email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11 องค์ชายสาม

ชื่อตอน : บทที่ 11 องค์ชายสาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2564 11:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 องค์ชายสาม
แบบอักษร

บทที่ 11

 

องค์ชายสาม

 

....เลี่ยงจินจับแขนของเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อยให้เข้าไป เขาไม่มีเวลาจะมาสนใจตัวเลี่ยงจินเพราะข้างหน้าคือโจรเถื่อนที่กำลังจะเดินไปฆ่าเด็กที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ทำให้ต้องสะบัดมือของเลี่ยงจินออกก่อนจะเดินออกไปประจันหน้ากับศัตรูแบบตรงๆ ส่วนฮุ่นหลิ่งที่กำลังช็อคอยู่ก็ได้แต่นั่งอ้วกของที่กินเข้าไปในตอนเย็นออกมาจนแทบจะหมด

 

"นี่เจ้าน่ะ....คิดจะเดินไปไหนกัน"

 

"......"เจ้าโจรป่าเถื่อนที่กำลังเดินไปอีกทางหยุดชะงักก่อนจะหันหน้ามามองด้วยสายตาที่น่ากลัว ไม่เอ่ยสิ่งใดออกมามีเพียงแววตาที่บ่งบอกถึงความโหดเหี้ยมอำมหิต 

 

เลี่ยงหรูเองก็มองกลับไปด้วยแววตาที่เหมือนกัน เพียงแต่ดูอ่อนโยนกว่าเท่านั้นเอง เขากำมีดเอาไว้ในมือแน่น ไม่หวาดหวั่นกับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย หากเป็นในโลกก่อนคงไม่มีทางที่จะมีเวลาให้มองหน้ากันแบบนี้ เพราะมันจะตายก่อนที่จะหันมามองเขาด้วยซ้ำ แต่เพราะโลกนี้ไม่มีปืน การทำอะไรมันเลยไม่ค่อยได้ดั่งใจเท่าไหร่ คงต้องปะทะด้วยมือสินะ

 

"อย่าเข้ามานะ! เจ้าโจรชั่ว! หากยอมให้จับแต่โดยดี ข้า....ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!"

 

"เลี่ยงจิน เจ้าถอยไปก่อน"

 

"ไม่!"

 

เลี่ยงจินเข้ามาบังตัวเขาไว้พร้อมกับกำมีดในมือเอาไว้แน่น ท่าทางดูเหมือนคนกำลังหวาดกลัวอยู่ แต่ก็เหมือนจะพยายามปกป้องเขาเอาไว้ เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาเลยแฮะ อย่างน้อยความพยายามตลอด 1 เดือน ก็ไม่ได้สูญเปล่าสินะ

 

ฆาตกรตรงหน้าทำท่าทางไม่ได้หวาดกลัวอะไร เพียงแต่มองด้วยสายตาที่เย็นชามือข้างซ้ายยังคงกำขวานเอาไว้แน่น เด็กสี่คนที่อยู่ข้างหลังพากันยืนขึ้น สายตาดูสั่นไหวและลังเลอยู่ไม่น้อย เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เย็นชาไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ ถ้าพวกนี้ยังคงลังเลอยู่แบบนี้มีแต่จะเป็นภาระให้เขาก็เท่านั้น

 

ฟึบ!..."เลี่ยงจิน!มอบลง!"

 

เลี่ยงหรูตะโกนบอกไอ้คนที่ยืนอยู่ด้านหน้า แต่อีกฝ่ายดูตะลึงทำอะไรไม่ถูก เขาเลยจัดการตบหัวแรงๆให้มอบลงและได้สติสักที นี้มันวินาทีของความเป็นความตายเลยนะ จะมามัวตกใจที่ขวานลอยมาอยู่ทำไมกันเล่า 

 

"นี้เจ้าอยากตายรึไงกัน! มัวแต่กลัวมัน เดี๋ยวก็ตายพอดี! เจ้าพวกบ้านั้นก็เหมือนกัน! มีโอกาสก็ฆ่ามันซะสิ!"

 

เลี่ยงหรูตะโกนด่าลั่นเพราะพวกบ้านี้มัวแต่ยืนตัวสั่นไม่กล้าทำอะไร เห็นแล้วมันรู้สึกหงุดหงิดชะมัด อยากไล่ให้หนีไปไกลๆ เพราะมันเกะกะลูกตาจะตายชัก ถ้าเป็นลูกน้องเขาหลังจากเสร็จภารกิจได้โดนกระทืบเละ ข้อหาเป็นภาระในการปฎิบัติหน้าที่! หรือไม่ก็โดนกำจัดอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะเกะกะแน่นอน

 

"หลบ! ถ้ายังไม่อยากตาย!"

 

เลี่ยงหรูเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียมกับเลี่ยงจินครั้งแรก พร้อมกับสายตาที่จะฆ่าคน เลี่ยงจินนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออกนอกจากปล่อยให้เลี่ยงหรูเดินไปประจันหน้ากับไอ้คนตัวใหญ่นั้น 

 

เลี่ยงหรูปล่อยจิตสังหารพร้อมๆกับไอ้โจรเถื่อน มันแสยะยิ้มเย็นออกมาคล้ายกับเจอของที่ถูกใจ ไม่รอช้าเขาวิ่งเข้าไปใกล้มันก่อนจะตวัดมีดไปที่จุดตาย แต่ไอ้ฆาตรกรยังคงหลบได้อย่างฉิวเฉียด เขาจึงแสดงฝีมือต่างๆออกมา ไม่ว่าจะเป็นมวยหรือวิชาที่ได้เรียนมาก็ออกมาหมด และแน่นอนว่าฆาตกรที่ฆ่าคนอย่างมันที่ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ มันทำท่าตกใจเล็กน้อยก่อนจะทำท่าเป็นปกติและพยายามรับมือกับเขา 

 

"เหอะ....มีแค่นี้หรือเจ้าหนู"

 

"ข้าไม่ใช่เจ้าหนู!"

 

เลี่ยงหรูส่วสายตาอาฆาตให้มันอย่างเลือดเย็น มือข้างที่ถือมีดตวัดกรีดกรายลงบนผิวหนังของมันอย่างชำนาจ เหล่าคนที่มองดูอยู่ แม้จะตกใจที่เลี่ยงหรูแสดงท่าทางแบบนั้นออกมา แต่ก็เริ่มมีกำลังใจในการต่อสู้ จึงวิ่งเข้ามาแล้วพยายามแสดงฝีมือที่ได้เรียนมา

 

"ย๊า! เจ้าโจรชั่ว จงไปชดใช้กรรมของเจ้า"

 

"ไปตายซะ!!"

 

เหล่านักเรียนของอาจารย์หานเริ่มหึกเหิมมากขึ้นแล้วเข้ามาโจมตีชายคนนั้นอย่างไม่ปรานี เลี่ยงจินที่เห็นแบบนั้น ก็เริ่มทำใจแข็งขึ้นเปลี่ยนสายตาให้เฉยชาแล้วเข้าไปร่วมต่อสู้ด้วย จนฆาตกรคนนั้นเริ่มมีบาดแผลเต็มตัวไปหมด แม้จะมีบาดแผลแต่มันไม่ลึกมาก มันเลยยังขยับได้อยู่จึงพยายามที่จะถอยห่างไปเรื่อยๆในทางตรงกันข้าม ที่พวกเขาสามารถสู้ได้อย่างเหนือกว่าคงเพราะอีกฝ่ายไม่มีอาวุธ ขนาดไม่มีอาวุธยังสู้ได้อย่างไร้ที่ติ แรงที่ใส่กลับมาเป็นแรงที่ไม่เบาเลย เหมือนกับว่าอีกคนมีกำลังภายในอยู่พอสมควร 

 

ฟึบ!!"อ๊ากกกกก"

 

ชายคนนั้นจับตัวของชายคนหนึ่งในหมู่พวกเขาก่อนจะเหวียงให้พวกเขาถอยห่างออกไป แล้วจึงปล่อยมือให้ลอยไปตกอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เลี่ยงหรูมองมันอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเห็นว่ามันหยิบอาวุธประจำกายของตนเองที่เขวี้ยงใส่พวกเขาในตอนแรก เขาน่าจะฆ่ามันตั้งแต่ตอนแรก แต่เพราะเห็นว่าต้องทำให้เจ้าพวกนี้ได้มีประสบการณ์เลยออมมือไม่ฆ่าทิ้งง่ายๆเมื่อมันปล่อยช่องว่าง แต่ตอนนี้เห็นทีจะยากขึ้นอีกขั้น

 

แต่มันก็บาดเจ็บไม่ใช่น้อยๆ ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด ตาก็บอด ขาก็เป๋ พวกเขาก็มีกันตั้ง 6 คนถึงตอนนี้จะเหลืออยู่ 5 แล้วก็ตาม  แต่มันก็เป็นข้อได้เปรียบสำหรับพวกเขา 

 

"มะ...มันได้อาวุธแล้ว ทำไงดี"เด็กนักเรียนคนหนึ่ง

 

"ใจเย็นๆ ข้าจะเข้าไปล่อมันให้เอง พวกเจ้าก็รีบๆปิดชีพมันซะละ ไม่อย่างนั้น ข้าเองนี้แหละที่ต้องตาย"

 

เลี่ยงหรูว่าแค่นั้นก่อนจะวิ่งเข้าไปหามันอย่างไม่ลังเล พยายามหลบขวานที่มันฟาดฟันลงมา เลี่ยงจินกัดฟันแน่น ก่อนจะวิ่งเข้าไปข้างหลังแต่เพราะมันรู้ตัวก่อนจึงต้องหลบออกมา พร้อมกับใช้ขาข้างที่เป๋ถีบตรงกลางลำตัวของเลี่ยงจิน อีกสามคนที่ตั้งท่าอยู่รีบเข้าไปปะทะมันทันที แม้จะโดนขวานมันโจมตีมาแต่ก็พอให้หลบได้ฉิวเฉียด ทั้งยังมีเลี่ยงหรูที่คอยเป็นนกต่อให้อีก ส่วนคนที่โดนเขวี้ยงในตอนแรกก็นอนแน่นิ่งไปเสียแล้ว คิดว่าคงจะสลบไป

 

พวกเขาทั้งหมดพยายามเข้าไปใกล้ตัวมันและพยายามจะสังหารมัน แต่มันกลับไม่มีช่องว่างให้เข้าไปเลยแม้แต่น้อย เลี่ยงหรูปามีดเล่มหนึ่งเข้าไปหามันแต่กลับถูกปัดออกอย่างไม่ใยดี! เขามองหน้ามันอย่างเหลืออด อดไม่ได้แล้วที่จะฆ่ามันเสียเดี๋ยวนี้  เลี่ยงจินอ้อมมาข้างหลังแล้วหวังจะแทงมันแต่กลับถูกมันส่วนกลับมาเกือบเอาชีวิตไม่รอด ดีที่มันถูกเพียงนิดเดียวเพราะเพื่อนฝั่งนั้นดึงออกมาก่อนจะโดนขวานฟันเข้ากลางลำตัว ถือว่าครองสติได้แล้วในระดับหนึ่ง

 

"โธ่เว้ย!!"เลี่ยงจิน

 

"ย๊า!!"

 

"เจ้าซ้าย!มอบ!"

 

เลี่ยงหรูที่ไม่รู้ชื่ออีกฝ่ายรีบบอกทางให้ก่อนที่อีกฝ่ายจะมอบลงตามคำของเลี่ยงหรู การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แต่ละคนสะบักสะบอมกันพอสมควร ที่เขาโดนส่วนใหญ่ก็เพราะต้องบอกคนที่เกือบจะโดนฆ่า หรือจุดที่เสี่ยงอันตรายเกินไป เขาเลยโดนลูกหลงกับมันเยอะหน่อย ดีที่มันไม่โดนขวานแต่โดนสันขวานแทน รู้สึกจุกๆอยู่ไม่น้อย 

 

"ถอยออกมาก่อน!"

 

พวกเขาห้าคนถอยออกมาตั้งหลักยืนมองมันอย่างช่างใจ มันเองก็มองพวกเขาอย่างเหี้ยมโหดคล้ายจะเดินเข้ามาหา ทั้งที่มันเองก็เลือดท่วมตัวแล้วแท้ๆ  ทำไมมันถึงยังไม่ยอมแพ้อีกกันนะ เห็นแล้วชวนโมโหชะมัด

 

"เป็นอันใดไป...หมดแรงเสียแล้วหรือ? หึ หึ"

 

มันเอ่ยคำเยาะเย้ยขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้นเหี้ยมเกรียมของมัน มันทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามาแล้วหยุดเดินมองพวกเขาเหมือนกับกำลังเวทนา เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด!

 

"มันยังไม่จบซะหน่อย..."

 

"หึ ....คิดเช่นนั้นหรื-อึก!!"

 

มันทำท่าเหมือนมั่นใจก่อนจะร้องออกมาคำหนึ่ง แล้วค่อยๆเหลือบไปมองด้านหลัง ปลายมีดเหลี่ยมคมโผล่พ้นออกมาจากแผ่นอกด้านซ้ายผ่านเสื้อนอก เลือดแดงฉานค่อยๆซึมผ่านแล้วไหลออกมาเป็นทางยาว จากนั้นมันก็ล้มลงคุกเข่าจนเผยให้เห็นคนที่เป็นคนฆ่าฆาตกรที่เข่นฆ่าผู้คนมามากมาย

 

"ขะ...ข้า...ฮึก...อ๊ากกกกกกก!!!"

 

ฮุ่ยหลิ่งที่เห็นโจรผู้นั้นล้มลงนอนจมกองเลือดก็คุกเข่าตามแล้วร้องออกมาอย่างคนที่เสียสติไป เขาที่เห็นแบบนั้นก็ไม่รู้จะทำเช่นไร อาการแบบนี้มันเหมือนตอนที่เขาฆ่าคนเป็นครั้งแรกเหมือนกัน จึงเดินเข้าไปหาแล้วกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่นหวังให้ฮุ่ยหลิ่งลดอาการหวาดกลัวเหล่านั้นลง

 

"ฮุ่ยหลิ่ง....ตั้งสติหน่อย!ฮุ่ยหลิ่ง!"

 

"ฮึก...เลี่ยงหรู ข้าฆ่าคน! ฮือๆ ข้าเป็นฆาตกร!"

 

"ฆาตกรน่ะ! มันตายไปแล้ว! แต่เจ้าคือวีรบุรุษที่ช่วยพวกเราเอาไว้นะ! อย่าโทษตัวเองเลย ไม่ใช่ความผิดของเจ้า!"

 

เลี่ยงหรูพยายามพูดปลอบใจอีกฝ่ายให้เข้าใจในผลของการกระทำของตนเอง ทุกคนที่เห็นพากันถอดหายใจ พร้อมกับเดินไปดูคนเจ็บที่นอนสลบเหมือดอยู่อีกฝั่ง พยายามสำรวจตัวเองแม้ในใจจะรู้สึกผิดบาปต่อการกระทำ แต่หากย้อนไปดูสิ่งที่มันกระทำแล้ว เรื่องเช่นนี้ก็สมควรแก่มันแล้ว

 

ทุกคนต่างชื่นชมที่เลี่ยงหรูเป็นคนที่ทำให้พวกตนอยู่รอดและเอาชนะมันได้ ทั้งยังเป็นคนที่ ช่วยปลุกความหึกเหิม และไล่ความหวาดกลัวเหล่านั้นออกไปได้ ช่างเป็นคนที่น่าชื่นชมอะไรเช่นนี้

 

"ขอบใจเจ้ามาที่ช่วยข้าเอาไว้"เลี่ยงจิน

 

"มันเป็นสิ่งที่สมควรทำอยู่แล้ว"เลี่ยงหรู

 

"พวกข้าเองก็ขอบคุณเจ้าเช่นกัน พวกข้าเกือบสติแตกเพราะมันไปแล้ว"ชายคนหนึ่ง

 

เลี่ยงหรูยิ้มตอบรับให้กับทั้งสี่คนก่อนพยายามประคองคนที่ยังช็อคกับเหตุการณ์เมื่อกี้  ฮุ่ยหลิ่งคงจะต้องคิดมากกับเรื่องนี้เป็นวันเลยกว่าจะทำใจได้อ่ะนะ ช่วงนี้ก็คงต้องอยู่ด้วยไปสักพัก เผื่ออีกคนจะดีขึ้นมาบ้าง จะว่าไปแล้วทำไมอาจารย์ถึงยังไม่ยอมออกมาทั้งที่การต่อสู้มันจบแล้ว เขาคงไม่กลับไปสภาพแบบนี้แน่ๆ ไม่งั้นฮูหยินหรือแม่ของร่างนี้คงด่ากราดแบบไม่ไว้หน้าแน่นอน

 

ทุกวันนี้เขายิ่งกลับบ้านแล้วมีแผลทุกวัน แค่นี้นางก็บ่นจนหูข้าจะชาแล้ว...

 

"ท่านอาจารย์ เมื่อไหร่จะออกมา คงจะไม่ให้ข้าต้องกลับแบบนี้ใช่หรือไม่"

 

"เจ้าว่าอั-"เลี่ยงจิน

 

"หึ....ข้าก็แค่อยากดูว่าศิษย์ของข้าจะจัดการยังไงต่อเท่านั้น ไม่นึกว่าจะโดนจับได้เสียก่อน"

 

อาจารย์หานกระโดดลงจากต้นไม้ก่อนจะเดินเข้ามาหาเลี่ยงหรูที่กำลังพยุงเพื่อนสุดเก่งของตนเองเอาไว้ อาจารย์หานมองแป๊บๆก่อนจะดีดนิ้วไปทีหนึ่ง แล้วมีใครก็ไม่รู้โผล่มาคุกเข่าด้านหลัง และดูเหมือนเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าโผล่มาได้ยังไงกัน

 

"เก็บกวาดด้วย ฝากเอาหัวฆาตกรผู้นี้ไปแขวนไว้บนกำแพงเมือง แล้วเขียนเอาไว้ว่าศิษย์ของผู้ใดเป็นคนฆ่าฆาตรผู้นี้ก็แล้วกัน"

 

อาจารย์หานเอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนที่คนชุดดำเล่านั้นจะเริ่มลงมือเก็บกวาดซากของโจรแล้วเข้าไปช่วยแบกคนบาดเจ็บ จากนั้นก็นำทางพาไปที่รถม้าที่มาตอนไหนเขาเองก็ไม่รู้อีกเช่นกัน  ข้างรถม้ามีคนท่าทางเหมือนจะเป็นหมออยู่ด้วย แล้วก็มีรถม้าอยู่ประมาณสามคัน นี้อาจารย์หานคิดว่าพวกเขาจะแพ้แล้วก็ให้หมอมารักษากันครบทุกคนเลยหรือไง แต่ยังไงก็ช่างเถอะ แบบนี้ก็ดีอยู่เหมือนกัน

 

"ท่านไปเตรียมไว้ตอนไหนกัน?"

 

"ตั้งแต่แรกแล้ว"อาจารย์หาน

 

"แล้วท่านเตรียมไว้ทำไมเยอะแยะขอรับ"

 

"ก็เตรียมไว้เก็บศพพวกเจ้าอย่างไรเล่า"

 

พวกเขาทั้งห้าคนที่ได้ยินแบบนั้นก็พากันมองอาจารย์หานอย่างไม่ไว้ใจ มิน่าตอนที่พวกเราสู้กับโจรถึงได้ไม่มาช่วย ที่แท้ก็รอเก็บศพเองหรอกเหรอ นี้เขาเข้าใจผิดไปว่าอีกฝ่ายจะมาช่วยงั้นสินะ

 

"รีบขึ้นไปสิ หากช้าข้าจะไปก่อนเสีย"

 

พวกเขาที่ได้ยินแบบนั้นก็พากันขึ้นไปนั่งอย่างไม่อิดออด ในรถม้าแต่ละคันขึ้นได้สูงสุด 4 คน ซึ่งตอนนี้เขาเลือกที่จะนั่งอยู่กับอาจารย์ แล้วก็เลี่ยงจินกับฮุ่ยหลิ่งที่ตอนนี้สลบไปแล้ว 

 

"ถ้าไปถึงสำนักแล้วก็เปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย เล่า เห็นว่าองค์ชายสามกับพี่ใหญ่ของพวกเจ้าเสด็จมาเยี่ยม"

 

"ห๊า? องค์ชายสามงั้นหรือขอรับ"

 

"เห็นว่าตอนนี้พระองค์ทรงประทับอยู่ที่จวนของพวกเจ้า เพราะเห็นว่ามาไม่นาน"

 

"ทะ...ทำไมถึงมากระทันหันเช่นนี้ล่ะขอรับ"

 

เลี่ยงหรูเอ่ยออกมาด้วยความไม่เข้าใจ เพราะการมาขององค์ชายสามมันกระทันหันไปหน่อยรึเปล่า เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ก็ควรจะมีหมายศาลให้เตรียมตัวเตรียมใจกันบ้าง หรือไม่ก็ส่งจดหมายผ่านท่านพี่ของเขาก็ได้ อีกอย่างพี่ใหญ่อะไรแบบนั้นเขาก็ไม่เคยเจอ ไม่รู้ด้วยว่าท่านหน้าตาแบบไหน นิสัยแบบไหน แล้วแบบนี้เขาควรเตรียมตัวเช่นไรกันเล่า

 

เรื่องเก่าเพิ่งจบเรื่องใหม่ก็มาอีกแล้วหรือ นี้จะไม่ให้ข้าได้พักได้ผ่อนบ้างหรือพระเจ้า!

 

"เห็นว่าพระองค์ทรงเสด็จมาเพราะเรื่องที่พวกเจ้าพึ่งเก็บกวาดไปเมื่อไม่นานมานี้เอง"

 

"ห่ะ?"

 

"ก็อย่างที่ข้าพูดไปนั้นแหละ ยังไงเสียพวกเจ้าก็เตรียมตัวเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน พระองค์ทรงมีพระเมตตาอยู่แล้ว ไม่ถือโทษโกรธเจ้าหรอก"

 

เลี่ยงหรูกับเลี่ยงจินพากันนิ่งเงียบไม่รู้จะเอ่ยอันใดออกมาอีก ไม่นึกเลยว่าอาจารย์จะให้ลูกศิษย์ทำเรื่องอันตรายเช่นนี้ อาจารย์นี้ช่างโหดเหี้ยมยิ่งกว่าโจรนั้นอีกเป็นร้อยเท่า ถ้าหากองค์ชายมาเพื่อตัดการเรื่องโจรเถื่อนนั้นแล้วที่ะวกเขาไปเก็บกวาดก่อนจะไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหรอกหรือ แต่เรื่องนี้ก็ตัดสินไม่ได้เพราะพวกเขาดันทำไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...."ข้ากลับมาแล้วขอรับ"

 

"หรูเอ๋อร์ของแม่! กลับมาแล้วหรือ หายไปไหนว่าแม่ไปหาที่ห้องแล้วไปเจอเจ้า! แม่เป็นห่วงแทบแย่เลยรู้ไหม"ฮูหยิน

 

"เป็นเช่นไรบ้างเสี่ยวจิน..."ฮูหยินรอง

 

แม่ๆของแต่ละคนออกมาต้อนรับกันถึงหน้าบ้านเพราะเห็นว่ากลับมาช้าเหลือเกิน เขาเองก็ได้แต่ยิ้มรับคนเป็นแม่ที่เดินเข้ามาหา ก่อนที่จะมาที่นี่พวกเขาทั้งสองไปทำแผล ที่ได้มาจากการต่อสู้กับโจรเถื่อน ที่โรงหมอแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเขานั้นไม่เป็นอันใดมาก มีเพียงรอยฟกช้ำดำเขียวที่แขนกับขา แล้วก็ตามตัว ส่วนน้องชายต่างแม่มีแผลสดที่หลังกับแขน อาการเรียกว่าเจ็บไม่มากไม่น้อย ดูท่าแล้วอีกฝ่ายจะเริ่มมีความสัมพันธ์ฉันพี่น้องกับเขาขึ้นมาบ้างแล้ว สายตาดูไม่เกลียดชังเหมือนแต่ก่อน เป็นคนดีขึ้นเยอะเลย!

 

"เข้าไปทักทายองค์ชายสามเถิด เห็นว่าท่านอยากเจอเจ้า"

 

"ดะ...เดี๋ยวท่านแม่ ข้ายัง-"

 

"รีบไปเถิด! องค์ชายท่านรอเจ้านานเสียแล้ว แถมกำลังสนใจเจ้าเชียวนะ!"

 

ฮูหยินเอกที่บัดนี้เหมือนกำลังให้ความสนใจกับองค์ชายมากกว่าลูกตัวเอง ก็รีบดึงเขาพาไปพบกับแขกผู้สูงส่งที่อยู่เรือนของอีกฝั่งของห้องเขา ดูเหมือนว่าท่าทางของท่านแม่คงจะแสดงชัดเกินไปหน่อย ว่าอยากให้เขาได้คู่กับองค์ชาย ถึงได้ทำหน้าลั้นลา ดีใจจนเนื้อเต้นที่จะให้ผมได้เข้าเฝ้าใครสักคนที่อยู่ในห้อง

 

แผลก็เจ็บอยู่ง่วงก็ง่วงยังจะให้เขาไปทักทายองชง องค์ชายอะไรนั้นอีก รู้สึกไม่ชอบใจเท่าไหร่ เลยแฮะ...

 

"เข้าไปสิ องค์ชายคงรออยู่"

 

"ท่านแม่ ไม่ใช่ว่าข้าต้องไปพบท่านพี่ก่อนหรือ แล้วถ้าเข้าไปแบบไม่เคาะประตูก่อนพระองค์จะไม่ว่าข้าหรือ"

 

"ไม่เป็นไรหรอก  เชื่อแม่เถิด! องค์ชายน่ะใจดี แต่ก่อนก็ชอบมาอยู่กับเจ้าสองต่อสองบ่อยๆจะเข้าไปตอนนี้ก็ไม่เป็นไร!"

 

"เดี๋ยว-"

 

แม่ของเลี่ยงหรูเปิดประตูแล้วผลักลูกชายสุดแสนจะทะนุถนอมเข้ามาในห้องอย่างแรง แล้วปิดประตูให้อย่างดี ทำเอาเขาไปไม่ถูกเลยทีเดียว นี้ท่านคิดจะให้ข้าตกเป็นของผู้ชายคนนี้รึไง หน้าตายิ่งหลอกล่อผู้ชายเจ้าชู้อยู่ด้วย นี้มันป้อนเนื้อเข้าปากเสือชัดๆ

 

"นี้เจ้า?"

 

"อะ....เฮ้ย! ฉะ...ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ! มะ..ไม่สิ! กระหม่อมไม่เห็นอะไรเลยนะพ่ะย่ะค่ะ!!"

 

เลี่ยงหรูเบิกตากว้างจ้องมองอีกฝ่ายที่ไม่ได้ใส่อะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว ทั้งยังนอนอยู่บนเตียงอีก เห็นแล้วบาดตาชิบ! อยากจะปิดตาแต่มัวตะลึงอยู่ที่ได้เห็นอะไรๆแบบนี้ คนที่หล่อเหลาจนแทบจะเทียบเท่าเทพบุตร หน้าตาคุ้นๆ กล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนเหมือนอย่างที่อยากได้ในฝัน งูตัวใหญ่ที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงหว่างขา เพียงแค่นั้นก็ทำเอาใบหน้าร้อนผ่าวไปหมดแล้ว ถึงจะอยากปิดตาแต่ไอ้นิสัยเสียช่างสังเกตมันไม่ยอมให้ปิด นี่เป็นนิสัยเดิมของเขาที่เวลาตกใจจะชอบมองสำรวจอย่างเดียว พอรู้ตัวอีกทีก็คือตอนที่ถูกด่าแล้ว

 

"หืม?....ชอบขนาดนั้นเชียว"

 

องค์ชายสามที่เห็นว่าอีกฝ่ายมองตาไม่กระพริบทั้งยังจ้องไปยังส่วนต้องห้าม ช่างเหมือนใครบางคนไม่มีผิด จึงค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆเพื่อสังเกตดูอีกฝ่าย หลังจากที่ลุกขึ้นก็ค่อยๆใส่เสื้อตัวบางสีขาวที่เอาไว้ใส่นอนแล้วจึงเดินไปใกล้อีกคนที่เข้ามาอย่างไม่รอคำขออนุญาตจากตน พอตนใส่เสื้อบางทับอีกฝ่ายก็น้ำลายไหลออกมาแทบจะทันทีก่อนจะสะดุ้งตัวแล้วหันไปทางอื่น

 

"อะ....ขะ..ขอประทานอภัย!?"

 

เลี่ยงหรูที่เพิ่งรู้ตัวว่าจ้องมองเกินไปแถมยังทำท่าเหมือนคนหิว จึงรีบหันหน้าหนีแล้วปิดหน้าเอาไว้ อยากจะวิ่งหนีออกไปแต่กลัวว่าแม่จะอยู่แอบฟังด้านนอก เลยทำได้แค่ปิดหน้าที่ร้อนผ่านจนล่ามไปแทบทั้งตัวเอาไว้ รู้สึกขายขี้หน้าชะมัด... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.........

 

อร๊ายยย~ เห็นแล้วสินะ เห็นงูแล้วใช่ไหมลูก5555 โอ้ยยย อยากกินขนาดนั้นเชียว เช็ดน้ำลายแป๊บ

 

ปล.อีพี่เป็นคนพูดน้อย จะพูดกับคนที่ไม่ค่อยรู้จักสูงสุดเพียงหกคำเท่านั้น5555

 

 

 

ดีจาย~ แต่งเสร็จซดมาม่าแป๊บ โควิดรอบสามนี้ไรท์คงไม่มีอะไรกินแล้วแหละเจ้าค่ะ

 

ออกจากอย่าลืมผ้าปิดปากด้วยนะคะ รักษาเนื้อรักษาตัวดีๆ  ฮัดเช้ย!?.....เฮือก! ไรท์ติดรึยัง! เมื่อกี้ไรท์ไปเซเว่น ไม่น่า~~~

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว