ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความบรรลัยที่ใหญ่ยิ่ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความบรรลัยที่ใหญ่ยิ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2564 10:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความบรรลัยที่ใหญ่ยิ่ง
แบบอักษร

 

 

ว่ากันว่าสิ่งที่เหมือนกัน มักจะดึงดูดอะไรที่เหมือนๆกัน

แม้จะไม่ต้องมีใครกล่าวเอาไว้ แต่ความจริงในข้อนี้เป็นก็ไม่จำเป็นต้องได้รับการพิสูจน์แต่อย่างใด เพราะตอนนี้ มันได้เกิดขึ้นตรงหน้าของเทปเปแล้ว..

"หิๆๆ พวกแกนี่มันโชคร้ายจริงๆ"

เสียงน่าขนลุกปนขยะแขยงของตัวประหลาด โยไค ผี หรือ ตัวอะไรสักอย่างที่คล้ายครึ่งคนครึ่งตั๊กแตนดังขึ้นภายในรถบัส..

แน่นอนว่าคนที่นั่งอยู่บนรถบัสตอนนี้มีแค่คนขับและเด็กประถมชายหญิง 2 คนซึ่งคนนึงได้หลับไปและไม่ได้รับรู้ไอ้สิ่งที่เกิดขึ้นเลยสักนิด..

"เห้อ~~ ยังไงก็เงียบก่อนได้มั้ย ตอนยัยเด็กนี่ตื่นมันน่ารำคาญ.."

เสียงของเด็กชายที่นั่งเป็นหลักกิโลให้เด็กสาวนอนน้ำลายยืดพิงอยู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์..

ทำเอาเจ้าปีศาจ?ตั้กแตนถึงกับแปลกใจ ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นมีน้ำโหเพราะมันรู้สึกโดนดูถูก!

ไม่ต้องพูดพล่ามกันอีกต่อไป! แม้เนื้อเด็กจะอร่อยและอุดมไปด้วยคุณค่า! แต่เด็กตรงหน้ามันสมควรจะถูกผ่าเป็น 8 เสี่ยงก่อนจะกลายเป็นมื้อเย็น!!

ฉั่บ!

เพียงแค่มันตวัดแขนเคียวตั้กแตนของมัน! ก็พลันปรากฏคลื่นดาบสายลมขนาดเมตรกว่าพุ่งเข้าใส่ร่างของเด็กน้อยทั้ง 2 ในชั่วอึดใจ!!

ชวิ้งง

ฉั่วะ!!!

เลือดสีแดงสาดกระเซ็น! พร้อมกับร่างของเจ้าตั๊กแตนที่ตัวขาดออกเป็น 4 ส่วนโดยมีเอฟเฟคของเฮลบลูบอยพุ่งกระฉูดออกมาจากรอยตัด!!

ตุ่บ..

ชิ้นเนื้อทั้ง 4 ตกลงสู่พื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลนองพื้นรถบัสเกิดเป็นภาพฉากคดีฆ่าตกรรมในห้องปิดตายที่มีเพียงแค่เด็กประถม 2 คน กับคนขับที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรตั้งแต่แรกเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องสงสัย..

"เห้อ~ อย่างน้อยๆก็ช่วยสลายไปเลยไม่ได้รึไง ให้เด็กประถมา่เห็นอะไรแบบนี้บ่อยมันเสียสุขภาพจิตนะ.."

เพียงสิ้นเสียง.. ซากศพของมันก็สลายหายไปพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างในตัวของเทปเปที่เพิ่มพูนขึ้น..

"คราวนี้ก็ไม่ lvอัพ หรอ.. อืม.."

เทปเปผู้ที่ตอนนี้อยู่ชั้น ป.2 ได้แต่พึมพำกับตัวเองเบาๆ..

วันเวลาได้ล่วงเลยผ่านมาอีก 2 ปีแล้ว ตอนนี้เขาอายุ 7 ขวบ..

ในช่วงที่ผ่านมา มีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปไม่น้อย ระดับของพลังจิตของเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะการฝึกฝนถ้าให้เปรียบเทียบระดับของเมืองแห่งการศึกษา คงเป็น Lv.2 ที่ใกล้จะไปถึง Lv.3

และตอนนี้ด้วยการพลิกแพลงจากความรู้ในอดีต ทำให้ไม่ใช่แค่ใช้ยกของหรือลอยตัวได้เท่านั้น แต่เทปเปสามารถสร้างเกราะพลังจิตที่ป้ิงกันการโจมตีทางจิตได้ในระดับนึง และหากเร่งพลังขึ้น มันจะสามารถป้องกันการโจมตีทางกายภาพของรถยนต์ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 60km/h ได้เลยทีเดียว ซึ่ง.. เขาก็อาจจะหมอบกระแตอยู่กับพื้นเพราะพลังหมดตามระเบียบ..

ส่วนการโจมตีของเจ้าปีศาจตั้กแตน อืม.. ก็นั่นไง ก่อนที่มันจะมาถึงตัวเขาก็กางโล่พลังจิตที่มีแรงตึงผิวสูงเอาไว้ จากการทดลอง มันสามารถสะท้อนแรงปะทะกลับไปได้ในระดับนึงเลย เพราะงั้นที่เจ้านั้นตัวขาดซะเองก็เป็นเพราะโดนการโจนตีของตัวเองนั่นแหละ..

อ้อ! บาเรียสะท้อนกลับนี่มันสามารถประยุกต์​ใช้เพื่อเพิ่มพลังโจมตีก่อนส่งกลับไปได้ด้วยนะ เพราะงั้นเจ้านั่นมันถึงตัวขาดยังไงล่ะ..

เทปเปแบกคิราริกลับไปส่งบ้านเฉกเช่นทุกวัน ตัวเขาในตอนนี้ ไม่หลงเหลือความอิจฉาในตัวเจ้าคุ๊กกี้อีกต่อไปแล้ว..

'หึ.. พลังของฉันในตอนนี้ แข็งแกร่งกว่าแกแล้ว..'

ถ้าเทียบแค่ระดับพลังจิตน่ะนะ..

และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เขาได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของปีศาจ ภูติผี โยไค หรือ อะไรก็แล้วแต่ที่พวกนั้นเรียกตัวเอง.. แต่สรุปได้สั้นๆว่า สิ่งเหนือธรรมชาติในโลกนี้มีอยู่จริง..

ครั้งแรกที่ได้พบคือหลังเลิกเรียนตอน ป.1 ที่ป้ายรถบััส แหม.. ตอนนั้นก็เกือบแต๋วแตกเหมือนกัน แบบว่าศพของหญิงสาวที่ถูกฆ่าข่มขืนมันติดตาน่ะ แถมยังเป็นวิญญาณแค้นฆ่าผู้ชายไม่เลือกอีก เป็นโชคดีของคุณคนขับรถบัสแล้วที่ตอนนั้นเทปเปอยู่ที่นั่น..

แม้จะไม่มีวิชาปราบผีเหมือนองเมียว แต่พลังจิตก็ยังส่งผลต่อวิญญาณ.. ได้ยังไงกัน? เอาเถอะ เอาเป็นว่าตอนนั้นมันได้ผล เขาสามารถใช้พลังจิตกดดันและบดขยี้วิญญาณอีกฝ่ายจนแหลกสลายไปได้..

หลังจากวันนั้นเขาก็เริ่มสนใจในเรื่องของวิญญาณและสิ่งเหนือธรรมชาติมากขึ้น..

โดยเฉพาะการที่พลังจิตส่งผลต่อวิญญาณ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าพลังทั้ง 2 อย่างมีส่วนเกี่ยวข้องกัน และบางทีหากเขามีความรู้มากพอก็อาจจะสามารถยกระดับของพลังวิญญาณได้!!

เขาไม่ได้คาดหวังจะกลายเป็นยมทูต แต่ก็นั่นแหละ หากมีโอกาส คุณก็คงไม่ปล่อยไปใช่มั้ย!!

หลังจากการวิจัยและศึกษาพลังวิญญาณตลอด 3 เดือน กับ 1 เดือนในการล่าท้าผีในสถานที่ขึ้นชื่อ ในที่สุดเขาก็สามารถรับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณ..

ไม่สิ.. ในความเป็นจริง เหมือนเขาจะสัมผัสถึงมันได้ตั้งแต่หลังจากที่จัดการวิญญาณที่ป้ายรถบัสแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ทุกครั้งที่เขากำจัดเหล่าดวงวิญญาณเขาจะได้รับพลังวิญญาณเพิ่มขึ้น..

แม้จะเป็นแค่ความรู้สึกที่รับรู้ได้ แต่เขาเชื่อว่ามันต้องเป็นพลังวิญญาณอย่างแน่นอน หลังจากนั้นเขาก็เริ่มสร้างโปรแกรมตรวจจับและวัดระดับพลังวิญญาณโดยใช้มาตรฐาน​ของระดับพลังจิต แต่มันก็เหมือนจะไม่ได้ผล..

ไม่รู้เพราะอะไร พลังวิญญาณเหมือนจะผสมปนเปกับพลังจิตและการแยกมันออกจากกันก็เจ็บปวดมาก เขาที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณจึงไม่กล้าทำต่อ บางทีถ้าเขามีความรู้ของ อุราฮาระ คิสึเกะ อะไรๆคงง่ายกว่านี้มาก..

ตั้งแต่นั้นมาสิ่งที่เขาทำได้ก็คือ การฝึกพลังจิตและพยายามควบคุมพลังวิญญาณในร่าง เขาไม่สามารถปลดปล่อยมันออกมาภายนอกเหมือนพลังจิตได้ อย่างมากที่ทำได้ก็คือใช้มันเพิ่มพลังของพลังจิตเท่านั้น

และวิธีง่ายๆที่ใช้เพิ่มพลังวิญญาณก็คือจัดการพวกสิ่งเหนือธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับพลังวิญญาณ และภายในครึ่งปีเขาก็สามารถยกระดับ หรือที่เขาเรียกว่า Lvอัพ ได้..

ในตอนนั้นความรู้สึกภายในอกมันร้อนขึ้นก่อนจะระเบิดออกเป็นออร่าบางอย่างที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นออกมารอบตัว เขารับรู้ได้ถึงความเข้มข้นของพลังวิญญาณในร่างและมันยังปกคลุมผิวกายเหมือนเป็นเกราะอีกชั้นด้วย!

แต่นอกจากพลังที่เพิ่มขึ้น เขาก็ยังไม่สามารถใช้งานอะไรมันได้มาก นอกจากเพิ่มพลังจิตแล้ว ก็ทำได้แค่สร้างเกราะปกคลุมร่างกายอีกชั้นเท่านั้น..

 

"ราเม็งของโต๊ะ 4 ได้แล้ว!"

อ้อ.. อีกเรื่องที่เปลี่ยนไปก็คือ กิจการของร้านราเม็งที่เฟื่องฟูขึ้นมานี่แหละ..

ไม่ต้องพยายามคิดอะไรให้มากความ ตาลุงนั่นไม่มีทางคิดและพลิกแพลงสูตรราเม็งได้หรอก ต้องขอบคุณเขา!! เด็กประถมที่ตระเวนไปทั่วเพื่อชิมราเม็งจากร้านมากมาย และขโมยสูตรมาได้จากการใช้ความใสซื่อของเด็กประถมต่างหาก!!

เทิดทูนเขาซะตาแก่! นี่แหละความต่างชั้นของประสบการณ์!!

"หือ.."

จู่ตอนที่กำลังเอาราเม็งไปเสิร์ฟลูกค้า เขาพลังสัมผัสได้ถึงกระแสของพลังบางอย่างชั่วครู่ก่อนที่มันจะหายไป..

'คิดไปเอง?'

แม้จะเบาบางแต่ก็มีเอกลักษณ์​แต่มันก็หายไปในชั่วพริบตา ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจมันเท่าที่ควร..

 

เทปเปยังคงใช้ชีวิตแบบเดิมตามวิถีของเด็กประถมในช่วงเช้าและกลางวัน ซึ่งในขณะเรียนเขาจะแผ่พลังจิตออกไปฝึกฝนวิชาตรวจจับ(ที่คิดขึ้นเอง)​อยู่ตลอดเวลา

และเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นเด็กประหลาด เขาจึงต้องคบค้าสมาคมกับเด็กคนอื่น ซึ่งยัยตะกละคิราริก็คือคนที่ถูกเลือก นอกจากจะเป็นตัวละครหลักแล้วในอนาคตยัยนี่จะกลายเป็นไอดอลที่มีชื่อเสียง เขาในฐานะเพื่อนสมัยเด็กคงจะได้ประโยชน์ไม่น้อย อ้อ.. ไม่เกี่ยวกับที่พ่อของเธอทำเค้กให้กินฟรีในช่วงวันหยุดบ่อยๆหรอกนะ..

พอหลังเลิกเรียนส่งยัยตะกละกลับบ้าน เขาก็จะตระเวนหาสถานที่ที่น่าจะมีพวกสิ่งเหนือธรรมชาติโผล่ออกมาและจัดการมันเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณ ส่วนพวกชิ้นส่วนอุปกรณ์​อิเล็กทรอนิกส์​เขาได้สั่งซื้อออนไลน์และให้ไปส่งที่สวนสาธารณะ​แทน ต้องขอบคุณร่างกาย 7 ขวบที่โตขึ้นและใบหน้าที่ดูน่าเชื่อถือกับพลังจิตที่แข็งแกร่งขึ้นจนสามารถสะกดจิตอ่อนๆได้ทำให้การรับสินค้านั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป..

 

"เราได้อยู่ห้องเดียวกันอีกแล้วนะโคบายาชิคุง!"

น้ำเสียงอันสดใสที่ไม่เปลี่ยนแปลงมาตลอดยิ้มทักทายเขาเฉกเช่นทุกวัน..

"อรุณสวัสดิ์​สึคิชิมะซัง.."

"โม่~ บอกแล้วว่าให้เรียกว่าคิราริน่ะ" (พองแก้ม)

"รีบไปนั่งที่เถอะ คาบเรียนจะเริ่มแล้วนะ"

"โม่~~"

ต้องขอบคุณประสบการณ์​ที่ผ่านมา การรับมือกับยัยตะกละสำหรับเขามันช่างง่ายดาย.. แม้ร่างกายจะโตขึ้นแต่สมองของยัยนั่นเติบโตช้ากว่าปกติล่ะนะ หึๆๆ

เอาเถอะ ตอนนี้เด็กๆก็เริ่มโตกันแล้ว พอขึ้น ป.4 ก็มีการเปลี่ยนแปลงย้ายห้องเป็นธรรมดา แถมยังมีนักเรียนใหม่มาจากที่อื่นด้วย..

อ้อ.. ทั้งเขาและคิราริเองก็เป็นพวกที่ย้ายเจ้ามาล่ะนะ ก็โรงเรียนเก่ามันเป็นโรงเรียนเตรียมอนุบาล-ป.3เท่านั้นนี่..

เอาเถอะแต่ที่ยังน่ารำคาญไม่เปลี่ยนก็คือการแนะนำตัวนี่แหละ..

"สวัสดี ยูกิมูระ โทกิเนะ ขอฝากตัวด้วยนะ"

ใช่ๆ แนะนำตัวแบบนั้น..

...

เดี๋ยว..

เดี๋ยวนะ..

เมื่อกี้ยัยเด็กนั่น..

จากที่ไม่ได้สนใจอะไรมากเทปเปก็ได้เหลือบมองไปยังร่างของเด็กสาวผมดำมัดหางม้าที่นั่งอยู่หน้าห้องด้วยแววตาที่แตกต่างออกไป..

ด้วยชื่อที่คุ้นเคย ลักษณะ​และรูปพรรณ​สันฐาน + กับความเป็นไปได้ และประกอบกับการที่ระดับพลังของเขาเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน การปลดล็อคขีดจำกัดของสมองจึงเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็นอะไรและนั่นก็ทำให้ความทรงจำของเขาดีมากจนสามารถคาดเดาตัวตนของเด็กนั่นได้!!

'ยังก่อน.. ถ้าเป็นงั้นจริงล่ะก็..'

เขากระจายพลังจิตออกไปปกคลุมทั่วทั้งโรงเรียนก่อนจะเจาะลงไปยังใต้ดิน..

!!

คิ้วของเขาถึงกับกระตุก เพราะที่ใต้ดินลึกลงไปของที่นี่ มีบางอย่างขวางกั้นพลังจิตของเขาเอาไว้ มันแข็งแกร่งมากจนแม้แต่พลังของ Lv.3 ก็ไม่สามารถเจาะผ่านเข้าไปได้แม้จะเสริมด้วยพลัวิญญาณแล้วก็ตาม..

'เอาจริงดิ..'

เขารู้สึกได้ถึงเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนหน้าผาก.. ไม่ใช่ว่าโลกนี้เป็นโลกของยัยคิราริหรอกหรอ? ไม่สิ ต่อให้จะไม่ใช่ก็เถอะแต่ทำไมจนถึงตอนนี้ ฉันถึงไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด!

ใช่แล้ว..

โคบายาชิ เทปเป

ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

เขาคือนักเรียนแผนกประถม

ของโรงเรียนคาราสุโมริ

 

 

Sha~ la la la la la~~

 

 

______________

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว