email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 21 สายฝนที่โศกเศร้า(2)

ชื่อตอน : บทที่ 21 สายฝนที่โศกเศร้า(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2564 15:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21 สายฝนที่โศกเศร้า(2)
แบบอักษร

บทที่ 21

 

สายฝนที่โศกเศร้า(2)

 

.....เลี่ยงหวงที่หวังจะเข้ามาห้ามไม่ให้เลี่ยงหรูเข้าไปข้างในห้อง แต่เพราะสายตาของน้องชายที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนทำเอาตนจำต้องปล่อยมือ และปล่อยให้เลี่ยงหรูเข้า เสียงการทำลายข้าวอย่างบ้าคลั่งเริ่มทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยและอยากจะคว้ามือของเลี่ยงหรูอีกครั้งแต่มันก็ไม่ทันเสียแล้ว

 

ปึก!....เคร้ง!!..เลี่ยงหรูรีบปิดประตูพร้อมกับเอาไม้กั้นขึ้นมาขว้างไว้ทันทีที่เข้ามา ก่อนที่เสียงทำลายข้าวของเมื่อกี้จะหายไป พร้อมกับความเงียบที่มีเพียงเสียงฝนกระหน่ำซัดลงมาใส่บนหลังคา ทำเอารู้สึกหนาวไปหมดทั้งตัว เขาหันไปมองรอบๆที่เกิดเสียง ภายในห้องมืดสนิทราวกับโรงหนัง แต่ก็พอมองออกว่าตรงพื้นใกล้ๆมีเศษแก้ว เศษข้าวของที่เสียหายกระจัดกระจายไปทั่ว

 

นี้เขาจะไม่ตายใช่ไหมเนี่ย ถึงจะมั่นใจว่าฟิลิกซ์จะไม่ทำร้าย แต่ในสถานการณ์แบบนี้ก็อาจไม่แน่  ฟิลิกซ์อาจจะกลัวจนสติหลุดคิดไม่ทันว่าอะไรเป็นอะไรก็ได้ แต่ถ้าเขาไม่ช่วย อีกคนก็อาจจะคลุ้มคลั่งทำร้ายตัวเองก็ได้ แต่พอได้มองไปรอบๆห้องแล้วคนที่อยากจะไปปลอบก็รู้สึกขวัญผวาเล็กน้อย เพราะในนี้มองอะไรไม่ค่อยเห็นอะไรเลย

 

"ฟะ....ฟิลิกซ์"

 

ซ่า....เปรี้ยง! เสียงสายฝนยังคงซัดสาดลงมา พร้อมกับเสียงฟ้าผ่าที่ทำให้บรรยากาศตอนนี้ยังกับหนังผีรู้สึกน่าขนลุกไปหมด ทั้งที่ตอนนี้มันยังไม่ค่ำ แต่ฟ้ากลับมืดจนแทบมองอะไรไม่เห็นเลย  เขาค่อยๆเดินไปอย่างระมัดระวังเพื่อไปเอาทางตะเกียง และจุดไฟโดยใช้กำลังภายในอันน้อยนิดที่สะสมมาได้

 

พึบ!...เขาจุดตะเกียงอันเล็กก่อนจะมีแสงสว่างวาบขึ้นมา ทำให้มองรอบๆได้ชัดขึ้น แต่ก็ยังไม่เห็นตัวของฟิลิกซ์อยู่ดี ในห้องเต็มไปด้วยเศษแก้ว และของบางอย่างที่พังไปแล้ว ห้องที่จากดีๆ กลายเป็นของเก่าไปเกือบทั้งหมด เห็นแล้วรู้สึกเสียดายเงินเล็กน้อย

 

"ฟิลิกซ์! นายอยู่ไหน"

 

ฮาร์ดร้องตะโกนให้ดังขึ้นอีกหน่อยก่อนจะเดินไปรอบๆเพื่อหาใครบางคนที่ซ่อนตัวอยู่ จนกระทั่งได้ยินเสียงของบางอย่างที่หล่นลงมา มันคือไม้ที่อยู่บนหัวเตียงสงสัยมันจะพังเพราะทนแรงของฟิลิกซ์ไปไหว และเขาคิดว่าฟิลิกซ์อาจจะอยู่ตรงนั้นเลยเดินเข้าไปใกล้ๆ และจะเดินขึ้นไปบนเตียง เพราะฟิลิกซ์อาจจะหลบอยู่อีกมุมของเตียงก็ได้ใครจะไปรู้ ถ้าเกิดเขาเดินไปประทะกัน ฟิลิกซ์อาจจะกลัวจนเผลอลงไม้ลงมือเลยก็ได้

 

แกร็ก!....เสียงของอะไรบางอย่างดังขึ้นมาอีกครั้งอยู่เหนือศีรษะของเขา มันคือเสียงของไม้ที่เหลือที่ยังหักไม่หมด และมันกำลังหล่นลงมาทับเขา! บ้าจริง! เมื่อกี้เขานึกว่ามันหลุดออกมาหมดแล้ว! แต่ใครจะไปนึกว่ามันจะหล่นลงมาอีก!

 

พึบ!...ตุบ! "เฮือก!..."ฮาร์ดถูกคว้าตัวออกมาก่อนจะถูกไม้เหล่านั้นจะหล่นลงมาทับ คนที่คว้าไว้คือคนที่กำลังตามหา แรงที่ดึงออกมาไม่ใช่น้อยๆทำเอารู้สึกจุกจนขยับไม่ได้ แต่นั้นคงไม่เท่าแรงที่กอดรัดตัวของเขาเอาไว้

 

ฟิลิกซ์ร่างกายสั่นเทาคล้ายกับกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ก่อนจะลากเขาไปที่แคบๆเพื่อซ่อนตัวจากอะไรบางอย่าง ที่จริงเขาคิดว่ามันคงไม่มีอะไรหรอก แต่เพราะฟิลิกซ์กำลังระแวง และหวาดกลัวสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง เลยพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่คิดว่าตัวเองปลอดภัยที่สุด

 

ตอนชาติก่อนเวลาฝนตกฟิลิกซ์ไม่ได้เป็นแบบนี้ ส่วนใหญ่จะมีอาการสั่นเทาเล็กน้อย และก็ ปิดม่านเปิดเพลงดังๆเพื่อกลบเสียงฝน แต่ตอนนี้กลับกำลังตัวสั่นราวกับลูกนกตกน้ำ ทั้งยังกอดเขาจากข้างหลังแน่นอย่างกับอะไรดี เมื่อกี้ที่ไม่ยอมออกมาเพราะไม่อยากให้เขาเห็นรึเปล่านะ

 

"...อย่า ขยับ"ฟิลิกซ์เอ่ยขึ้นจากข้างหลังด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา พร้อมกับกระชับแขนที่กอดรัดแน่นจนเขาแทบหายใจไม่ออก 

 

"ฟะ...ฟิลิกซ์ ไม่เป็นไรนะ ฉันจะอยู่กับนายตรงนี้ นายไม่มีต้องกลัวอะไรแล้ว คลายมือออกหน่อย หะ..หายใจ ไม่...ออก"

 

"อืม"

 

ฟิลิกซ์ตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะคลายอ้อมกอดลง แล้วซบหน้าลงบนไหล่ของเขา ไม่มีคำพูดอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น มีเพียงความเงียบและร่างกายที่สั่นๆของฟิลิกซ์ แต่ไม่นานนักแรงสั่นเทานั้นก็ลดลงแล้วหายไปในที่สุด 

 

ที่หายสั่นไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพราะว่าฟิลิกซ์หลับไปแล้ว! อาจจะเหนื่อยหลังจากที่ได้ปลดปล่อยความบ้าคลั่งออกมามั้ง แต่เขาไม่ว่าอะไรหรอก เพียงแค่ตะคริวมันกินขาเขาไปหมดแล้วเนี่ย!จะขยับทีนี้แทบกลั้นใจเลยวุ้ย! ไหล่ที่อีกคนใช้ซบตอนนี้มันไม่มีความรู้สึกไปแล้ว นี้ผมควรปลุกดีไหม

 

แต่เมื่อไหร่ฝนจะหยุดตกสักที! จะขยับตัวก็ไม่ได้กลัวคนตัวโตตื่นขึ้นมาอาละวาดอีกรอบ จะพูดก็ไม่ได้! ในเวลาแบบนี้เขาควรทำยังไงดีเนี่ย! พระเจ้าช่วยหยุดฝนที~

 

 

 

 

 

 

 

1 ชั่วยามผ่านไป(2 ชั่วโมง)

 

...เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นอัมพาตตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว และเขาอยู่แบบนี้มา4ชั่วโมงแล้ว แขน ขาแล้วก็ไหล่เขาก็เป็นตะคริวไปเรียบร้อย งานนี้มีหวังได้ทรมานอีกแน่ๆ ขาข้างซ้ายเขาชาไปแล้ว ไม่รู้สึกอะไรแล้วครับพี่! เมื่อไหร่พี่จะตื่นสักที!

 

โครก~คราก~เสียงที่ออกมาจากพุงน้อยๆเริ่มประท้วงและบอกว่าตอนนี้ได้เวลาให้อาหารแล้ว แต่คนที่ซบอยู่ที่ไหล่ยังไม่ขยับ ทั้งยังหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอจนถึงตอนนี้ 

 

'ฮือ...อดทนไว้นะลูก เดี๋ยวพ่อใช้ให้ไอ้คนตัวโตมันทำกับข้าวให้เยอะๆเลย!'เลี่ยงหรูร่ำไห้ในใจก่อนจะค่อยๆขยับตัวออกเพราะเริ่มทนไม่ไหวแล้ว ถ้าอยู่ท่านี้ต่อมีหวังได้กลายเป็นอัมพาตจริงๆแน่คราวนี้

 

"อึก...หืม?"

 

"ตื่นแล้วเหรอ เจ้าจอมละโมบ"

 

"อื้ม"

 

โครก~เสียงประท้วงดังขึ้นอีกรอบเหมือนรู้จังหวะว่าจะดังตอนไหน ฮาร์ดหน้าร้อนขึ้นมานิดๆ ก่อนที่คนตัวโตจะยกยิ้มขึ้นอย่างขบขัน แต่เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ จะมาหัวเราะแบบนี้มันไม่ได้! เขา ไม่ยอม!

 

"ได้ยินแล้วนิ"

 

"หึ หึ อยากให้อุ้มเหรอ"

 

"ขาฉันเป็นตะคริว แถมยังหิวมากๆ ทั้งหมดนี้!เป็นความผิดของนาย!"ฮาร์ดเอาแขนเกี่ยวคอคนต้นเหตุก่อนจะมองหน้าราวกับกำลังหาเรื่อง ซึ่งฟิลิกซ์มองว่ามันน่ารักดี มากกว่าจะโกรธ คนตัวโตเผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ออกมา พร้อมกับอุ้มฮาร์ดขึ้นมาเป็นท่าเจ้าสาว

 

"เข้าใจแล้ว เดี๋ยวทำของอร่อยให้กิน"ฟิลิกซ์ว่าแล้วก็เดินออกจากที่แคบๆที่ตนมาหลบตอนที่ฝนตก ตอนนั้นในหัวมันหลอนไปหมดทำอะไรไม่ถูกและกลัวว่าจะมีคนเข้ามาทำร้าย ทำให้อารมณ์บางอย่างมันก็ควบคุมไม่ได้ จนกระทั่งเห็นฮาร์ดตอนแรกคิดว่าเป็นภาพหลอนเสียมากกว่าเลยไม่ได้เดินออกไปหา 

 

แต่พอเห็นว่าฮาร์ดกำลังตกอยู่ในอันตราย สัญชาตญาณทุกอย่างก็พุ่งตัวออกไปคว้าเอาไว้อย่างไม่ทันคิดว่ามันคือภาพจริงหรือภาพหลอน แต่พอได้ช่วยเอาไว้จริงๆ ถึงได้โล่งใจมากๆ ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมามากจริงๆ 

 

ถ้าหากว่าฮาร์ดไม่เข้ามาหาหรือเข้ามาอยู่เป็นเพื่อน ตนคิดว่าตัวเองคงกลายเป็นคนเสียสติ ทำอะไรบ้าๆบอๆในนี้แน่ๆ ดีจริงๆที่ฮาร์ดเข้ามาอยู่ด้วยจนความกลัว และปมบางอย่างได้คลายลง ถึงจะไม่ทั้งหมดก็ตาม

 

"เลี่ยงหรู! เจ้าเป็นอันใดหรือไม่! ข้าตามหมอมาแล้ว องค์ชาย!วางเลี่ยงหรูลงก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ"

 

เลี่ยงหวงที่รออยู่ข้างนอกตั้งแต่เลี่ยงหรูเข้าไป พอเห็นหน้าน้องชายก็รีบเข้ามาหาพร้อมกับส่งเสียงออกมาอย่างร้อนรน ทั้งยังมองสำรวจตัวของคนที่ถูกอุ้มเอาไว้อย่างละเอียดเพื่อมองหาบาดแผล แต่กลับไม่เจอเลยสักที่ถึงจะแปลกใจที่เลี่ยงหรูไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็โล่งใจมากที่เห็นว่ายังสบายดีอยู่ 

 

เลี่ยงหรูเข้าไปข้างในนานมากไม่มีวี่แววเลยว่าจะออกมา ข้างในนั้นที่แอบฟังอยู่ก็เงียบสนิทเหลือเกิน อยากจะเข้าไปข้างในก็เข้าไม่ได้ ได้เพียงแต่ลอบสังเกตอยู่ข้างนอก ที่ตนไม่พังประตูเข้าไปเพราะมีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่ามันไม่ควร หากว่าเข้าไปแล้วองค์ชายอาจจะฆ่าเลี่ยงหรูในทันที หรือเขาอาจจะคิดไปเองว่าควรเชื่อมั่นในตัวของเลี่ยงหรู

 

"ข้ามิเป็นอันใดขอรับ"

 

เลี่ยงหรูยิ้มตอบพี่หวงอย่างฝืนๆเล็กน้อย เพราะพี่แกเริ่มปรับสีหน้าเมื่อเห็นว่าเขาไม่เป็นอะไรแล้ว รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้พี่แกเริ่มพัฒนาขึ้นจากที่กลัวๆฟิลิกซ์ก็เริ่มจะต่อต้านขึ้นมาเล็กน้อย มันคงเป็นเพราะเขาเป็นน้องชายสุดรักสุดหวงล่ะมั้ง ดูสิ...ขนาดไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้างก็พาหมอมารออยู่หน้าห้องแล้ว เป็นพี่ชายที่แสนดีมากจริงๆ 

 

โครก~เป็นอีกครั้งที่เขาคิดว่าเจ้าท้องนี้รู้จังหวะกับเขาจริงๆ พอคุณพี่เขากำลังจะถามอะไรบางอย่างขึ้นมา ก็ราวกับรู้ว่าหากอยู่ตรงนี้ต่อคงมีเรื่องที่จะให้พูดกันยาวๆ มันเลยประท้วงร้องออกมาเสียงดังจนเขารู้สึกอายแทบมุดแผนดินหนี

 

"เอ่อ..."

 

"เตรียมจัดห้องให้ข้า จัดการทำความสะอาดให้เรียบร้อย"

 

"เพคะ!/พ่ะย่ะค่ะ"เหล่านางกำนัลขันทีพากันขานรับเมื่อได้รับคำสั่งมา แม้พวกนางจะแปลกใจแต่ก็เอ่ยถามคำถามอะไรไม่ได้ เรื่องของเจ้านายมิอาจตั้งข้อสงสัย

 

"นี้...พาฉันไปห้องครัวเลยได้ไหม"

 

"หิวขนาดนั้นเชียว"

 

"ก็แน่สิ!ตอนนี้หิวจนจะกินหัวนายได้แล้ว"

 

"....เหรอ? มืดๆแบบนี้-"

 

"หิวข้าวแล้ว เร็วๆ"

 

"หึ หึ"

 

ฟิลิกซ์ทำท่าขบขันให้กับท่าทางของภรรยาก่อนจะมุ่งหน้าเดินไปทางห้องครัว ฮาร์ดจึงบอกให้สามีวางตัวเองลงแล้วเดินไปมาเพื่อให้อาการเป็นตะคริวหายไปอย่างปริบทิ้ง ฟิลิกซ์ลงมือทำอาหารที่คิดว่าเร็วและทันใจสำหรับฮาร์ด ทันทีที่ทำเสร็จคุณภรรยาก็รีบกินอย่างหิวโหย เพราะรอเวลานี้มานาน

 

หลังจากที่กินข้าวเสร็จฟิลิกซ์ก็เริ่มชวนคุยเกี่ยวกับเรื่องที่สำคัญๆ และต้องการความเห็นจากภรรยา

 

"พรุ่งนี้คงต้องไปขอจากพ่อแม่ของนายแล้ว"

 

"ห๊า? หมายความว่ายังไง"

 

"ก็หมายความว่าฉันจะพานายกลับเมืองหลวงด้วย ใช้เวลาไม่นานหรอก หลังจากคุยเสร็จต้องกลับเลย"

 

"เดี๋ยวสิ ฉันยังไม่ทันได้เตรียมใจเลย"

 

"ไม่เป็นไร ไปที่นั้นฉันจะปกป้องนายเอง ไม่ว่าจะต้องสู้กับทหารของฮองเต้ หรือขุนนางที่คิดร้ายกับนาย 'ฉันก็จะฆ่ามันให้หมด'"  

 

ฟิลิกซ์ในร่างองค์ชายสามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม สายตาเย็นชาขึ้นจนน่ากลัว เขาคิดว่าในเมืองหลวงมันต้องมีอะไรที่น่ากลัว และอันตรายรอบด้านรออยู่ ทั้งที่คิดว่าชาตินี้จะไม่เอาตัวไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่มันยุ่งยากแล้วแท้ๆ แต่เหมือนพระเจ้าจะเล่นตลกกับพวกเขาซะแล้ว

 

ในเมืองหลวงจะต้องมีพวกขุนนางบ้าอำนาจ และความโลภมากไม่รู้จักพอของมนุษย์ สัญชาตญาณของเขามันบอกว่าหากไปที่นั้นแล้วความสงบสุขที่เคยมีอยู่ที่นี่ จะต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งเดียวที่เขาทำได้ตอนนี้คือแข็งแกร่งขึ้น แล้วต้องรอบคอบมากกว่านี้ 

 

"หากฉันไปแล้ว นายต้องสัญญามาก่อนว่าจะต้องบอกฉันทุกเรื่อง ห้ามโกหก"

 

"สามีไม่เคยโกหกภรรยา"

 

"หึ....อย่าให้เห็นว่าแอบไปเดินจู้จี้กับนางคุณหนูคนไหน ไม่งั้นฉันจะไปฆ่ามันทั้งตระกูล ร่วมถึงนายด้วย 'คุณสามี' "

 

ฮาร์ดจ้องสบสายตากับฟิลิกซ์น้ำเสียงที่เอ่ยออกเหี้ยมเกรียมจนน่าขนลุกยิ่งกว่าตนเสียอีกท่าทางคำพูดไม่มีคำว่าล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย ไอรังสีแห่งจิตสังหารแผ่ออกมาราวกับมีเงาสีดำแห่งความตายซ่อนอยู่ข้างหลังของฮาร์ด ชาติก่อนว่าน่ากลัวแล้ว มาชาตินี้ทำไมน่ากลัวขึ้นสองเท่ากันนะ

 

"ครับ"ฟิลิกซ์ตอบรับอย่างสุภาพโดยไม่รู้ตัวก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวตรงหน้า แม้ไม่หิวโหยแต่เพื่อหลบจิตสังหารของภรรยา ควรจะรีบเปลี่ยนเรื่องให้เร็วที่สุด 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้าวันต่อมา....

 

วันนี้เขาต้องเดินทางไปดมืองหลวงกับองค์ชายสามที่พระนามว่าเทียนโจว แต่ก่อนจะเดินทางก็ต้องไปหาพ่อกับแม่เขาที่จวนเพื่อเจรจาเรื่องนี้ รู้สึกแอบเสียใจเล็กน้อยที่ต้องไปแบบด่วนขนาดนี้ แต่คิดว่าไม่นานหรอก เขาจะกลับมาหาครอบครัวของ โลกนี้บ่อยๆ ความรู้สึกผูกพันในสายเลือดมันทำให้รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย

 

"เราต้องไปที่นั้นจริงเหรอ"

 

"อืม...ฉันมีสิ่งที่ต้องทำให้มันเสร็จๆ ถ้าหากเป็นอิสระแล้ว ฉันอยากจะใช้ชีวิตที่นี่กับนาย แต่เพื่อให้มั่นใจว่านายและครอบครัวจะปลอดภัย เราเลยต้องทำแบบนี้"

 

"ถ้าฉันให้ครอบครัวย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงจะเป็นอะไรไหมนะ?"

 

"พ่อของนายเป็นเจ้าเมืองที่นี่ การที่จะพาย้ายไปที่เมืองหลวงคงเป็นเรื่องที่ยาก และที่นั่นก็อันตรายนิดหน่อย"

 

"งั้นเหรอ..."

 

พวกเขาสองคนคุยกันในรถม้าเพื่อปรึกษากันเรื่องนี้ และค่อยๆวางแผนกัน เรื่องที่จะจัดการคือเรื่องของการเลือกรัชทายาท ผลงานที่ผ่านมาของฟิลิกซ์ค่อนข้างโดดเด่น เลยทำให้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ไม่ใช่เฉพาะขุนนางแต่รวมไปถึงเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ ที่อยากจะแย่งตำแหน่งสูงสุดของการเป็นพระราชา

 

การถูกจับตามองไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่ การแย่งชิงครั้งนี้อาจจะร้ายแรงยิ่งกว่าการแย่งชิงเป็นหัวหน้าตระกูลของฟิลิกซ์ การเข่นฆ่าคนของราชวงศ์หรือขุนนาง กฎหมายไม่สามารถทำอะไรได้ การสังเวยชีวิตอย่างไร้ปากเสียงของประชาชนอาจกลายเป็นเรื่องปกติ และที่แย่มากกว่านั้นคือ การสวมหน้ากากของคนเหล่านี้ เพื่อเอาอกเอาใจคนที่มีทั้งอำนาจและเงินทอง มันช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญ ไม่ว่ากี่ยุคก็ตาม

 

"เรามาถึงแล้ว"

 

"อืม..."

 

ฟึบ!....เคร้ง! เสียงของลูกธนูที่แวกอากาศเล็งเข้ามาที่พวกเขา ทำให้พวกเขาทั้งสามคนรู้สึกตื่นตัวขึ้นทันที พี่หวงรีบเข้ามาฟันลูกธนูให้หักเป็นสองท่อนก่อนจะส่งสัญญาณมือให้ทหารรับใช้ตามมันไป เงาร่างของคนที่ยิงเข้ามาหลบหนีไปบนหลังคา พวกเขาสองคนมองตามด้วยสายตาที่เยือกเย็น ไม่นึกเลยว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในวันที่พวกเขาจะไปเมืองหลวง

 

"ดูนี้สิ...จดหมาย?"

 

"องค์ชาย..."

 

"ไม่เป็นไร เลี่ยงหรูเจ้าอ่านมาเถอะ"

 

เลี่ยงหวงทำทีแปลกใจที่องค์ชายยอมให้ เลี่ยงหรูเป็นคนอ่านจดหมาย เพราะมันอาจเป็นเอกสารลับที่ราชวงศ์เป็นคนส่งมา หรืออาจจะเป็นศัตรูที่คิดจะแย่งอำนาจขององค์ชาย ไม่นึกเลยว่าองค์ชายจะทรงไว้พระทัยเลี่ยงหรูถึงเพียงนี้ 

 

ฮาร์ดในร่างเลี่ยงหรูทำท่าขมวดคิ้วเมื่อได้อ่านจดหมายที่ติดมากับลูกธนู จดหมายนี้มันเหมือนเป็นการประกาศสงคราม แค่นี้ก็มั่นใจได้แล้วว่าต่อจากนี้จะต้องมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นที่เมืองหลวงแน่ เขาขะต้องเตรียมตัวเจรียมใจให้พร้อมสำหรับมัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

..........

 

เรื่องมันกำลังเริ่มขึ้นอีกครั้งแล้วทุกคน ต่อจากนี้คงยุ่งน่าดู😌 ดราม่าอาจจะมีเป็นครั้งคราว เราอาจจะต้องค่อยๆเตรียมน้ำร้อนแล้วหามาม่ามาต้มแล้วละเจ้าค่ะ😋

 

รักรี้ดทุกโค้นนน😘😍

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว