facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทเรียนที่ 1 - สร้างความคุ้นเคยกันหน่อย

ชื่อตอน : บทเรียนที่ 1 - สร้างความคุ้นเคยกันหน่อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2564 12:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทเรียนที่ 1 - สร้างความคุ้นเคยกันหน่อย
แบบอักษร

 

[ชายแดน]  

ก๊อก ก๊อก ก๊อก... 

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ปลุกผมที่ง่วงสะลึมสะลือให้ลุกขึ้นมา ก่อนจะตะโกนบอกอีกคนว่าตื่นแล้ว คนหน้าห้องจึงหมุนลูกบิดประตูเดินเข้ามานั่งลงที่เตียง ก่อนมันจะดึงผ้าห่มที่คลุมกายผมออกจากตัวเพื่อให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ 

“สัสแดน!! เชี่ย!!” 

ตื่นมาปุ๊บก็โดนด่าปั๊บเลยว่ะครับ 

“ไอ้เหี้ย หัดใส่เสื้อผ้านอนซะบ้างนะมึงอะ อุบาว์ทสัส!” 

ผมหัวเราะขำหน้าตามันตอนนี้มากๆ จากตาหยีๆ เล็กๆ มันทำตาโตอย่างกะไม่เคยเห็นของผมมาก่อนอย่างงั้นแหละ 

“เลิกตกใจได้แล้วไท ตอนอยู่หอใน มึงก็เห็นของกูออกจะบ่อย มึงควรจะชินได้แล้วมั้ย” 

“สัส! ก็ตอนนี้ของมึงมันชี้หน้ากูอยู่นี่หว่า” 

“เรื่องธรรมชาติน่ะไท มึงไม่เคยตั้งตอนเช้าเหรอวะ” 

“ไม่อะ ไม่เคย” 

“เชี่ย จริงเหรอวะ” 

“เออ...กูถึงต้องให้มึงช่วยอยู่นี่ไง” 

ผมว่าร่างกายมันอาจจะมีปัญหาแน่ๆ แปลกๆ ว่ะ มันผิดธรรมชาติของผู้ชายวัยกลัดมันอย่างเราๆ มากเกินไป 

“เอางี้ไท วันนี้ที่เราจะไปตรวจเลือดกัน มึงก็ให้หมอตรวจร่างกาย ตรวจไอ้นั่นของมึงด้วยเลยดิ เผื่อมันผิดปกติตรงไหน จะได้รีบแก้ไขได้ทัน” 

“สัส มึงพูดซะกูเริ่มเครียดแล้วเนี่ย” 

“เรื่องนี้สำหรับกูมันเป็นเรื่องซีเรียสนะเว้ย งั้นถามหน่อย ลูกชายมึงแข็งครั้งสุดท้ายตอนไหน” 

“เออ...จำไม่ได้แล้วว่ะ รู้แต่มันนานมาก น่าจะตอนมอปลายมั้ง” 

“เหยดดด...กูว่าไอ้นั่นมึงมีปัญหาชัวร์” 

“งั้นมึงรีบตื่นขึ้นมาอาบน้ำเลย รีบไปโรงบาลกัน กูชักกลัวๆ ขึ้นมาละ” 

ผมคงต้องตื่นแล้วแหละ แม้ว่าวันนี้มันจะเป็นวันเสาร์ที่ควรจะได้นอนตื่นเที่ยง ไม่ใช่ตื่นเจ็ดโมงเช้าแบบนี้ 

แทนไทเดินออกไปจากห้อง เพื่อลงไปเตรียมมื้อเช้ารอ ส่วนผมหยิบผ้าเช็ดตัวได้ก็รีบเดินเข้าห้องน้ำไป 

“เอ็งคือความภูมิใจของพ่อนะลูก” 

ผมบอกเจ้าลูกชายที่ตั้งตรงเต็มลำในใจ ก่อนจะใช้หัวแม่มือลูบหมุนวนตรงส่วนหัวหยัก ใช้นิ้วทั้งห้าจับแท่งลำที่แข็งขืน ถกถอกรูดรั้งมันขึ้นลง สมองเริ่มจินตนาการถึงน้องๆ สาวสวยดาวคณะสักคน แต่เหมือนภาพจากคลิปเกย์เมื่อคืนมันแวบเข้ามาให้หัว แล้วมันดันทำให้ลูกชายผมแข็งขึ้น อารมณ์ผมพุ่งขึ้น พร้อมกับมือขวาที่จับเจ้าลูกชายขยับขึ้นลงเร็วและแรงจนแทบจะไม่ไหว 

น้ำรักเริ่มจ่อรอ เตรียมพร้อมออกมาเริงร่าด้านนอกเต็มที แต่พลันภาพสุดท้ายก่อนที่ผมจะปลดปล่อย ดันเป็นภาพไอ้เพื่อนสนิทตัวดี แต่ไม่ทันแล้วครับ หยาดน้ำแห่งความใคร่มันพวยพุ่งออกมาไม่หยุด ซึ่งมันดูเหมือนจะเยอะกว่าปกติด้วยซ้ำ จนผมเองก็ยังสงสัยว่ามันมาจากไหนเยอะแยะแบบนี้ 

“เชี่ยเอ๊ย...ดันไปนึกถึงหน้าไอ้ไทตอนจะเสร็จเนี่ยนะ หมดกัน!” 

ผมพึมพำกับตัวเองส่งท้ายก่อนจะหันไปเปิดก๊อกน้ำให้น้ำไหลล้างชำระคราบน้ำขุ่นขาวพวกนั้นออกไป และเริ่มอาบน้ำสระผมตามปกติ 

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมเดินลงมายังชั้นล่าง แทนไทเตรียมของกินเป็นแซนวิซใส่กล่องไว้ให้เรียบร้อย 

“นี่ของมึง ตรวจเลือดเสร็จเผื่อหิว มึงก็แดกเลยนะ” 

“อือ ขอบใจ” 

เนี่ย...แบบนี้ใครจะยอมปล่อยมันไป แค่จะไปต่อกรกับมัน ผมยังไม่ค่อยกล้าเลยครับ เพื่อนสนิทที่แสนดีแบบนี้ คุณจะไปหาได้จากที่ไหนอีก ทะเลาะกับมันทีนี่นอนไม่หลับแทบจะทั้งคืน กลัวมันจะเลิกคบผมเป็นเพื่อน ไหนจะกลัวมันไล่ออกจากบ้านอีก 

 

..... 

 

ผมขับรถพามันไปที่โรงพยาบาลเอกชนไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านที่เราอยู่เท่าไรนัก แทนไทมันรีเควสที่นี่ เพราะกลัวว่าไปโรงพยาบาลคณะแพทย์ของมหาลัยแล้วจะไปเจอเพื่อนหรือเจอคนรู้จัก มันบอกขี้เกียจตอบคำถาม ไปที่อื่นน่าจะสบายใจกว่า 

วันนี้คนไม่เยอะมาก น่าจะเสร็จเร็ว ผมกับมันเดินไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ทำทะเบียนผู้ป่วย เดินไปเจาะเลือดที่ห้องหัตถการชั้นสอง ส่วนแทนไทก็ขึ้นไปตรวจร่างกายต่อที่ชั้นสี่ 

ผมนั่งรอมันสักพักใหญ่ๆ ไม่ถึงชั่วโมงมันก็เดินกลับมา 

“ไท เป็นไงมั่งวะ” 

“หมอบอกกูปกติ” 

“แล้วหมอได้บอกมั้ย ทำไมมึงไม่แข็งตอนเช้า” 

“หมอบอกว่าบางคนถ้าไม่หมกมุ่นเรื่องอย่างว่า ตอนเช้าไม่แข็งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าอยากให้มันแข็งก็ต้องลองกระตุ้นดู” 

“เดี๋ยวนะ...งั้นที่กูแข็งทุกวันตอนเช้า!?” 

“มึงแม่งหมกมุ่นไงแดน” 

ยังไม่ทันทีผมจะด่ามันกลับไป ก็ได้ยินเสียงประกาศเรียกชื่อคุณชายแดน คุณแทนไทให้ไปชำระเงินและรับผลตรวจเลือด 

หลังจากจ่ายเงินและรับผลเลือดแล้ว ผมจึงแกะซองออกมาเพื่อดูผล คือผมก็ลุ้นนะ ถึงแม้ว่าจะป้องกันทุกครั้ง แต่ใจมันก็ตุ๊มๆ ต่อมๆ แหละ 

“ไอ้ไท กูคลีน” 

“อือ กูก็คลีน” 

“ทีนี้มึงสบายใจรึยังไท” 

“อือ แล้วงี้เราจะเริ่มกันได้เมื่อไหร่อะ” 

“เริ่มเมื่อไหร่เดี๋ยวกูบอกเอง มึงมีหน้าที่เรียนก็เรียนไป ขอกูเตรียมแผนการสอนก่อน” 

ผมบอกกับมันไปแบบนั้นก็จริง แต่ตอนนี้สมองมันแบลงค์ไปหมด ไม่รู้จะจับต้นชนปลาย หรือเริ่มต้นจากตรงไหนก่อนดี 

 

..... 

 

หลังจากที่เราใช้เวลาช่วงเช้าหมดไปกับการเช็คอัพร่างกาย ช่วงบ่ายว่างๆ จึงพากันไปเดินเล่นที่ห้างชื่อดัง ก่อนจะหามื้อเที่ยงกินและตกลงกันว่าจะไปดูหนังต่อ เพราะหนังเรื่องที่ผมอยากดูมันเข้าโรงแล้ว 

ผมจัดการซื้อตั๋วหนัง ส่วนแทนไทมันก็เดินไปซื้อป๊อปคอร์นกับน้ำอัดลม จากนั้นเราก็พากันไปนั่งรอหนังฉายที่โซฟาข้างๆ โรง ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ค่อนข้างจะลับสายตาจากผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาพอสมควร 

“กูรู้แล้วไท ว่าจะเริ่มสอนมึงยังไงดี” 

“อืม...ยังไง?” 

“เนื่องจากมึงยังไม่มีประสบการณ์เรื่องอย่างว่า กูว่าเราควรจะเริ่มต้นจากอะไรที่ซอฟต์ๆ ก่อน กูว่าเริ่มจากสร้างความคุ้นเคยกับร่างกายของกันและกันก่อนดีกว่า เราจะได้ไม่เขินกันมาก” 

“แต่กูกับมึงก็จับเนื้อต้องตัวกันอยู่แล้วมั้ยวะ” 

“ไอ้จับแขน จับไหล่ หรือตบหัวกูแบบที่มึงทำน่ะ กูไม่นับ” 

“อ้าว แบบนั้นไม่นับเหรอ” 

“เฮ้อออ...กูถามหน่อย ชีวิตนี้มึงเคยจับมือใครแบบจริงๆ จังๆ บ้างมะ” 

“อือ ตอนรับน้องไง รุ่นพี่ให้กูจับมือกับเพื่อนผู้หญิงที่นั่งข้างๆ” 

“ไอ้สัส! แบบนั้นไม่นับดิ” 

แค่เริ่มต้นผมก็เหนื่อยใจกับมันแล้วครับ อะไรจะง่าวกับเรื่องอย่างว่าได้ขนาดนั้น ฉลาดแต่กับเรื่องเรียน เรื่องจับผิดคน แต่เรื่องนี้มันแม่งโคตรบื้อไม่มีใครเกิน! 

ระหว่างที่เราคุยกัน เสียงพนักงานเก็บตั๋วหน้าโรงก็ตะโกนขึ้นมาให้เข้าโรงได้ ผมกับมันเลยลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้าไปยังที่นั่งตามหน้าตั๋ว 

หนังเรื่องนี้ เป็นหนังนอกกระแส และคนดูค่อนข้างน้อย หากจะนับรวมๆ กันก็น่าจะไม่เกิน 20 คน แต่ละคู่ก็นั่งกระจัดกระจายอยู่ตามแถวต่างๆ โดยแถวที่เรานั่งอยู่ชั้นบนสุด เป็นเก้าอี้แบบโซฟา ไม่มีคนอื่นนอกจากเราสองคน รวมถึงแถวถัดจากเราลงมาก็โคตรว่าง 

เมื่อหนังเริ่มฉายไปสักพัก ผมยกพนักแขนที่กั้นระหว่างเราขึ้น แล้วขยับตัวให้เข้าไปใกล้มันมากขึ้น ก่อนจะกระซิบบอกมัน 

“ไท แบมือมึงออก” 

มันว่าง่าย มือข้างขวาของมันแบออกมา แล้วขยับเอามาวางไว้บนหน้าขาของตัวมันเอง จากนั้นผมจึงค่อยๆ สอดมือซ้ายของผมประสานกับมือของมันไว้ แล้วเอียงหน้าไปกระซิบที่ข้างหูมันต่อ 

“เราจะจับมือกันไว้แบบนี้จนกว่ากูจะปล่อย โอเคมั้ย” 

“จับเฉยๆ แบบนี้อะเหรอ” 

“อือ จับแบบนี้แหละ” 

ระหว่างที่เรานั่งจับมือกันโง่ๆ อยู่สักพัก มือของผมกับมันที่จับกันอยู่ก็เริ่มจะลดความเกร็งลดลง และผ่อนคลายมากขึ้น ก่อนที่ผมจะเอานิ้วโป้งไล้กับฝ่ามือและนิ้วชี้ของมัน ผู้ชายอะไรมือนุ่มนิ่มขนาดนี้วะ มือแทนไทมันนิ่มมากจริงๆ ครับ นิ่มกว่ามือสาวๆ บางคนที่ผมเคยคบมาซะอีก 

ตอนนี้หนังเดินเรื่องมาได้สักพักแล้ว ผมจึงเอียงหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหูมันอีกทีให้มันลองฝึกทำตามดูบ้าง 

“ไท มึงลองจับมือกูแบบที่กูจับมือมึงเมื่อกี๊หน่อย” 

มันเหลือบมองหน้าผมชั่วขณะ ก่อนจะจับมือผมพลิกลง ลูบไล้และนวดปลายนิ้วให้ผมอย่างเดียวกับที่ผมทำให้มันเมื่อครู่ มันค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วโป้งลูบไล้ไปตามฝ่ามือและเรียวนิ้ว ลูบขึ้นลงอย่างแผ่วเบา แล้วใช้เล็บครูดเบาๆ ไปบนฝ่ามือ จนขนคอผมเริ่มลุกชัน 

เพื่อน้องทิชา เพื่อความสุขของเพื่อนสนิท ผมต้องทำให้ได้ครับ ถึงแม้มันจะทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ แหยงๆ ยังไงชอบกลก็ตาม 

หนังในจอใหญ่ดำเนินมาถึงประมาณกลางเรื่อง แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ค่อยอินกับหนังที่ผมเลือกสักเท่าไหร่ แทนไทมันหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ รู้แค่ว่ามือมันยังคงประสานกับมือผมอยู่ ผมจึงคลายมือตัวเองออกมา ก่อนจะสอดแขนซ้ายซุกเข้าไปหลังท้ายทอยแล้วโอบไหล่ไอ้คนข้างๆ ไว้ จากนั้นก็เอามือผลักหัวมันลงให้ซบที่ไหล่ผม อย่างน้อยจะได้นอนสบายขึ้น 

เชี่ยเอ๊ย!! เห็นภาพตัวเองตอนนี้แล้วมันรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ แล้วไอ้มือเวรของผมก็ดันลูบหัวมันขึ้นลง หยอกล้อกับปอยผมนุ่มๆ ของมันอยู่อย่างนั้น นานแค่ไหนไม่รู้ พอผมละสายตาจากจอข้างหน้า แล้วหลุบตามองลงที่คนข้างๆ สายตาของมันกำลังจับจ้องมองใบหน้าผมอยู่ กะพริบตาปริบๆ พร้อมกับยิ้มพิมพ์ใจของมันที่ผมโคตรจะเกลียด 

“หนาว” 

“สัส!! เรื่องมาก” 

ปากผมด่ามัน แต่มือก็ถอนออกมาคลี่ผ้าห่มที่ทางโรงหนังวางไว้ให้ ห่มที่ตัวมันกับตัวผม ก่อนที่แทนไทมันจะขยับตัวเข้ามาซุกที่ไหล่ผมเหมือนเมื่อครู่ 

ท่าทางถูกจัดแจงไว้ไม่ต่างจากก่อนหน้า จากนั้นผมจึงเอื้อมเอามือซ้ายของมันดึงมาพาดเอวผม ให้เหมือนกับมันกอดตัวผมไว้ 

“ไท มึงอุ่นขึ้นยัง?” 

“อือ” 

ดูเหมือนตอนนี้แทนไทมันจะไม่สนใจหนังแล้วล่ะครับ สนใจแต่จะหลับท่าเดียว ผมถอนหายใจยาวในใจ แค่เริ่มต้นผมก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาแล้วล่ะครับ ไม่รู้ว่าจะจบคอร์สประหลาดนี่เมื่อไหร่กัน 

เกือบชั่วโมง…ในที่สุดหนังก็จบเสียที ผมว่าตอนนี้ตะคริวกำลังแดกหัวไหล่ผมอยู่ พอผมขยับตัวมันก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ผละตัวออกจากไหล่ผม แล้วนั่งขยี้ตา ทำตาปริบๆ เหมือนเด็กที่เพิ่งตื่นนอน 

“จบแล้วเหรอ หนังสนุกดีเนอะ” 

“เชี่ยไท! ไม่ต้องทำเนียน วันหลังถ้าจะมาหลับในโรง มึงช่วยบอกกูก่อนนะ จะได้ไม่ต้องเปลืองตังซื้อตั๋วให้มึงเข้ามานอนสบายแบบนี้” 

“ก็เมื่อกี๊กูกินข้าวไปเยอะ กูอิ่ม แล้วกูก็ง่วง กูผิดตรงไหน” 

“เฮ้อออ...เอาที่มึงสบายใจละกัน กูขี้เกียจเถียงละ” 

ผมยอมแพ้ครับ เถียงมันทีไรไม่เคยจะชนะสักที แม่งชอบเอาตรรกะประหลาดๆ กับเหตุผลแปลกๆ มาเถียงผมค้างๆ คูๆ ตลอด 

“เออ แล้วสรุปเมื่อกี๊ที่กูจับมือกับมึง ตกลงผ่านป้ะ” 

“ก็พอได้ แต่ยังต้องฝึกอีกเยอะ” 

เราสองคนเดินมาถึงลานจอดรถ เมื่อผมเห็นว่าไม่มีใคร จึงเอื้อมมือไปจับมือมันไว้แล้วกุมมือมันแน่น พากันเดินไปจนถึงรถเอสยูวีสีขาวคันที่จอดอยู่ริมเสานั่น 

แทนไทไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ดูออกว่ามันน่าจะเขิน เพราะตอนนี้แก้มมันแดงอย่างกะถังดับเพลิงที่ติดอยู่ตรงนั้นแล้ว 

“มึงเขินเหรอวะ” 

“อื้อ...ก็กูไม่เคยนี่หว่า” 

พอถึงรถ ผมผละมือออกจากมัน ก่อนจะลูบหัวมันไปสองสามทีแล้วเปิดประตูรถให้มันเข้าไป จากนั้นผมก็เดินขึ้นไปนั่งยังฝั่งคนขับ 

“แดน มึงทำให้กูแบบนี้ มึงรู้สึกอะไรมั้ยวะ แม่งเหมือนเป็นแฟนกันเลย” 

ผมเอื้อมมือขวาของมันมากอบกุมไว้ ไม่รู้ว่าตอนนี้มันรู้สึกยังไง แต่สำหรับผมแล้ว ยิ่งทำแบบนี้กับมัน ผมก็ยิ่งรักเพื่อนคนนี้มากขึ้นกว่าเดิม รักในที่นี้หมายถึงเอ็นดูมันนะครับ ไม่ใช่รักแบบชู้สาวอย่างนั้น อยากให้มันประสบความสำเร็จในเรื่องความรักเหมือนคนอื่นเขาบ้าง 

“ก็รู้สึกว่ามึงเป็นเพื่อนที่กูต้องช่วยให้หลุดพ้นไง เดี๋ยวกูเทรนมึงอย่างดี ไม่ให้มึงเป็นไอ้ไก่อ่อนอะไรนั่นหรอก อย่าคิดมาก” 

“แล้วนี่กูกับมึงต้องจับมือกันแบบนี้ไปตลอดทางเลยเหรอวะ” 

“อือ ฝึกไว้ไง จะได้ชิน” 

แทนไทมันไม่ได้ดึงมือออกมา มือมันยังคงจับกับมือผมอย่างนั้น บรรยากาศในรถมันดูเหมือนจะเงียบลงจนดูน่าอึดอัด ผมจึงเปิดเพลงคลอให้อีกคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้น และชวนมันคุยเรื่องนั่นนี่เหมือนทุกครั้ง จนบรรยากาศมันเริ่มกลับมาเป็นปกติ 

“สรุปวันนี้กูผ่านเรื่องการจับมือไปได้แล้วใช่ปะ” 

“อือ กูให้ผ่าน” 

ไอ้แทนไทมันทำท่าชูกำปั้น พร้อมยิ้มกว้างตาหยีเหมือนที่มันชอบทำ คงเป็นเพราะมันน่าจะดีใจที่แบบฝึกหัดแรกของมันผ่านไปได้ด้วยดี 

“มึงอย่าเพิ่งดีใจไป คืนนี้เดี๋ยวกูจัดให้เพิ่ม เตรียมใจไว้เลย” 

แทนไทเอ๊ยยย...แค่นี้แม่งโคตรกระจอก เด็กประถมที่มันเริ่มมีความรักแบบป็อปปี้เลิฟ มันก็เริ่มจับมือถือแขนกันแล้วมั้ยวะ แต่มึงเนี่ยหนักกว่าเด็กพวกนั้นอีก เกินเยียวยาจริงๆ 

 

.... 

 

สามทุ่มตรง ช่วงเวลาแห่งการดูเน็ตฟลิกซ์ของเราสองคนก็มาถึง แทนไทอาบน้ำเสร็จ มันเดินลงมาด้วยเสื้อกล้ามแขนกุดกับกางเกงบ๊อกเซอร์ที่สีและลายไม่เข้ากันแบบที่มันชอบใส่นอน มันกระโดดขึ้นโซฟานั่งประจำที่ หยิบรีโมทขึ้นมาเปิดซีรีส์ฝรั่งเรื่องโปรดที่เราดูค้างไว้ ก่อนที่มันจะลุกขึ้นไปปิดไฟ แล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม 

“ไท ขยับมาใกล้ๆ กูหน่อย” 

ผมบอกมัน เพราะผมกำลังจะขยับบทเรียนแรกให้เข้มข้นมากขึ้น 

“นอนตักกู” 

“หะ!?” 

“อย่าอิดออด เร็วๆ” 

ไม่นานนัก มันก็ขยับตัว หยิบเอาหมอนอิงมารองที่ตักผม แล้วก็นอนตะแคงหันหน้าไปทางทีวี เมื่อมันขยับตัวเข้าที่เข้าทางแล้ว ผมก็วาดมือไปโอบที่แขนมัน พลันลูบขึ้นลงที่ต้นแขนเนียนกล้ามแน่นของมัน 

“ชายแดน...มึงลูบแขนแบบนี้กูจั๊กจี้แปลกๆ ว่ะ” 

“จั๊กจี้ที่มึงว่า มึงรู้สึกยังไง บอกกูดิ๊” 

ผมจี้ถามมัน เพราะอยากจะรู้เหมือนกัน ว่าตอนนี้มันรู้สึกยังไง 

“กูวูบวาบเหมือนจะเป็นลม แล้วท้องมันก็เกร็งๆ หวิวๆ ยังไงก็ไม่รู้” 

“เค้าเรียกสยิว อดทนหน่อย มาถูกทางแล้ว” 

หึหึ...อารมณ์มึงเริ่มมาแล้วสินะ สองตาของผมจดจ้องไปที่หน้าจอทีวี แต่มือผมยังคงลูบแขนมันไป สลับกับลูบผมมันไป 

“ไท กูถามอะไรมึงหน่อย” 

“อือ ว่ามาดิ” 

“วันนึงถ้ากูต้องล้ำเส้นไปมากกว่านี้ มึงจะโอเคมั้ยวะ” 

“คำถามอะไรของมึงวะ” 

“เออหน่า...ตอบมา” 

“ไม่รู้ดิ ถ้าเป็นแค่การสัมผัสทำความคุ้นเคยกันแบบที่เราทำกันอยู่ตอนนี้ กูโอเคนะ กูไม่ติด แต่ถ้ามากกว่านั้น กูรู้ว่ามึงมีวิธีสอนกู ใช่ปะ?” 

กว่าที่ผมจะรู้สึกตัว ผมก็โน้มตัวลงไปหอมที่แก้มเนียนของมันเบาๆ ก่อนจะเลื่อนมาหอมอีกทีที่กลุ่มผมหอมนุ่มของมันอย่างที่สมองไม่ได้สั่งการ แต่เป็นใจที่มันไหลไปเอง 

แทนไทชะงักตัวนิ่ง หันหน้ามาสบตา แล้วเอามือมันตบเบาๆ ที่หลังมือผม 

“ขอบคุณมึงมากนะเว้ยชายแดน แค่มึงสอนกูวันนี้ กูก็รู้สึกว่ากูเริ่มเก่งขึ้นมานิดนึงแล้ว จบคอร์สนี่ กูว่าเกริกเกียรติน่าจะชอบลีลาของกูแน่ๆ” 

แปลกที่ใจของผมตอนนี้เหมือนมันจะกระตุกแรง เมื่อได้ยินชื่อไอ้เกิบเกือกนั่นออกมาจากปากของไอ้แทนไท คงเป็นเพราะผมหมั่นไส้มันแหละมั้ง... 

เราดูซีรีส์กันไปเรื่อยๆ เหลือบมองดูนาฬิกาก็ปาไปตีสองแล้ว ผมเริ่มง่วง ส่วนชายแดนน่ะเหรอ มันหลับคาตัก เข้าเฝ้าพระอินทร์ไปเรียบร้อย ผมจึงปลุกมันให้ตื่น ก่อนจะปิดไฟ ปิดแอร์ ปิดทีวี แล้วจูงมือมันขึ้นไปชั้นบน 

“ไท วันนี้กูไปนอนกับมึงนะ” 

“ไม่เอาอะ กูนอนดิ้น เดี๋ยวเตะมึงตกเตียง” 

“รับรองพรุ่งนี้ตื่นมามึงยังนอนท่าเดิมแน่นอน” 

ผมเข้าไปหยิบหมอนในห้องตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องฝั่งตรงข้าม พอเปิดเข้าไปก็เห็นภาพตรงหน้าที่ดูจะผิดปกติจากที่ผมเคยเห็น ไฟแสงสลัวสีนวลตรงหัวเตียงกำลังส่องกระทบกับผิวขาวๆ ของมันอยู่ 

“มึงจะถอดเสื้อทำไมวะไท” 

“ตอนกูนอน กูก็ถอดของกูแบบนี้เป็นประจำ แค่มึงไม่เคยเห็นเอง” 

“เออๆๆ ขี้เกียจเถียงแล้ว นอนเหอะ” 

ผมเบียดตัวลงไปบนเตียง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปปิดไฟตรงหัวเตียงนั่น แล้วซุกตัวลงในผ้าห่มผืนใหญ่ที่ตอนนี้เราทั้งคู่ใช้มันด้วยกัน 

แทนไทนอนตะแคงงอตัวหันหน้าไปอีกฝั่ง ผมจึงหันหน้าไปทางมัน ก่อนจะจบบทเรียนวันนี้ด้วยการสอดแขนเข้าไปกอดที่เอวบาง กระชับตัวมันเข้ามาชิดกับตัวผม จนหน้าอกผมสัมผัสกับแผ่นหลังที่เนียนนุ่มของมัน 

“นี่เรียกว่ากอด กูจะกอดมึงถึงเช้า เรียนรู้เอาไว้...ฝันดีนะมึง” 

มันอาจจะหลับไปแล้ว จึงไม่มีเสียงตอบรับอะไรกลับมา แต่มีเสียงหนึ่งที่ดังจนผมได้ยิน...เสียงหัวใจของผมเองครับ แต่ทำไมมันถึงเต้นแรงแบบนี้นะ!! 

 

 

__________ 

โปรดติดตามตอนต่อไป 

 

ไรท์แต่งไปก็ลุ้นกับชายแดนไป หนูลูก...สอนน้องแทนไทเหนื่อยมั้ยคะ ขนาดไรท์ยังเหนื่อยแทนเลย แทนไทนี่ก็ซื่อซะจริงๆ เฮ้อ เหนื่อยใจ เอาเป็นว่าคุณรี๊ดอย่าพึ่งลำไยน้องนะคะ มาช่วยกันลุ้นต่อในตอนหน้ากันค่ะ 

ขอบคุณสำหรับทุกการกดเลิฟ และทุกคอมเม้นท์ที่ทักทายกันนะคะ 

ช่วงนี้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ รักคุณรี๊ดทุกคนค่าา :) 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว