ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 20

คำค้น : #กลซ่อนรัก#โรม#อิสระ#น้ำมนต์#นิลเนตร

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.9k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 08 เม.ย. 2564 10:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 20
แบบอักษร

 

 

กลซ่อนรัก บทที่ 20 

 

 

 

 

 

น้ำมนต์ขยับพลิกตัวนอนคุดคู้อยู่บนโซฟาอย่างสบายใจ ใบหน้าหวานหลับพริ้มเข้าสู่ห้วงลึกของนิทราแบบที่ไม่มีใครมากวนใจมีแค่คนนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะตัวใหญ่คอยเงยหน้ามาจากกองเอกสารมองเธอเป็นพักๆ 

โรมเอนหลังพิงไปกับพนักเก้าอี้สูงเงยหัวขึ้นพลางหลับตาลงคลายความตึงเครียดและอาการสายตาล้าก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมาเห็นคนนอนหลับสบายอยู่ที่โซฟาก็อดอิจฉาไม่ได้ เขายกข้อมือดูนาฬิกาบอกเวลาหนึ่งทุ่มแล้ว โรมพ่นลมฮึ'นี่ใจคอจะแข่งนอนมาราธอนหรือไงนะ' 

โรมลุกออกจากเก้าอี้พลางยืดแขนขึ้นเหยียดสูงจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น ก่อนจะเดินไปหาน้ำมนต์แล้วนั่งลงที่โซฟาใกล้กันอีกตัว เขามองใบหน้ายามหลับของน้ำมนต์ที่ดูเหมือนกับเด็กเล็กๆ แก้มแดงเปล่งปลั่ง ผิวเนียนละเอียด ขนตาแพเป็นงอนตามแบบที่สาวๆแต่งหน้าเค้าทำกัน น้ำมนต์จัดเป็นผู้หญิงที่ถือว่าแต่งหน้าน้อยมาก สีสันบนใบหน้าไม่ได้จัดจ้านเหมือนกับผู้หญิงที่เขาเคยเจอ จังหวะการเข้าออกของลมหายใจสม่ำเสมอเป็นสัญญาณว่านิทรานี้ของน้ำมนต์คงอีกยาวไกล  

" อดหลับอดนอนเพราะทำงานให้ฉันสินะ น้ำมนต์ " โรมเปรยออกมาเบายื่นมือไปเขี่ยปอยผมออกจากหน้าผากแล้วแตะไปพลาสเตอร์ตรงที่เธอเอาหัวโขกใส่เขา โรมหลุดยิ้มออกมาเขาแกล้งเอานิ้วจิ้มไปที่พลาสเตอร์เบาๆ " คนอะไรหัวแข็งจริงๆ " ก่อนที่จะทันรู้สึกตัวโรมก็โน้มใบหน้าเข้าไปจูบที่หน้าผากมนของน้ำมนต์อย่างแผ่วเบาหนึ่งทีแล้วเลื่อนสายตาลงมามองใบหน้าที่ยังคงนิ่งสงบ ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับยุกยิก โรมลอบยิ้มพลางโน้มริมฝีปากของตัวเองลงอย่างช้าๆไปที่ริมฝีปากของน้ำมนต์  

วินาทีที่เชื่องช้าราวกับภาพสโลว์โมชั่นในภาพยนตร์ตอนที่โรมจะจูบน้ำมนต์ที่กำลังนอนหลับอยู่ จู่ๆเจ้าตัวก็นอนเกร็งตัวหลับตาแน่นปี๋แถมยังเม้มปากแน่นอีกต่างหาก  

" ตื่นแล้วไม่ลุกฉันจะจับปล้ำนะ น้ำมนต์ " โรมพูดจ่อริมฝีปากของคนที่รู้สึกตัวแล้วไม่ยอมลุก น้ำมนต์ลืมตาทันทีมองเห็นใบหน้าโรมในระยะใกล้จนเห็นเงาตัวเองในแววตาสีน้ำตาลเข้มของเขา ริมฝีปากรูปหยักเหยียดยิ้ม " จะตื่นมั้ย " 

" ตื่นแล้ว ตื่นแล้ว " น้ำมนต์ร้องรีบหันหน้าหนีรอยยิ้มของโรมก้มหน้าลงซุกกับเสื้อสูทของเขาที่อยู่บนตัวเธอ " คุณโรมถอยออกไปก่อนซิ ฉันจะได้ลุก "  

โรมหัวเราะออกมาดูชอบใจกับอาการลุกลี้ลุกลนของน้ำมนต์ เขาถอยห่างออกจากน้ำมนต์ตามที่เจ้าตัวขอ น้ำมนต์เหลือบมองโรมจากนั้นก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่งกอดเสื้อสูทของโรมไว้ เธอสอดส่ายสายตาไปรอบห้องทำงานของเขา 

" ทำไมฉันมานอนอยู่นี่ได้ล่ะ ฉันนึกว่ากลับไปกับเฮียหมูแล้วซะอีก "  

" ก็อย่างที่เห็นไม่ได้กลับไปแต่เธอนอนอยู่ที่ห้องทำงานฉัน " โรมยักไหล่ตอบ 

" แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ล่ะ " น้ำมนต์ถามอุบอิบแอบเหลือบมองนาฬิกาแขวนบนกำแพง " เฮ้ย! หนึ่งทุ่มแล้วเหรอคุณ! " น้ำมนต์หันมามองโรม เขาพยักหน้า 

" ตั้งแต่ประชุมงานเสร็จ จู่ๆเธอก็ดับเครื่องตัวเองกลางอากาศเลย ดีนะที่ไม่ล้มหัวฟาดพื้นไปไม่งั้นแม่บ้านที่นี่คงต้องลำบากเช็ดเลือดเธอแน่! " 

" คุณโรม! " น้ำมนต์ร้องแล้วลุกขึ้นยืนพรวดแต่ขาข้างหนึ่งของเธอเกิดเป็นเหน็บขึ้นมาเลยทำตัวเธอเซจะล้ม 

" น้ำมนต์ระวัง! " โรมรีบเข้าไปประคองน้ำมนต์ไว้ก่อนที่น้ำมนต์จะล้มฟาดใส่โต๊ะรับแขก " เป็นอะไรมั้ย "  

" อู้ย! คุณโรม ตะคริวกินน่อง! " น้ำมนต์น้ำตาคลอมองโรมอย่างอ้อนวอน  

โรมถอนหายใจออกมาไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้ เขากำลังค่อยๆเหยียดขาของน้ำมนต์ออก 

" โอ๊ย! เบามือหน่อยได้มั้ย คุณโรม ฉันเจ็บนะ " น้ำมนต์นิ่วหน้าร้องบอก 

" หักขาทิ้งเลยดีกว่ามั้งแบบนี้ " โรมแค่นเสียงใส่แล้วแกล้งบีบตรงน่องของน้ำมนต์ที่เป็นตะคริว 

" กรี๊ด! เจ็บ! " น้ำมนต์ฟาดมือใส่ไปที่ไหล่ของโรมอย่างแรง " อีตาโรมบ้า! ฉันเจ็บนะ!! " ท่าทางเกรี้ยวกราดของน้ำมนต์ทำโรมขำลั่นหัวเราะไม่หยุด น้ำมนต์ถลึงตาใส่ 

" โรคจิตหรือไง! แกล้งคนอื่นแบบนี้น่ะ -- ฉันทำเองดีกว่า " น้ำมนต์ปัดมือโรมออกจากขาตัวเอง แต่โรมกลับจับขาเธอไว้แบบเดิมแล้วจับเท้าของเธอกระดกขึ้น น้ำมนต์นิ่วหน้า 

" ทนหน่อยเดี๋ยวกล้ามเนื้อก็จะค่อยๆคลาย " โรมว่า 

" คุณรู้เรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ " น้ำมนต์ทำหน้าสงสัย 

" ฉันเข้ายิมไปชกมวยน่ะ ก็เลยเห็นครูฝึกทำตอนที่ช่วยพวกที่เป็นตะคริวแบบนี้ " โรมเงยหน้ามองน้ำมนต์ที่พยักหน้าหงึกหงักแล้วลอบยิ้มบางๆก่อนจะทำท่าเดิมให้เธอจนกระทั่งอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อเริ่มผ่อนคลาย 

" ดีขึ้นมั้ย " โรมถาม  

" ดีขึ้นเยอะเลย คุณ " น้ำมนต์ยิ้มอย่างดีใจจับไปที่น่องของตัวเอง " คุณนี่เก่งนะเนี่ยขนาดว่าเรื่องเล็กพวกนี้คุณยังทำได้ จะเพอร์เฟคไปถึงไหนกัน มีจุดอ่อนมั้ยเนี่ย ถามจริง " น้ำมนต์พูดยืดยาวจ้องโรมเขม็ง โรมพ่นลมฮึหยิบเอาเสื้อสูทของตัวเองที่อยู่ข้างตัวน้ำมนต์มาสวม 

" ไม่มี! " โรมดีดปลายจมูกของน้ำมนต์เบาๆแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง " หิวมั้ย จะพาไปกินข้าว "  

น้ำมนต์พ่นลมฮึ " คุณนี่ยังไงนะ เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย เดี๋ยวก็อ่อน -- " น้ำมนต์หยุดพูดแค่นั้นตอนที่สายตาของเธอประสานกับสายตาของโรม 

" ไม่พูดต่อให้จบล่ะ "  

" ไม่พูดแล้ว " น้ำมนต์บอกปัดๆแล้วลุกขึ้นยืนบ้างแต่เพราะยังไม่หายสนิทดีเลยออกอาการเซเล็กน้อย โรมคว้าแขนของน้ำมนต์ไว้ช่วยเธอพยุง 

" แน่ใจนะว่าโอเค " โรมถามย้ำ  

" แน่สิ " น้ำมนต์ตอบ พอสิ้นเสียงน้ำมนต์โทรศัพท์มือถือของโรมก็ดังขึ้น น้ำมนต์เห็นเขานิ่วหน้าตอนหยิบมือถือออกมา 

" ครับ รวี "  

" ฉันจะออกไปรอข้างนอกนะ " น้ำมนต์ทำปากขยับแล้วชี้ไปที่ประตู โรมจับแขนน้ำมนต์แล้วส่ายหน้า 

" ผมอยู่ที่ออฟฟิศกำลังจะกลับครับ รวีมีอะไรครับ " 

" คำถามดูเย็นชาจังเลยนะคะ โรม " น้ำมนต์ได้ยินรวีดังลอดออกมา เธอเบือนหน้าหนีไม่อยากจะรับรู้บทสนทนาระหว่างโรมกับรวี 

" รวีมีอะไรหรือเปล่าครับ " โรมย้ำ 

" มีหรือไม่มี รวีก็จะโทรหาโรมอยู่ดี " รวีพูดน้ำเสียงเอาแต่ใจ โรมลอบถอยหายใจชักไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองกำลังทำเรื่องอะไรอยู่ " รวีจะชวนโรมทานข้าวเย็นนี้ค่ะ "  

" เย็นนี้ผมมีนัดแล้วครับ " โรมปฏิเสธ  

" นัดอีกแล้วเหรอคะ!! " รวีเสียงแหลมปรี๊ดลอดออกมานอกโทรศัพท์ " ครั้งก่อนโรมก็เบี้ยวนัดรวี ครั้งนี้ยังจะบ่ายเบี่ยงอีก โรมทำแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ!! "  

" ผมว่าเราตกลงกันตั้งแต่ตอนแรกแล้วนะครับว่าเราอยู่ในสถานะอะไร ผมไม่ชอบการผูกมัด ไม่ชอบให้ใครตาม -- ถ้าผมบอกไม่ว่างก็คือไม่ว่าง เท่านี้นะครับ คุณรวี! " โรมวางสายไปแล้ว น้ำมนต์หันมามอง 

" คุณนี่ใจร้ายชะมัดเลย นั่นแฟนคุณนะ " น้ำมนต์แหวใส่ด้วยสายตารังเกียจ โรมมองแววตาของน้ำมนต์แล้วก็รู้จุกอยู่ที่หน้าอกซ้ายของตัวเองก่อนจะตอบด้วยท่าทีเฉยเมย 

" ฉันกับรวีเราไม่ได้เป็นแฟนกัน " โรมทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของตัวเองออกไป น้ำมนต์ถลึงตาใส่แผ่นหลังของร่างสูงแล้วเดินตามโรมออกไป 

" ทั้งๆที่แสดงออกเหมือนแฟนกันเนี่ยนะ จะให้เชื่อได้ไงว่าไม่ใช่แฟน! " น้ำมนต์ยังไม่หายข้องใจ พวกเขาเดินมาถึงลานจอดรถในตึก 

" ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีความรู้สึกมาเกี่ยวข้องฉันไม่เรียกว่าแฟนหรอกนะ " โรมว่า น้ำมนต์ยิ่งจ้องตาขุ่นใส่กับท่าทางเย็นชาของเขา 

" ปกติทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนเหรอ "  

โรมยกคิ้วสูงขึ้นข้างหนึ่งพลางเอามือทั้งสองข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงย่างเท้าเดินเข้าไปหาน้ำมนต์ " คงอยากรู้สินะว่าถ้าเป็นเธอในคืนนั้น ฉันจะทำแบบนี้กับเธอมั้ย " โรมว่ามองสีหน้าเลิ่กลั่กของน้ำมนต์ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายร้อนรนโรมก็รู้ทันทีว่าคำถามที่เขาถามคือสิ่งน้ำมนต์อยากรู้  

" ฉันไม่ได้อยากรู้ซะหน่อย " น้ำมนต์ปฏิเสธเดินถอยหลังหนีโรมช้าๆ จนหลังของเธอชนเข้ากับกำแพงของอาคารจอดรถ " ถอยออกไปนะ คุณโรม " น้ำมนต์สั่งมือยันอกของโรมไว้แต่เขากลับสืบเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอก่อนจะโน้มใบหน้าไปใกล้ในระยะสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน " คุณโรมจะ -- " น้ำมนต์ยังพูดไม่จบโรมก็แตะนิ้วที่ปากของเธอ  

" แกโทรมาทำไม สุชาติ! "  

เสียงฟังดูคุ้นหูของน้ำมนต์ เธอยืนนิ่งมองตาโรม  

" อะไรนะ!! จะขอเงินเพิ่ม! -- ที่แกได้ไปจากฉันนั่นมันก็มากพอที่แกจะตั้งตัวได้เลยนะ!! "  

น้ำมนต์นิ่วหน้าตั้งใจฟังสิ่งที่ได้ยินอย่างยากเย็นในเมื่อต้องมองตาของโรมอยู่แบบนี้ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเรียบนิ่งของเขาทำเอาน้ำมนต์สั่นไหว หัวใจของเธอเต้นอย่างบ้าคลั่ง 

" อย่ามาขู่ฉันนะ ไอ้สุชาติ! แกเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำเรื่องนี้เหมือนกัน จะมาหาว่าฉันทำคนเดียวไม่ได้หรอกนะ!! " 

--- 

" ยังไงฉันก็จะไม่ให้เงินแกอีก แกมันโลภมาก! -- ถ้าแกอยากได้มากกว่านี้แกก็ต้องตายเป็นผีนั่นแหละ แล้วฉันจะเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ใช้ " 

--- 

" ลองดู! ถ้าแกปริปากบอกใครเรื่องนี้ไม่ว่าจะตำรวจหรือไอ้อิสระ! แกได้เป็นผีจริงๆแน่! " 

" คุณโรม! เขากำลังจะมาทางนี้ " น้ำมนต์บอกโรม เธอหันซ้ายหันขวามองหาที่หลบแต่ไม่ว่าจะทางไหนก็ไม่มีทางให้หลบ " ทำยังงะ -- " ประโยคของน้ำมนต์ถูกกลืนหายลงไปในคอ นัยน์ตาเบิกโตอย่างตกใจเพราะสิ่งที่โรมทำ ริมฝีปากของเขาประกบแนบบนริมฝีปากของเธอโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว น้ำมนต์ดิ้นขลุกขลักพยายามดันโรมออกแต่เขากลับรุกเข้ามาด้านในปากของเธอตอนที่เธอร้องอู้อี้ห้าม มือใหญ่ของเขาจับเอวของน้ำมนต์ไว้ ร่างสูงเบียดบังตัวน้ำมนต์จนมิด ขณะที่ตัวเองก็ป้อนความหวานที่น้ำมนต์เคยได้ลิ้มรสไปแล้วราวกับภาพย้อนเหตุการณ์ในคืนนั้นตอนแรกก็ดุดันแต่ตอนนนี้มันนุ่มนวลและเบาหวิวจนมือที่ขยุ้มที่อกเสื้อของโรมเริ่มอ่อนแรง 

วสันต์เดินผ่านมาเห็นโรมกำลังนัวเนียอยู่กับสาวก็แค่นยิ้ม ปรายตามองอย่างดูถูก 

" ท่าทางจะอดใจไม่ไหวนะครับ คุณอิสระ "  

โรมถอนจูบหันมามองวสันต์พลางยกมุมปากขึ้น เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงตั้งใจยืนบังน้ำมนต์ไว้ " ครับ พยายามหักห้ามใจแล้วเหมือนกันแต่ทำไม่ได้ " น้ำมนต์ที่ยืนนิ่งเหมือนถูกมนต์สะกดตอนถูกโรมจู่โจมแบบนั้นหันไปมองแผ่นหลังของเขา ใบหน้าของน้ำมนต์ร้อนผ่าวร่างกายเธอเหมือนจะหลอมละลายไปตอนนี้กับคำพูดของเขา 

โรมยกมือลูบริมฝีปากตัวเองไปมา สีหน้าไม่ยี่หระกับสายตาดูถูกของอีกฝ่าย วสันต์แทบไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผู้หญิงที่โรมยืนจูบไม่แคร์สายตาคนที่จะเดินผ่านไปผ่านมาเป็นใคร 

" เชิญคุณอิสระตามสบายเลยนะครับ ยังไงที่นี่ก็เป็นของคุณอยู่แล้ว " วสันต์พูดแค่นั้นก็เดินหายไปอีกทาง โรมยืนรอจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินลับตาไปเขาก็หันมาคว้ามือน้ำมนต์รีบเดินออกจากตรงนั้นไปที่รถตัวเองทันที ตลอดที่เดินมาที่รถไม่มีใครพูดอะไรโรมจับมือที่เย็นเฉียบของน้ำมนต์ไว้ 

" ขึ้นรถสิ ฉันจะไปส่งที่คอนโด " โรมสั่งน้ำมนต์ตอนที่พวกเขามาถึงที่รถแล้ว น้ำมนต์มองสีหน้าเรียบนิ่งของโรม  

" ฉันถามอะไรได้มั้ย " น้ำมนต์ขยับปากเม้มเบาๆตอนที่โรมพยักหน้า เขามองน้ำมนต์ที่ออกอาการพูดไม่ออก 'สีหน้าแบบนั้นคงอยากรู้แล้วว่าเมื่อกี้มันคืออะไร' โรมคิดแล้วลอบยิ้มที่มุมปาก เขาก้มหัวลงมาในระดับที่จะกระซิบข้างหูน้ำมนต์ได้ 

" อยากรู้สินะว่าเมื่อกี้มันอะไร "  

น้ำมนต์ผงะหันไปมองโรม ปลายจมูกของเธอแตะที่จมูกของโรมเบาๆ ริมฝีปากทั้งคู่อยู่ใกล้เสียจนจะสัมผัสความนุ่มนวลกันได้อีกครั้ง นัยน์ตาของโรมจ้องลึกลงไปในดวงตาของน้ำมนต์ทำเอาคนถูกมองหัวใจวูบไหว 'คงโดนบอกว่าเล่นละครแน่ๆ' น้ำมนต์คิดรู้สึกผิดหวัง 'แล้วทำไมต้องรู้สึกผิดหวังด้วยนะ ยัยน้ำมนต์' 

" แค่เล่นละครเพื่อไม่ให้เขาสงสัยใช่มั้ยล่ะ " น้ำมนต์ชิงพูดออกมาก่อนพลางหัวเราะกลบเกลื่อน  

" งั้นลองดูอีกทีก็ได้ว่าฉันเล่นสมจริงขนาดไหน " โรมว่า น้ำมนต์เหมือนตัวเองกำลังจะเป็นไข้สูงร่างกายติดตรึงอยู่กับที่ตอนที่โรมกดริมฝีปากมาสัมผัสอีกครั้ง 

" โรมทำอะไรคะ!! "  

เสียงแหลมแหวกอากาศของรวีดึงให้น้ำมนต์หลุดจากภวังค์ ก่อนที่ตัวเธอเองจะถูกรวีผลักไปชนกับรถของโรมอย่างแรง 

" น้ำมนต์! " โรมถลาเข้าไปดูน้ำมนต์ทันที ยิ่งเห็นท่าทีของโรมแบบนั้นรวีก็ยิ่งเดือดตรงปรี่เข้าไปดึงโรมออกมา 

" โรมไปยุ่งกับมันได้ยังไง! " 

โรมดึงแขนรวีออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน " อย่าทำแบบนี้! " เขาไม่สนใจสีหน้าของรวีว่าจะเป็นยังไงก่อนจะเข้าไปถามน้ำมนต์ " เธอเป็นอะไรมั้ย " เขาจับแขนมองสำรวจเธออย่างรวดเร็ว 

" ไม่! ฉันไม่เป็นไร " น้ำมนต์ส่ายหน้าถึงจะรู้สึกเสียวที่ข้อศอกตอนถูกผลักมาชนรถเมื่อกี้ก็เถอะ น้ำมนต์มองไล่เรื่อยไปที่คนอื่น รวี นิติที่ดูเหมือนคนนี้จะเดินมาพร้อมกับรวี 

" ฉันกลับก่อนนะ " เธอบอกกับโรมแล้วกำลังจะเดินออกจากบรรยากาศชวนให้มาคุนี่ไป แต่โรมกลับรั้งแขนเธอไว้น้ำมนต์หันมามองด้วยสายตานิ่งเรียบ  

" คนของคุณอยู่ตรงนั้นนะ เค้าจะรู้สึกยังไง คุณคิดบ้างหรือเปล่า " ลึกลงไปในแววตาของน้ำมนต์ซ่อนอาการตัดพ้ออยู่ในนั้น โรมขมวดคิ้วแน่นไม่เข้าใจความว่างเปล่าในแววตาของน้ำมนต์เลย  

" แกจงใจยั่วโรมใช่มั้ย! นังขี้ขโมย!! " รวีเดินเข้ามาแทรกระหว่างกลางโรมกับน้ำมนต์แล้วจิกเล็บลงบนแขนของน้ำมนต์กระชากออกให้ห่างจากโรม เธอเซถลาไปด้านหลังเล็กน้อยนิติมาถึงตัวประคองเธอไม่ให้ล้มไปกับพื้น 

" ไม่เป็นอะไรนะครับ คุณน้ำมนต์ " นิติถาม น้ำมนต์ส่ายหน้าเธอไม่สนใจรอยเลือดซิบบนแขนของตัวเอง 

" ไม่ต้องกังวลหรอกนะคะ คุณรวี " น้ำมนต์พูดกับรวี " ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่แฟนของคุณจะสนใจหรอกค่ะ " รวีถลึงตาใส่รอยยิ้มของน้ำมนต์ ทั้งๆที่ตั้งใจจะสั่งสอนน้ำมนต์โทษฐานมายุ่งกับโรมแต่กลับถูกอีกฝ่ายชิงพูดออกตัวก่อนแบบนี้รวีถึงกับนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะเหยียดริมฝีปากสีชมพูยิ้มหยัน  

" รู้ตัวแบบนี้ก็ดี " รวีก้าวเข้าไปสอดแขนเกี่ยวกับแขนของโรมไว้ " เมื่อกี้นี้ฉันจะถือซะว่าโรมแค่เล่นๆกับเธอเท่านั้น แต่ต่อให้เธอพยายามมากกว่านี้คุณโรมก็ไม่สนใจเธอหรอก "  

" ค่ะ " น้ำมนต์ปรายยิ้มบางๆ " จบแล้วใช่มั้ยคะ ฉันขอตัว " น้ำมนต์หันหลังกลับเดินออกไปโดยไม่มองโรมแม้แต่น้อยคนถูกเพิกเฉยขยับเท้าเอาลิ้นดุนแก้มตัวเองด้วยอาการหงุดหงิด โรมขยับเท้าจะเดินตามแต่ถูกรวีรั้งแขนไว้ 

" โรมจะไปไหนคะ! "  

" เรื่องของผม! " โรมพยายามดึงแขนตัวเองออกแต่รวีกลับจับไว้ไม่ยอมปล่อย  

" รวีอยากทานอาหารฝรั่งเศสที่โรงแรมของคุณค่ะ พารวีไปทานหน่อยนะคะ โรม " รวีทำเสียงอ้อนพลางยิ้มหวานใส่โรมแทบจะไม่ใส่ใจมองรวีด้วยซ้ำสายตาของเขามองน้ำมนต์ที่กำลังเดินผ่านประตูกลับเข้าไปในตึกเหมือนเดิมอยู่ 

" ผมไม่สะดวก! "  

" แต่รวีอยากให้โรมไปค่ะ "  

โรมครางกรอดหันกลับมาฟาดดวงตาดุร้ายใส่รวี ก่อนที่นิติจะเข้ามาห้าม " เดี๋ยวคุณน้ำมนต์ผมไปส่งเองครับ คุณโรมอยู่กับคุณรวีเถอะครับ " นิติพูดจบก็รีบเดินตามหลังน้ำมนต์ไปทันที โรมได้แต่มองตามก่อนจะพูดกับรวี 

" เชิญรวีตามสบายนะครับ! " โรมดึงแขนตัวเองกลับมาแล้วเดินไปขึ้นรถของตัวเองก่อนจะขับออกไปโดยไม่สนใจรวีที่กำลังเกรี้ยวกราดอยู่กลางลานจอดรถ ขณะเดียวกันน้ำมนต์เองก็ยอมตกลงให้นิติไปส่งเธอที่คอนโดเพื่อตัดความรำคาญใจ 

" ไม่รู้คุณโรมจะเป็นยังไงบ้างนะครับ จะเคลียร์กับคุณรวีได้หรือยัง " นิติชวนคุยระหว่างทางที่พาน้ำมนต์ไปส่งคอนโดน้ำมนต์นิ่งเงียบไม่ตอบ " คุณน้ำมนต์โอเคหรือเปล่าครับ "  

น้ำมนต์ละสายตาจากภาพวิวที่วูบไหวอยู่ด้านนอกรถมามองนิติที่ยิ้มให้เธอ " คุณนิติหมายถึงอะไรคะ " น้ำมนต์ถามเสียงขุ่น 

" อ่อ! ขอโทษครับ -- อย่าพึ่งเข้าใจผมผิดนะครับ ผมแค่จะถามเพราะเห็นว่าเมื่อกี้คุณถูกคุณรวีผลัก ไม่แน่ใจว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนมั้ย " นิติรีบพูดรัวเร็ว สีหน้าและท่าทางดูสลดของนิติทำเอาน้ำมนต์กลืนน้ำลายอย่างรู้สึกผิด 

" ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ฉันเองต่างหากที่ต้องขอโทษคุณนิติที่ทำนิสัยไม่ดีใส่คุณ " น้ำมนต์ยิ้ม " ฉันไม่เป็นอะไรค่ะฉันโอเคอยู่ " รอยยิ้มของน้ำมนต์จืดจางหายไปแล้วบทสนทนาก็หยุดไปเสียอย่างนั้น 

" คุณน้ำมนต์รู้จักกับคุณโรมมาก่อนหน้านี้เหรอครับ " นิติพยายามชวนคุยต่อ  

" บ้านของคุณอิสระเป็นลูกค้าที่สวนดอกไม้ของแม่ฉันเองค่ะ " น้ำมนต์พูดปัดเรียกโรมด้วยชื่อจริง ทั้งๆที่ความจริงแบบเต็มๆคือเธอรู้จักโรมมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่แค่ไม่ถูกกันเท่านั้นเอง 

" อ่อเหรอครับ "  

บทสนทนาระหว่างนิติกับน้ำมนต์ไม่ได้คืบหน้ามากนัก ในเมื่อน้ำมนต์ดันเอาใจไปจดจ่อกับโรมเสียมากกว่า จนนิติเอ่ยถามถึงเรื่องงานโฆษณาเลยทำให้น้ำมนต์มีโอกาสถามเรื่องวสันต์ 

" ดูคุณวสันต์เป็นคนจริงจังแล้วก็ดุเหมือนกันนะคะ " น้ำมนต์พูดต่อจากบทสนทนาที่ทั้งคู่คุยกันถึงเหตุการณ์ในห้องประชุม " ตอนที่พูดในห้องประชุมทำเอาฉันหน้าซีดไปเลย " นิติฟังน้ำมนต์พูดก็หัวเราะออกมาเบาๆ 

" ไม่ต้องกลัวหอกครับ คุณวสันต์แกก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ตอนที่ทำงานอยุ่ที่พันทิพาด้วยกันผมก็โดนแกว่าอยู่บ่อยๆ ผมทำงานที่แผนกบัญชีเวลาที่แผนกขายส่งรายงานมาผมก็ต้องตรวจสอบ บางทีก็มีความเห็นไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่น่ะครับ "  

" ลำบากน่าดูเลยค่ะ " น้ำมนต์ยิ้มบางๆ " คุณนิติทำงานที่พันทิพามานานแล้วเหรอคะ "  

" ก็สักสี่ห้าปีครับ เป็นช่วงที่ไม่ได้คาดคิดเลยครับว่าพันทิพาจะมาถึงทางตัน " ประโยคหลังของนิติพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า " ถึงทุกวันนี้ผมก็ยังเสียดายอยู่ คุณเอนกเป็นคนเก่งนะครับแต่ก็ใจดีเกินไป "  

น้ำมนต์นิ่งฟังที่นิติพูดแอบหวังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายแล้วนิติก็ไม่พูดอะไรอีกจนกระทั่งเขามาส่งเธอถึงที่หน้าคอนโด 

" ขอบคุณที่มาส่งนะคะ คุณนิติ " น้ำมนต์หันมายกมือไหว้คนอาวุโสกว่า 

" ยินดีมากเลยครับ " นิติยิ้ม น้ำมนต์ทำท่าจะลงจากรถแต่นิติก็เอ่ยขึ้น " เรื่องของคุณโรมน่ะครับ " น้ำมนต์หันมามอง " ผมว่าคุณน้ำมนต์อยู่ห่างคุณโรมไว้ก็ดีนะครับ " น้ำเสียงของนิติดูจริงจัง สายตาของเขาดูเป็นกังวล " ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อคุณเอง คุณรวีเป็นผู้หญิงหวงของนะครับเธอรักของเธอคงไม่ยอมให้ใครมายุ่ง ที่สำคัญคุณก็รู้ว่าคุณรวีเป็นใคร -- ผมเตือนเพราะหวังดีกับคุณนะครับ คุณน้ำมนต์ "  

" ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ " น้ำมนต์ยิ้มรับ " แต่คุณนิติคงคิดมากเกินไป เรื่องระหว่างฉันกับคุณอิสระไม่มีทางเป็นแบบนั้นอย่างแน่นอนค่ะ ขอตัวนะคะ " น้ำมนต์เปิดประตูลงจากรถไป นิติมองน้ำมนต์เดินไปที่หน้าประตูทางเข้าระหว่างนั้นเองเขาก็เห็นใครอีกคนเดินมาหาน้ำมนต์ท่าทางทั้งสองดูสนิทสนมกันดี เขาหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปก่อนจะส่งไปให้โรม 

โรมที่กำลังนั่งกินเหล้าดัวยอารมณ์ขุ่นมัวอยู่ที่ร้านเดวิล ชิลด์ของแมทหยิบมือถือขึ้นมากดดูในไลน์ที่นิติส่งให้ ทันทีที่กดภาพเข้าไปดูเจ้าตัวก็ถึงกับขบกรามแน่น นัยน์ตาจ้องเขม็งใส่ภาพในมือถือไม่สนใจข้อความของนิติที่ส่งมาด้วยซ้ำ 

'ส่งคุณน้ำมนต์ถึงคอนโดเรียบร้อยแล้วนะครับ' 

 

 

 

********************** 

สวัสดีค่า รี้ด ทุกคน 

รอนานกันนานเลยใช่มั้ยล่ะ (ยังจะมาถามอีก แหะๆ) ขอโทษจริงๆค่ะ แต่ยังไงไรท์ก็กลับมาอัพให้แล้ว รี้ดอาจจะเริ่มหงุดหงิดกับความขี้เก๊กของพี่แก แต่ยอมให้พี่เค้าหน่อยนะคะ เพราะจากนี้ไปนางก็เริ่มเปลี่ยนจากหมีสล็อตเป็น… >> ชวนไปติดตามกันต่อค่ะ  

 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอย และทุกข้อความของทุกคนมากนะคะ 

ขอให้สนุกและมีคยามสุขกะบการอ่านค่ะ 

แล้วเจอกัน 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว