email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 ข้าทำอันใดผิด

ชื่อตอน : บทที่ 4 ข้าทำอันใดผิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 21 เม.ย. 2564 02:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ข้าทำอันใดผิด
แบบอักษร

บทที่ 4

 

ข้าทำอันใดผิด

 

.....เขาที่ได้เข้ามานั่งเป็นตัวอ่อนระทวยไม่รู้จะอ่อนยังไงล่ะ เพราะการสอนมันช่างน่าเบื่อจนไม่อยากจะฟังต่อ ยิ่งฟังยิ่งอยากเดินหนี ตั้งแต่ที่เขาเดินเข้ามาในห้องเรียนที่มีโต๊ะไม้และฟูกรองนั่ง ให้นั่งสบายขึ้นแต่ก็ยังไม่ทำให้ดีขึ้นเสียเท่าไหร่ บรรยากาศในห้องเรียนก็งั้นๆ เงียบงันจนอยากนอน ถึงจะชอบมีบางคนที่ชอบเหลือบมองผมเป็นระยะๆก็เถอะ ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นอยากแกล้งหรืออะไรอีกรึเปล่า แต่ที่แน่ๆ ผมไม่มีวันยอมถูกรังแกหรือกดขี่ข่มเหงกันได้ง่ายๆเหมือนเมื่อเช้า

 

แผลเมื่อเช้าเองก็ยังไม่หายสงสัยจะเป็นรอยแดงๆช้ำๆเพราะรู้สึกเจ็บๆคันๆอยู่พอสมควร ดีที่เลี่ยงเหมยหายามานวดให้ก่อนจะเดินมาห้องเรียน ถึงนางจะเอาแต่ถามว่า เป็นอะไรบ้างไหม ไม่สบายรึเปล่า รู้สึกเศร้า หรือรู้สึกอะไรยังไง นางคงจะแปลกใจว่าทำไมเขาถึงไม่ร้องห่มร้องไห้เหมือนอย่างเคยล่ะมั้ง

 

ในห้องก็ไม่มีอะไรมากมาย เรียนครบเกือบ 2 ชั่วโมงก็มีครูคนใหม่เข้ามาสอน คนแรกเป็นครูแก่ๆมาสอนเรื่อง 1+1=2 แล้วก็คูณๆหารๆ  แล้วก็สูตรหาเลขอนุกรมอะไรแบบนั้น ครูคนต่อเป็นครูหนุ่มๆ ดูหล่อๆสวยๆ ไม่มั่นใจเรื่องเพศว่าเป็นเกอเหมือนกับเขารึเปล่า แต่เรื่องนั้นคงไม่สำคัญเท่าตอนนี้เขาอยากนอนหรอก

 

​​​​"เจ้าขี้แย...เจ้าขี้แย"

 

เสียงกระซิบดังขึ้นมาจากข้างหลัง ที่จริงก็รู้แหละว่าเรียกผมเพราะส่วนใหญ่ก็เห็นเรียกกันแบบนั้น ตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องแล้วนั้นแหละครับแต่ขี้เกียจมีเรื่องตอนกำลังจะเรียน ถึงจะไม่ได้ฟังอาจารย์เขาสอนเลยก็เถอะ 

 

"เจ้า!...ขี้!...แย!...เจ้าเลี่ยงหรู!"

 

"จิ๊! อะไร?"

 

ผมหันไปกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจ เพราะอีกฝ่ายเรียกผมไม่หยุดซะที ทำไมถึงได้มีแต่คนน่ารำคาญทั้งนั้นเลย ที่พระเจ้าให้ผมมาอยู่ร่างนี้ก็เพื่อที่จะให้ผมมาชดใช้กรรมในชาติก่อนรึไงกัน ปกติชาติก่อนผมไม่ใช่คนที่ดูน่ารำคาญขนาดนั้นสักหน่อย

 

"นี่เจ้าน่ะ...เมื่อตอนเช้าทำอันใดหรือ เหตุใดพวกนั้นจึงได้กลัวเจ้าจนตัวสั่นเช่นนี้"

 

"ข้าจะไปรู้ได้ยังไง อยากรู้ก็ไปถามเองสิ!"

 

"นี้ๆ..บอกข้าหน่อย ข้าเป็นเพื่อนรักเจ้าเชียวนะ"

 

เลี่ยงหรูไม่ตอบอะไรเพราะปกติก็ไม่ค่อยมีเพื่อนอยู่แล้ว จึงทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเมินเฉยต่อเสียงกระซิบข้างหลัง ก่อนที่จะฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะเพราะง่วงเกินจะทนไหว บรรยากาศเงียบๆ บวกกับเสียงสวดบทกลอน ของอาจารย์มันช่างน่าเป็นใจเสียจริงๆ เสียงบรรยายความหมายของอาจารย์มันทำให้เห็นภาพ ของแม่น้ำ ภูเขา และเสียงของสัตว์นานาชนิดที่กำลังร้องเรียกเขาอยู่จากทางด้านหลัง

 

ฟึบ!ตึง!"โอ๊ย!....ซี๊ดด อะไรเนี่ย?"

 

เลี่ยงหรูเงยหน้าขึ้นเมื่อจู่ๆก็มีอะไรไม่รู้ปามาใส่หัวเข้าอย่างจัง ทำเอารู้สึกเจ็บจี๊ดไปทั่วศีรษะ ก่อนจะเงยหน้าหาคนกระทำ แต่กลับเห็นทุกคนมองมาที่ตนเป็นตาเดียวกัน รวมทั้งอาจารย์ที่ยืนทำหน้าบึ้งตึงคล้ายคนกำลังมีโทสะ รู้เลยว่าตัวเองกำลังทำอะไรผิดบางอย่าง ถึงจะเรียกว่าอาจารย์แต่คนตรงหน้าก็อายุราวๆ สามสิบต้นๆใบหน้าดูหล่อเหลาอยู่ไม่น้อย แต่ในทางเดียวกันก็ดูสวยอย่างบอกไม่ถูก คงเพราะไม่ค่อยได้ออกแดดกระมั้ง ถึงได้มือขาวขนาดนั้น

 

"เลี่ยงหรู อาจารย์ก็ไม่ได้อยากพูดอันใดกับเจ้ามากนัก เดิมทีแล้วเจ้าก็ไม่ได้มีความรู้เทียบเท่ากับเพื่อนๆ เจ้าไม่ได้มาเรียนทุกวัน แถมการสอบกลางภาคครั้งก่อนเจ้าก็ได้คะแนนน้อย อย่าว่าแต่จะเป็นขุนนางเลย เป็นเจ้าเมืองหรือพ่อค้าเจ้าก็จะเป็นไม่ได้เลย แทนที่เจ้าจะสนใจการเรียนเจ้ากลับเอาแต่นอน เล่น แล้วก็มีเรื่องกับคนอื่น! แล้วแบบนี้จะสู้คนอื่นได้เช่นไร!"

 

เลี่ยงหรูทำหน้ามึนๆไม่พูดโต้ตอบอะไรเพราะมันเป็นความจริง การที่โดนอาจารย์หน้าหล่อออกหวานนิดๆสวดมันก็เป็นอะไรที่ปกติ ไม่ว่าจะยุคไหนก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ จำได้ว่าตอนมัธยมก็โดนแบบนี้ แต่เพราะเรียนดีครูเลยไม่เทศอะไรยาวเยียด แค่บอกว่าทำไมถึงนอนในคาบครูก็แค่นั้นแหละ พอนึกย้อนไปก็รู้สึกคิดถึงอยู่เหมือนกัน

 

"เลี่ยงหรู....เหตุใดเจ้าเงียบไปเล่า หรือว่า...ไม่พอใจที่อาจารย์กำลังสอนเจ้า"

 

เสียงของใครบางคนที่หน้าตาหล่อเหลาเหมือนพวกคุณชายเจ้าเล่ห์ที่เห็นสถานการณ์ที่น่าจะสบโอกาสจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ก่อนที่เขาจะหันไปมองแล้วก็เห็นใบหน้าที่กำลังแสยะยิ้ม คล้ายกับเป็นการดูถูกดูแคลน คงคิดว่าเขาคงจะร้องไห้เพราะถูกอาจารย์ว่ากล่าวตักเตือนรึไง เจ้าหน้าปลาไหลเผือก!

 

"....ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ท่านอาจารย์ ข้าจะไม่ทำอีก"

 

"เฮ้อ~หากเจ้ายังเอาแต่หลับอีก ข้าจะให้ไปคุกเข่าอยู่ด้านนอกเพื่อสำนึกผิดกับสิ่งที่เจ้าทำ"

 

"ขอรับๆ"

 

เลี่ยงหรูตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยคล้ายกับว่าไม่ได้หวั่นเกรงต่อคำเตือนของอาจารย์ ก่อนที่จะมีใครบางคนทำหน้าแปลกๆคล้ายกับว่ากำลังสงสัยอะไรบางอย่าง เขาหันไปมอง'เจ้าหน้าปลาไหลเผือก' ที่นั่งถัดจากเขาอยู่ประมาณสองโต๊ะแล้วนั่งอยู่เหนือเขาอีกสองโต๊ะ เป็นตำแหน่งที่ไกลอยู่พอสมควร คนๆนั้นมีใบหน้าที่สมกับเป็นคุณชายใบหน้าหล่อเข้มๆ ดูท่าทางเจ้าเล่ห์แสนกล ผมนั่งมองหน้าอยู่แป๊บหนึ่งแล้วเลิกสนใจ ก่อนที่จะมีใครบางคนกำลังสะกิดหลังอยู่ แต่พอดีผมรู้สึกเบื่อๆไม่อยากคุยกับใครให้โดนลงโทษเลยไม่ได้หันไปมอง 

 

พอผ่านไปได้ไม่นานอาการง่วงนอนก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเพราะเมื่อคืนผมนอนน้อยหรือว่าเสียงของอาจารย์มันไพเราะจนผมอยากจะหลับอีกรอบ เขาอ้าปากห้าวนอนเป็นรอบที่ 5 ก่อนจะเอามือเท้าคางแล้วสับผงกไปมา  อย่างน้อยอาการนี้ก็ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เป็น เขาตบหน้าตัวเองอยู่สองสามครั้งก่อนจะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นผลอะไร จึงฟุบหลับคาโต๊ะไปแบบนั้น

 

ครอก~ฟี้~ปึก!"โอ๊ย!"เป็นรอบที่สองของการโดนหนังสือเล่มบางปาใส่หน้าก่อนจะทำท่าลูบ หน้าผากปรอยๆ แล้วเก็บคำภีร์อันล้ำค่าไว้ในมือเพื่อที่จะคืนอาจารย์หน้าหล่อที่ไม่รู้เป็นอะไรกับผมนักหนาถึงได้เอาแต่หาเรื่องผมอยู่เรื่อยๆ

 

"อาจารย์~ข้าทำอันใดผิด~"

 

ผมทำน้ำเสียงออดอ้อนทันทีที่เห็นว่าทุกคนมองมาหาอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆ ก่อนที่ใบหน้าหวานๆบวกกับเสียงอันไพเราะน่าฟังจะทำให้ใครหลายคนโดนตกแบบไม่รู้ตัว ด้วยความที่ผมพึ่งตื่นไม่รู้หรอกครับว่าอะไรเป็นอะไร รู้แต่ว่าตอนนี้รู้สึกง่วงจนแทบจะสลบแล้ว

 

"เจ้า!....ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่! ตอนนี้ต่อให้เจ้าร้องไห้ หรือทำเสียงออดอ้อนข้าก็ไม่ปราณีเหมือนคราก่อนหรอกนะ"

 

นี้เขาเคยทำอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ แสดงว่าคนก่อนเคยทำท่าทางออดอ้อนอย่างนั้นหรอกหรือน่าสนใจดีแท้ งั้นก็มาดูกันว่าหน้าตาของเจ้ามีประโยชน์มากเพียงใด ข้าจะไม่ร้องไห้หรอกนะ

 

"ท่านอาจารย์~ข้าน่ะ ไม่ได้ตั้งใจหลับจริงๆนะ ข้าก็แค่คิดว่าการนอนจะทำให้สมองโล่งคิดอะไรดีๆออกเท่านั้นเอง"

 

เขาทำเสียงออดอ้อนป่นเย้ายวน ทำหน้าน้ำตาคลอหน่อยๆ จนคนฟังที่อยู่ในห้องถึงกลับชะงักค้าง พอเห็นว่ามันได้ผลขึ้นมาเลยค่อยๆแสยะยิ้มคล้ายกับกำลังเชิญชวนให้คนหลงเสน่ห์ คนที่อยู่ในห้องเรียนพากันมองตาไม่กระพริบคล้ายกับกำลังโดนมนต์สะกดของอะไรบางอย่าง ทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยจะสนใจใยดี แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกหลงเสน่ห์จนใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

แต่ในทางกลับกันอาจารย์รูปงามกลับไม่ได้สนใจกับท่าทางของเลี่ยงหรู เพียงแต่มองการกระทำที่เปลี่ยนไปของลูกศิษย์คนงามที่แต่ก่อนมักจะร้องไห้เป็นประจำเมื่อตนตักเตือนแถมยังทำท่าราวกับเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาเหมือนเด็กสองขวบ ครั้งนี้กลับกำลังตรงกันข้ามกันเมื่อลูกศิษย์คนงามเอ่ยคำหวานเชื้อเชิญราวกับหญิงสาวที่ผ่านการมีคู่รักมากมาย

 

"นี้เจ้าคิดหรือว่าคำพูดของเจ้าจะทำให้อาจารย์ผู้นี้หลงกล หากเจ้าคิดเช่นนั้นก็จงไปสำนึกผิดข้างนอกเถิด"

 

"ท่านอาจารย์~"

 

"จงออกไปสำนึกผิดข้างนอกถือว่าเป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่ง และไปทบทวนเรื่องการเรียนของเจ้าเสียใหม่"

 

เลี่ยงหรูทำหน้าโอดโอยเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปข้างนอกห้องที่มีแสงแดดสาดส่อง แค่เดินออกมาก็รู้สึกร้อนจนอยากกลับบ้านแล้ว แต่ยังไงก็ช่างมันเถอะ อย่างน้อยมาหลับข้างนอก ก็ดีกว่าการที่จะต้องนอนหลับแล้วโดนหนังสือปาใส่หัวเป็นรอบที่สาม

 

"นั่งคุกเข่าด้วยเล่า"

 

"ขอรับๆ"

 

เขาตอบรับคำของอาจารย์ก่อนจะนั่งคุกเข่ากอดอกพร้อมกับหลับตา แต่เพราะแสงแดดที่สาดส่องมาเลยทำให้รู้สึกหลับไม่ลง แถมยังรู้สึกเบื่อมากกว่าเดิมเสียอีก อยากคุยกับใครก็ไม่ได้คุย พออยู่คนเดียวแบบนี้มันรู้สึกเหงายังไงก็ไม่รู้ อุปกรณ์สื่อสารก็ไม่มี คนที่ชวนให้มาทะเลาะก็ไม่มี ไม่มีอะไรเลย อยู่ๆก็ชักจะรู้สึกคิดถึงฟิลิกซ์ขึ้นมาเลยแฮะ เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันนะ ชักจะรอไม่ไหวแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

....ทางฝั่งของฟิลิกซ์

 

"องค์ชาย....เหตุใดจึงไม่ไปเรียนล่ะพ่ะย่ะค่ะ"

 

"เสียเวลาเปล่า"

 

"แต่ว่า-"

 

"หยุดพูดเรื่องไร้สาระ หากมีปัญหานักก็ชนะข้าให้ได้เสียก่อน"

 

ฟิลิกซ์ในร่างขององค์ชายสามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาคล้ายคนที่กำลังไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทั้งที่แต่ก่อนองค์ชายคือคนที่อ่อนโยน แถมยังใจดีมากๆอีกด้วย พระองค์ทรงมีพระเมตตาให้กับทุกคนและมักจะโดนใส่ร้ายอยู่บ่อยครั้ง จนครั้งก่อนถึงกลับโดนสั่งลงโทษให้โดนโบยเพราะช่วยเหลือสตรีนางหนึ่งที่เป็นนักโทษ แต่นางกลับทรยศหักหลัง ขโมยทรัพย์สินมีค่าไป องค์ชายทรงเสียพระทัยมากที่โดนกระทำเช่นนั้น จึงขังตนเองไว้ในห้องจนถึงเช้าเพื่อสงบสติของตนเอง

 

แต่พอข้าเข้าไปในห้องในตอนเช้ากลับเห็นว่าองค์ชายทรงเปลี่ยนไปมาก สายพระเนตรดูเย็นชา พระพักตร์ดูเรียบเฉยจนผิดปกติ พอโดนลงโทษก็ทรงไม่เอ่ยสิ่งใดร้องขอ หรือพูดอะไรเพื่อร้องขอให้ลดโทษให้แก่พระองค์เลยแม้แต่น้อย  ถึงแม้การลงโทษนี้จะเป็นการลงโทษเพื่อหลอกตาผู้คนก็ตาม ตั้งแต่ทรงตื่นบรรทมมาองค์ชายก็มีท่าทางเปลี่ยนไป ถามคำถามแปลกๆคล้ายกับว่าได้ลืมทุกอย่างไปหมดสิ้นแล้ว จะว่าสูญเสียก็ไม่ใช่ เรียกว่ามีคนอื่นมาแทนที่ก็คงจะไม่แปลกนัก

 

"เจ้าชื่อ?"

 

"ข้านามว่า'เลี่ยงหวง'เป็นองครักษ์ส่วนพระองค์พ่ะย่ะค่ะ"

 

"อืม....ข้าต้องทำอันใดบ้างต่อจากนี้"

 

"หากพระองค์ทรงไม่อยากเรียนเรื่องบทกลอน งั้นกระหม่อมแนะนำให้ทรงเรียนเรื่องทรงม้าดีรึไม่พ่ะย่ะค่ะ"

 

"ดี"

 

ฟิลิกซ์ในร่างขององค์ชายสามเอ่ยขึ้นมาอย่างเรียบเฉย แม้ตอนนี้จะไม่เข้าใจว่าทำไมตนมาอยู่ที่นี่ได้ ทั้งยังมีคนรับใช้มากมายเดินตามหลังมา แต่ดูจากท่าทางและคำพูดต่างๆก็พอจะเดาได้ว่าตอนนี้ตนอยู่ในฐานะอะไร ตอนนี้ก็เหมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ค่อนข้างน่าสนใจโดยเฉพาะการตามหาใครบางคนให้เจอเร็วๆก่อนจะมีใครบางคนคิดจะแย่งไป

 

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะได้มาอยู่ด้วยกันอีกไหมแต่ที่แน่ๆเขาจะพยายามตามหาให้ถึงที่สุด แม้ว่าภายนอกรูปลักษณ์จะเป็นยังไงก็ตาม ต่อให้อัปลักษณ์เพียงใด แต่แก่นแท้แล้วก็คืออีกคนเขาก็ พร้อมที่จะรักในสิ่งที่เป็นตัวของฮาร์ด 

 

อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังมีความหวังเพราะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะมีการจัดการแข่งขันเลือกตำแหน่งขุนนางและรัชทายาท ที่จริงเขาไม่ได้สนใจอะไรอะไรพวกนั้นหรอก เขาสนใจเพียงแค่ฮาร์ดเท่านั้น หากอีกคนได้อยู่ในการคัดเลือกตัวแทนที่จะมาแข่งขันกันเพื่อเลือกตำแหน่งขุนนาง อีกคนจะต้องหาทางที่จะมาแข่งแน่นอน

 

ด้วยความที่ฮาร์ดเป็นพวกเจ้าสมองกลชอบการแข่งขันอยู่แล้วด้วย ไม่ว่ายังไงก็ต้องมา มีสองอย่างที่เจ้าตัวต้องมา คือหนึ่งต้องการหาตัวเขา หรือสองต้องการเงิน นี้คือสิ่งคาดเดาเท่านั้น ยังไงก็ขอให้เจอทีเถอะ ในตอนนี้คงต้องไหลไปตามน้ำของพวกนี้ก่อน ถึงจะรู้สึกน่ารำคาญไปหน่อยก็ตาม 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.....โอย~อีพี่นี้รวยทุกชาติจริงๆ555 อยากรู้จังว่าน้องจะเจอพี่ยังไง แต่พี่เขาดูโหดจริงๆ ไม่เรียนคือไม่เรียน5555♪~(´ε` )

 

ว่าจะเฉลยทีหลังแต่กลัวรี้ดงง(*´˘`*)♡

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว