email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 29 วุ่นวายดีจริงๆ

ชื่อตอน : บทที่ 29 วุ่นวายดีจริงๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 941

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิ.ย. 2564 19:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 29 วุ่นวายดีจริงๆ
แบบอักษร

บทที่ 29

 

วุ่นวายดีจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

....เลี่ยงหรูจ้องมองคนที่ทำสีหน้าโกรธเกรี้ยวกำหมัดแน่นจนเลือดซิบตรงหน้าอย่างไม่สนใจอะไรอะไรมาก ในเมื่ออยากเข้ามายุ่งเองก็คงช่วยไม่ได้ล่ะนะ ตอนนี้เองก็คงจะไม่ใช่เวลามายั่วโมโหอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ด้วย เพราะตนอยู่ใกล้กับสามีสุดๆเลยเห็นว่ามีมังกรยักษ์ตื่นเสียเต็มตัวใกล้ๆกับมือที่สัมผัสอยู่ตรงหน้าท้อง ถ้าปล่อยมันไว้แบบนี้คิดว่าอีกไม่นานเขาคงถูกจับกินต่อหน้าผู้หญิงพวกนี้จริงๆ

 

"อึก...เอามือของเจ้าออกไปเดี๋ยวนี้!!"เหยียนฉีกัดฟันเอ่ยออกมาทั้งยังปล่อยไอสังหารออกมาข่มขู่

 

"อย่าคิดมาสั่งคนของข้า"เทียนโจวเอ่ยออกมาพร้อมกับเพ่งจิตสังหารที่เหนือกว่าหญิงสาวตรงหน้าออกมาทั้งยังจับมือเลี่ยงหรูมาวางไว้บนเนินอกแกร่งหน้าตาเฉย

 

"องค์ชาย!"

 

"อย่ามาบังอาจขึ้นเสียงกับข้า ข้าจะเอ่ยมันเป็นครั้งสุดท้าย ออกไป!"เสียงทุ้มเข้มกดต่ำลงอย่างน่าหวาดกลัวสายตาบ่งบอกได้ว่าไม่พอใจเป็นอย่างมาก

 

เหยียนฉีทั้งกลัว ตกใจและปวดใจ นางไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้จากองค์ชายเลยสักครั้ง องค์ชายคือคนเดียวที่ใจดีและพูดกับนางดีๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เสียแล้ว ในสายตาของนางตอนนี้องค์ชายคือคนที่ใจร้ายมากที่สุด! หัวใจนางที่เคยมอบให้ถูกย้ำยีไม่เหลือชิ้นดี! นางทั้งโกรธ เกลียด แค้นเคืองคนที่แย่งสิ่งนั้นจากนางไป 

 

"ฮึก...องค์ชายเพคะ เหตุใด..ต้องใจร้ายกับหม่อมฉันด้วย.."นางร้องไห้ออกมาและเอ่ยมันด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลออย่างน่าสงสาร

 

"....."เทียนโจวไม่ตอบอะไรทำเพียงแค่สัมผัสปลายคางของเลี่ยงหรูให้เงยขึ้นเล็กน้อยและค่อยๆโน้มตัวลงไปบดจูบเพื่อแสดงถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทำเอาเลี่ยงหรูถึงกับมุมปากกระตุก นี้มันไม่ได้อยู่ในแผนเลยนะ พ่อเขาเริ่มออกนอกบทไปแล้ว

 

เหยียนฉีนางปล่อยโฮออกมาก่อนจะวิ่งหนีออกไปทันทีที่ได้เห็นคำตอบ ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดที่สวยหรูมีเพียงแค่การกระทำก็ทำเอานางเจ็บร้าวไปทั้งหัวใจ นางไม่น่ามีใจให้กับองค์ชายสามไปเลย นางไม่น่าไว้ใจและคิดว่าองค์ชายสามไม่น่าจะหักหน้าของตนเช่นนี้เลย

 

 

 

 

 

"องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ"แม่ทัพหลิวเดินเข้ามาข้างในเมื่อเห็นว่าลูกสาวคนโตวิ่งออกมาทั้งน้ำตาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อไม่กี่นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาวถึงสองคนแต่ไม่นึกเลยว่าจะเป็นของบุตรสาวตน

 

"หืม? คราวนี้เป็นบิดาหรือ เหตุใดคนถึงได้อยากดูเราสองคนพรอดรักกันนักใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย"เลี่ยงหรูที่ผละออกมาได้และเห็นว่ามีคนใหม่เดินเข้ามาจึงเอ่ยขึ้นอย่างลอยๆศีรษะก็ดันเอนเอียงเข้าหาอกแกร่งอย่างยั่วยวน

 

"....กระหม่อมขออภัยด้วยทั้งเรื่องบุตรสาวและเรื่องที่กระหม่อมเข้ามาผิดเวลา"แม่ทัพหลิวที่เยือกเย็นยืนมองนิดๆแล้วหลับตาลงเดินหนีออกไปทางเดิมที่เดินเข้ามา แม้ในใจจะนึกโมโห แต่ก็ไม่สามารถแสดงอารมณ์มากไปกว่านี้แล้ว

 

"เฮ้อ~หมดเรื่องสักที"เลี่ยงหรูถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่รู้จะวุ่นวายอะไรนักหนาก็แค่ปล่อยพวกเขาสองคนให้อยู่แบบสงบสุขนี้มันจะตายรึไง

 

"ใครบอกกัน ดูสิ...มันตื่นเต็มที่แล้ว"

 

"อะ...ชะ..ช่วยตัวเองไปสิ! ใครบอกให้มันตื่นกันเล่า!"ฟิลิกซ์เลื่อนมือของฮาร์ดให้ไปจับตรงแก่นกายที่ขยายเต็มที่ก่อนที่คนตัวเล็กที่ซบอยู่อกรีบชักมือออกแล้วผลักคนตัวใหญ่ออกห่างทันที ใบหน้าเริ่มร้อนจัดเมื่อคิดภาพไปถึงไหนต่อไหนเมื่อสัมผัสมัน

 

"ใจร้ายจังนะ...คนที่ทำมันตื่นก็เจ้าแท้ๆ"

 

"อะไร๊! ใครทำ..ไม่มี๊"เลี่ยงหรูเอ่ยเสียงสูงอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินหนีออกไปทันที ใบหน้าที่ร้อนจัดเริ่มลามไปถึงใบหูหัวใจเองก็เริ่มเต้นผิดจังหวะดังขึ้นเรื่อยๆ

 

ฟิลิกซ์ที่เห็นแผ่นหลังของร่างบางกำลังเดินออกไปใกล้ๆประตู ใจจริงอยากจะเข้าไปกระชากตัวการที่ทำให้มังกรตื่นเต็มตัวแต่อีกคนอยู่ห่างเกินไปจะลุกก็ลุกไม่ขึ้นเพราะตรงนั้นมันปวดเหน็บจนแข้งขามันอ่อนแรงลุกไม่ขึ้น...

 

"เฮ้อ..."ฟิลิกซ์เอามือลูบหน้าถอนหายใจอย่างปลงๆว่าคงต้องจัดมันเองเสียแล้ว มือหนาเลื่อนลงจับมังกรใหญ่ในหัวคิดภาพร่างระหงส์ที่กำลังครวญครางใต้ร่างอย่างยั่วยวน ใบหน้าที่เย้ายวนเต็มไปด้วยคราบน้ำตาทั้งหน้าแดงระเรื่อด้วยความวูบวาบ

 

พอคิดถึงตอนที่ใกล้ถึงฝั่งมือหนาก็จัดการกับมันเรียบร้อยแล้ว

 

"เฮ้อ...คืนนี้คงต้องลองแผนใหม่"เทียนโจวพึมพำกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นไปยังห้องๆหนึ่ง เพื่อจัดการกับตัวเองต่อ

 

 

 

 

 

 

 

เลี่ยงหรูที่เดินออกมาแล้วไม่รู้จะไปไหนต่อก็ได้แต่มองไปรอบๆเพื่อหาใครบางคน ก่อนจะเจอเข้ากับอานจิ้งที่ตอนนี้เลือดท้วมตัว หายใจหอบคล้ายคนไปสู้กับเสือมา ใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายมีเลือดไหลออกมาเป็นทางครึ่งหน้า เสื้อผ้าสีฟ้าขาวเริ่มขาดหลุดลุยมีรอยของดาบที่ฟัน

 

ส่วนอีกคนที่เหมือนจะเป็นคนสู้ด้วยนั้นก็คือองครักษ์คนใดคนหนึ่งที่อยู่ในชุดสีขาวปักเป็นรูปอะไรสักอย่างด้ายสีเงินดูเรียบหรู คนใส่ยังดูหน้านิ่งใหญ่สุดๆ ใบหน้าเรียบนิ่งน่ากลัวเสื้อผ้าอยู่ครบแต่ใบหน้ามีรอยขีดข่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

"พี่หวง"

 

"หืม...ว่าเช่นไรเจ้าคุยกับองค์ชายเสร็จแล้วหรือ"

 

"นั้นอะไร เหตุใดองครักษ์ข้าจึงได้สภาพป่านตายแบบนั้น"

 

"ข้าก็แค่ดูความอดทนน่ะ แต่ดูท่าจะอดทนเกินไปหน่อยไม่ยอมแพ้เสียที"

 

"ข้าว่าพอเถอะขอรับ แค่นี้ก็สภาพดูไม่ได้เสียแล้ว"

 

"อืม ฮ่าวเยียพอได้แล้ว!"พี่หวงตะโกนร้องบอกศิษย์คนโตของตัวเอง ก่อนที่อีกฝ่ายจะทำท่าไม่พอใจและเดินหนีออกไปทันที ดูท่าทางอานจิ้งคงได้ศัตรูคนใหม่เสียแล้ว นี้เขาให้อีกฝ่ายมาฝึกกับพี่ชายคนโตของตัวเองเพราะเห็นว่าทั้งเก่งและก็มีลูกน้องหลายคนที่เป็นศิษย์ แต่ตอนนี้เริ่มคิดแล้วว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่เอาอานจิ้งมาฝากไว้แบบนี้

 

 

 

"เป็นเช่นไรบ้าง"เขาเดินเข้ามาถามอานจิ้งที่ยืนแน่นิ่งไม่พูดไม่จา และก็ไม่ตอบคำถามของเขาด้วย นี้ดูท่าคงไม่คิดจะคุยกับเขาเลยรึไงกัน

 

เลี่ยงหรูจ้องคนเลือดท้วมตัวก่อนจะทนไม่ไหวจนต้องเรียกคนที่อยู่ใกล้ๆขอให้พาไปที่โรงหมอประจำค่ายทหาร เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียเลือดมากจนตัวลีบไปก่อน

 

"ว้า~นี้หรือ ว่าที่พระชายาของท่านพี่เทียนโจว ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะงดงามถึงเพียงนี้"เสียงปริศนาดังขึ้นมาจากทางด้านหลังก่อนที่เขาจะหันไปเจอกับใครบางคนที่ใบหน้าหล่อเหลาเอาการ การแต่งตัวก็ดูค่อนข้างมีฐานะ ข้างๆคงจะเป็นองครักษ์ที่มาด้วยกันงั้นสินะ

 

"ท่านคือ..."เลี่ยงหรูเว้นวรรคก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยขึ้นเพื่อบอกว่าตัวเองเป็นใคร

 

"ข้าคือ'ลี่หมิง'องค์ชายลำดับที่ 7 ของราชวงศ์เจ้าไม่ต้องมากพิธีกับข้าหรอกนะ เพราะข้าสนิทกับองค์ชายสามมากๆ"อีกฝ่ายทำท่าทางเป็นมิตรยิ้มแย้มให้เขาอย่างร่าเริง ทั้งยังเดินหน้าเข้ามาหาอย่างไม่ได้สนอสนใจอะไรมากมาย

 

"คารวะองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ"เลี่ยงหรูยิ้มพร้อมกับประสานมือทำความเคารพอย่างไม่ถือพิธีมากนัก เพราะคิดว่ายังไงอีกฝ่ายก็คงไม่ถือ เขาไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายจะมิตรหรือศัตรูแต่การระมัดระวังตัวเอาไว้ก็คงจะดี ในโลกก่อนเขาเจอคนมาหลายรูปแบบจึงไม่ยอมที่จะเชื่อใจใครง่ายๆ

 

"เจ้ากับท่านพี่เทียนโจวสนิทกันมานานแล้วหรือ?"

 

"ก็ไม่ถึงขนาดนั้นพ่ะย่ะค่ะ"(นานมากๆแล้วแหละ)เลี่ยงหรูคิดในใจ

 

"งั้นหรือ...เดี๋ยวนี้ท่านพี่เทียนโจวเปลี่ยนไปมากนัก ข้าขอเตือนเจ้าว่าอย่าได้ไว้ใจหรือคิดที่จะหาประโยชน์กับท่านพี่เทียนโจวเด็ดขาด"ลี่หมิงเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง เหตุผลที่ตนเอ่ยไปเช่นนั้นเพราะหวังดีเท่านั้น ท่านแม่แม้จะยศต่ำต้อยแต่ก็เป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ตนเองก็อยากเป็นเหมือนท่านแม่

 

"หึ...ขอบคุณที่เตือนพ่ะย่ะค่ะ ว่าแต่เหตุใดวันนี้องค์ชายถึงได้เสด็จมาที่นี่หรือพ่ะย่ะค่ะ?"เลี่ยงหรูไม่ได้เอ่ยถามว่าทำไมถึงเตือนให้ระวัง เพราะตนนั้นรู้อยู่แล้ว แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมจู่ๆถึงได้มาหวังดีแบบนี้

 

"ข้าแค่มาทักทายท่านพี่เทียนโจวที่เพิ่งกลับมาจากเมืองซานเถาน่ะ ไม่ได้เจอตั้งหลายวัน ข้าเหงาแทบแย่"

 

"งั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ แต่ตอนนี้องค์ชายสามกำลังยุ่งอยู่ข้าว่าเรามานั่งรอข้างนอกดีกว่านะพ่ะย่ะค่ะ"เขาบอกอีกฝ่ายออกไปเพราะคิดว่าตอนนี้คนตัวโตกำลังจัดการตัวเองถ้าหากมีใครอื่นเข้าไปเจอคงไม่ดีสักเท่าไหร่

 

"เช่นนั้นหรอกหรือ พอดีเลยข้ากำลังอยากดื่มชากับเจ้าอยู่เชียว"อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มร่าเริงใบหน้าของเด็กหนุ่มน่าจะเพิ่งพ้นวัยปักปิ่นไม่นานฉายแววเจ้าชู้มาแต่ไกล จนเลี่ยงหรูเองก็คาดเดาอนาคตของเด็กคนนี้เอาไว้เงียบๆ 

 

"ว่าแต่เจ้าอยู่กับคนตัวใหญ่อย่างองค์ชายสามไม่อึดอัดบ้างหรือ?"

 

"ไม่เลย พ่ะย่ะค่ะ"เลี่ยงหรูตอบตามความจริงก่อนจะรินชาให้ตัวเองกับคนที่นั่งตรงข้าม ด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งไม่แสดงอาการอะไรเลยสักนิด

 

"ดีจริงๆ เวลาข้าอยู่กับท่านพี่เทียนข้าล่ะรู้สึกอึดอัดแทบแย่เลย"

 

"หึๆ งั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ"เลี่ยงหรูยกยิ้มให้กับท่าทางที่แสดงถึงความหวาดกลัวของคนตรงหน้าก่อนจะนั่งฟังเรื่องราวระหว่างพี่กับน้องสองคนนี้ ไป

 

ลี่หมิงเป็นเด็กที่ค่อนข้างเข้ากับพี่น้องคนอื่นๆไม่ได้เลย เพราะฐานะของแม่ผู้ให้กำเนิดนั้นต่ำต้อย ก่อนจะมาเป็นสนมก็เป็นเพียงแค่สามัญชนธรรมดาอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเท่านั้น ทำให้เหล่าบรรดาองค์หญิง องค์ชายล้อเรื่องนี้เป็นประจำ บางคนก็เลือกที่จะเงียบและทำเป็นมองไม่เห็น แต่มีเพียงองค์ชายเทียนโจวเท่านั้นที่เข้ามา พูดคุย คอยให้กำลังใจเสมอ ทั้งยังคอยปกป้องและดูแล กีดกันไม่ให้คนอื่นเข้ามารังแกตนอีก

 

องค์ชายเทียนโจวเป็นคนแรกที่ยอมให้ตนเรียกว่าท่านพี่ เพราะคนอื่นๆไม่อาจยอมรับได้ว่ามีน้องชายคนเล็กต่างแม่คนนี้อยู่

 

"ข้าดีใจที่เจ้าจะมาเป็นพี่สะใภ้จริงๆนะ"

 

"ข้าเองก็ดีใจขอรับ"เลี่ยงหรูเริ่มใช้คำธรรมดาเพราะคนที่นั่งตรงข้ามบอกให้เรียกหลังจากที่คุยกันมานานแสนนาน

 

"คนชั้นต่ำก็ต้องมานั่งกับคนชั้นต่ำสินะ"เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้ทั้งยังเอ่ยวาจาน่าเกลียดออกมาแต่ไกล ได้ยินแล้วอยากกระทืบขาคู่จริงๆ

 

"ท่านพี่เฟ- อ่า...องค์ชายเฟยหมิง"เสียงของลี่ หมิงเจื่อนลงหลายส่วนทั้งยังทำท่าหลบหน้าหลบตาของผู้ที่มาใหม่ ทำเอาเลี่ยงหรูต้องหันไปจ้องอย่างไม่วางตา

 

คนที่ยืนกอดอกอยู่สูงกว่าเขาอยู่หลายเซน หน้าตาดูดุดันคมเข้ม ใส่อาภรณ์สีม่วง ดูท่าทางวางอำนาจสุดๆ เห็นครั้งแรกก็รู้สึกไม่ค่อยถูกชะตาเท่าไหร่ ทั้งยังน้ำเสียงที่ดูถูกดูแคลนกันเมื่อกี้นี้อีก เห็นได้ชัดเลยว่าอีกฝ่ายจงใจที่จะมาหาเรื่องมากกว่าผูกมิตรแน่นอน!

 

"คารวะองค์ชายเฟยหมิงพ่ะย่ะค่ะ"เลี่ยงหรูลุกขึ้นและก้มหัวให้อย่างนอบน้อมเพราะตอนนี้ยังไม่อยากจะมีเรื่องเท่าไหร่นัก 

 

"นำทางข้าไปหาเทียนโจว"

 

เฟยหมิงเดินหนีออกไปทันทีที่เห็นเลี่ยงหรูทำความเคารพ ดูเหมือนว่านี้จะคือการหักหน้าในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา นับว่าเปิดตัวได้ไม่เลวเลย ไอ้คนโอหัง! ไอ้เด็กไม่รู้จักโต! คอยดูเถอะถ้าถึงวันแข่งอีกสองเดือน แม่จะจับทุ้มจนหน้าหักเลยคอยดู!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

......

 

 

 

จะเปิดเทอมแล้วทุกโค้นนนน ไรท์จะตายแล้ว อ๊ากกกกกก~~~ ตังค์หมดแล้วแงงงงง😭😢

 

ไรท์จะพยายามเขียนนะคะ ถึงจะหมดแรงเพราะงานโถมมาใส่อีกแล้ว🤧 นอนราบแล้ว~ 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว