ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 21

คำค้น : #กลซ่อนรัก#โรม#อิสระ#น้ำมนต์#นิลเนตร

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 10 เม.ย. 2564 15:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21
แบบอักษร

 

 

กลซ่อนรัก บทที่ 21 

 

 

 

 

 

" ต้องขอโทษคุณแมทด้วยนะคะที่ล่าช้าเรื่องงาน " น้ำมนต์พูดกับแมทด้วยสีหน้ารู้สึกผิด หลังต้องส่งงานออกแบบล่าช้าให้เขาไปเกินกว่าที่กำหนดตั้งหนึ่งอาทิตย์ 

แมทยกมือโบกไปมา " ไม่เป็นไรเลยครับ ผมรู้ว่าคุณมีงานด่วนของไอ้โรมที่ต้องทำก่อน " แมทพูดยิ้มๆ " อีกอย่างงานผมก็ไม่ได้เร่งอะไร ผมรอได้ -- แล้วงานของน้ำมนต์ก็สวยคุ้มค่าการรอมากครับ ผมชอบนะ " 

" โอ๊ย! ดีใจจัง " น้ำมนต์ร้องอย่างดีใจพลางเผยยิ้มกว้าง " ฉันกำลังกังวลอยู่เลยค่ะ กังวลว่าจะโดนคุณแมทต่อว่าเรื่องส่งงานเลทยังไม่พองานที่ทำก็ไม่ถูกใจคุณ -- แต่พอคุณแมทโอเค แบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย " น้ำมนต์ร่ายยาวยืด แมทหัวเราะออกมาเบาๆ  

" น้ำมนต์คิดว่าผมใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ " 

น้ำมนต์ส่ายหัว " อย่าพึ่งเข้าใจผิดนะคะ คุณแมท ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น คือ -- " 

" ผมแซวเล่นครับ น้ำมนต์ " แมทว่า น้ำมนต์อ้าปากค้างเล็กน้อย " เอาเป็นว่างานออกแบบนี่ผมไม่ติดอะไร ไม่ต้องแก้งาน ผมโอเคทั้งหมดเลยครับ -- ถ้ายังไงรบกวนน้ำมนต์ดำเนินการต่อได้เลยนะครับ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายผมจะให้คนของผมจัดการให้ "  

" ยินดีมากเลยค่ะ "  

" จริงสิครับ งานของไอ้โรมเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยครับ " แมทถามระหว่างที่พวกเขาเดินออกจากร้านกาแฟชื่อดังในห้างสรรพสินค้า น้ำมนต์พยักหน้า 

" เหลือแค่ขั้นตอนการลงสื่อค่ะ "  

" แบบนี้น้ำมนต์ก็ไม่ต้องเข้าไปหาไอ้โรมมันแล้วสิครับ " แมทถามน้ำเสียงเรื่อยๆ น้ำมนต์นิ่งไปก่อนจะตอบ 

" ค่ะ งานที่เหลือฉันก็ให้รุ่นพี่อีกคนช่วยดูต่อให้คงไม่ต้องเข้าไปอีกแล้วค่ะ " น้ำมนต์เม้มปากเบาๆตอนพูดประโยคสุดท้ายรู้สึกเหมือนหัวใจมันหวิวพิกล แมทยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง 

" เพราะแบบนี้นี่เองที่ทำให้ไอ้โรมมันงุ่นง่าน "  

" งุ่นง่าน!? "  

" ใช่ครับ ช่วงนี้ไม่รู้ว่าไอ้โรมมันเป็นอะไรใครก็เข้าหน้ามันไม่ติด อย่างกับผีเข้า " แมทพูดเสียงเยาะ อาการเหมือนนึกสมเพชเพื่อนรักของตัวเอง " ปกติมันก็ไม่เป็นแบบนี้หรอกครับ ออกจะฟูลพาวเวอร์เหมือนลาสบอสใครก็โค่นมันได้ยาก แต่อย่างที่บอกเหมือนผีบ้าเข้าสิงมัน " แมทหัวเราะออกมาพลางมองหน้าน้ำมนต์ 

" สงสัยว่าคงต้องใช้น้ำมนต์สาดใส่ไล่ผีบ้าในตัวมันให้ออกไปแล้วล่ะครับ "  

น้ำมนต์ยิ้มบางๆกับมุกของแมท " ฉันว่าคุณแมทอาจต้องไปบอกคุณรวีให้ช่วยเรื่องนี้นะคะ " แมทยักไหล่ 

" รายนั้นเค้าก็เกาะติดกันอยู่แล้วล่ะครับ ดูเหมือนไอ้โรมเองก็กำลังสนใจที่จะใช้บริการของยูนิตี้ แอดวานซ์ ชิลด์ ให้ช่วยดูการลงทุนให้อยู่ "  

" เค้าก็คงอยากจะช่วยอุดหนุนคุณยงล่ะมั้งคะ  แล้วคุณแมทไม่สนใจบ้างเหรอคะ " น้ำมนต์ถามกลับ 

" ไม่ดีกว่าครับ ผมยังไม่อยากเอาเงินผมไปให้คนอื่นผลาญเล่น "  

น้ำมนต์ยกคิ้วสูงใส่กลับไม่ค่อยเข้าใจประโยคที่แมทพูดออกมา ระหว่างที่พวกเขาคุยกันใครคนหนึ่งก็เดินมาหาน้ำมนต์  

" น้ำมนต์ครับ " เจมส์เดินเข้ามา แมทมองน้ำมนต์สลับกับเจมส์ " โทษทีที่มาสาย รอนานหรือเปล่าครับ "  

" ไม่เลย พอดีฉันพึ่งคุยงานกับคุณแมทเสร็จแล้วนี่ก็คุยเรื่องอื่นๆต่ออีกหน่อยจนนายมานี่แหละ " น้ำมนต์ว่า เจมส์ยกมือไหว้แมท 

" สวัสดีครับ คุณแมท "  

แมทรับไหว้สีหน้าดูงุนงงก่อนจะกระตุกยิ้ม " อะไรกัน! อย่าบอกนะว่าที่นายมาขอลาออกเพราะจะมาตามจีบน้ำมนต์น่ะ" แมทโยนคำถามลงมาจนน้ำมนต์มีปฏิกิริยาหน้าแดงพูดไม่ออก ส่วนเจมส์ยิ้มกว้าง 

" ก็ประมาณนั้นครับ ผมอยากมีเวลาตรงกับน้ำมนต์เค้าน่ะครับ แล้วอีกอย่างตอนนี้เราก็เป็นแฟนกันแล้วด้วยครับ " เจมส์พูดหันไปส่งสายตามองน้ำมนต์อย่างหวานเชื่อม น้ำมนต์รีบปฏิเสธปากคอสั่น 

" อย่าพูดบ้าๆสิ ฉันยังไม่ได้ตกลงกับนายเลยนะ เด็กบ้า! " น้ำมนต์เอามือฟาดไปที่แขนของเจมส์ อีกฝ่ายจับมือของเธอไว้แล้วพูดต่อหน้าแมท 

" เดี๋ยวน้ำมนต์ก็ยอมเองแหละ "  

ท่าทางและอาการของทั้งน้ำมนต์และเจมส์อยู่ในสายตาของแมทตลอด " น้ำมนต์นี่มีเสน่ห์ร้ายกาจมากเลยนะครับ " แมทเอ่ยขึ้น สีหน้าดูเหมือนกำลังเจอเรื่องสนุกทั้งแววตาและรอยยิ้มของเขาดูเจ้าเล่ห์จนน้ำมนต์แอบขนลุกที่หลังคออย่างไม่มีสาเหตุ " ทำเอาใครต่อใครหลงคุณกันหมด ขนาดว่าบาร์เทนเดอร์ดาวเด่นของร้านผมยังยอมลาออกเพื่อมาอยู่ใกล้คุณแบบนี้ "  

น้ำมนต์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังไปยืนอยู่หน้าเตาไฟแล้วยื่นหน้าเข้าไปอังใกล้ๆ แมทยิ้มกว้างมากขึ้น " สงสัยว่าอีกคนคงอยู่เฉยๆยากแล้วล่ะครับ ผมเองก็ด้วยเหมือนกัน " แมทปรายตาไปมองเจมส์ที่รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า แมทกระตุกยิ้ม " ไปก่อนนะครับ แล้วเจอกัน " แมทบอกลาน้ำมนต์แล้วเดินไปอีกทาง น้ำมนต์ถอนหายใจออกมาแล้วดึงมือออกจากมือของเจมส์ 

" อย่าทำแบบนี้อีกนะ ตกลงกันแล้วนิว่าจะดูกันไปก่อน " น้ำมนต์ทำเสียงดุใส่เจมส์ อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนเด็กถูกดุ  

" ขอโทษคร้าบ แต่ผมก็แค่อยากจะบอกให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้เรากำลังศึกษาดูใจกันอยู่ก็เท่านั้นเอง " เจมส์พูด " อีกอย่างผมก็ไม่อยากถูกใครมาแย่งเอาน้ำมนต์ไป " 

" ฉันไม่ใช่สิ่งของนะ " น้ำมนต์แหวกลับแต่ถึงอย่างนั้นคำพูดของเจมส์ก็พาให้หัวใจเต้นแรงไม่น้อย  

" ไม่ใช่สิ่งของแต่ก็เป็นของสำคัญนะ " เจมส์ทอดสายตาหวานมองน้ำมนต์ เธอเบือนหน้าหลบสายตาคู่นั้นพลางคิดว่า 'แย่ล่ะสิ แบบนี้หัวใจจะทนไม่ไหวนะ น้ำมนต์' 

" แล้วนี่นัดฉันมามีอะไรเหรอ " น้ำมนต์เฉเปลี่ยนเรื่อง เจมส์อมยิ้ม 

" เอาไว้เรากินข้าวก่อนแล้วผมค่อยบอกแล้วกันนะครับ " เจมส์ว่าแล้วจับมือของน้ำมนต์จูงเดินไปที่ร้านอาหาร น้ำมนต์ได้แต่เดินตามหลังเจมส์ชายหนุ่มรุ่นน้องไปด้วยอาการจำยอม  

หลังจากวันนั้นมาน้ำมนต์ก็ไม่ได้ติดต่อกับโรมอีก หรือจะพูดให้ถูกเธอพยายามเลี่ยงการติดต่อกับเขามากกว่า น้ำมนต์งัดข้ออ้างสารพัดที่นึกออกมาบอกกับเฮียหมูให้ช่วยรับงานนี้ต่อจากเธอแทน ซึ่งรายละเอียดที่เหลือนั้นก็เล็กน้อยแล้วก็เป็นงานด้านที่เฮียหมูชำนาญกว่าน้ำมนต์ เธอเลยสามารถเลี่ยงที่จะทำงานกับโรมได้ ไม่ใช่แค่เลี่ยงการทำงานร่วมกับโรมแต่น้ำมนต์ยังปิดกั้นการสื่อสารทุกอย่างระหว่างเธอกับเขาด้วย 

น้ำมนต์ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงทำแบบนี้ ตั้งแต่แรกเริ่มต้นเธอก็ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับโรมมันคืออะไร แต่ว่ายิ่งนานวันน้ำมนต์ก็รู้ว่าหัวใจของตัวเองกำลังวิ่งตามโรมอยู่ และถ้าเป็นแบบนั้นชะตากรรมที่รออยู่ข้างหน้าเธอก็คงไม่พ้นความเสียใจแน่ๆ 

" น้ำมนต์! "  

" น้ำมนต์! "  

น้ำมนต์สะดุ้งตอนถูกเจมส์เรียกที่ข้างหูดึงเธอออกจากภวังค์ จังหวะที่น้ำมนต์หันมาอย่างเร็วใบหน้าของเธอก็โดนซอฟต์ครีมที่เจมส์ถืออยู่เต็มๆ 

" อะไรเนี่ย! " น้ำมนต์ร้องเอามือแตะแก้มตัวเอง " เลอะเลย "  

" ขอโทษ " เจมส์ทำหน้าสำนึกผิด " เดี๋ยวผมเช็ดให้ "  

" ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันเช็ดเอง " น้ำมนต์บอกไปแบบนั้นแต่เจมส์กลับยื่นซอฟต์ครีมให้น้ำมนต์ถือแล้วเชยคางน้ำมนต์ขึ้นช่วยเช็ดคราบซอฟต์ครีมออกจากแก้มให้เธอ 

" นายไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ ฉันทำเองได้ " น้ำมนต์บอกรู้สึกขัดเขินกับสายตาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา " ทำแบบนี้คนเค้ามองกันแล้วนะ "  

" ไม่เห็นต้องสนสายตาใครเลยนิ " เจมส์ว่าสองสายตาประสานกันทำเอาหัวใจของน้ำมนต์เต้นรัว ขณะที่น้ำมนต์เกือบจะปล่อยให้ความรู้สึกลอยเตลิดไปไกลกับคนตรงหน้า เสียงที่น้ำมนต์ไม่ได้ยินมาเกือบหนึ่งอาทิตย์ก็ดังขึ้นมันเป็นเสียงของยมฑูตที่ดูท่าทางแล้วพร้อมจะกระชากวิญญาณของเธอลงนรก 

" แคร์สายตาคนอื่นบ้างก็ดีนะ เพราะที่นี่มันห้างไม่ใช่โรงแรมม่านรูด!! " น้ำเสียงของโรมฟังดูหนาวเยือกไปถึงสันหลังบวกกับแววตาของเขาที่มองดูเธอด้วยสายตาเหมือนกับคนห่างไกล น้ำมนต์แอบเม้มปากเบาๆพยายามจะไม่มองโรมและรวีที่ฝ่ายหลังกำลังยิ้มเยาะใส่เธอ 

" คนเค้ารักกันก็เลยต้องแสดงออกว่ารักกันซิคะ โรม " รวีเปรยพลางยิ้มหวาน " ดูซิคะขนาดว่าซอฟต์ครีมยังดูจืดไปเลย "  

" ดีจังนะครับที่คนข้างนอกมองเห็นว่าเราหวานกันขนาดไหน " เจมส์ว่าเผยยิ้มหยันไปทางโรม คนถูกมองด้วยท่าทีแบบนั้นก็ยิ่งเหมือนถูกเอาไฟสุม ทั้งๆที่ในใจร้อนจะแย่แต่กลับทำทีเป็นสงบเยือกเย็น  

" บางทีเห็นแค่ข้างนอกก็คงจะบอกอะไรมากไม่ได้หรอกครับ สำหรับผมแล้วต้องชิมถึงจะรู้ " คำพูดกำกวมของโรมกับสายตาที่ตั้งใจมองน้ำมนต์ทำเอาคนถูกมองยืนไม่เป็นสุข ขณะที่แววตาของเจมส์เปลี่ยนไปเมื่อได้ยินโรมพูดแบบนั้น 

" พูดเรื่องอะไรกันคะ โรม " รวีถามหน้าซื่อ 

" ซอฟต์ครีมน่ะ -- ละลายหมดแล้วนะครับ คุณนิลเนตร " น้ำเสียงนุ่มนวลของโรมที่บอกกับน้ำมนต์ราวกับแส่ฟาดใส่ตัว เธอสะดุ้งแล้วมองซอฟต์ครีมที่เริ่มละลายหยดใส่มือเธอ 

" ฉันขอตัวไปทิ้งแล้วไปล้างมือก่อนนะคะ " น้ำมนต์เหมือนวิญญาณหลุดออกจากกายหยาบไปแล้ว เธอเดินไปทิ้งซอฟต์ครีมที่ถังขยะก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำล้างมือ น้ำมนต์ถอดถอนหายใจออกมายืนมองตัวเองในกระจกเงา  

'ทำไมต้องตื่นเต้นด้วยนะ น้ำมนต์' 

น้ำมนต์มองเงาในกระจกของตัวเองอย่างไม่เข้าใจก่อนจะเดินออกมาเจอกับโรมที่หน้าห้องน้ำ น้ำมนต์ชะงักเท้าหันซ้ายหันขวามองหาเจมส์ 

" มองหาใคร!? " โรมถาม น้ำมนต์เสมองไปทางอื่น 

" เปล่า ไม่ได้มอง -- คุณล่ะมาเฝ้าคุณรวีเข้าห้องน้ำเหรอ " น้ำมนต์ถามไปทั้งๆที่ก็รู้อยู่แล้วว่ารวีไม่ได้มาเข้าห้องน้ำ 

" ว่างเหรอ ถึงมาเดินเล่นน่ะ " โรมถามกลับเขาขยับเดินเข้ามาหาน้ำมนต์ 

" ฉันมาทำงาน ไม่ได้มาเดินเล่น " น้ำมนต์ตอบเดินหนีโรมออกมา 

" ทำงานกับมันน่ะเหรอ " โรมตามมาถาม 

" ไม่ใช่! ฉันมาส่งงานให้คุณแมท "  

" ไอ้แมท! งานอะไร!? " โรมคว้าแขนน้ำมนต์ไว้ น้ำมนต์หันมามองโรมด้วยสายตาขุ่นเคืองพอๆกับสีหน้าถมึงทึงของเขา  

" อะไรของคุณ! ฉันต้องบอกคุณทุกอย่างเลยหรือไง! " น้ำมนต์สะบัดแขนโรมพลางจ้องตาเขียวใส่ โรมยืนเอาลิ้นดุนแก้มตัวเองพยายามทำให้ตัวเองอารมณ์เย็นที่สุดแต่ก็ทำได้ยากตั้งแต่เห็นภาพบาดตานั่นแล้ว 

" ไปกับฉัน! " โรมก้าวเข้ามาจับแขนน้ำมนต์ไว้พาเดินออกมาแต่กลับถูกใครอีกคนเดินเข้ามาขวางไว้  

" ผมไม่ปล่อยให้คุณฉกน้ำมนต์ไปเหมือนครั้งที่แล้วไม่ได้หรอกครับ คุณอิสระ " เจมส์ยึดแขนน้ำมนต์ไว้อีกข้างแล้วดึงน้ำมนต์กลับมาที่เขา โรมไม่ยอมปล่อย ดวงตาดุดันจ้องใส่อีกฝ่าย 

" ผมจะคุยกับน้ำมนต์เรื่องงาน คุณไม่ต้องยุ่ง! ปล่อย!! " โรมคำรามดึงน้ำมนต์กลับมา 

" คุณนั่นแหละที่ต้องปล่อย น้ำมนต์มากับผม! " เจมส์ครางกรอด " อีกอย่างคุณไม่ใช่เจ้านายของน้ำมนต์นะครับ " เจมส์ดึงกลับน้ำมนต์เซไปตามแรงดึงของแต่ละฝ่าย 

" ผมเป็นลูกค้าของบริษัทบายแอดและผมต้องการคุยงานกับน้ำมนต์เดี๋ยวนี้! " น้ำมนต์เซตามแรงดึงกลับมาที่โรมอีกครั้ง 

" ผมไม่ให้น้ำมนต์ไปกับคุณ! "  

" โอ๊ย! รำคาญพอซะที! " น้ำมนต์สั่งเสียงเฉียบเธอสะบัดแขนทั้งสองข้างออกแล้วหันไปจ้องตาวาวใส่ทั้งคู่ " พอได้แล้ว! ฉันไม่ใช่ตุ๊กตานะมาดึงอยู่ได้!! " สองหนุ่มถึงกับยืนนิ่งมองน้ำมนต์ที่กำลังเกรี้ยวกราดใส่พวกเขา 

" คุณ! " น้ำมนต์หันมาแหวใส่โรม " คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน ถึงคุณจะเป็นลูกค้าก็เถอะและอีกอย่างฉันให้เฮียหมูเข้ามาดูแลงานส่วนที่เหลือแทนฉันแล้วเพราะอย่างนั้นเราก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีก ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม " นัยน์ตาของน้ำมนต์สั่นระริกมองโรม 

" ทำอะไรอยู่คะ โรม " รวีเดินเข้ามาขัดจังหวะ น้ำมนต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่พึ่งจะรู้สึกดีใจที่เห็นรวีเดินเข้ามาก็ตอนนี้ 

" เรากลับกันเถอะ เจมส์ " น้ำมนต์หันไปบอกเจมส์ จากนั้นเธอก็เดินนำออกจากตรงนั้นไป จริงอย่างที่แมทว่าโรมน่ะเหมือนคนผีเข้า งุ่นง่าน หงุดหงิด น่าโมโห น้ำมนต์พ่นลมฮึนั่งหน้านิ่วอยู่ในรถของเจมส์มาตลอดทาง 

" ผมขอโทษน้ำมนต์ด้วยนะครับที่เมื่อกี้ทำให้น้ำมนต์เจ็บ " เจมส์เอ่ยทำลายความเงียบที่น่าอึมครึมในรถลง น้ำมนต์หันมา 

" อ่อ ไม่เป็นไรหรอก -- ฉันไม่ได้เจ็บอะไร " น้ำมนต์ส่งยิ้มบางๆให้ แล้วเธอก็เปลี่ยนเรื่องคุยให้หัวข้อสนทนาออกห่างจากโรมมากที่สุด " ว่าแต่รถคันนี้ของนายเหรอ ปกตินายใช้มอเตอร์ไซค์นิ "  

เจมส์อึกอัก " ก็วันนี้พิเศษเพราะต้องพาน้ำมนต์มาส่ง ผมเลยขอยืมรถเพื่อนมาน่ะ " เขาตอบเธอ น้ำมนต์ยกคิ้วสูงใส่ 

" เพื่อนนายต้องใจกว้างมากเลยนะถึงได้ยอมให้นายยืมเก๋งหรูคันนี้มาน่ะ " น้ำมนต์ว่า เจมส์ยิ้มกริ่ม 

" ก็คงอย่างนั้นแหละครับ "  

น้ำมนต์พยักหน้ารับแค่นั้นแล้วหันไปสนใจนอกหน้าต่างรถอีกครั้ง ไม่นานเจมส์ก็ขับรถมาส่งถึงที่คอนโดเขาลงจากรถมาพร้อมกับเธอ 

" ขอบคุณนะที่มาส่ง ขับรถกลับดีๆล่ะ " น้ำมนต์พูดแล้วหันหลังเดินกลับไปที่หน้าประตูทางเข้าคอนโด 

" เออ น้ำมนต์ครับ " เจมส์เรียกเขาเดินตามเธอไป 

" หือ " น้ำมนต์ขานรับในลำคอ " อะไรเหรอ "  

" วันเสาร์นี้น้ำมนต์ว่างมั้ย "  

น้ำมนต์คิดนิดนึงก่อนจะตอบ " อืม ~ ก็ไม่ได้ติดอะไร ทำไมเหรอ " เจมส์เผยยิ้มกว้างมากขึ้นแล้วหยิบเอากระดาษที่หน้าตาเหมือนบัตรเชิญออกมาให้น้ำมนต์ 

" ไปงานนี้เป็นเพื่อนผมหน่อย "  

น้ำมนต์รับกระดาษสีดำด้านที่ขอบตกแต่งลวดลายด้วยเส้นสีทองไปดู " งานแฟชั่นโชว์เครื่องประดับคอลเลคชั่นใหม่อันนาแบรนด์ " น้ำมนต์อ่านออกเสียง " วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม หนึ่งทุ่ม " น้ำมนต์เงยหน้ามองเจมส์ " ไปได้บัตรเชิญนี้มาได้ยังไงกัน นี่งานระดับไฮโซเลยนะ แฟชั่นเครื่องประดับของแบรนด์อันนาเลยนะ "  

" คงไม่ได้จะบอกหรอกนะว่าเพื่อนคนที่ให้ยืมรถนี่มาเป็นคนให้บัตรเชิญนี่ด้วย หรือไปทำงานพิเศษแล้วได้มา เพราะบัตรเชิญงานนี้มีแต่แขกวีไอพีเท่านั้นแหละที่ได้รับเชิญ " น้ำมนต์จ้องเขม็งใส่เจมส์ เจ้าตัวอึกอัก 

" คือก็ -- ตามที่น้ำมนต์พูดนั่นแหละเพื่อนคนที่ให้ยืมรถคันนี้มาเอาบัตรเชิญนี้ให้ผม มันบอกไม่อยากไปงานนี้ก็เลยยกให้ผม " เจมส์ตอบ " ผมเองก็ไม่เคยไปงานแบบนี้เหมือนกันไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง เราไปด้วยกันนะครับ น้ำมนต์ "  

" นายกำลังโกหกฉันอยู่นะ เจมส์ " น้ำมนต์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แววตานิ่งสงบท่าทีจริงจังของน้ำมนต์ทำเอาเจมส์ยิ่งอึกอักกว่าเดิม  

" ผม -- "  

" ฉันไม่ไป นายไปคนเดียวเถอะ " น้ำมนต์ส่งบัตรเชิญคืน เจมส์ร้อนรนมองซ้ายทีมองขวาที 

" อย่าพึ่งปฏิเสธเลยนะครับ น้ำมนต์ ผมไม่ได้มีเจตนาที่โกหกน้ำมนต์นะ " เจมส์มองน้ำมนต์อย่างอ้อนวอน " แต่ที่ทำแบบนี้เพราะผมแค่อยากรอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น "  

" เวลาอะไรของนาย แล้วทำไมต้องโกหก " น้ำมนต์ขมวดคิ้ว เจมส์มีท่าทีลำบากใจ 

" ผม -- "  

" ช่างเถอะ ถ้านายไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร " น้ำมนต์ตัดบท  

" งั้นน้ำมนต์ก็ตกลงจะไปงานนี้ด้วยใช่มั้ย ไปเถอะนะครับ น้ำมนต์ -- ผมอยากให้น้ำมนต์ไปงานนี้ด้วยจริงๆ " เจมส์ส่งสายตามองน้ำมนต์อย่างขอร้อง น้ำมนต์เม้มปากเบาพลางถอนหายใจบางๆออกมา เธอพยักหน้าอย่างจำยอมเพราะไม่อยากถูกตื้ออีก 

" เยส! " เจมส์ดีใจออกนอกหน้า " เอาเป็นว่าเสาร์นี้ผมมารับน้ำมนต์ตอนห้าโมงครึ่งแล้วกันนะครับ " เจมส์สรุปอย่างรวบรัด " เราเจอกันเสาร์นี้นะครับ น้ำมนต์ " น้ำมนต์พยักหน้า 

" ไปนะ " น้ำมนต์หันกลับไปแต่กลับถูกเจมส์คว้ามือไว้แล้วดึงน้ำมนต์เบาๆมาที่ตัวกดจมูกลงบนแก้มของน้ำมนต์ไปหนึ่งที คนถูกหอมแก้มร้องว้ายออกมาเบาๆอย่างตกใจเธอรีบจับไปที่แก้มของตัวเองทันทีพลางรีบมองซ้ายขวากลัวจะมีใครเห็นฉากเมื่อกี้ 

" ทำอะไรน่ะ " น้ำมนต์ร้องถามเสียงฉุน สายตาขุ่นมัวมองรอยยิ้มหวานของเจมส์ 

" ก็กู้ดบายคิสไงครับ "  

" แต่เรา -- " น้ำมนต์พูดไม่ออก 

" ยังไงผมก็ไม่ให้น้ำมนต์หลุดมือผมไปหรอกนะ " เจมส์ทิ้งท้ายไว้ให้น้ำมนต์แค่นั้นก่อนจะโบกมือเป็นเชิงลาให้เธอแล้วกลับไปขึ้นรถตัวเองขับออกจากคอนโดของน้ำมนต์ไป น้ำมนต์ได้แต่ยืนจับแก้มตัวเองมองรถเก๋งสีขาวคันหรูแล่นหายไปปะปนกับรถบนท้องถนน  

" นี่! "  

น้ำมนต์ยังยืนนิ่งไปกับความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้นในใจของเธอจนไม่ทันได้สังเกตว่ามีคนกำลังเรียกเธออยู่ 

" นี่! นังหนูจอมจุ้น! "  

น้ำมนต์หันไปมองรอบๆหลังโดนเรียกแบบนั้นแล้วก็เห็นชาตรียืนกวักมือเรียกมาจากที่จอดรถด้านข้างตึก น้ำมนต์ตรงเข้าไปหาเขาทันที 

" ลุงชาตรี -- สวัสดีค่ะ " น้ำมนต์ยกมือไหว้ อีกฝ่ายรับไหว้  " หนูกำลังนึกถึงลึงอยู่พอดีเลย " พอเจอชาตรีสีหน้าของน้ำมนต์ก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ชาตรีทำตาโตมองใส่หญิงสาวรุ่นราวคราวลูก 

" เหรอ!? ไอ้หนุ่มเมื่อกี้ใครอะ แฟนเหรอ!? "  

น้ำมนต์ยืนปั้นหน้าไม่ถูก " ไม่ใช่หรอกค่ะ ว่าแต่ลุงกินข้าวมายัง ไปกินเกี๊ยวน้ำกันอยู่ข้างๆคอนโดนี่เอง " น้ำมนต์เปลี่ยนเรื่องแล้วชวนชาตรีไปที่ร้านบะหมี่เกี๊ยวข้างคอนโดตัวเอง  

" เฉไฉแบบนี้มีอยู่สองอย่าง " ชาตรีว่าหลังจากที่พวกเขาสั่งอาหารกับเด็กเสิร์ฟไปแล้ว " อย่างแรกแฟนแต่ไม่กล้ารับเพราะอาย กับอย่างที่สองยังไม่รู้ว่าจะเรียกว่าแฟนดีมั้ยเพราะยังไม่แน่ใจว่าคนนี้จะใช่ แต่ฉันว่าอย่างหลังมากกว่านะ " ชาตรีถามเองตอบเอง " ทำไมอะ ที่ไม่แน่ใจกับพ่อหนุ่มนั่นเพราะมีใครอีกคนอยู่แล้วเหรอ เฮ้ย! นี่มันคบซ้อนนิ นังหนู "  

น้ำมนต์ถลึงตาใส่ลุงนักสืบที่มีเหตุให้ต้องมาเจอกัน 'ให้ตายเถอะ ตาลุงนี่ เดาเก่งหรือสัญชาตญาณนักสืบกันล่ะ' น้ำมนต์ส่งแก้วน้ำให้ชาตรี " มั่วเก่งเนอะ ลุงเนี่ย " น้ำมนต์แค่นเสียงใส่  

" มั่วที่ไหน พูดจาแบบนี้ไม่น่าทำงานให้เลย เดี๋ยวปั๊ด! " ชาตรีแยกเขี้ยวใส่น้ำมนต์ที่กำลังหัวเราะชอบใจ " สมมติฐานล้วนๆ เว้ย " 

เกี๊ยวน้ำสองชาม บะหมี่ปูพิเศษอีกหนึ่งชามถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ พวกเขาเริ่มจัดการกับอาหารของตัวเอง 

" เอานี่! ที่ขอไว้ " ชาตรียื่นซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆให้น้ำมนต์ " มีทั้งของวสันต์และก็สุชาติเลย " น้ำมนต์รับมาเปิดซองออกดู สายตาไล่ดูเอกสารนั้นอย่างรวดเร็ว 

" สองคนนี้ทำงานที่พันทิพามาก่อน แต่นายสุชาติทำงานแผนกบัญชี!? " น้ำมนต์ว่ามองชาตรี " นี่มันแผนกของคุณเจษฎ์นิคะ " เขาพยักหน้า 

" ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ " ชาตรีว่าน้ำเสียงเรื่อยๆ ไม่สนใจสีหน้าประหลาดใจของน้ำมนต์ เขาพูดต่อ " เท่าที่ลองไปถามคนที่เคยอยู่พันทิพามาก่อนพูดกันว่านายสุชาตินิสัยไม่ค่อยดีชอบทำตัวกร่างใส่คนอื่น เคยโดนจับข้อหาเมาแล้วขับกับทำร้ายร่างกายเมียตัวเอง " 

" แล้วคนพวกนั้นก็พูดกันด้วยว่าสุชาติคนนี้มีความสนิทสนมกับนายวสันต์มากพอตัวเลย -- สนิทขนาดที่ว่าข้อหาทำร้ายร่างกายเมียนั่น วสันต์ก็ช่วยไกล่เกลี่ยให้ไม่ต้องติดคุก " 

" แบบนี้สนิทไม่ธรรมดาแล้วนะคะ " น้ำมนต์ออกความเห็น ชาตรียักไหล่ " แล้วข้อมูลของลุงบอกว่านายสุชาติถูกไล่ออกจากพันทิพา มันยังไงกันเหรอคะ " 

ชาตรีตักน้ำซุปขึ้นซด " สุชาติยักยอกเงินบริษัท จำนวนไม่มากหรอกห้าหกแสนแต่ก็มากพอให้ถูกไล่ออก แต่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือเรื่องที่สุชาติทำเพราะมีคนบงการอยู่เบื้องหลัง " น้ำมนต์ขมวดคิ้ว ชาตรีกระตุกยิ้ม " ทำหน้าแบบนั้นตามไม่ทันแล้วล่ะสิ " น้ำมนต์พยักหน้า 

" งั้นฟังนี่ต่อ " ชาตรีว่า " เจษฎ์กับวสันต์เคยมีปัญหากันมาก่อน จากข้อมูลที่ได้มาวสันต์เคยซุกตัวเลขยอดการขายของพันทิพาไว้ แล้วดันไม่สอดคล้องกับบัญชีของทางฝั่งคุณเจษฎ์ ตอนนั้นเป็นประเด็นภายในอยู่พักหนึ่งก่อนที่เรื่องจะจบด้วยการแจ้งว่าเป็นการทำรายงานผิดพลาดของทางฝั่งฝ่ายขาย และจากตรงนั้นอีกไม่นานคุณเจษฎ์ก็ดูจะมีทรัพย์สินงอกขึ้นมาอีกทั้งรถยนต์หรู ที่ดิน รวมถึงบ้านเรือนไทยหลังนั้น "  

" ถึงตรงนี้น้ำมนต์ก็ยังตามไม่ทันค่ะ ลุง " น้ำมนต์ยอมรับ  

" ต้องแยกสมองคิดแล้วนะเพราะจากนี้ก็จะยากขึ้นไปอีก " ชาตรีแค่นยิ้ม " รู้มั้ยทรัพย์สินที่คุณเจษฎ์ได้มาๆยังไง "  

" ก็ถ้าตามที่ลุงบอกน้ำมนต์ครั้งที่แล้วว่าสิ่งที่เค้าได้มามันบริสุทธิ์จริงๆ ก็คงมาจากเงินเดือนเงินเก็บของเขาล่ะมั้งคะ "  

" แล้วถ้าที่ได้มามันผิดล่ะ " ชาตรีถาม น้ำมนต์ถลึงตา  

" ลุงจะบอกเหรอคะว่าคุณเจษฎ์เองจริงๆก็ยักยอกเงินบริษัทน่ะ ได้ยังไงคะ " น้ำมนต์เผลอร้องด้วยความงุนงง เธอมองชาตรีเขม็ง " ลุง! ลุงอย่าล้อเล่นนะ ทำไมมันกลับไปกลับมาแบบนี้ล่ะ "  

" ใจเย็น นังหนู " ชาตรีเตือนด้วยน้ำเสียงร่าเริง เขาดูสนุกที่เห็นน้ำมนต์ร้อนรน " ขอเพิ่มสองพัน แล้วจะได้ข้อมูลนี้ไป " เขาพูดพลางชูซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองขึ้นมา น้ำมนต์จ้องตาเขียวใส่ 

" ไม่ค่ะ เราตกลงกันที่ห้าพันแล้วลุงก็ต้องเอกสารทั้งหมดให้น้ำมนต์ ห้ามเพิ่มราคาห้ามหมกเม็ดข้อมูล " น้ำมนต์ยื่นมือออกไป " ขอเอกสารนั่นด้วยค่ะ "  

" ไม่ได้เว้ย นังหนู -- ข้อมูลที่เอ็งให้ไปหาอะห้าพันยังไม่คุ้มเลย นี่อุตส่าห์ไปเจาะหามาเพิ่มให้ได้อีกก็ต้องเพิ่มเงินให้สิ " ชาตรีโวย 

" แล้วน้ำมนต์จะแน่ใจได้ยังไงว่าข้อมูลที่ลุงได้มาจะดีคุ้มกับราคาสองพันที่ต้องจ่ายเพิ่ม "  

ชาตรียิ้มเยาะพลางชูสามนิ้วขึ้นมา " สองพันสองเรื่องใหม่ รับรองเอ็กซ์คูลซีฟไม่มีทางหาได้ที่ไหน แค่นี้คุ้มหรือยัง " น้ำมนต์ออกอาการลังเลพลางหยิบมือถือมากดแอปพริเคชั่นโมบายแบงค์กิ้งโอนเงินสองพันไปให้ชาตรี เจ้าตัวเห็นข้อความแล้วก็ยิ้ม 

" น่ารักมาก นังหนู " ชาตรีส่งซองให้น้ำมนต์ เธอพ่นลมฮึแล้วรับซองมา " นั่นเอกสารลับที่ฉันให้คนข้างในช่วยหามา " น้ำมนต์เปิดซองออกมาแค่เห็นหัวกระดาษเธอก็เบิกตาโตกว้าง " คุณเจษฎ์มีการเอาเงินจำนวนไม่น้อยไปลงทุน ผลตอบแทนแรกๆก็ดีแต่ระยะหลังก็เริ่มขาดทุนอย่างไม่มีสาเหตุ สภาพคล่องทางการเงินเริ่มแย่ลงและก็เป็นช่วงที่เจ้าตัวเริ่มมีปัญหากับพันทิพา "  

" เรื่องที่สอง " ชาตรีลดเสียงให้เบาลงแล้วพูด " ฉันได้เจอกับสุชาติ ฉันกับมันนั่งกินเหล้ากันแล้วมันก็หลุดพูดว่าวสันต์ยักยอกเงินพันทิพานานอยู่หลายปีโดยมีมันคอยช่วย แต่ว่าเจษฎ์ดันรู้เรื่องซะก่อนก็เลยจะเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณเอนกแต่ทีนี้ยังไงก็ไม่รู้เรื่องที่เจษฎ์ยักยอกเงินดันถูกแฉออกมาซะก่อนเลยทำให้ถูกไล่ออก -- ตอนที่คุยกับสุชาติมันบอกว่ามันไปที่บ้านหลังนั้นหลังที่เกิดเหตุเพื่อไปเอาเอกสารที่ไอ้เจษฎ์รวบรวมไว้ว่าวสันต์ยักยอกเงินพันทิพาออกมา มันบอกตกใจมากที่เห็นว่าเจษฎ์ตายแล้วมันไม่รู้ว่าจะทำยังไงเลยรีบมารื้อเอกสารแล้วรีบออกไปก่อนหน้าที่เธอกับเจ้าหนุ่มซีอีโอมาถึง "  

น้ำมนต์แทบเกือบจะลืมหายใจไปตอนที่ฟังชาตรีเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เธอจะพูดอะไรออกมาก็ไม่มีเสียงลอดออกมาจากปาก ชาตรียกนิ้วที่สามขึ้นพลางกดส่งอะไรบางอย่างมาที่มือถือของน้ำมนต์ เธอหยิบขึ้นมาดู " อันนี้แถมให้เป็นพิเศษที่อยู่ของสุชาติ มันพูดทิ้งท้ายก่อนจะหลับคาโต๊ะไปว่ามันแอบทำสำเนาหลักฐานที่วสันต์ยักยอกเงินไว้อีกชุด บอกไว้เผื่อจะเป็นประโยชน์ " ชาตรีหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดูดอย่างกระหาย  

" มื้อนี้ไม่ต้องจ่ายนะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง " ชาตรีลุกขึ้นยืนบอกกับน้ำมนต์ที่ยังนั่งนิ่ง ร่างกายเธอถูกติดตรึงอยู่บนเก้าอี้กับข้อมูลที่ชาตรีให้เธอมา ชายสูงวัยเห็นอาการของน้ำมนต์ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งซึ่งไม่ใช่วิธีการพูดของเขาเลย  

" อย่าถลำไปมากกว่านี้เลย แม่สาวจอมจุ้น -- เธอคงยังไม่รู้ว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่ ขอเตือนนะว่าปล่อยเรื่องนี้ไปเถอะให้เป็นหน้าที่ของเจ้าซีอีโอนั่นแทน! " ชาตรีพูดจบก็เดินไปจ่ายเงินค่าบะหมี่เกี๋ยวสามชามให้เจ้าของร้านแล้วตัวเขาเองก็ข้ามถนนไปอีกฟากเดินหายลับตาน้ำมนต์เข้าไปในซอย 

น้ำมนต์ลุกออกจากเก้าอี้เดินกลับมาที่คอนโดของตัวเองระหว่างทางนั้นเธอก็พยายามโทรศัพท์ออกไปหาใครบางคน 

" มีอะไรหรือเปล่า คุณโรม " ยงเอ่ยปากถามโรมที่หยิบมือถือออกมาดู โรมหันมามองยงก่อนจะกดปิดเครื่อง 

" ไม่มีครับ เราคุยกันต่อดีกว่าครับ คุณยง " โรมว่าระบายยิ้มบางๆออกมาแต่หากมองแววตาของเขาดีๆแล้วนั้นมันช่างเยือกเย็นนัก 

 

 

 

*************** 

สวัสดีค่า รี้ดที่น่ารักทุกคน 

ไรท์กลับมาต่อให้แล้วนะ เนี่ยๆเพราะอิพี่มันช้าน่ะ เห็นมั้ยว่าน้องโดนสอยไปแล้ว จากบทนี้เชื่อว่ามีหลายคนรอสมน้ำหน้าพี่โรมอยู่แน่นอน มาตามดูกันนะคะว่าพี่หมีสล็อตของเราจะชิงน้ำมนต์คืนมายังไง  

ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ  

 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอย และทุกข้อความของทุกๆคนมากนะคะ 

ขอให้สนุกและมีความสุขกับการอ่านค่ะ 

แล้วเจอกัน  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว