email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่9(ความรักคือการเสียสละ)

ชื่อตอน : ตอนที่9(ความรักคือการเสียสละ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2564 06:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่9(ความรักคือการเสียสละ)
แบบอักษร

 

ที่ทำงานของตระกูลซานโต้

20:30น.

ซาโนะ มิซาโนะ.....

“แกว่ายังไงน่ะ!”ผมโวยขึ้นเมื่อไอ้ซาต้ามันกลับมามือเปล่าโดยไม่ได้พามินตราของผมมาด้วย

“คุณมินตราอยู่ที่ประเทศนี้ครับนาย”ซาต้าเอ่ยบอกผมโดยมันไม่กล้ามองสบตาผมเพราะผมกำลังโกรธมาก เพราะผมอยากจะเจออยากจะกอดเธอแทบขาดใจแต่มันก็ทำให้ผมผิดหวัง

“มินมาทำอะไรที่นี้ เธอมาหาใคร?”

“ผมไม่ทราบครับ แต่อีกไม่นานผมจะมีคำตอบมาให้นายครับ”

“เออ ไปได้แล้ว ไปให้พ้นหน้ากูเลย!!”ผมโวยใส่ไอ้ซาต้าด้วยความหงุดหงิดมันก็รีบลนลานออกไปจากห้องทำงานของผมอย่างไว ทั้งที่มันบอกว่าใกล้จะได้ตัวมินตราแล้วแท้ๆแต่มาวันนี้มันกลับทำงานพลาดจะไม่ให้ผมโมโหได้ยังไงกัน

ตุ๊บ

“โถ่เว้ย!!”ผมใช้มือกวาดหนังสือเอกสารที่อยู่บนโต๊ะลงพื้นด้วยความหงุดหงิด

ก๊อกๆๆๆ

“ใคร!!”ผมตวาดเสียงเอ่ยถามไปด้วยอารมณ์ที่ยังไม่หายหงุดหงิด

“พ่อเอง”เสียงนุ่มและอบอุ่นของพ่อเอ่ยกลับมาทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมาเพราะผมไม่เคยขึ้นเสียงใส่พ่อของผมเลยสักครั้ง

“เข้ามาได้ครับพ่อ”ผมเอ่ยบอกพ่อกลับไป

แอ๊ดดด

“เป็นอะไรลูก มองอารมณ์ไม่ค่อยดี?”พ่อผมเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่างพลางนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ในห้องทำงานของผม ผมก็เดินเข้าไปหาท่านพลางรินนำ้ชาใส่เเก้วให้ท่าน

“พ่อกับแม่คิดดีแล้ว”พ่อผมเอ่ยขึ้นในขณะที่ผมยื่นแก้วนำ้ชาส่งไปให้ท่านด้วยสีหน้าจริงจัง

“เรื่องอะไรเหรอครับพ่อ?”ผมเอ่ยถามพ่อไปด้วยความสงสัยเพราะท่านมีสีหน้าและนำ้เสียงที่ดูจริงจังผิดปกติของท่าน

“พ่ออยากให้ลูกมีเมียได้แล้วซาโนะ”

“มีเมีย?!”ผมทวนคำพูดของพ่อไปด้วยความสงสัยเพราะพ่อไม่เคยพูดเรื่องนี้กับผมเลยสักครั้ง เพราะผมไม่เคยแลหญิงใดนอกจากคนคนเดียวที่เป็นเจ้าของหัวใจดวงเดียวของผม

“ใช่ และพ่อก็เคยให้คำสัญญากับมิซานไว้ว่าจะให้ลูกของเราทั้งสองคนแต่งงานด้วยกัน”

“นี้มันยุคสมัยไหนแล้วพ่อ ยังมีคลุมถุงชนอยู่อีกเหรอ?”ผมคาดพ่อไป เพราะยังไงๆผมก็ไม่มีวันแต่งงานกับยัยเด็กบ้านั้นเด็ดขาด มินตราของผมดูดีกว่าเธอตั้งมากมาย

“พ่อไม่ได้คลุมถุงชนลูก แต่พ่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกซาโนะ ลูกควรจะมีทายาทไว้สืบสกุลได้แล้ว”

“ลูกปลายฟ้าไงครับพ่อ”

“ลูกของปลายฟ้าก็ต้องไปดูแลโกมะสิถึงจะถูกเพราะนั้นเป็นลูกของริวอิจิไม่ใช่ลูกของลูกซาโนะ”พ่อผมอธิบายให้ผมด้วยนำ้เสียงที่ดูเข้มขรึมกว่าเดิม

“แต่ผมมีคนที่ผมรักและรอเธอมาตลอดอยู่แล้วนะครับ”ผมบอกพ่อไปตามความจริง ท่านก็ยกยิ้มที่มุมปากขึ้นด้วยสีหน้าเอ็นดูผม

“ลูกมั่นใจแล้วเหรอ ว่ารักเขาไม่ใช่แค่หลงเหมือนผู้ชายทุกคนที่หลงใหลในความงามของผู้หญิงน่ะลูก ลูกมั่นใจแล้วเหรอว่าเขาคือความสุขของลูกคือสิ่งที่ขาดหายไปของลูก”พ่อเอ่ยขึ้นด้วยนำ้เสียงที่อบอุ่นทำให้ผมคิดตามท่านไป นั้นสิ ผมรักเธอจริงๆอย่างงั้นเหรอ

“แล้วการรักใครสักคนมันเป็นอย่างไรเหรอครับพ่อ?”ผมถามท่านไปด้วยความกังวลและงุนงงในใจ ใช่การรักใครสักคนมันเป็นอย่างไร และแบบไหนที่เรียกว่ารัก สิ่งที่ผมเก็บไว้ให้มินเหมือนทุกวันนี้ไม่ได้เรียกว่าผมรักเธอเหรอ ทั้งที่ผมงมงายรอแค่เธอ

“ความรักมันไม่มีกฏเกณฑ์ไม่มีอะไรมาขัดขวางใจของคนสองคนได้ มันไม่มีอะไรมาห้ามเราได้ถ้าเราจะรู้สึกดีกับใครสักคนถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ความรักความรู้สึกดีๆจากคนนั้นคืนกลับมาก็ตาม”พ่อพูดเสร็จก็ยื่นมือมาตบไหล่ผมเหมือนให้กำลังใจทำให้ผมทำหน้าคิดหนักมากไปกว่าเดิม

“แต่ก็เอาเถอะ ถ้าลูกยังมั่นใจว่ารักเธอคนนั้นก็ไม่เป็นไรพ่อไม่ห้ามเพราะความรักมันห้ามกันไม่ได้ถ้าลูกจะเอาเธอมาเป็นนางบำเรอของลูก พ่อก็ไม่ว่าอะไร แต่พ่อกับแม่ขอให้หนูซาโยโกะจังเป็นภรรยาหลวงของลูก ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงคนเดียวของลูกถือว่าพ่อขอร้องต่อให้ลูกไม่รักเธอก็ตาม”พ่อบอกผมเสร็จท่านก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจัดติดกระดุมที่สูทที่ท่านปลดก่อนหน้าให้เข้าที่และยิ้มให้ผม

“พ่อขอตัวก่อนพอดีมีนัดกับแม่ของลูก”

“ครับ สวัสดีครับพ่อ”ผมลุกขึ้นยืนและสวัสดีพ่อด้วยความเคารพ

“ไม่ต้องเดินไปส่งพ่อหรอก แต่พ่อให้เวลาลูกแค่สองวันไปให้คำตอบพ่อกับแม่ด้วยเพราะพ่อจะได้กำหนดวันหมั้นเลย”

“วันหมั้น?”ผมทวนคำพูดไปด้วยความตกใจ

“วันหมั้นของลูกกับหนูโยโกะเพราะปลายฟ้าน้องสาวของลูกชอบเธอเหลือเกินเห็นบอกพ่อว่าอยากได้หนูโยโกะเป็นพี่สะใภ้^_^”พ่อยิ้มหน้าบานและเดินหลีกผมออกจากห้องทำงานของผมไป เมื่อพ่อไปแล้วที่นี้ก็เหลือเพียงแค่ผมคนเดียวที่ต้องจมอยู่กับความคิดมากมายในหัวสมอง หน้าของผู้หญิงสองคนลอยเข้ามาในความคิดของผมและภาพเรื่องราวของเราต่างๆทั้งครั้งแรกที่ผมเจอยัยโยโกะ และตอนที่เธอโดนยาผมถือปืนขู่เธอและเธอก็ทำสีหน้าตกใจปนความกลัวเดินหันหลังกลับลงไปในนำ้ทำให้ผมเผลอยิ้มออกมา

“ฉันต้องค้นพบความจริงให้ได้ ว่าใจของฉันมันรักใคร”ผมพูดกับตัวเอง ลองใช้ใจถามใจ แต่ผมรอมินตรามานานนับสิบปี กับต้นฝนที่ผมเพิ่งจะเธอได้ไม่ถึงสามวัน

“ไอ้ต้าวความรักมันช่างลึกลับซ่อนเงื่อนจริงๆโว้ย!!”ผมโวยวายขึ้น ความหงุดหงิดก่อนหน้านี้หายไปหมดสิ้น ดีเหมือนกันที่ผมยังไม่ได้ตัวมินตรามาในตอนนี้ เพราะผมจะได้พิสูจน์ตัวเองว่าผมรักมินตรามากแค่ไหน ผมรักเธอจริงเหรอเปล่า ผมอยากจะได้เธอมาอยู่เคียงข้างตลอดชีวิตหรือไม่ เพราะถ้าผมไม่ได้รักเธอมากพอผมอาจจะเป็นคนที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิตเลยก็ได้ เพราะเธอต้องมาเป็นภรรยารองของผมหรือไม่ก็เป็นได้แค่นางบำเรอแบบที่พ่อบอกผมเพราะผมไม่มีสิทธิ์เลือกมาก ตระกูลและความมั่นคงมีความสำคัญมากกว่าความสุขของผมเสมอ จะขึ้นเป็นนายใหญ่ปกครองซานโต้ต้องยอมเสียสละความสุขของตัวเองนี่คือคำสอนที่คุณปู่สอนผมเสมอมา และผมก็ยังคงยึดมั่นคำสอนของท่านตลอดมา

ผมหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูของผมมาจากบนโต๊ะทำงานและกดเบอร์โทรหาไอ้ซาต้าด้วยความร้อนใจ

ตื๊ดดดด

(ฮัลโหลครับนาย?)เสียงของซาต้าเอ่ยขึ้นหลังจากที่มันกดรับสายผม

“แกไม่ต้องตามหามินตราแล้ว”

(อ้าว ทำไมเหรอครับนาย)

“ฉันไม่อยากได้ตัวเธอแล้ว”ผมตอบมันไปและกดวางสายมันอย่างไวและเอนแผ่นหลังพิงเข้าพนักเก้าอี้หลับตาลงยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเอง ผมตัดสินใจถูกแล้วใช่ไหม ถ้าผมรักเธอ ผมต้องทำให้เธอมีความสุข ผมจะไม่เอาเธอมาเป็นนางบำเรอของผมให้ใครดูถูกเธอเด็ดขาด ความรักของผมคือการเสียสละที่เห็นคนที่รักมีความสุขสินะ

“เห้อออ ผมทำถูกแล้วใช่ไหมมิน”ผมไม่มีทางขัดคำร้องขอของคุณแม่ได้แน่นอน เพราะผมรักและเห็นใจคุณแม่ของผมมากที่สุด ในขณะที่พ่อผมไปพบรักและใช้ชีวิตอยู่กับแม่ของปลายฟ้าที่เมืองไทยนานหลายปี โดยที่แม่ร้องไห้ทุกวัน ผมไม่อยากเห็นผู้หญิงที่ผมรักต้องมานั่งร้องไห้เพราะสามีไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ถึงแม่ผมจะบอกว่าท่านโอเคท่านไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร แต่ผมรู้ว่าท่านพูดไปเพราะไม่อยากให้พ่อของผมต้องคิดมาก นี่สิน่ะครับ ความรักของแม่ผมคือการเสียสละ เห็นคนที่เรารักมีความสุขเราก็สุขใจไปด้วย

“สามทุ่ม!!”เมื่อผมลืมตาเพื่อตื่นจากภาพอดีตที่เห็นแม่ของผมต้องไปแอบร้องไห้คนเดียว เวลาที่พ่อไม่กลับมาหาท่านสายตาของผมหันไปสบเข้ากับนาฬิกาและร้องอุทานขึ้นมา

“ตายยัยโยโกะอาละวาดแน่”ผมพูดขึ้นด้วยความร้อนรนใจและดีดตัวลุกขึ้นอย่างไวมุ่งหน้าลงไปที่ลานจอดรถ

“นายจะไปไหนครับ?”เสียงลูกน้องผมเอ่ยถามขึ้นเมื่อผมเดินผ่านพวกมันมาด้วยความรีบร้อน

“เดี๋ยวฉันมา”ผมตอบพวกมันไปและรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่รถสปอร์ตคันหรูสีเหลืองอร่ามตาเปิดประตูขึ้นรถและรีบมุ่งหน้าไปยังมหาลัยของผมทันทีด้วยความเร็วเหยียบหมดไมค์

ปื้นนนนนนนนน เอี๊ยดดดดดด

“ท่านประธาน!”เสียงอุทานด้วยความตกใจของยามเฝ้ามหาลัยเอ่ยขึ้นเมื่อผมเหยียบเบรกด้วยความเร็วรีบ ผมลงรถและเดินผ่านยามมาเลยโดยไม่ได้ตอบคำถามอะไรเขา ผมเดินไปขึ้นลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นของผู้บริหารและเดินไปยังสุดทางเพื่อไปยังห้องพักของผม

ตึบ

“เห้ย!”

“อะไรว่ะเนี่ย?”เมื่อผมไขกุญแจและเปิดประตูห้องไปเท่านั้นแหละ ภาพตรงหน้าไม่ต่างจากกองขยะมากมายที่มาสุมกันไว้ ข้าวของถูกลื้อกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้องผิดกับห้องเมื่อก่อนของผมไปมาก ผมเบิกตาโตขึ้นมองสภาพห้องที่เละเทะของผม ผู้หญิงตัวนิดเดียวแผงฤทธิ์ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

“ยัยโยโกะ!!”ผมร้องเรียกชื่อคนที่ทำของของผมเสียหายด้วยความไม่พอใจเธอเป็นอย่างมาก ผมกวาดสายตาเพื่อมองหาตัวต้นเหตุทั่วทั้งห้องรกๆนี้แต่ก็ไม่พบกลับผมกับนำ้ที่ถูกเปิดจากก๊อกนำ้ในอ่างล้างจากที่มันไหลชุ่มแฉะไปทั่วทั้งพื้นห้องครัว ผมกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเธอเพราะผมเกลียดการทำลายข้าวของมากที่สุด นี่เธอต้องทำขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย แล้วผู้หญิงแบบนี้เหรอที่พ่อจะให้มาเป็นนายหญิงของซานโต้

“ยัยตัวแสบอยู่ไหนเนี่ย!!”ผมปิดนำ้และเดินไปทั่วทั้งห้องเพื่อหาเธอยัยตัวดีแต่ก็ไร้เงาของเธอ สายตาของผมไปหยุดอยู่ที่ประตูห้องนอนผมจึงไม่รอช้ารีบเดินไปเปิดประตูและภาพที่เห็นคือ ร่างบางของผู้หญิงร่างเล็กกำลังนอนคว่ำหน้าลงไปบนที่นอนหลับอย่างสบายใจเฉิบ

แป๊ะ

“กูจะบ้าตาย!”ผมยกมือขึ้นไปตบหน้าผากตัวเองพลางเอ่ยคำอุทานออกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย

ติ๊ดดด

“บอกให้แม่บ้านขึ้นมาทำความสะอาดห้องให้ผมด้วย”ผมโทรไปสั่งผู้จัดการดูแลความเรียบร้อยของมหาลัย

(รับทราบครับนาย)

“ยัยตัวดีฝากไว้ก่อนเถอะนะ”ผมบ่นขึ้นและเดินไปหาร่างของเธอที่นอนหลับไหลอยู่บนที่นอนของผมอย่างสบายใจ

พรึบ

“หมดเวลาสนุกแล้ว”ผมพูดขึ้นแล้วสายตาของผมก็มองไปที่ใบหน้าเรียวขาวใสของเธอเหมือนผมโดนมนต์สะกดให้ละสายตาไปจากใบหน้าของเธอไม่ได้ ใจของผมเต้นแรงขึ้นมาอย่างดื้อๆ

“ใจเต้นทำไมว่ะ?”ผมพึมพำกับตัวเองและเอื้อมมือมาจับที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเองที่มันเต้นตุบตับแรงถี่รัวขึ้นจนผมรู้สึกเหนื่อยขึ้นมา

“ยัยตัวแสบรื้อห้องไว้ซะเละคงจะหมดแรง”ผมพึมพำขึ้นพลางยกยิ้มที่มุมปากมองเธอด้วยความเอ็นดู ไม่สิ ผมต้องโกรธเธอสิถึงจะถูก!

ตอนที่9มาแล้วนะคะ

1คอมเม้นของรีดเดอร์

เท่ากับ1ร้อยล้านกำลังใจของไรท์

ขอบคุณค่ะ🥰🙏🏻❤️❤️

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว