆพากันมาหาอย่างไม่ขาดสาย และที่สามารถมาร้องขอเข้าพบได้ เพราะสามีไม่ได้อยู่ห้องเตรียมตัวที่เดียวกัน พวกนี้เลยใช้โอกาสที่พ่อเสือไม่อยู่ มาโน้มน้าวให้แม่เสือบอกสูตรลับของสุราที่ชงให้กินเพื่อเอาไปขายในเมืองของตัวเอง

 

ซึ่งแน่นอนว่าทางนั้นเสนอเงินมาให้อย่างมากมายเลย แต่เขาไม่เอาเพราะจะชงเอง! ขายเอง! กินเอง! ยิ่งชื่อเสียงที่ได้มาใหม่ยิ่งรู้สึกอยากเปิดร้านเหล้าขึ้นมาทันทีอย่างไม่ลังเล! งานนี้แหละที่เขาจะร่ำรวยเงินทองมากที่สุดในประเทศและไม่ต้องเกรงกลัวอะไรอีก เพราะอำนาจของเงินมันน่ากลัว

 

..รู้สึกขอบคุณตัวเองที่ชงให้ผัวกินทุกวันในชาติก่อน มันดีแบบนี้นี่เอง

 

"บอกไปว่าข้าไม่สบาย ต้องการพักผ่อน"เลี่ยงหรูเอ่ยขึ้นพร้อมกับนั่งดูกระดานหมากที่ตัวเองกำลังเล่นอยู่กำลังฝึกมือเอาไว้เพราะอีกไม่นานก็คงจะต้องใช้

 

"ก็ได้เจ้าค่ะ"เสี่ยวเหมยไม่เอ่ยถามความอันใดจากเจ้านาย ก่อนจะเดินไปบอกให้เจ้าเมืองคนนั้นตามที่เลี่ยงหรูว่า ก่อนที่จะเห็นร่างของบุรุษถึงสองคนเดินตรงเข้ามาหา เมื่อมองจนมั่นใจแล้วว่าทั้งสองคนคือใคร นางจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปในห้องเพื่อบอกกล่าวแก่เจ้านายของตน

 

"คุณชายเจ้าคะ คุณชายเลี่ยงจินต้องการ เข้าพบ"

 

"เลี่ยงจิน? อ่อ...ให้เข้ามาเถอะ"เกือบลืมไปแล้วแฮะ ว่าตัวเองมีน้องชายคนเล็กอยู่ ป่านนี่จะเลิกอคติกับเขาแล้วรึยังนะ ในความทรงจำอันเดิมเห็นว่าเคยรังแกเขาเอาไว้เยอะ และก็ดันไปเอาของสำคัญของอีกฝ่ายมาด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฝ่ายนั้นถึงได้ พูดจาหยาบคาย แล้วก็มองด้วยสายตาที่แค้นเคืองแบบนั้น

 

"ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะ ฮุ่ยหลิ่ง,เลี่ยง จิน"

 

"นั้นสินะ...ดูท่าว่าตอนนี้เจ้าคงจะสบายดี ได้เป็นถึงว่าที่พระชายาแล้ว"ฮุ่ยหลิ่งเอ่ยขึ้นน้ำเสียงและท่าทางดูแง่งอนราวกับเด็ก หน้าตาของอีกฝ่ายดูผอมลง ผิวกายดูเข้มขึ้นเล็กน้อย คงเพราะการฝึกกับอาจารย์กระมั้ง รวมๆแล้วก็ดูสมชายขึ้นนิดหน่อย แต่ยังดูเหมือนสตรีที่งดงามอยู่ดี

 

"องค์ชายดูแลเจ้าดีหรือไม่ เหตุใดใบหน้าของเจ้าดูซีดเซียวแบบนั้น"เลี่ยงจินเอ่ยขึ้นท่าทางดูเหมือยเป็นห่วงเล็กน้อย เห็นแล้วก็ภูมิใจในตัวเองที่ตามตื้อตามดูแลอยู่ไม่ห่างตอนที่อยู่เมืองซานเถา

 

"ก็ดูแลข้าดีแหละนะ แค่ช่วงนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ"

 

"งั้นหรือ...แล้วเจ้าจะลงแข่งไหวหรือ ให้ข้าไปบอกท่านพ่อดีหรือไม่"

 

"หึ เจ้าเป็นห่วงข้าเป็นแล้วหรือ?"

 

"......"เลี่ยงจินชะงักกึกเมื่อได้ยินคำนั้น ไม่รู้ว่าตนนั้นคิดไปเองหรือเปล่าว่าเราสมกับเป็นพี่น้องกันมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก่อนที่เป็นเลี่ยงหรูคนเดิมอีกฝ่ายมักจะถูกบังคับให้มาดูแลเขาเสมอ และอีกฝ่ายก็จะบ่นๆแล้วก็ทิ้งท้ายด้วยคำว่า..

 

'ถ้าไม่ใช่เพราะท่านพ่อบอกให้ทำ ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ให้ทรมานคนเดียวในห้องเลย'น้ำเสียงนั้นดูไม่ได้ล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย

 

"นี้เลี่ยงจิน..บอกไปสิว่าเจ้าเอาแต่พูดถึงเลี่ยง หรูแล้วก็บอกว่าจะดูแลให้ดีกว่าองค์ชายน่ะ"ฮุ่ยหลิ่งเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มล้อเลียนให้อีกฝ่ายทำตัวไม่ถูก

 

"ข้าไม่เคยเอ่ยแบบนั้นเสียหน่อย!"

 

"เอาน่า...เจ้าจะไม่ยอมรับเลี่ยงหรูก็ไม่ได้ว่าอันใดแท้ๆ"

 

"ข้าบอกว่า'ไม่!' "

 

"ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเจ้านี้ทะเลาะกันเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันเลย"เลี่ยงหรู

 

"เอ่อ...."ฮุ่ยหลิ่ง

 

"...."เลี่ยงจิน

 

ทั้งสองคนเงียบกริบไม่ปฏิเสธคำพูดของเขาเลยสักคน คล้ายกับว่ากำลังยอมรับสิ่งที่เขาเอ่ยไปก่อนหน้านี้ ทำเอารอยยิ้มที่อยู่บนหน้าของเลี่ยงหรูบิดเบี้ยว

 

"เอาจริงดิ? นี้พวกเจ้าไปรักกันตอนไหน? ปกติข้าเห็นแต่จะตีกันให้ตายไปข้าง"เท่าที่จำได้ตอนที่อยู่เมืองซานเถา เวลาที่สองคนนี้เจอกันก็จะทะเลาะกันบ่อยๆ แทบจะเจอหน้ากันไม่ได้ด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้วเมื่อกี้นี้ก็มาด้วยกัน เขาน่าจะเอะใจตั้งแต่มาด้วยกันได้แล้ว..

 

"เรื่องนั้นข้าจะไปรู้ได้ยังไงกันเล่า ตอนนี้ข้ากับเจ้าปากร้ายนี้ยังมิได้ปลงใจกันเสียหน่อย"

 

"เจ้าว่าใครปากร้ายกัน คนที่ปากร้ายน่ะคือเจ้าต่างหาก โอ้ย!"เลี่ยงจินที่เอ่ยปฏิเสธออกไปก่อนจะถูกของแข็งกระถืบเข้าที่เท้าให้รู้สึกเจ็บปวดจนกลั้นเสียงเอาไว้ไม่อยู่

 

เลี่ยงหรูมองทั้งสองคนที่ดูเหมือนจะสนิทกันดี รู้สึกว่าตัวเองอยู่นี้แล้วกลายเป็นส่วนเกินขึ้นมาเลย อีกไปกี่นาทีการแข่งขันต่อไปก็จะเริ่มแล้ว และเขาลงแข่งอยู่แค่สอง สามอย่าง ด้วยความที่ใช้เส้นสายเล็กน้อย เลยไม่ต้องถูกรับเลือกจากอาจารย์ที่สอน หรือทดสอบก่อนเข้าแข่งขัน เขาเลยจะได้ไปแข่งอยู่ที่ระดับกลางเลย

 

 

 

 

 

 

2 เค่อต่อมา...

 

เลี่ยงหรูเดินออกมาจากห้องรับรองส่วนตัวก่อนจะเดินไปรวมตัวกันที่ห้องเตรียมตัวที่รวมเอาผู้แข่งขันของเมืองซานเถามาไว้ด้วยกัน พร้อมกับทั้งสองคน คนที่ได้รับคัดเลือกจากเมืองเถามีอยู่ 10 คน ซึ่งเขาได้ข่าวจากเสี่ยวเหมยว่า มีคนตกรอบแรกไปถึง 4 คน เหลือมารอบที่ 2 อยู่ 6 คน แล้วเมื่อวานนี้ก็แข่งแพ้ไป 3 คน ตอนนี้ก็เหลือแค่ ฮุ่ยหลิ่ง เลี่ยงจิน หลิวซิ่งที่เพิ่งรู้ชื่อเมื่อกี้ 

 

เลี่ยงจินบอกว่าคนที่ชื่อหลิวซิ่งนั่นคือคนที่เคยไปสังหารฆาตรกรด้วยกันคราวก่อน และเหมือนจะยกย่องเชิดชูเลี่ยงหรูเป็นพิเศษ

 

"ทะ...ท่านเลี่ยงหรู! ขะ...ข้าดีใจจริงๆที่ได้พบท่าน!"

 

"ท่านเลี่ยงหรู?"เลี่ยงหรูที่เดินเข้ามาในห้อง และจู่ๆก็มีใครบางคนมาทำความเคารพ พร้อมด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นจริงจัง ใบหน้าของอีกฝ่ายดูท่าจะเป็นเอามาก

 

"เจ้าคือ..."

 

"ข้าเองขอรับ! ข้าหลิวซิ่งที่ได้รับเกียรติร่วมการทดสอบปลายภาคในครั้งนั้น ท่านจำมิได้หรือ ตอนนั้นท่านทั้งเท่! เก่ง! แล้วก็มีไหวพริบอย่างไม่น่าเชื่อเลย! ข้ารู้สึกขอบคุณที่ตอนนั้นท่านช่วยทำให้ข้ารอดมาได้ ขอบคุณจริงๆขอรับ!"

 

"เอ่อ....ไม่เป็นไร"เลี่ยงหรูที่เห็นอีกฝ่าบสาธยายยาวเหยียดก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เลยได้ตอบไปเพียงสั้นๆ

 

"การแข่งขันครั้งต่อไปต้องเป็นที่น่าจดจำเป็นแน่! ข้าน้อยจะตั้งใจดูแล้วเอามาเป็นตัวอย่างนะขอรับ! แล้วก็ๆ¶€[¢℅©℅]€}=€℅)"!]);"

 

เลี่ยงหรูทำได้เพียงถอนหายใจไร้เสียงออกมาก่อนจะหันไปหาอาจารย์ที่เคยสอนวรยุทธในโลกนี้ให้ 

 

"คารวะท่านอาจารย์"

 

"เจ้าไม่ต่องทำเช่นนั้นก็ได้ ตอนนี้เจ้าเป็นถึงว่าที่พระชายาแล้วนะ"

 

"ถึงอย่างไรก็ยังเป็นลูกศิษย์ของท่านอยู่ดี"

 

"หึ หึ....วันนี้ฝนจะตกหรือไรเหตุใดลูกศิ?ษย์ที่ไม่เคยเขียนจดหมายถามข่าวอาจารย์จึงได้เอ่ยเช่นนี้"

 

"เอาน่า....ท่านก็อย่าได้น้อยใจไปเลย ข้าไม่รู้จะถามอะไรไปนี่สิ"

 

"เหอะ! ให้มันได้เช่นนี้สิ!"อาจารย์หานที่ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ทำท่านั่งดื่มชากับขนมไปพราง ดูยังไงก็เหมือนกับคนที่กำลังน้อยใจอยู่เลย แต่ก็ นะ อายุปูนนี้แล้วคงจะง้อไม่ยากหรอก

 

"เจ้านี้อย่าสร้างความวุ่นวายได้หรือไม่! ตกรอบแรกไม่ใช่หรือ ช่วยอยู่เงียบๆเหมือนคนแพ้แล้วอย่าไปก่อกวนชาวบ้านสักวันจะได้หรือไม่!"เสียงก่นด่าดังขึ้นมาจากข้างนอกคล้ายกำลังจะเดินเข้ามาทางนี้

 

น้ำเสียงนั้นดูหงุดหงิดและเหนื่อยหน่ายเต็มทน เท่าที่ฟังดูคล้ายกับเสียงของอาจารย์เผยอยู่ไม่น้อย ยังดูเหมือนคนที่ขี้หงุดหงิดเหมือนเดิมเลยแฮะ

 

ปึก!...."อ้าว? นี้เจ้าเป็นว่าที่พระชายาแล้วมิใช่หรือ เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้"อาจารย์เผยเปิดประตูเข้ามาก่อนจะมาพบกับเขาที่กำลังนั่งอยู่ตรงข้ามกับอาจารย์หาน 

 

"คารวะท่านอาจารย์"เลี่ยงหรูหันไปคารวะคนมาใหม่ก่อนจะเหลือบไปเห็นเจ้าปลาไหลเผือกที่อยู่ข้างหลัง คิดว่าคนที่โดนว่าให้เมื่อกี้น่าจะเป็นอีกฝ่าย และที่ทำให้คาดไม่ถึงคืออีกฝ่ายได้รับคัดเลือกมาได้ยังไง

 

"เฮ้อ~เอาเถอะ  ยังไงแล้วถ้าเป็นเจ้าก็คงจะสามารถกู้หน้าของเมืองซานเถาไว้ได้ ตอนนี้ข้าล่ะหมดคำพูดเสียจริงๆ"อาจารย์เผยยกมือลูบหน้าตนเองก่อนจะเดินออกไปอีกทางคล้ายกับกำลังคิกจะสงบสติตนเอง 

 

นี้อย่าบอกนะว่าตอนนี้ชื่อเสียงที่เขาสร้างขึ้นกำลังถูกเหยียบย่ำเพราะความพ่ายแพ้ในการคัดเลือกตั้งแต่รอบแรก เฮ้อ~นี้มันบ้าจริงๆ แต่อย่างน้อยเซียนหมากรุกของเขาจะไม่แพ้เด็ดขาด! ไหนๆก็มาขนาดนี้แล้ว ลองชนะจนถึงรอบชิงเลยดีไหมนะ

 

"นี้...อาหรูเจ้าไหวแน่หรือ"ฮุ่ยหลิ่ง

 

"ข้าไม่แพ้หรอก ไปเถอะ"

 

​​​​​

 

 

 

เป็นการเปิดตัวที่ดีจริงๆเมื่อเขาเดินเข้ามาถึงลานแข่งขันที่อยู่ในสวนหย่อมที่มีสระบัวอยู่ใกล้ๆ บรรยากาศทุกอย่างดูดี ยกเว้นคนที่อยู่ดูการแข่งขัน ทั้งคนแข่งเองทั้งคนดู ต่างมองมาที่เขาพร้อมกับยิ้มเยาะ คล้ายจะดูถูกขึ้นมาทางสายตา

 

"นี้...โต๊ะแข่งขันข้าอยู่ที่ใด"

 

"อยู่ตรงนั้นขอรับ"คนที่ดูเหมือนเป็นกรรมการตัดสินเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ เพราะฐานะเขาในตอนนี้คือ'ว่าที่พระชายา'ต่อให้ไม่เก่งยังไงก็ต้องรักษามารยาทเอาไว้

 

เขาเดินผ่านโต๊ะเตี้ยของหลายคนที่กำลังแข่ง และโต๊ะน้ำชาของเหล่าอาจารย์ และผู้ชมมา เรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่โต๊ะหนึ่งที่เป็นเหมือนวีไอพีนั่งอยู่ในศาลา และเป็นโต๊ะเดียวที่ไกลออกจากโต๊ะอื่น ช่างเป็นอะไรที่ดีจริงๆ

 

"เริ่มเลยดีหรือไม่"เลี่ยงหรูเอ่ยขึ้นเพราะไม่อยากรอให้เสียเวลามากไปกว่านี้ เพาะแค่สีหน้าแสยะยิ้มดูถูกมันก็เกินพอแล้ว ไม่ต้องเกริ่นอะไรมากมาย

 

"แหมๆ...พระชายานี้พระทัยร้อนจริงๆนะพ่ะย่ะค่ะ ไม่ดื่มชาเสียหน่อยหรือ"อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นใช้คำอย่างเป็นทางการทั้งที่เขายังไม่ได้แต่งงานเลยแท้ๆ

 

"ข้าไม่อยากเสียเวลาหรอกนะ"

 

"อะไรกัน กระหม่อมแค่ไม่อยากให้เกมจบเร็วๆแท้ๆ"

 

"หึ...นั้นสินะ ข้าก็ไม่อยากให้มันจบเร็วเช่นกัน"เขาจ้องมองเจ้าบัณฑิตหน้าใสตรงหน้า ทำท่า อวดดีอยากรู้จริงๆว่าจะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว เห็นทีต่องสั่งสอนเด็กที่ไม่รู้จักโตนี้เสียแล้ว

 

"หากว่าพระชายามาแพ้ที่นี่กระหม่อมว่า องค์ชายคงผิดหวังในตัวของพระชายามาก แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ คนที่ไม่คู่ควรก็ย่อมไม่คู่ควรอยู่วันยังค่ำ"

 

เลี่ยงหรูขมวดคิ้วกึกจ้องมองอย่างอารมณ์ขึ้น รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายไปสะกิดต่อมความอดทนนิดหน่อย รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแล้วแฮะ ช่วงนี้อารมณ์เขาอ่อนไหวเกินไปรึเปล่านะ?

 

"เริ่มเลยแล้วกัน ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะเก่งแค่ไหนกันเชียว ถ้าเก่งไม่เท่าปากว่า ก็เตรียมตัวชดใช้กรรมได้เลย"

 

"โอย~กระหม่อมกลัวจังเลยพ่ะย่ะค่ะ"อีกฝ่ายทำท่าล้อเลียนใส่ ทำเอาเลี่ยงหรูยิ่งโมโหขึ้นมากกว่าเดิม รู้สึกอยากจะสตั้นหน้าสักทีหนึ่ง! เอาให้เสียขวัญไปเลยยิ่งดี!

 

​​​

 

​​​​​​

 

 

 

 

 

..........

 

เอามันเลยลูก! แม่เชียร์อยู่!😆

 

ตอนนี้ใกล้จะจบแล้วทุกคน555

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว