ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 22

คำค้น : #กลซ่อนรัก#โรม#อิสระ#น้ำมนต์#นิลเนตร

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2564 08:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22
แบบอักษร

 

 

กลซ่อนรัก บทที่ 22 

 

 

 

 

" โทษที เจมส์ ฉันออกมาข้างนอกแล้วน่ะ นายมีอะไรเหรอ " น้ำมนต์ถามเจมส์ที่อยู่ปลายสาย เธอกำลังเดินออกจากชานชาลาของรถไฟฟ้าพลางหยิบบัตรโดยสารรายเดือนแตะเพื่อผ่านออกประตูไปข้างนอก 

" อ้าว แล้วน้ำมนต์ออกไปไหนครับ " เจมส์ถาม  

" ฉันมีธุระนิดหน่อยน่ะ "  

" ธุระ!? " เจมส์ทวนคำ " ผมนึกว่าน้ำมนต์วันนี้น้ำมนต์ว่างทั้งวันซะอีก เลยคิดว่าจะชวนออกมาทานข้าวด้วยกัน " 

" เป็นธุระกระทันหันน่ะ -- เรื่องชวนไปกินข้าวไม่เห็นต้องตอนนี้เลยนิ เย็นนี้ก็ได้เจอกันแล้วไม่ใช่เหรอ " น้ำมนต์ว่า 

" ผมแค่คิดว่าวันนี้เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดวันน่ะครับ " เจมส์พูด น้ำมนต์นิ่งไป 

" ขอโทษนายจริงๆ เจมส์ " น้ำมนต์บอกอย่างรู้สึกผิด 

" ไม่เป็นไรครับ แล้วน้ำมนต์ไปทำธุระที่ไหนล่ะครับ ให้ผมไปรอรับมั้ย "  

น้ำมนต์เม้มปากเบาๆ มองซ้ายมองขวาสำรวจเส้นทาง " ไม่เป็นไร ฉันแค่มาธุระแป๊บเดียว กลับเองได้ -- เอาเป็นว่าแค่นี้ก่อนนะ เจมส์ แล้วเจอกันเย็นนี้ " น้ำมนต์พูดจบก็กดวางสาย เธอผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกกระอักกระอ่วนใจยังไงชอบกลเธอรู้สึกผิดกับเจมส์ที่แสดงออกไปแบบนั้น อีกอย่างน้ำมนต์ต้องยอมรับว่าเธอไม่ได้รู้สึกพิเศษกับเจมส์อย่างที่อีกฝ่ายรู้สึกกับเธอ ทั้งๆที่คิดว่าจะลองเรียนรู้ศึกษาดูใจเจมส์ไปก่อนแท้ๆ แต่พอเอาเข้าจริงๆน้ำมนต์รู้สึกกับเจมส์แค่เพื่อนเท่านั้น 'เอาเถอะ น้ำมนต์ อย่าพึ่งปิดกั้นตัวเอง บางทีลองคบไปเธออาจจะลืมความรู้สึกที่มีต่อเขาคนนั้นก็ได้' เสียงเล็กๆในหัวของน้ำมนต์กระซิบบอก 

น้ำมนต์เดินไปตามทางเท้าก่อนจะเดินเลี้ยวเข้าซอย เธอคอยถามเส้นทางกับคนที่อยู่ในละแวกนั้น 

" ขอโทษนะคะ แฟลตนี่อยู่ตรงไหนเหรอคะ " น้ำมนต์ยื่นมือถือถามสองสามีภรรยาที่ขายข้าวเหนียวไก่ทอดอยู่ 

" อ่อ หนูเดินเข้าไปอีกหน่อยจะเจอตลาดอยู่กลางซอยแล้วหนูก็เดินทะลุตลาดเข้าไปเจอสะพานข้ามคลอง เดินอีกห้านาทีก็ถึงแล้วจ้ะ " ภรรยาผู้ซึ่งเป็นคุณป้าบอกกับน้ำมนต์ เธอยกมือไหว้ขอบคุณจากนั้นก็เดินตามทางที่อีกฝ่ายบอกตลาดสดขนาดกลางที่คาคั่งไปด้วยพ่อค้าแม่ค้านั่งขายสินค้าอยู่ตามล็อคของตัวเอง ผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยเริ่มบางตาลงเพราะคงเป็นเวลาใกล้เที่ยง บรรยากาศไม่หนาแน่นเท่ากับเวลาเช้าตามที่น้ำมนต์สันนิษฐาน 

" หมอนั่นจะนอนอยู่ที่ห้องจนเย็นนั่นแหละ ชีวิตประจำวันไม่มีอะไรตื่น กินเหล้า นอน วนลูปอยู่แบบนี้ทุกวัน " ชาตรีบอกกับน้ำมนต์แบบนั้น  

เรื่องที่ได้ฟังจากชาตรีเล่ามาทำให้น้ำมนต์ตกใจและพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวเอง วสันต์มีความเกี่ยวข้องกับสุชาติเพราะเคยร่วมมือกันยักยอกเงินของพันทิพาแต่เจษฎ์รู้เรื่องซะก่อนและเขาก็มีหลักฐานเอาผิดทั้งคู่แน่นอนว่าวสันต์ไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้เลยส่งสุชาติไปเอาเอกสารนั่นมา ถ้าลองคิดแบบนี้มันก็จะเข้าเค้าบทสนทนาที่น้ำมนต์เคยได้ยินไปก่อนหน้านี้เรื่องที่ว่าทำลายเอกสารไปหมดแล้ว 

แต่สุชาติทำสำเนาเอกสารนั้นไว้แล้วต้องการเงินเลยโทรมาขู่วสันต์ นั่นก็เป็นที่มาของบทสนทนาล่าสุดนั่นด้วย น้ำมนต์คิด แต่ว่านะเรื่องที่คุณเจษฎ์ถูกยิงน่ะฟังจากที่ชาตรีเล่าแล้วดูเหมือนสุชาติจะไม่ได้เป็นคนร้ายในคดีนี้เลย ยังไงก็เถอะความจริงคงจะปรากฏให้รู้ถ้าได้มาคุยกับสุชาติ ที่สำคัญถ้าเป็นไปตามนี้จริงโรมเองก็กำลังเลี้ยงงูเห่าไว้ใกล้ตัวแล้ว 

น้ำมนต์มองอาคารปูนเก่าอายุนานหลายสิบปีที่ดูซ่อมซอแทบไม่รู้เลยว่ามันจะพังลงเมื่อไหร่ ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดพวกเขาเข้าไปขายของในตลาดในขณะที่ปล่อยให้ลูกหลานตัวเองวิ่งเล่นอยู่ในแฟลตกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่จะคอยตรวจตราคนแปลกหน้าที่เข้ามาในตึก น้ำมนต์เลยสามารถเดินเข้าตึกได้โดยไม่ต้องแจ้งใครแค่เจอกับสายตาที่มองเธอด้วยความงุนงง น้ำมนต์หลบสายตาคนเหล่านั้นลงต่ำพลางขยับปีกหมวกลงมา 

น้ำมนต์เดินเข้าไปในลิฟท์เก่าคร่ำครึที่ทั้งเหม็นและสกปรก พนันได้เลยว่าถ้านี่เป็นหนังสยองขวัญตอนที่ประตูลิฟท์เปิดออกน้ำมนต์จะต้องเจอผีสาวยมยาวสยายมารออยู่อย่างแน่นอน น้ำมนต์พ่นลมฮึออกมากับความคิดของตัวเอง เสียงกึ่งๆตอนลิฟท์เคลื่อนตัวทำเอาน้ำมนต์ไม่แน่ใจว่าเธอควรไปต่อกับลิฟท์ตัวนี้ดีหรือเปล่า ที่สุดน้ำมนต์ก็ยอมลงที่ชั้นสี่พร้อมกับผู้โดยสารอีกคนแล้วเดินขึ้นบันไดต่อไปยังชั้นแปด 

" เฮ้อ ~ น้ำมนต์เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย เรื่องของเธอก็ไม่ใช่เลย " น้ำมนต์บ่นออกมาเบาๆตอนไต่บันไดขึ้นมาถึงชานพักชั้นแปดแล้ว เธอยืนพักเหนื่อยอ้าปากหอบหายใจโกยเอาอ็อกซิเจนเข้าปอดให้มากที่สุดในตอนนั้นเองที่เธอได้ยินเสียงของใครบางคนดังลงมา มันเหมือนว่าเค้ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ 

" จะให้ฉันลงไปข้างล่าง!? "  

--  

" อ้าว! ก็นึกว่าจะขึ้นมาคุยบนนี้ "  

--  

" ไม่สะดวก!? ก็ได้ๆเดี๋ยวรอแป๊บนึงกำลังลงไป "  

น้ำมนต์ตาโตมองไปรอบๆก่อนจะรีบลงบันไดไปที่ชานพักเธอแอบมองสุชาติที่กำลังรอลิฟท์อยู่ครู่เดียวสุชาติก็เดินเข้าไปในลิฟท์ 

" จะไปไหนของเขานะ " น้ำมนต์หันหลังกลับจะลงบันไดตามไปแต่ว่ากลับมีคนอีกกลุ่มเดินอยู่ที่ทางเดินชั้นแปด  

" ห้องของมันอยู่ชั้นนี้ นายสั่งให้รื้อทุกอย่างค้นทุกซอกทุกมุมเอาหลักฐานนั่นมาให้ได้ ถ้าเจอตัวไอ้สุชาติก็จัดการสั่งสอนมันได้เลย "  

น้ำมนต์ที่ก้าวลงบันไดไปแล้วรีบกลับขึ้นมาดูว่ากลุ่มคนที่เดินผ่านเธอไปพวกเขากำลังจะทำอะไร น้ำมนต์ซุ่มดูอยู่ที่มุมตึกแอบมองกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนที่ไปหยุดยืนอยู่หน้าห้องพักแล้วหนึ่งในนั้นก็หันมามอง น้ำมนต์รีบหลบทันทีหัวใจเต้นรัวระทึก 'พวกนั้นต้องมาหาหลักฐานที่คุณสุชาติเก็บไว้แน่ๆ' น้ำมนต์เม้มปากแน่นแล้วชะโงกหน้าไปดูอีกครั้งก็เห็นว่าคนพวกนั้นเข้าไปในห้องกันหมดแล้ว เธอเลยแอบย่องเท้าเดินตามไปดูผ่านหน้าต่างห้องข้างหน้า 

ชายสามคนกำลังช่วยกันรื้อขนข้าวของในห้องพักของสุชาติ พวกเขาเดินเข้าออกห้องนั้นทีห้องนี้ทีตู้ โต๊ะ ลิ้นชักถูกรื้อกระจุยกระจาย น้ำมนต์หยิบมือถือขึ้นมากดถ่ายวิดีโอไว้ 

" มันไปเก็บไว้ที่ไหนของมันวะ ห้องแม่งก็มีอยู่แค่นี้ "  

" แล้วนี่ตัวมันไปไหนวะ "  

" ช่างแม่ง!! รีบๆหาเถอะ " อีกฝ่ายตะโกนใส่ก่อนที่สายตาจะหันมาเห็นน้ำมนต์ทำลับๆล่อๆอยู่ที่หน้าห้อง " เฮ้ย! ใครวะ! " คนพูดถึงหน้าประตูเปิดพรวดออกมาก่อนที่น้ำมนต์จะทันได้หนี เธอรีบซ่อนมือถือไว้ข้างหลัง 

" มาทำอะไรหน้าห้องคนอื่น " 

" เออ -- " น้ำมนต์ขยับแว่นตาให้เข้าที่พลางกลอกตาไปมา  

" ว่าไง! "  

" คือ -- " น้ำมนต์เม้มปากแน่น 'เอาไงดี!' น้ำมนต์กำมือถือในมือข้างหลังแน่น 

" เมื่อกี้ถ่ายอะไรด้วยใช่มั้ย " อีกฝ่ายตะคอกใส่ น้ำมนต์ส่ายหน้าทันที 

" ไม่มี! แล้วก็ไม่ได้มาดูอะไรเลย " น้ำมนต์ตอบเฉก่อนจะเสมองเลยไปด้านหลังของชายสามคน " อ้าว! พี่ไข่ ไปไหนมา! " ทั้งหมดหันหลังไปมองน้ำมนต์อาศัยจังหวะทีเผลอนั่นรีบวิ่งหนีออกมา 

" โดนหลอกแล้ว! ตามไป! " ทั้งสามคนสบถก่อนจะวิ่งตามน้ำมนต์ไป คนวิ่งหนีอยู่ข้างหน้าวิ่งไม่คิดชีวิตไต่ลงบันไดอย่างเร็วแต่ก็ยังเร็วน้อยกว่าพวกที่ตามเธอมา 

" ว้าย!! " น้ำมนต์หลุดร้องกรี๊ดออกมาตอนที่หันไปเห็นชายสามคนไล่ตามเธอใกล้เข้ามาเต็มที น้ำมนต์วิ่งหนีไปตามทางเดินบนแฟลตชั้นที่เท่าไหร่เธอก็ไม่อาจรู้ได้ในเมื่อสัญชาตญาณของการหนีพาให้น้ำมนต์วิ่งกนีไปตามที่เท้าพาไป 

" เฮ้ย! อย่าหนีนะเว้ย!! " 

" ช่วยด้วยค่ะ! " น้ำมนต์ร้องเสียงดังลั่นตอนที่หนึ่งในสามยื่นมือมาจะถึงตัวเธออยู่แล้ว 

 

กริ๊งงงงง! 

 

เสียงสัญญาณไฟไหม้ดังหวีดแหลมไปทั่วตึก คนที่อาศัยอยู่ในตึกนั้นพากันวิ่งพรวดออกมาจากห้องทำให้อีกฝ่ายพลาดจับตัวน้ำมนต์ไว้ จังหวะนั้นเองที่ใครบางคนอาศัยช่วงชุลมุนดึงน้ำมนต์ที่กำลังเลิ่กลั่กหาทางหนีมาพาเธอวิ่งออกจากตรงนั้น  

" คุณโรม!! " น้ำมนต์ร้องอย่างดีใจ " คุณมาที่นี่ได้ยังไง "  

" เอาไว้คุยทีหลัง " โรมพูดสั้นๆน้ำเสียงเข้ม ทั้งสองพากันวิ่งออกจากแฟลตข้ามสะพานข้ามคลอง ขณะที่สามคนนั้นก็ยังไล่กวดพวกเขามาไม่ห่าง 

" ทำไงดี พวกมันยังตามมาอยู่เลย " น้ำมนต์หายใจหอบแฮ่กมือยกกุมหน้าอกตัวเองไว้ หัวใจเต้นแรงอย่างกับจะหลุดออกมาข้างนอก โรมเห็นอาการของน้ำมนต์แล้วก็รีบพาเธอไปหลบอยู่ใต้แผงร้างในตลาด 

" หลบตรงนี้ก่อน รอพวกมันไปแล้วเราค่อยออกไป " โรมพูดปลอบน้ำมนต์ เธอพยักหน้าหลบเข้าไปอยู่หลังโรม ส่วนโรมก็เอาเข่งใบใหญ่ที่ซ้อนกันอยู่มาบังพวกเขาเอาไว้มือใหญ่ของโรมจับมือน้ำมนต์ไว้แน่นขณะที่น้ำมนต์เองก็กอดแขนของโรมไว้ด้วยเหมือนกัน สามคนนั้นเดินผ่านมาทางที่ทั้งคู่ซ่อนตัวอยู่ น้ำมนต์หลับตาแน่นทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวว่าพวกนั้นจะหันมาเจอ ช่วงวินาทีที่หายใจไม่ทั่วท้องน้ำมนต์ต้องกลั้นหายใจเพื่อรอคอยให้กลุ่มชายที่ไล่ตามเธอไปทางอื่น  

" ฮัลโหลครับ "  

--  

" พวกผมไปที่ห้องมันแล้วครับไม่เจออะไรเลย บางทีมันอาจจะแค่ขู่ก็ได้นะครับ "  

--  

" ไม่เจอตัวมันครับ ไม่รู้มันไปไหนเหมือนกัน "  

--  

" ครับ พวกผมกลับเดี๋ยวนี้ครับ คุณวสันต์ "  

น้ำมนต์ดึงแขนโรมไว้ โรมส่ายหน้าไม่ให้เธอพูดอะไรออกมา ทั้งสองรอจนแน่ใจว่าสามคนนั้นเดินห่างออกไปแล้ว 

" พวกมันคงไปแล้วล่ะ " โรมเอ่ยออกมาครั้งแรกหลังจากที่เงียบกันไปนาน เขาขยับตัวพลางเลื่อนเข่งใบใหญ่ออกจากนั้นเขาก็ดูลาดเลาจนแน่ใจแล้วว่าสามคนนั้นจะไม่กลับมาอีก โรมก้มตัวลงไปช่วยพยุงน้ำมนต์ออกจากใต้แผง " เราไปจากที่นี่กันดีกว่า " โรมบอกกับน้ำมนต์แล้วจูงมือพาเธอออกจากตลาดไปขึ้นรถที่จอดอยู่ในซอยถัดไป จากนั้นโรมก็ขับรถออกมาตลอดทางที่อยู่บนรถน้ำมนต์ได้แต่นั่งนิ่งบีบมือตัวเองแน่นบังคับไม่ให้มันสั่น  

" กลัวเหรอ " โรมถาม เขาสังเกตน้ำมนต์มาตลอดทาง คนถูกถามหันมามอง 

" กลัวสิคุณ! " น้ำมนต์ว่า นัยน์ตาสั่นเครือ " คุณรู้มั้ยฉันนึกว่าจะโดนพวกมันจับไปแล้ว ถ้าเกิดคุณไม่เข้ามาช่วย ฉันตายแน่เลย " น้ำมนต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

" รู้ตัวนิว่ามันอันตรายทำไมถึงยังเอาตัวเองไปเสี่ยงอีก " โรมหันมาจ้องตาดุใส่น้ำมนต์ คิ้วของเธอขมวดกัน  

" คุณนี่มันใจทมิฬหินชาติจริงๆเลยนะ พึ่งรอดตายมาแท้ๆยังจะมาซ้ำเติมกันอีก " น้ำมนต์แหวกลับจ้องตาเขียวใส่ โรมพ่นลมฮึกับท่าทีของน้ำมนต์ที่ดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติแล้ว 

" แบบนี้สิค่อยเหมือนเธอหน่อย " โรมว่า " เมื่อกี้นั่งเป็นตอไม้ตายซากเลย " 

" คุณโรม! " น้ำมนต์ร้องน้ำเสียงขุ่นเคืองจ้องตาเขียวใส่เห็นว่ายังไงก็คงเอาชนะโรมไม่ได้เลยได้แต่หายใจฟืดฟาดก่อนจะหันหน้าหนีโรมจ้องไปที่หน้ากระจกรถ 

" ไปทำอะไรที่แฟลตของสุชาติ "  

คำถามของโรมทำให้น้ำมนต์หันมาทำตาโตใส่ " คุณรู้เหรอว่าที่นั่นที่ไหน -- อ่อ! ลืมไปว่าคุณคงสืบเรื่องนี้หลังจากวันนั้นเหมือนกันสินะ แล้วคุณรู้อะไรมาบ้างแล้วอะ ฉันไปให้ลุงชาตรีสืบมาเหมือนกัน แล้วก็รู้ว่า -- " น้ำมนต์หยุดพูดทันทีที่เห็นโรมจ้องเขม็งใส่เธอ 

" น้ำมนต์ ฉันต้องทำยังไงกับเธอๆถึงจะเชื่อฟังฉันนะ " โรมว่า เขาทั้งหงุดหงิดทั้งโมโหรวมถึงเป็นห่วงคนตรงหน้าจะแย่แต่ดูอีกฝ่ายสิยังไม่ยอมลดราวาศอกเลย " เห็นแล้วใช่มั้ยว่าเมื่อกี้เธอต้องเจอกับอะไร และถ้าฉันไปไม่ทันเธอจะทำยังไง น้ำมนต์ "  

" ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณเดือดร้อนเลย "  

" ไม่ใช่! ฉันเป็นห่วงเธอต่างหาก เข้าใจมั้ยน้ำมนต์ " โรมคำรามกลับไปเบาๆแล้วเบือนหน้าหนีน้ำมนต์ไปอีกทาง 

" ขอบคุณที่เป็นห่วง " น้ำมนต์บอกน้ำเสียงอุบอิบ เ 

" ไม่ต้องมาขอบคุณเลย " โรมหันกลับมาแยกเขี้ยวใส่ หน้าตาถมึงทึง " ให้ตายเถอะ เธอนี่มันจุ้นจริงๆ "  

" ฉันก็แค่อยากช่วยคุณเท่านั้นเอง " น้ำมนต์ว่า " คุณรู้หรือเปล่าว่าคุณกำลังอยู่ใกล้คนไม่ดีน่ะ คุณวสันต์เค้าเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด เค้าร่วมมือกับคุณสุชาติยักยอกเงินของพันทิพา แต่ว่าคุณเจษฎ์รู้เรื่องนี้เลยรวบรวมเอกสารให้คุณรู้ว่าคุณวสันต์นั่นแหละที่เป็นตัวการของเรื่องนี้ แล้วแบบนี้คุณจะไว้ใจให้คุณวสันต์อยู่ใกล้คุณอีกเหรอ คุณโรม " น้ำมนต์มองโรมด้วยแววตาขุ่นเคืองระคนห่วงใย 

โรมจนปัญญาที่จะหยุดให้น้ำมนต์ยุ่งเรื่องนี้แล้ว " มันมีช่องโหว่เต็มไปหมด เธอสังเกตหรือเปล่า น้ำมนต์ " น้ำเสียงของโรมไม่ดุดันแล้ว น้ำมนต์ยกคิ้วสูงขึ้นข้างหนึ่งอย่างสงสัย เธอส่ายหน้า 

" คุณคิดว่ามันมีอะไรมากกว่านี้อีกเหรอ คุณโรม "  

โรมพยักหน้า " ฉันตามสืบเรื่องนี้มาตลอด ยิ่งสืบก็ยิ่งเจอปมที่ไม่ว่ายังไงก็คลายไม่ออก " โรมว่าสีหน้าของเขาดูเคร่งเครียด " เรื่องของคุณวสันต์ฉันรู้แล้วล่ะว่ารายนั้นร่วมมือกับสุชาติยักยอกเงินพันทิพา และคนที่บงการสุชาติก็วสันต์นี่แหละ แต่ที่ฉันยังเก็บวสันต์ไว้ใกล้ตัวเพราะยังมีข้อมูลที่ต้องสืบอีก "  

" ข้อมูลอะไรเหรอ "  

" แล้วตอนนี้เธอรู้อะไรมาบ้าง "  

" ฉันรู้มาว่าคุณสุชาติก็เข้าไปที่บ้านคุณเจษฎ์ในวันที่เกิดเหตุด้วยแต่ว่าเขาไม่ได้ฆ่าคุณเจษฎ์ เขาแค่เข้าไปเอาเอกสารที่คุณเจษฎ์เก็บไว้ ตอนเข้าไปคุณเจษฎ์ก็ตายแล้ว " น้ำมนต์เล่า " แล้วก็เรื่องที่คุณเจษฎ์โดนกล่าวหาว่ายักยอกเงินน่ะเขาก็ทำจริงๆ -- ฉันไม่อยากเชื่อเลยนึกว่าคุณเจษฎ์เค้าโดนใส่ร้ายซะอีก แย่จริง " น้ำมนต์มองโรม " คุณโรม คุณว่าเอกสารที่คุณเจษฎ์บอกจะให้คุณวันนั้นมันจะใช่เอกสารที่จะแฉความผิดของคุณวสันต์หรือเปล่า "  

" ก็มีความเป็นไปได้ "  

" ถ้างั้นคุณคิดมั้ยว่าบางทีคุณเจษฎ์จริงๆแล้วอาจจะถูกคุณสุชาติฆ่าก็ได้น่ะ " น้ำมนต์ถาม โรมละสายตาจากทางข้างหน้ามามองน้ำมนต์ 

" ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้นแต่ว่าก็ไปเจอปมอีกปม "  

" ปม!? " น้ำมนต์ทำหน้าฉงน " ปมอะไรเหรอ คุณโรม "  

" นักสืบของเธอได้อะไรมาบ้าง "  

" เรื่องคุณเจษฎ์ยักยอกเงินเพราะตัวเองมีปัญหาเรื่องการลงทุน ดูเหมือนเขาจะเอาเงินไปลงทุนกับยูนิตี้ แอดวานซ์ ชิลด์แต่ว่าไปๆมาแทนที่จะได้กำไรเหมือนแรกๆแต่กลายเป็นยิ่งขาดทุน "  

โรมพยักหน้ารับ " ฉันเองก็ได้ข้อมูลนั้นมาจากคุณวัชระแล้วเหมือนกัน "  

" งั้นแบบนี้คุณก็รู้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วน่ะสิว่าคุณเจษฎ์เค้ายักยอกเงินพันทิพาไป -- โหย!?คุณนี่จอมหมกเม็ดเลยนะเนี่ย " นำ้มนต์ร้องใส่ไม่ชอบใจ โรมยิ้มฮึกับอาการแง่งอนของน้ำมนต์ " แล้วปมที่คุณว่านี่มันยังไงกัน "  

" ถ้าไม่ใช่คุณวสันต์ทำ แล้วใครเป็นคนทำคุณเจษฎ์ -- ฉันพยายามสืบเรื่องนี้อยู่ " สีหน้าของโรมดูเคร่งขรึม น้ำมนต์อยากจะถามใจจะขาดว่าเขาสืบเรื่องอะไรอยู่แต่สุดท้ายเธอก็ได้แต่นั่งเงียบจนโรมพูดออกมา 

" ถึงเวลาเมื่อไหร่ฉันจะเล่าให้ฟัง "  

" จริงนะคุณ " น้ำมนต์ดีใจ โรมมองใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของน้ำมนต์แล้วพาลยิ้มตาม 

" ก็ถ้าไม่เล่าเธอก็ต้องตามล่าหาความจริงอีก แบบนั้นจะยิ่งอันตราย ฉัน -- ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น " เสียงของโรมอ่อนลงแววตาเบือนหนีจากสายตาของน้ำมนต์  

" แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันไปที่นั่น "  

" เธอมีนักสืบของเธอ ฉันก็มีนักสืบของฉันนะ " โรมว่า " คนของคุณวสันต์ไปหาเอกสารที่นั่นงั้นสิ " น้ำมนต์พยักหน้า 

" ฉันได้ยินพวกนั้นคุยกันหลังจากที่คุณสุชาติออกไป ฉันเลยตามไปดู " 

" คุณสุชาติออกไปข้างนอก " โรมทวนประโยคของน้ำมนต์ 

" ใช่ ฉันได้ยินเค้าคุยโทรศัพท์กับใครก็ไม่รู้และก็พูดว่ากำลังลงไป "  

โรมมีสีหน้าครุ่นคิดทันทีที่ได้ยินน้ำมนต์พูด " คุณโรม คุณคิดอะไรอยู่ " น้ำมนต์ถาม 

" ใครเป็นคนโทรเรียกเขาออกไป " โรมตอบแค่นั้นจากนั้นเขาก็หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าถนนที่ตัวเองเคยมารถเสียน้ำมนต์ที่มัวแต่คุยกับโรมแทบไม่ได้มองทางที่อยู่ด้านนอกเลยว่าโรมกำลังขับรถพาเธอไปที่ไหนจนกระทั่งเขาจอดรถที่หน้าบ้านดอกแก้ว 

" ทำไมมาที่นี่ล่ะคุณ " น้ำมนต์ถาม 

โรมไม่ตอบ เขาลงจากรถไปเปิดประตูแล้วกลับมาขึ้นรถขับเข้าไปจอดข้างในบ้าน เขาลงจากรถมาเปิดประตูฝั่งที่น้ำมนต์นั่งออก " ลงจากรถสิ " น้ำมนต์เลิกคิ้วใส่ไม่เข้าใจว่าโรมพาเธอมาที่นี่ทำไม เธอลงจากรถเดินตามเขาเข้าไปในบ้านพลางมองไปรอบๆ 

" อ้าว! คุณโรม -- ป้านึกว่าคุณโรมจะมาพรุ่งนี้ซะอีก " ป้าขิมเดินออกมารับ น้ำมนต์ยกมือไหว้ 

" สวัสดีค่ะ ป้าขิม "  

" สวัสดีจ้ะ หนูน้ำมนต์ " ป้าขิมรับไหว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางส่งสายตามองโรม 

" ผมได้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยจัดการปัญหาเราแล้วครับ "  โรมว่าแล้วหันไปบอกน้ำมนต์ " ตามฉันมาสิ น้ำมนต์ " เขาพยักหน้าเรียกน้ำมนต์ให้เดินตามไปที่สวนหลังบ้าน  

ที่สวนหลังบ้านเหมือนกับพึ่งเกิดสงครามกลางเมืองน้ำมนต์ถลึงตามองเห็นสวนสวยที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ถูกรื้อกระจุยกระจาย สวนบัวดินที่ลงดินไว้อย่างเรียบร้อยถูกย่ำต้นและดอกล้มระเนระนาด " นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ คุณโรม ทำไม -- " น้ำมนต์หันไปมองโรมกับป้าขิม 

" ก็เพราะไอ้เจ้าตัวนี้น่ะสิ " โรมเดินพาน้ำมนต์ไปดูลูกสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์ที่นอนหมอบหน้าจ๋อยอยู่ข้างเสาบ้าน 

" อู้ยยยยย ~ เจ้าตัวเล็ก " น้ำมนต์ร้องออกอาการดีใจรีบเข้าไปอุ้มมันมาลูบขนด้วยอาการแสนรัก " น่ารักจังเลยคุณโรม ไปได้มายังไง ซื้อมาเหรอ " นัยน์ตาน้ำมนต์เป็นประกายมองลูกสุนัขที่กำลังตะกายดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนของน้ำมนต์ 

" ไม่ได้ซื้อ ไอ้เตชิตมันมาขอฝากเลี้ยงไว้เพราะต้องไปญี่ปุ่นหลายวันไม่มีคนดูแล พึ่งเอามาไว้เมื่อวานและก็เป็นอย่างที่เธอเห็นนี่แหละ " โรมว่า " กระจุย! นี่ตาเถียรก็ไม่อยู่ซะด้วย " 

" บ้าพลังมากเลยนะ ไอ้ตัวเล็ก " น้ำมนต์อุ้มลูกสุนัขขึ้นมาแกล้งทำหน้าดุ มันครางหงิงๆ มองน้ำมนต์แล้วเห่าออกมาน้ำมนต์ยิ้มถูกใจอุ้มลูกสุนัขไม่ยอมปล่อย  

โรมย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้าของตัวเอง พลางเอานิ้วเรียวยาวของตัวเองจิ้มไปที่หน้าผากของลูกสุนัขเบาๆ " แกนี่มันซนจริงๆ ทำเอาสวนฉันพังหมด เหมือนใครไม่รู้วิ่งซนไปทั่วต้องวุ่นวายตามจับกลับมา "  

เพี๊ยะ! 

น้ำมนต์ตีไปที่แขนของโรมเบาๆ " ว่าใครน่ะคุณ " เธอมองค้อนใส่ 

" ก็เธอนั่นแหละ น้ำมนต์ " โรมหยิกแก้มของน้ำมนต์  

" คุณโรม! " น้ำมนต์ดึงมือโรมออกก่อนจะถูกโรมรวบมือมากุมไว้ นัยน์ตาของเขาทอดมองเธอทั้งพอใจ ทั้งมีความสุขจนตัวเองผุดยิ้มออกมา น้ำมนต์มองแววตาคู่นั้น ใบหน้าของเธอกำลังร้อนผ่าวแก้มแดงระเรื่อ วินาทีที่สบตากันนั้นเนิ่นนานจนป้าขิมที่ยืนมองอยู่กระแอมออกมาเบาๆ 

" คุณโรมจะจัดการสวนนี่เองเลยเหรอคะ "  

โรมหันมามองป้าขิมที่ยิ้มให้อย่างมีความหมาย เขาปล่อยมือน้ำมนต์ออก " ครับ แต่ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกนะ "  

 

 

************** 

สวัสดีค่า รี้ดที่น่ารักทุกคน 

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ สบายดีกันมั้ย ใครที่กำลังรอพี่โรมกับน้ำมนต์อยู่ไรท์มาอัพแล้วนะ 

น้ำมนต์ไล่ตามสืบมากเท่าไหร่ก็ยิ่งถลำลงไปลึกจนเกือบแย่ โชคดีที่พี่หมีสล็อตผู้เชื่องช้าของเราไปช่วยไว้ได้ทัน อ้าวๆอย่าไปว่าพี่เค้าเชื่องช้านะเพราะต่อจากนี้พี่เค้าจะเริ่ม… >> ไปลุ้นและเอาใจช่วยพี่เค้ากันค่ะ 

ช่วงนี้เป็นช่วงวันหยุดยาว ไรท์ก็ขอให้มีความสุขกับวันหยุดยาวนี้นะคะ รักษาสุขภาพกันด้วย ใส่แมสก์ทุกครั้งที่ต้องออกนอกบ้าน รักษาระยะห่าง ล้างมือให้บ่อยกันด้วยนะ 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอย และทุกข้อความของทุกคนนะคะ 

ขอใฟ้สนุกและมีความสุขกับการอ่านค่ะ 

แล้วเจอกันนะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว