ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 44 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 44 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 48k

ความคิดเห็น : 227

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2564 03:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 44 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 44 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                        

               

 

  

“อิม มาเอาขนมไปกินสิ คุณแม็คซื้อมาฝากทุกคนเลย” ดาวพูดขึ้นเมื่อหญิงสาวเดินเข้ามาในห้องพักสำหรับทานอาหารของพนักงานในส่วนของออฟฟิศ โดยมีแม็คยืนอยู่ข้างๆดาวด้วย  

  

“ขอบคุณค่ะคุณแม็ค” อิมพูดพร้อมรอยยิ้ม แม็คก็ยิ้มรับไปตามมารยาท ดาวก็ชวนแม็คคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ เพราะยังไงก็สนิทสนมกันดีอยู่แล้ว แม็ครู้สึกตัวว่าอิมมองเขาอยู่บ่อยๆ พอแม็คหันไปมองกลับ หญิงสาวก็มีท่าทีเขินๆอยู่บ้าง 

  

“อีกไม่นานก็จะได้กลับมาไทยถาวรแล้วสินะคะ” ดาวถามขึ้น 

  

“ครับ จะได้กลับมาช่วยงานพ่อ” แม็คตอบกลับไป  

  

“ตอนนี้คุณแม็คไม่ได้อยู่ไทยเหรอคะ” อิมถามขึ้นบ้าง 

  

“ผมไปเรียนที่เมืองนอกน่ะครับ ใกล้จบแล้ว” แม็คก็ตอบไปตามปกติ หญิงสาวมองหน้าแม็คเหมือนคิดอะไรอยู่สักอย่าง แต่แม็คก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก  

  

“พี่ดาวคะ มีสายจากคุณจุมพลค่ะ” พนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาบอก  

  

“เคๆ ขอบใจนะ ขอตัวก่อนนะคะคุณแม็ค” ดาวพูดก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้อง เหลือเพียงแม็คกับอิม เพาะคนอื่นๆที่เข้ามากินขนมก็แยกย้ายไปทำงานต่อแล้ว 

  

“ก่อนหน้านี้อิมต้องขอโทษคุณแม็คจริงๆนะคะ ที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร” หญิงสาวพูดออกมาอีก  

  

“ไม่เป็นไรครับ เมื่อกี้คุณก็ขอโทษผมแล้ว” แม็คตอบกลับ ก่อนจะดูนาฬิกาข้อมือ 

“คุณไปทำงานเถอะครับ เดี๋ยวผมจะกลับไปที่ห้องทำงานของพ่อละ” แม็คบอกออกมา ก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยที่ถือแก้วน้ำแดงที่ดาวชงให้เอาไว้ด้วย หญิงสาวก็ยืนตามเช่นเดียวกัน  

  

“งั้นอิมขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวพูดยิ้มๆ แล้วเดินออกจากห้องไป แม็คก็เดินตามหลัง แต่จังหวะนั้นหญิงสาวก็หันกลับมาแล้วทำท่าเดินกลับเข้ามาในห้อง ซึ่งทำให้แม็คที่กำลังเดินออกจากประตูชนเข้ากับหญิงสาวทันที ทำให้น้ำแดงในมือของแม็ค หกรดทั้งแม็คและหญิงสาว 

“ว้าย ขอโทษค่ะคุณแม็ค” หญิงสาวพูดขึ้น พร้อมกับรีบเอาผ้าเช็ดหน้าตัวเองไปซับที่เสื้อของแม็คทันที 

  

“ไม่เป็นไรครับ” แม็คก็จับมือหญิงสาวเพื่อให้หยุดเช็ด ทำให้หญิงสาวชะงักกึก ใบหน้าขึ้นสี ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับในละครเลยก็ว่าได้ เพราะนันกับพ่อของเขาเดินมาเห็นพอดี  

  

“มีอะไรกันแม็ค” พ่อของแม็คถามขึ้น แม็คมองไปที่คนรักก็เห็นว่านันมองมาที่มือของเขา แม็คเลยรีบปล่อยมือหญิงสาวออกในทันที  

  

“ขอโทษค่ะ พอดีอิมเดินชนคุณแม็ค น้ำเลยหกใส่คุณแม็ค” หญิงสาวบอกออกมา  

  

“เสื้อคุณก็เปียกนะ ไปล้างก่อนเถอะ” นันพูดขึ้นมาบ้าง หญิงสาวก้มมองตัวเองแล้วเห็นว่าเสื้อเปียกจริงๆ  

  

“คุณแม็คถอดเสื้อให้อิมไปซักให้ไหมคะ” หญิงสาวยังไม่รีบไปจัดการเสื้อตัวเอง แต่ยังจะช่วยเรื่องเสื้อของแม็คก่อน 

  

“ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมเอากลับไปซักที่บ้าน พอดีมีเสื้อติดรถมาด้วย” แม็คบอกกลับไป หญิงสาวลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็ยอมแยกไปจัดการกับเสื้อของตัวเองก่อน  

  

“เดี๋ยวกูไปเอาเสื้อให้ มึงไปรอที่ห้องทำงานพ่อละกัน” นันบอกออกมา เพราะเขามีเสื้อติดรถไว้อยู่จริงๆ แม็คพยักหน้ารับ แล้วเดินไปพร้อมกับพ่อตนเอง ส่วนนันก็แยกออกมาที่รถ แล้วเอาเสื้อกลับมาให้แม็คเปลี่ยน  

“แม็คล่ะครับพ่อ” นันถามหาคนรัก เมื่อไม่เห็นแม็คอยู่ในห้องทำงาน 

  

“ในห้องน้ำ” พ่อของแม็คตอบกลับ นันเลยถือวิสาสะเข้าไปในห้องน้ำภายในห้องทำงานของพ่อ ก่อนจะเห็นว่าแม็คถอดเสื้อตัวเองออกไปแล้ว และกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กของพ่อมาชุบน้ำเช็ดช่วงอกของตัวเอง เพื่อให้หายเหนียว  

  

“นี่เสื้อ” นันพูดขึ้น พร้อมกับเดินไปพิงอ่างล้างหน้าแล้วมองคนรักไปด้วย  

  

“จ้องนมกูขนาดนั้น มาดูดเลยไหมล่ะ” แม็คถามอย่างหมั่นไส้กับสายตาของคนรักที่จ้องมาที่หน้าอกของเขาด้วยสายตาพราวระยับ 

  

“ได้เหรอ งั้นมาดูดหน่อย” นันพูดจบแล้วแกล้งยื่นหน้ามาที่หน้าอกของแม็ค แต่ก็ถูกแม็คเอามือมาดันหัวไว้ก่อน 

  

“กวนตีน” แม็คด่าคนรักไม่จริงจังนัก นันก็หัวเราะขำออกมา 

  

“กูคนจริง มึงอย่าท้าสิวะ” นันตอบกลับยิ้มๆ ก่อนที่แม็คจะยื่นมือไปยังเสื้อที่นันถืออยู่ แต่นันไม่ยอมปล่อยให้กลับดึงแม็คเข้ามากอดเอาไว้  

  

“อะไรของมึง กูไม่ได้ท้าอะไรแล้วนะ” แม็ครีบบอกออกมา ท่อนแขนแกร่งของนันโอบรอบเอวของแม็คเอาไว้จนช่วงล่างของพวกเขาแนบชิดกัน  

  

“ไม่เกี่ยวกับท้า นี่ความต้องการของกูเองล้วนๆ” พูดจบนันก็ประกบจูบแม็คทันที แม็คผงะเล็กน้อยในตอนแรก แต่เขาก็ยอมจูบตอบคนรักกลับไป แม็คเลื่อนแขนทั้งสองข้างของตนเองไปโอบรอบคอคนรักเอาไว้ ทั้งสองแลกจูบกันไปมา ปลายลิ้นต่างตวัดรัดดูดดึงจนส่งเสียงครางในลำคอออกมาเบาๆ มือแกร่งของนันก็บีบบั้นท้ายของคนรักผ่านกางเกงด้วยความมันเขี้ยว จนแม็คต้องดันอกของคนรักออก 

  

“พอแล้ว พ่ออยู่ในห้องนะมึง” แม็คพูดเตือนคนรักเอาไว้ก่อน เพราะเขาสองคนเข้ามาอยู่ในห้องน้ำด้วยกัน นันยกยิ้มมุมปากนิดๆ  

  

“ตื่นเต้นดี” นันตอบยิ้มๆ แต่เขาก็ยอมปล่อยให้แม็คใส่เสื้อใหม่แต่โดยดี  

“มึงว่าพนักงานใหม่คนนั้นตั้งใจชนมึงไหม” อยู่ๆนันก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมา แม็คขมวดคิ้วเล็กน้อย 

  

“ไม่มั้ง อุบัติเหตุแหละ ทำไม? มึงสงสัยว่าเค้าจงใจจะชนกูเหรอ” แม็คถามต่อ 

  

“ลางสังหรณ์” นันตอบพร้อมยกยิ้ม  

  

“หึหึ แล้วถ้าเค้าสนใจกูจริง มึงจะทำยังไง” แม็คแกล้งถามกลับไป นันก็ยักไหล่เล็กน้อย 

  

“ก็ไม่ทำอะไร ดูท่าทีไป แต่คิดว่าเค้าแค่ไม่รู้ว่ามึงกับกูเป็นอะไรกัน ถึงได้สนใจมึงและอยากเข้าหา” นันพูดในสิ่งที่คิด ถึงเขาจะหวงแม็คมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ได้ไร้เหตุผล แม็คมองหน้าคนรักแล้วยกยิ้มนิดๆ 

“ยิ้มอะไรของมึง” นันถามกลับ  

  

“รู้สึกภูมิใจมั้ง ที่เห็นมึงไม่หึงหวงแบบบ้าบอ” แม็คบอกออกมายิ้มๆ  

  

“เห็นกูเถื่อนแบบนี้ กูก็มีหัวคิดนะเว้ย” นันตอบกลับ ก่อนจะหัวเราะขำออกมาทั้งสองคน 

“ชีวิตมึงกับกูนี่โคตรมีสีสัน เดี๋ยวคนนั้นคนนี้เข้าหา ให้อยู่กันนิ่งๆเงียบๆไม่ได้เลย” นันบ่นอย่างขำๆ ก่อนจะช่วยจับปกเสื้อให้แม็ค  

  

“แต่ถ้าเราไม่สนใจ หรือไม่เล่นด้วย มันก็ไม่มีปัญหาอะไร” แม็คตอบกลับ ก่อนจะจ้องหน้านันนิ่งๆ  

“นัน ถ้าวันหนึ่งมึงเจอใครที่ถูกใจมึงมากกว่ากู หรือดีกว่า ดูแลมึงได้ดีมากกว่ากู มึงบอกกูตรงๆนะ” แม็คพูดเกริ่นขึ้น ก่อนจะถูกนันเอามือมาดึงริมฝีปากจนยืด  

“ดึงทำไมวะ เจ็บ” แม็คบ่นออกมาพร้อมกับตีมือของนันที่มาดึงปากของเขา 

  

“ดีแค่ไหนแล้วที่กูไม่ตบจนเลือดกบปากน่ะ คำพูดคำจามึงนี่นะ” นันว่าออกมาเสียงดุ  

  

“พูดเกริ่นไว้เฉยๆ” แม็คตอบเสียงอ้อมแอ้ม 

  

“เกริ่นทำส้นตีนอะไร จะบอกอะไรให้นะ กูไม่ได้ถูกใจมึง เพราะกูรักมึง แล้วมึงกับกูก็ไม่ใช่คนดี ส่วนเรื่องดูแล ถามจริง ใครดูแลใครกันแน่” นันถามกลับ แม็คเม้มปากนิดๆ ก่อนจะยิ้มอ้อนนัน 

  

“แหะแหะ จริงว่ะ” แม็คตอบออกมาเสียงอ่อยๆ  

  

“บ้าบอ แต่งตัวเสร็จรึยัง จะได้ออกไปข้างนอก ป่านนี้พ่อคิดว่ามึงกับกูมาเอากันในห้องน้ำแล้วมั้ง” นันว่าออกมา แม็คยกหมัดไปชกอกคนรักอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเดินออกไป โดยมีนันเดินตามหลัง 

  

“ทะเลาะอะไรกันในห้องน้ำ” พ่อของแม็คถามยิ้มๆ เพราะได้ยินเสียงเหมือนทั้งสองคนเถียงกันดังแว่วออกมา แต่จับใจความไม่ได้ 

  

“ไม่มีอะไรหรอกพ่อ แค่คุยกัน” แม็คตอบกลับ ก่อนจะหันมาชวนนันไปกินข้าวที่บ้านของพ่อด้วยกัน นันก็ตกลง นันกับแม็คอยู่ที่ห้องทำงานของพ่อจนถึงช่วงเย็น ก่อนจะพากันเดินออกมา พ่อของแม็คจะกลับกับคนขับรถ ส่วนนันกับแม็คจะขับรถตามไป 

  

“คุณแม็คคะ” เสียงของอิมดังขึ้นจากทางด้านหลัง ขณะที่นันกับแม็คเดินมาที่รถ พอหันมามองก็เห็นว่าหญิงสาวกำลังรีบเดินตรงเข้ามาหา 

  

“ครับ” แม็คขานรับ พร้อมกับมองไปที่นันด้วย นันก็ยืนมองอยู่ด้วยท่าทีปกติ 

  

“คือ อิมอยากจะขอเสื้อของคุณแม็คตัวที่เปื้อนได้ไหมคะ” หญิงสาวถามออกมา 

  

“เอาไปทำไมครับ” แม็คถามกลับ 

  

“พอดีอิมอยากจะเอาไปซักให้น่ะค่ะ อิมรู้สึกผิดที่ทำให้เสื้อคุณแม็คเปื้อนน้ำแดง” หญิงสาวบอกออกมาอีก นันหรี่ตามองหญิงสาวเล็กน้อย เพราะรู้ว่าหญิงสาวอยากหาเรื่องได้คุยหรือเข้าหาแม็คอีก  

  

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเอากลับไปซักเองได้” แม็คบอกออกมา เมื่อรู้จุดประสงค์ของหญิงสาว  

  

“แต่ว่า..” หญิงสาวกำลังจะค้านเพื่อเอาเสื้อของแม็คไปซักเอง 

  

“ขอบคุณนะครับที่หวังดี คุณไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก เดี๋ยวผมให้แฟนผมซักให้” แม็คพูดขึ้น ทำให้หญิงสาวชะงักไปนิด แล้วแม็คก็หันมาหานัน 

“มึง ซักให้กูหน่อยได้ไหม เสื้อที่เปื้อนน่ะ” แม็คถามนันเสียงติดอ้อนนิดๆ นันยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกแขนไปโอบรอบเอวของแม็คเอาไว้แล้วรั้งมายืนข้างๆตนเอง 

  

“ไม่ต้องซักก็ได้ เดี๋ยวกูพาซื้อตัวใหม่” นันบอกออกมา ทำให้แม็คยิ้มกว้างทันที 

  

“มึงพูดแล้วนะ ห้ามผิดคำพูด คุณอิมช่วยเป็นพยานให้ผมหน่อยนะครับ ว่าแฟนผมจะซื้อเสื้อให้ผมใหม่ แทนตัวที่ปื้อน” แม็คหันมาหาหญิงสาวที่ยืนหน้าซีดลง 

  

“เอ่อ..ค่ะ..คือ..คุณสองคนเป็นแฟนกันเหรอคะ” อิมถามเสียงอึกอัก 

  

“ครับ” แม็คกับนันตอบออกมาพร้อมกัน  

“ทำไมเหรอครับ หรือผมสองคนดูไม่เหมือนคนรักกัน” นันแกลังถามกลับ  

  

“ก็..ประมาณนั้นค่ะ อิมคิดว่าเป็นพี่น้องกัน” หญิงสาวบอกออกมาตรงๆ เพราะเธอเพิ่งเข้ามาทำงาน ยังไม่รู้เรื่องของเจ้านายมากนัก  

  

“อ่อ ครับ” แม็คตอบรับยิ้มๆ  

“สรุปว่า คุณอิมไม่ต้องซักเสื้อให้ผมหรอกครับ เดี๋ยวผมจะไปซื้อใหม่ นานๆทีแฟนผมจะยอมให้ซื้อนะเนี่ย ต้องขอบคุณคุณอิมเลย ที่ทำให้ผมได้เสื้อใหม่” แม็คพูดพร้อมกับหัวเราะขำออกมาเบาๆ 

  

“เอ่อ งั้นอิมไม่รบกวนแล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ” พูดจบหญิงสาวก็รีบวิ่งกลับเข้าไปที่ออฟฟิศต่อ โดยมีนันกับแม็คมองตามไปแล้วยิ้มขำเล็กน้อย 

  

“นัน มึงพูดแล้วนะ ว่าจะพาไปซื้อเสื้อใหม่” แม็คทวงคำพูดของคนรักทันที 

  

“มึงนี่หาโอกาสเลยนะ” นันแกล้งว่ากลับไป 

  

“ไม่รู้ มึงพูดแล้ว” แม็คบอกออกมาอีก นันยกยิ้ม 

  

“เออๆ แล้วจะพาไปซื้อก่อนไปอยุธยาละกัน” นันบอกออกมาอีก แม็คยิ้มกว้างอย่างพอใจ แล้วทั้งสองก็ขึ้นรถพร้อมกับตรงไปที่บ้านพ่อของแม็คทันที 

  

“อารมณ์ดีอะไร” พ่อของแม็คถามขึ้นเมื่อลูกชายเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับฮัมเพลงไปด้วย  

  

“จะมีอะไรล่ะครับ มันหาโอกาสให้ผมซื้อเสื้อใหม่ให้มันจนได้น่ะสิ” นันบอกออกมาอย่างขำๆ 

  

“มึงเป็นคนเสนอขึ้นมาเอง กูไม่ได้พูดสักหน่อย กูแค่บอกว่าให้มึงซักเสื้อให้กู แต่มึงจะซื้อให้กูใหม่เอง” แม็คลอยหน้าลอยตาพูดใส่นัน เลยโดนนันเขกหัวไปอย่างหมั่นไส้ แม็คก็เตะขานันกลับ ก่อนที่ทั้งสองคนจะตีกันไปมาแต่เป็นการหยอกกันมากกว่า พ่อของแม็คที่นั่งพักอยู่บนโซฟา มองคนทั้งสองแล้วยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าไปมา พ่อของแม็คคิดว่า พอมีนันเข้ามา ก็ทำให้อะไรหลายๆอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น ถึงแม้ว่านันจะไม่ใช่คนที่ใครๆจะมองว่าดีที่สุดก็ตาม  

  

  

  

++++++++++++++++++++++++++++++++++++50% +++++++++++++++++++++++++++++++++ 

  

2 วันต่อมา

วันนี้เป็นวันที่นันกับแม็คนัดคนมาสัมภาษณ์งาน โดยนัดไปที่สำนักงานในเต็นท์รถ ซึ่งได้ทำการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และรอเปิดอย่างเป็นทางการอีกที วันนี้เขาเรียกสัมภาษณ์ในส่วนของพนักงานออฟฟิศ พนักงานขาย ส่วนช่างเช็ครถ ตรวจสภาพรถ เขาจะเรียกอีกรอบ

“ยังดีนะ ที่พนักงานบัญชี ได้คนที่คุณคิมแนะนำมา เราจะได้ไม่ต้องมาเลือกกันเอง” นันพูดกับแม็คขณะขับรถไปที่เต็นท์รถ เพื่อรอสัมภาษณ์คนที่มาสมัครงาน

 

“อืม วันนี้เราก็เลือกพนักงานขาย 4 คน เสมียนดูแลเรื่องเอกสารการซื้อขาย 3 คน ใช่ไหม” แม็คถามกลับ พร้อมกับดูใบสมัครงานในไอแพดไปด้วย

 

“อืม พวกช่างเช็คสภาพรถ เดี๋ยวเอาเด็กในสนามของเรานี่แหละ พวกนี้มันมีความรู้กันอยู่แล้ว” นันตอบกลับ แม็คก็พยักหน้ารับ พอมาถึงสำนักงานเต็นท์รถ ก็เห็นว่ามีคนมารอสัมภาษณ์งานล่วงหน้ากันอยู่เล็กน้อย ซึ่งไวเป็นคนมาคอยดูทุกคนให้ก่อนหน้านี้แล้ว คนที่มารอสัมภาษณ์งานต่างมองนันกับแม็คที่เดินเข้ามาด้วยความสนใจ

 

“มีคนมารอล่วงหน้าบางส่วนแล้วเฮีย” ไวเดินมาพูดกับนัน นันก็พยักหน้ารับ เลยทำให้คนที่มารอรู้ว่านันเป็นเจ้าของเต็นท์รถที่นี่

 

“รอสักพักนะครับ ถ้าถึงเวลาจะให้คนมาเรียกเข้าไปสัมภาษณ์ทีละคน” แม็คพูดกับคนที่รออยู่ก่อนแล้ว ซึ่งทุกคนก็ตอบรับออกมา แล้วนันกับแม็คก็เดินเข้าไปด้านใน เพื่อเตรียมรอสัมภาษณ์พนักงาน จนกระทั่งถึงเวลานันก็ให้ไวเรียกเข้ามาทีละคน ส่วนใหญ่การสัมภาษณ์เกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาจะเป็นหน้าที่ของแม็ค ส่วนนันจะถามเรื่องทั่วไปเพื่อดูนิสัยใจคอ เขาต้องการคนที่ศีลเสมอกันมาทำงานด้วยกัน เพื่อจะได้ไม่มีปัญหากันภายหลัง การสัมภาษณ์ครั้งนี้ ถ้าใครมีท่าทีเหมือนชื่นชอบหรือสนใจนันหรือแม็คให้เห็น จะถูกปัดทิ้งไปในทันที วันนี้ก็มี 2 คน ที่นันกับแม็คไม่เลือกแน่ๆ คือหญิงสาวที่มองแม็คไม่วางตาแทบไม่มองนันเลยด้วยซ้ำ กับชายหนุ่มหน้าหวานที่มองนันด้วยสายตาหวานหยด

ในที่สุดการสัมภาษณ์ก็ผ่านไปได้ด้วยดี นันกับแม็คต้องเลือกคนที่จะมาทำงานด้วยกัน และพวกเขาก็เลือกกันได้แล้ว 1 ในนั้นเป็นชายหนุ่มวัย 20 ปี ที่ดูท่าทางเกเรและแสบอยู่หน่อย แถมยังสักที่แขนทั้งสองข้าง ตอนที่เข้ามาสัมภาษณ์นั้นก็ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์เข้ามา นันค่อนข้างพอใจกับชายหนุ่มคนนี้ เพราะมีความมั่นใจในตัวเอง และนันก็เหมือนเห็นตัวเองในตัวของชายหนุ่มคนนี้ จึงรับมาทำในส่วนของอู่รถ แม็คไม่คิดจะค้านอะไร เพราะรู้ว่านันมองคนออก

 

“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้มึงโทรแจ้งรายชื่อตามนี้ทีนะ ว่าเรารับเข้าทำงาน จะให้เริ่มทำงานต้นเดือนหน้า” นันพูดกับไว ก่อนจะส่งรายชื่อและเบอร์โทรของคนที่เขาคัดเลือกให้ไวไป

 

“ครับเฮีย” ไวตอบรับ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องสำนักงาน

 

“นัน กูอาจจะไม่ได้อยู่ทำบุญเปิดเต็นท์รถนะ เพราะกูต้องกลับไปเรียนแล้ว” แม็คพูดออกมา นันนิ่งไปนิด เพราะฤกษ์ที่พ่อของแม็คหามาให้ มันเป็นช่วงที่แม็คต้องกลับไปเรียนแล้ว ถึงแม้ว่านันจะอยากใช้ฤกษ์สะดวกแค่ไหน แต่เพื่อความสบายใจของพ่อแม็ค รวมไปถึงตายายของเขาด้วย เขาจึงจำต้องใช้กำหนดที่ได้มา

 

“จริงๆกูอยากให้มึงอยู่ด้วย มึงเป็นเจ้าของเต็นท์รถนี้เหมือนกัน” นันบอกออกมาเสียงจริงจัง

 

“มันอยู่ไม่ได้จริงๆน่ะสิ ไม่เป็นไรหรอก เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวกูวิดิโอคอลมาก็ได้” แม็คตอบกลับ นันถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ เพราะบางเรื่องมันก็อยู่เหนือการควบคุมจริงๆ

 

“เดี๋ยวเราไปเก็บของกัน พรุ่งนี้ต้องไปอยุธยากับเฮียๆเค้าแล้ว” นันพูดขึ้น เพราะเขากับแม็คมีนัดไปเที่ยวอยุธยากับเดย์ อิฐ นีล นิค โดยจะนั่งรถไฟไป เพราะนันเป็นคนจัดโปรแกรมนี้ขึ้นมาเอง

 

“มึงลืมอะไรไปรึเปล่า” แม็คแกล้งถามขึ้นมา นันทำหน้างงเล็กน้อย

“มึงบอกว่าจะพากูไปซื้อเสื้อใหม่ก่อนจะไปอยุธยา พอดีเลย วันนี้พวกเราว่าง ไปซื้อเสื้อก่อน แล้วค่อยกลับมาจัดกระเป๋าก็ทัน” แม็คพูดยิ้มๆ

 

“เรื่องแบบนี้ล่ะจำแม่นเลยนะมึง” นันแกล้งแขวะคนรักกลับไป แม็คก็ทำท่ายักไหล่ใส่

 

“เออๆ ไปๆ จะไปซื้อที่ไหน” นันถามขึ้น

 

“ไปเซ็นทรัลก็ได้ ใกล้ๆ” แม็คบอกออกมา นันหรี่ตามองเล็กน้อย

 

“กะจะฟันตัวหลายพันแน่ๆมึงน่ะ กูรู้ทันหรอกนะ”  นันพูดดักออกมา

 

“นานๆกูซื้อทีไหมล่ะ แล้วซื้อมากูก็ใส่คุ้มทุกตัวอยู่แล้ว ไม่ได้ซื้อมาเก็บหรือทิ้งขว้างแบบเมื่อก่อนเสียเมื่อไรล่ะ” แม็คตอบกลับมา นันยกยิ้มมุมปากนิดๆ

 

“เออๆ” นันตอบรับ ทำให้แม็คยิ้มด้วยความพอใจ ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินออกจากสำนักงาน นันสั่งงานกับไว้เล็กน้อย ก่อนจะขับรถพาแม็คไปที่ห้างใกล้ๆบ้าน แม็คนั่งฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีไปตลอดทาง นันก็เหลือบมองคนรักเป็นระยะ

“มีความสุขมากรึไง ที่กูจะซื้อเสื้อให้” นันถามขึ้น

 

“ใช่ มีความสุขมาก” แม็คตอบรับทันที นันหันไปมองเสี้ยวหน้าของแม็คเล็กน้อย

 

“ถามจริง มึงอึดอัดบ้างไหม ที่กูจำกัดการใช้เงินของมึงมากขนาดนี้ อะไรที่มึงอยากได้ กูก็แทบไม่ให้มึงซื้อ” นันถามออกมาเสียงจริงจัง

 

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่ะ อึดอัด เพราะกูเคยใช้เงินแบบไม่ยั้ง อยากได้อะไรก็ต้องได้ สุรุ่ยสุร่ายไปกับเรื่องไร้สาระ แต่พอเจอมึง กูเริ่มเห็นค่าของเงินมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะกูเองทำงานหนักเพื่อแลกมันมาด้วยมั้ง มันก็เลยเป็นความชิน ว่าต้องซื้อแต่ของที่จำเป็นเท่านั้น แต่นานๆซื้อทีมันก็ดีต่อใจบ้างไง” แม็คตอบยิ้มๆ นันก็ยิ้มรับ จนกระทั่งมาถึงห้าง ทั้งสองเดินเข้าไปด้านในด้วยกัน

“จะไปร้านไหน เลือกมา” นันถามขึ้น

 

“ตามพี่มาน้อง” แม็คพูดกับนัน ก่อนจะจับมือนันให้เดินตามตนเอง นันมองแม็คที่จับมือของเขาแล้วยิ้มอย่างพอใจ เหมือนว่าแม็คลืมไปว่าพวกเขาอยู่ในห้างท่ามกลางคนมากมาย แล้วนันก็ต้องแปลกใจ ที่แม็คพาเขามายังร้านขายเสื้อผ้าที่เป็นแบรนด์ราคาเริ่มต้นหลักร้อย ไม่ใช่แบรนด์หรูที่เริ่มต้นเกินครึ่งหมื่นเหมือนที่แม็คเคยซื้อ

 

“ทำไมเลือกร้านนี้” นันถามกลับ เขาคิดว่าแม็คจะตรงไปที่ร้านแบรนด์หรูเสียอีก

 

“ถ้าเป็นร้านนี้กูขอเสื้อสองตัว กางเกงสองตัวได้ไหม” แม็คถามออกมาพร้อมกับมองหน้านัน นันดึงแม็คให้ขยับมาหาตนเองเล็กน้อย

 

“คิดให้ดีนะ ว่าจะเปลี่ยนใจไหม” นันถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

 

“ไม่เปลี่ยนใจ กูจะซื้อพวกเสื้อผ้าใส่เที่ยว ไม่ได้ซื้อใส่ทำงาน ซื้อร้านนี้ก็พอ” แม็คบอกออกมาอีก ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่เข้ามาเฉียดใกล้ร้านนี้แน่ๆ

 

“หึหึ โอเค กูให้ตามที่มึงขอเลย” นันตอบกลับ ทำให้แม็คยิ้มกว้าง ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินเข้าไปในร้าน แม็คก็เดินเลือกดูเสื้อผ้า โดยมีนันเดินดูของอื่นๆตามไปด้วย ทั้งสองช่วยกันดู ช่วยกันเลือก ในที่สุดแม็คก็ได้เสื้อและกางเกงตามที่ขอนันไว้ครบแล้ว

 

“นัน เสื้อยีนส์ตัวนี้สวยดี กูว่าเหมาะกับมึงว่ะ” แม็คเดินผ่านเสื้อยีนส์หลากหลายแบบและสี แล้วหยุดดูให้คนรัก พร้อมกับยกเสื้อพร้อมไม้แขวนมาทาบที่ตัวของคนรัก แม็คหยิบเสื้อสองตัวมาทาบสลับไปมา

“ตัวนี้ก็เท่ห์ ตัวนี้ก็สีสวยดี” แม็คพูดพึมพำออกมา นันยืนมองคนรักที่กำลังขะมักขะเม้นกับการดูเสื้อให้กับเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ

“นัน มึงชอบตัวไหนระหว่างสองตัวนี้” แม็คเงยหน้ามาถามคนรัก หลังจากมัวแต่มองเสื้ออยู่

“นัน มองอะไรวะ” แม็คถามย้ำ เมื่อนันเอาแต่มองหน้าของเขา

 

“ถือเสื้อมานี่สิ” นันขยับเดินไปตรงซอกทางเดินระหว่างตู้แขวนเสื้อทั้งสองตู้ แม็คก็ถือเสื้อยีนส์ตามนันไปอย่างงงๆ แต่คิดว่านันจะเดินไปส่องที่กระจก

 

“ทำไมวะ” แม็คถามขึ้น นันรับไม้แขวนเสื้อทั้งสองตัวมาจากแม็ค แล้วเขาก็ยกขึ้นมาขนาบช่วงใบหน้าของเขากับแม็คทั้งสองด้าน เป็นการบังสายตาของคนอื่นๆ แล้วนันก็ยื่นหน้าไปจูบปากของแม็คแรงๆพร้อมกับขบเม้มอย่างมันเขี้ยว ทำให้แม็คผงะไปเล็กน้อย

“ทำบ้าอะไรของมึงเนี่ย” แม็คว่าคนรักด้วยใบหน้าร้อนผ่าว ที่อยู่ๆนันก็มาขโมยจูบเขากลางร้านเสื้อผ้าแบบนี้

 

“มึงเสือกมาทำตัวน่าขย้ำต่อหน้ากูทำไมล่ะ” นันถามกลับ

 

“กูทำบ้าอะไรแบบนั้นที่ไหนกัน กูแค่ให้มึงเลือกเสื้อ” แม็คโวยกลับไปเสียงไม่ดังมากนัก นันก็หัวเราะในลำคอ

 

“ก็ท่าทีจริงจังของมึง ตอนที่เลือกเสื้อให้กูนี่แหละ ที่ทำให้กูอยากจะขย้ำมึง” นันบอกออกมาอีก เพราะการได้เห็นคนรักกำลังมีท่าทีจริงจังกับการเลือกของให้กับเขานั้น นันมองว่ามันน่ารัก และน่าฟัดเป็นอย่างมาก

 

“มึงแม่งโรคจิต” แม็คว่าออกมาเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าก็ขึ้นสีระเรื่อ พลางเหลือบมองไปรอบๆก็นึกโล่งใจที่ไม่มีใครอยู่แถวนั้น

“แล้วตกลงเลือกได้ยัง ว่าเอาตัวไหนดี” แม็คถามเพื่อเปลี่ยนเรื่องคุย

 

“มึงว่าตัวไหนดีก็เอาตัวนั้นแหละ” นันตอบกลับ

 

“เอาสองตัวเลยไหม มึงใส่บ่อยอยู่แล้วนี่” แม็คเกริ่นขึ้น เพราะเขาคิดว่าถ้านันใส่ทั้งสองตัวนี้ ต้องดูดีทั้งคู่แน่ๆ

 

“ตามใจ” นันตอบกลับ เพราะเสื้อมันไม่ได้แพงมากนัก แม็คยิ้มกว้างออกมาทันที

 

“โอเค ไปคิดเงินกัน” แม็คพูดก่อนจะพานันไปจ่ายเงิน

 

“เป็นไง อารมณ์ดีกว่าเดิมไหม ได้เสื้อผ้ามาแล้วเนี่ย” นันแกล้งถามออกมา หลังจากที่พวกเขาเดินออกจากร้านเสื้อผ้า

 

“แน่นอน ว่าแต่ เราเดินเล่นกันหน่อยไหมนัน แล้วหาอะไรกินที่นี่ก่อนกลับบ้าน” แม็คเสนอขึ้น นันก็พยักหน้ารับ เพราะพวกเขาว่างกันทั้งวันอยู่แล้ว ระหว่างที่เดินผ่านโซนเกมเซ็นเตอร์ แม็คก็หยุดเดินแล้วมองเข้าไป นันก็หันมามองอย่างสงสัย

 

“ดูอะไร” นันถามขึ้น แม็คหันมายิ้มให้นัน

 

“มึง ย้อนวัยกันหน่อยดีไหม” แม็คเสนอขึ้น ก่อนจะเดินนำเข้าไปในโซนเกมฯ นันก็เดินตามหลังไป

“นันๆ เล่นเกมยิงปืนกัน เมื่อก่อนตอนเรียนมัธยมกูเซียนเกมพวกนี้นะ ชอบมาเล่นทุกวัน มึงล่ะ ชอบเล่นเกมอะไร” แม็คถามนันขึ้นมายิ้มๆ นันมองเกมต่างๆที่อยู่ตรงหน้าของเขา แล้วยกยิ้มนิดๆ

 

“เมื่อก่อนกูไม่ค่อยได้เข้ามาเล่นเกมพวกนี้สักเท่าไร มันเปลืองเงิน กูต้องเก็บเงินเพื่อแบ่งเบาภาระพ่อกู พอพ่อกูเสีย กูก็ต้องเก็บเงินไว้ใช้ชีวิต จึงไม่เคยเข้าพวกเกมเซ็นเตอร์แบบนี้” นันพูดออกมาตรงๆ ทำให้แม็คชะงักไปนิด เพราะเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย

 

“เอ่อ งั้น..ไม่ต้องเล่นดีกว่า กูขอโทษทีนะ” แม็คพูดเสียงอ่อย นันยกยิ้มนิดๆ

 

“แต่ตอนนี้กูมีเงินแล้ว จะเล่นสักหน่อยก็ได้ แต่มึงต้องสอนกู โอเคไหม” นันพูดขึ้น ทำให้แม็คยิ้มออกมาได้บ้างแล้วพยักหน้า

 

“งั้นไปเริ่มเกมขับรถไหม มึงถนัดเรื่องขับรถแข่ง น่าจะขับในเกมได้” แม็คเสนออกมา ก่อนจะพานันมายังโซนแข่งรถซึ่งจะต้องนั่งบนเบาะสีแดงสดเพื่อบังคับพวงมาลัยรถ แม็คเดินไปแลกเหรียญแล้วกลับมาหานัน

“มึงลองเล่นดูก่อน มันเหมือนกับขับรถทั่วไปนั่นแหละ มึงเลือกโหมดได้ว่าจะขับแบบออโต้หรือแบบมีเกียร์” แม็คสอนนันให้เข้าใจระบบเกม นันเลยลองนั่งเล่นดู ตอนเริ่มเกมนันยังบังคับรถในเกมได้ไม่ดีเท่าไรนัก เพราะยังไม่คุ้นมือ แต่พอเล่นไปสักพัก เขาก็พอจะจับทางพวงมาลัยได้ เขาจึงขับได้ดีกว่าเดิม ทำให้แม็คที่ยืนดูอยู่ถึงกับยิ้ม เมื่อเห็นว่านันเริ่มสนุกกับเกมที่เล่น

 

“ฝีมือเก่งเหมือนกันนี่พี่ สนใจแข่งกับผมไหม ผมเป็นแชมป์ที่นี่นะ ทุกเครื่องคะแนนผมเป็นอันดับหนึ่งหมดเลย” เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นเมื่อนันแข่งจบ ซึ่งคะแนนยังไม่สูงมากนัก เพราะช่วงแรกนันยังไม่คุ้นกับการเล่น นันกับแม็คหันไปมองก็เห็นว่าเป็นเด็กหนุ่มมัธยมปลาย 3 คน

 

“โดดเรียนมารึไง” แม็คถามขึ้น

 

“เปล่า อาจารย์ปล่อยครึ่งวัน เค้ามีประชุม ผมไม่โดดหรอก” เด็กหนุ่มอีกคนบอกออกมา

 

“ว่าไงพี่ สนใจแข่งกับผมไหม” เด็กหนุ่มคนเดิมบอกออกมาอีก

 

“ถ้าแข่งแล้วชนะ ฉันจะได้อะไร” นันแกล้งถามกลับไป

 

“พนันเงินกันไหมพี่ชนะ 2 ใน 3 ให้ 1000” เด็กหนุ่มเสนออกมา นันมองแล้วพอจะเดาได้ว่าเด็กหนุ่มน่าจะมาหาเงินโดยวิธีนี้มาก่อนแน่ๆ และคิดว่าก็น่าจะมีฝีมืออยู่ไม่น้อย

 

“เอาสิ” นันตอบรับ ทำให้แม็คยิ้มออกมา เพราะอยากเห็นนันแข่งเกมเหมือนกัน ปกติจะเห็นแข่งในสนามจริง ครั้งนี้ก็เลยอยากเห็นนันแข่งในเกมตู้บ้าง และเมื่อได้รับคำตอบ เด็กหนุ่มทั้งสามก็ยิ้มดีใจ

 

“ผมชื่อเพชรนะพี่” เด็กหนุ่มที่ท้าแข่งแนะนำตัว

 

“อืม ฉันชื่อนัน” นันตอบรับ ก่อนที่ทั้งสองคนจะนั่งประจำที่เครื่องของตนเอง ซึ่งสามารถตั้งโหมดแข่งกับเครื่องข้างๆได้ แม็คก็มายืนลุ้นอยู่ข้างๆคนรัก

 

“คิดว่าไหวไหม” แม็คแกล้งถาม

 

“รอดูก็แล้วกัน” นันตอบกลับ ก่อนที่ทั้งสองคนจะเข้าเกม แล้วการแข่งขันก็เริ่มขึ้น โดยมีเพื่อนของเพชรยืนเชียร์เพชรอยู่ ส่วนนันก็มีแม็คมาเชียร์อยู่ข้างๆเช่นเดียวกัน

 

//ถ้ามึงชนะ เดี๋ยวกูมีรางวัลพิเศษให้// แม็คแกล้งกระซิบข้างหูคนรัก นันได้ยินก็ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

 

//สู้สุดใจเลยกู// นันพึมพำออกมา

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++ 100% ++++++++++++++++++++++++++

 

2 Be Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มาอัพให้แล้วค่ะ 

เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก แค่ชีวิตประจำวันของคนสองคนเท่านั้นนะคะ  

ไม่มีจุดพีค หรือ มีประเด็นอะไรมากนัก ให้เขามีความสุขในแต่ละวันไปเรื่อยๆ 

ความคิดเห็น