กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอขที่2 อนภัทร กิจจา |รีไรท์|

ชื่อตอน : ตอขที่2 อนภัทร กิจจา |รีไรท์|

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2565 00:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอขที่2 อนภัทร กิจจา |รีไรท์|
แบบอักษร

อนภัทร กิจจา

ปัง! ปัง! ปัง!  

เสียงปืนดังติดกันสามนัดซ้อนตามมาด้วยร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทรุดลงไปกองกับพื้น เธอจุกที่อกเหมือนกำลังจะหายใจไม่ออกสิ่งที่ทำได้คือพยายามกอบโกยอากาศให้ได้มากที่สุด 

เธอยังไม่อยากตาย… 

"อย่าโทษฉันเลยนะอัปสรมันช่วยไม่ได้ที่เธอเป็นทายาทสายตรง” ชายผู้ลั่นไกเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา 

"...." อัปสรพูดไม่ออกทำได้แต่พยายามกดแผลห้ามเลือดไม่ให้ไหลและเงยหน้าขึ้นไปมองสุธีพี่ชายนอกสายเลือดที่แสร้งทำเป็นห่วงใยหวังดีกับเธอมาตลอด 

สุดท้ายก็คือหลอกกันสินะ  

หลอกให้เชื่อใจแล้วสุดท้ายก็พาเธอมาพบจุดจบน่าเวทนาแบบนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีความผิดเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ขวางทางชีวิตพี่ชาย 

“เจ็บมากใช่มั้ย?แต่ฉันน่ะเจ็บใจกว่าแม้เธอจะออกจากบ้านไปแล้วคุณพ่อก็ยังแอบส่งคนไปตามหาตัวเธอ หึหึ…ตลกชะมัดไหนพ่อบอกว่าตัดขาดจากลูกไม่รักดีอย่างเธอแล้วไง เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเพื่อหนูแก้วฉันเลยต้องทำแบบนี้ ขอโทษจริงๆ ที่เป็นพี่ชายแสนดีให้เธอไม่ได้” 

"ไม่..." 

"เลือดเธอออกเยอะมากเลยนะอัปสรแถมท่าเรือร้างนี่ก็ห่างไกลชุมชนฉันล่ะกังวลจริงๆว่าเธออาจต้องตายที่นี่ หึหึ…” สุธีหัวเราะสะใจก่อนจะทิ้งอัปสรไว้ตรงนั้น 

อยู่ห่างไกลชุมชนสิดีนี่ล่ะคือสิ่งที่เขาต้องการตายซะอัปสร  

ตายซะ… 

เด็กน้อยวัยยังไม่ถึงสิบขวบดีได้ยินทุกอย่างที่ผู้ใหญ่คุยกัน เขาวิ่งออกมาจากที่หลบซ่อนตรงไปหาแม่ที่นั่งหายใจรวยริน 

"แม่ครับ...แม่!" เด็กชายร้องไห้หนักตกใจที่เห็นเลือดไหลซึมออกมาจากมือแม่   “แม่เจ็บตรงไหนครับแม่บอกต้น ฮือ…แม่ครับ”  

"โทรหาพ่อ...ต้นโทรหาพ่อที" อัปสรพยายามหยิบมือถือที่กระเป๋าหลังส่งให้ลูกชายแต่เด็กน้อยยังคงตกใจเอาแต่ร้องไห้และมองเลือดที่ยังไหลออกมาจากตัวเธออย่างไม่ละสายตา   “โตฟังแม่โทรหาพ่อ!...” อัปสรกดเสียงต่ำพร้อมกับจับมือลูกชายเขย่าให้เขาได้สติ 

“คะ…ครับ” เด็กชายก้มมองโทรศัพท์กดโทรหาพ่อตามที่แม่บอกขณะรอสายน้ำตามันก็ยังไหลไม่หยุด 

เด็กน้อยวนปาดน้ำตาทิ้งจนสังเกตเห็นว่ามือตัวเองเลาะเลือด ความกังวลเข้ามาแทนที่สมาธิที่จดจ่ออยู่กับปลายสายเปลี่ยนไปสนใจผู้เป็นแม่แทน ทำไงดี ตอนนี้หน้าแม่ซีดมาก แถมเลือดยังไหลออกมาไม่หยุดเด็กน้อยตัดสินใจช่วยเอามือไปช่วยกดแผลแม่ไว้ 

“พ่อไม่รับเลยครับ” 

“โทรไปอีก…โทร…ย้ำๆ…” 

“ครับ” รับคำพร้อมกับกลืนเสียงสะอึกสะอื้นลงคอ   “พะ…พ่อครับพ่อ…ฮืออออ…” เด็กน้อยปล่อยโฮเมื่อพ่อรับสาย 

“ให้แม่คุยกับพ่อหน่อย…” อัปสรรับโทรศัพท์มาแนบหู    “คุณคะ…” 

‘เกิดอะไรขึ้นลูกร้องไห้ทำไม’ แค่ได้ยินเสียงสามีอัปสรก็น้ำตาไหลรู้ดีว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ยินเสียงคนรัก     

“ฉัน…ถูกยิงค่ะตอนนี้อยู่ที่ท่าเรือประมงเก่า” 

‘ว่าไงนะ! ใครยิง!แล้วคุณเป็นไรมากรึเปล่าโดนตรงไหนผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้’ 

“ค่ะ…คุณรีบมานะคะฉันเหนื่อย…” 

‘อย่าหลับนะก้อยคุณต้องไม่เป็นไร…โทรเรียกกู้ชีพไปท่าเรือประมงเก่าเดี๋ยวนี้เลยพุฒิ’ อัปสรได้ยินเสียงสามีตะโกนสั่งเลขา 

เหนื่อยมาก… 

ไม่มีแรงพูดแล้วล่ะ 

“คุณคะ…” 

‘อย่าวางนะคุณอย่าพึ่งวาง’ 

“ค่ะ…ฉัน…ยังไหวคุณคุยกับลูกนะ” อัปสรส่งโทรศัพท์ให้ลูกชายเพื่อที่ตัวเองจะได้มีเวลาพัดหายใจอีกนิด 

“พ่อคร๊าบบบ…ฮึก…ฮือออ…”  

‘อย่าร้องนะต้น บอกพ่อสิว่าแม่เป็นไงบ้าง’ 

“มะ…แม่เลือดไหลไม่หยุดเลยยย…ฮึก…ลุงธีใจร้าย! ลุงทีทำแม่” 

‘ลุงธีเหรอ’ 

“คะ…ครับฮึก…” 

‘ไม่ต้องร้องนะลูกพ่อกำลังไปแต่เดี๋ยวรถพยาบาลจะไปถึงก่อน ต้นไม่ต้ิงดลัวคอยอยู่เป็นเพื่อนแม่นะ’ 

“ฮับ” เด็กน้อยปาดน้ำตาบอกตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้วางสายจากพ่อหันไปจับมือแม่ไว้   “แม่อดทนนะพ่อบอกว่าหมอกำลังมา” 

“…” อัปสรพยักหน้ายื่นมือไปลูบหัวลูกพร้อมรอยยิ้มเธอไม่อยากเห็นน้ำตาของลูกเป็นภาพสุดท้ายก่อนตาย 

เธออยากเห็นรอยยิ้ม เห็นความสุข อยากจะมีชีวิตอยู่จนได้เห็นลูกเติบโตแต่ก็รู้ตัวเองดีว่าคงทำไม่ได้อย่างน้อยก็โล่งใจที่ลูกไม่เป็นอะไรไปอีกคนขอบคุณที่เขายังเชื่อฟังไม่ออกมาจากที่ซ่อนจนกว่าพี่สุธีจะกลับไป 

“ต้น…ต้องเข้มเข็งนะลูก ต้องอดทน…ต้องเป็นเด็กดีเชื่อ…ฟังผู้ใหญ่เข้า…เข้าใจรึเปล่า” 

“ครับ” 

“รอพอมานะ…รอพ่อ…” 

“แม่! แม่ฮะ!...แม่ครับ แม่!...” 

 

“แม่!!!” 

อนภัทรสะดุ้งตื่นพร้อมคราบน้ำตา

เหตุการณ์ในอดีตมันสมจริงมากราวกับว่าเขาไม่ได้ฝันชายหนุ่มหยัดตัวลุกขึ้นมานั่งรับสภาพความจริงว่าเป็นอีกคืนที่เขาฝันถึงตอนที่แม่จากไป ความทรงจำมันแจ่มชัดแม้จะผ่านไปยี่สิบปีเขาไม่มีวันลืมมันได้ กลิ่นเลือดเหมือนยังคลุ้งอยู่ในจมูกเสียงแหบแห้งไร้เรี่ยวแรงของแม่ที่ยังฝืนพูดกับเขามันก็ยังชัดเจน

โทษตัวเองว่าถ้าเขาโตกว่านั้นในวันนั้นแม่คงไม่ตาย โทษพ่อที่ช่วยแม่ไว้ไม่ได้และโทษคนใจร้ายที่ฆ่าแม่ได้ลงคอ

‘นายสุธี แสงสุริยา’

เขาเลิกเรียกผู้ชายคนนั้นว่าลุงธีตั้งแต่วันนั้นพอโตขึ้นก็เริ่มรู้ความจริงว่าอะไรเป็นอะไรยิ่งสืบค้นก็ยิ่งค้นพบความจริงที่ทำให้ปล่อยวางไม่ได้และพาลรังเกียจทุกคนในตระกูลแสงสุริยา คนเลวๆแบบนั้นยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมใช้ชีวิตหรูหรามีความสุขกับทรัพย์สมบัติที่ตัวเองไม่สิทธิ์แต่ไปคดโกงเขามา

“เฮ้อ…” อนภัทรเอามือลูบหน้าเรียกสติ

ตราบใดที่ยังแก้แค้นให้แม่ไม่ได้เขาก็ยังต้องฝันร้ายแบบนี้ต่อไปสินะ…ราวกับว่าวิญญาณของแม่ยังไม่ไปไหนยังเรียกร้องความเป็นธรรมหรือกำลังเฝ้าดูความย่อยยับของคนพวกนั้นอยู่ เขาสัญญากับแม่ว่าครอบครัวแสงสุริยาต้องพังทลายด้วยมือเขาไม่ฟังคำเตือนของพ่อที่พยายามกล่อมให้ปล่อยวางให้อภัยนายสุธีและเฝ้ารอให้บาปกรรมเล่นงานแทน

เขาไม่ได้แสนดีขนาดนั้น

คนชั่วมันก็ต้องเจอกับคนชั่วถึงจะสาสมกันเพราะเหตุนี้เขาจึงพยายามตามหา ‘แก้วกันยา แสงสุริยา’ ลูกสาวคนโตที่นายสุธีรักดั่งแก้วตาดวงใจอยากรู้ที่สุดคือไอ้แก่นั้นมันจะเจ็บปวดแค่ไหนที่ได้รู้ว่าลูกสาวมันถูกเขาทำลายจนย่อยยับ

แต่มันยังเป็นได้เพียงความคิด

การตามหาแก้วกันยาแบบพลิกแผ่นดินหามันไม่ง่าย เราคลาดกันหลายครั้งตอนที่อยู่อังกฤษพอผู้หญิงคนนั้นกลับมาเมืองไทยเขาก็ยังเข้าไม่ถึงตัวเธอเช่นเดิม

นี่ก็กลับมาจะครบสองเดือนแล้วนะ

หันไปมองนาฬิกาหวังว่าเช้านี้จะได้รับข่าวดีคาดหวังให้ลูกน้องที่ส่งไปมีอะไรติดไม้ติดมือมาสักอย่างไม่ต้องการคำว่ายังไม่มีอะไรคืบหน้า อนภัทรลุกจากเตียงไปล้างหน้าในเมื่อนอนไม่หลับเขาก็จะออกไปวิ่งเรียกเหงื่อเรียกสติสักหน่อย

หกโมงเช้า

อนถัทรกลับมาจากวิ่งออกกำลังกายแถวๆบ้านเห็นบ้านใหญ่เปิดไฟสว่างก็นึกสงสัยว่าทำไมวันนี้แม่เลี้ยงเขานั้นตื่นเช้าได้ คุณนายทัศนีของเขาห่างไกลจากนิยามของคนแก่ทั่วไปที่หันหน้าเข้าวัดเดินทางสายบุญตั้งแต่กลับมาอยู่บ้านเขายังไม่เห็นแม่เลี้ยงตื่นมาใส่บาตรสักวัน แปดโมงไปแล้วเท่านั้นบ้านใหญ่ถึงรับประทานอาหารเช้าพอตกสายหลังพ่อออกไปสำนักงานหรือพบปะพูดคุยกับชาวบ้านก็ได้เวลาที่คุณแม่เลี้ยงของผมจะออกไปชอปปิ้ง

เห็นแบบนี้จนชินตา

ช่างใจ…ไม่ไปกวนแม่เลี้ยงดีกว่าวันนี้เขาไม่มีอารมณ์ปะทะคารมกับใครทั้งนั้น เ

ดินกลับเข้าเรือนขาวนี่คือบ้านคืออาณาจักรส่วนตัวของเขา เปิดประตูกระจะบานเลื่อนเดินผ่านห้องรับแขกตรงเข้าห้องนอนบ้านไม้ทรงไทยประยุกต์หลังนี้มีแค่หนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องรับแขกหนึ่งห้องน้ำเท่านั้น มันอาจจะเล็กดูไม่สมฐานะของลูกชายนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล

อนภัทรไม่สนเรื่องพวกนั้นหรอกนะ

ก็แค่มาอาสัยนอนตั้งใจแล้วว่าเมื่ออะไรลงตัวจะลงไปอยู่ที่ฟาร์มมุขเป็นหลักเรือนขาวก็นานๆกลับมาพักทีวางแผนใช้ชีวิตห่างจากแม่เลี้ยงเพื่อไม่ให้มีปัญหา

ตระกูลกิจจานับเป็นตระกูลเก่าแก่ของจังหวัดทำธุรกิจเกี่ยวฟาร์มมุขครบวงจรและสัมปทานรังนกมาแล้วสองรุ่นถ้านับรวมเขาเข้าไปก็จะเป็นรุ่นที่สาม อนภัทรไม่ได้สนใจเรื่องแต่งตัวหล่อๆไปนั่งบริหารบริษัทเท่าไหร่นัก เขาชอบลงไปคลุกคลีกับคนงานที่เกาะมากกว่าให้ความสำคัญกับจุดเริ่มต้นให้ความสำคัญกับการเลี้ยงคนที่ซื่อสัตย์

"เรื่องที่ให้ตามไปถึงไหนเล้วชัย"

"ยังไม่ได้อะไรเลยครับนายหัว"

ปัง!!!!

อนภัทรทุบโต๊ะเสียงดังทันทีที่ได้ยินคำตอบ   

"คนๆเดียวทำไม่ได้เหรอชัย!"

"ขอโทษครับนายหัว...เธอไม่ค่อยออกไปไหนชอบเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่มีเพื่อน ไม่เที่ยวกลางคืนผมก็ไม่รู้จะเอาตัวเธอมาได้ยังไง”

“จะบอกว่างานมันยากไปงั้นเหรอ?”

“เปล่าครับนายหัว…นี่รูปเธอที่ผมถ่ายได้”

"ครั้งหน้า...ฉันให้โอกาสชัยเป็นครั้งสุดท้ายทำยังไงก็ได้จับตัวเธอมาให้ได้เข้าใจนะ”

"ครับนายหัว"

"ไปได้แล้ว"

มองซองสีน้ำตาลบนโต๊ะตื่นเต้นที่รู้ว่าในนั้นมีรูปของแก้วกันยาคาดหวังเต็มที่กับเทคโนโลยีหวังว่าจะได้รูปคมชัด มือหนาเปิดซองสีน้ำตาลออกดูสายตาคมจ้องตรงไปที่ภาพถ่ายอย่างใจเย็น

"เธอสินะแก้วกันยา แสงสุริยา ในที่สุดก็ได้เห็นหน้าชัดๆซะทียินดีที่รู้จักนะ” ชายหนุ่มส่งยิ้มร้ายให้กับรูปหญิงสาวที่เขาตั้งต้นเป็นศัตรู

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว