email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

กักตัว ไม่กักใจ - ตอนที่ 13 คิดเข้าข้างตัวเอง

ชื่อตอน : กักตัว ไม่กักใจ - ตอนที่ 13 คิดเข้าข้างตัวเอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2564 06:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กักตัว ไม่กักใจ - ตอนที่ 13 คิดเข้าข้างตัวเอง
แบบอักษร

ตอนที่ 13 คิดเข้าข้างตัวเอง

หลังส่งแขกกลับไปแล้วเรียบร้อยพศินก็วิ่งออกมาเกาะขอบรั้วพลางสอดส่ายสายตาข้ามไปยังบ้านข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเปี่ยมหวัง ทว่าจนแล้วจนรอดก็ยังไร้วี่แววว่าจะมีใครเดินออกมาจากประตูบานนั้นเสียที

คิ้วหนาขมวดแน่นขณะเบนสายตาลงมาจับจ้องอุปกรณ์ในมือ ตัวเลขมุมบนขวาคือเลขสิบห้าและยี่สิบห้า นั่นแปลว่าเลยเวลาที่นัดหมายมาพอสมควรแล้ว มิหนำซ้ำหน้าช่องแชทที่ใช้พูดคุยกันอยู่เป็นประจำก็นิ่งสนิทจนผิดสังเกต

คำว่า read ที่ขึ้นหราเหนือข้อความเก่า ๆ ทำเอาใจแกร่งร้อนรนระคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมสาวข้างบ้านช่างจ้อที่มักจะตอบกลับภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีถึงได้เงียบกริบ อ่านไม่ตอบและขาดการติดต่อไปเสียเฉย ๆ โดยไม่ให้เหตุผล

"หรือว่าจะยุ่งอยู่ เฮ้ออ ไปคนเดียวก็ได้"

ใบหน้าคมคายสลดลงไปทันตา ชำเลืองมองไปฝั่งนู้นอีกครั้งก่อนก้าวเท้าขึ้นรถยนต์อย่างอ้อยอิ่ง ประวิงเวลาไปเรื่อยเผื่อว่าหญิงสาวจะปรากฏตัวขึ้นตามนัดที่ว่าจะไปซื้อของใช้ด้วยกัน โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าบ้านหลังนั้นไม่มีใครอยู่เลยสักคน

 

@ห้างสรรพสินค้า

ปาลิดาถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ได้นับ แววตาหม่นแสงเหม่อมองผู้คนมากมายที่เคลื่อนตัวผ่านหน้าเธอหนแล้วหนเล่าด้วยเจ้าเซิร์ฟสเก็ต กีฬาสุดฮิตที่ใคร ๆ ต่างก็แห่กันมาทดลองเล่นบนดาดฟ้า

"โอ๊ยย แม่คุณ! ที่ชวนมานี่อยากให้มาผ่อนคลายด้วยกันนะคะ ไม่ใช่ชวนให้มานั่งทำหน้าอมทุกข์เหมือนคนท้องผูกมาสามเดือน!"

กาญจน์เกล้ากลอกตามองบน กระโดดลงจากกระดานติดล้อด้วยท่วงท่าสวยงามก่อนหย่อนสะโพกลงนั่งบนคอนกรีตกั้นล้อข้าง ๆ เพื่อนสาวคนสนิทที่นึกคึกออกมาหาตามคำชวนทั้งที่ร้อยวันพันปีเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน ทั้ง ๆ ที่กักตัวจนครบกำหนดนานแล้ว

"เฮ้อออ"

"แน่ะ! ยังมีหน้าจะมาถอนหายใจใส่หน้าฉันอีก! เป็นอะไรยะ ไหน ๆ เหลามาสิ!"

"เปล่าาา ไม่ได้มีอะไร"

"แกคะ ถึงสมองฉันจะมีน้อยนิด แต่ก็หูตาฉันก็ยังทำงานเป็นปกตินะคะ เฮลโหล~"

"ไอ้บ้า!"

คำเปรียบเปรยของเพื่อนสนิททำเอาคนที่นั่งหน้าหมองมาค่อนชั่วโมงหลุดหัวเราะออกมาเป็นครั้งแรก เพราะแบบนี้เธอถึงตัดสินใจมาหาเพื่อนซี้ที่นี่ อย่างน้อย ๆ ชีวิตก็จะได้ไม่อุดอู้และจมอยู่แต่กับคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดหย่อนว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร เป็นอะไรกับหนุ่มข้างบ้าน

ปาลิดาหันไปสบสายตาอยากรู้อยากเห็นที่แฝงด้วยความห่วงใยของเพื่อนสนิทแล้วทำหน้าครุ่นคิด เพื่อนเธอผ่านการพูดคุยและมีแฟนมาแล้วหลายคน ประสบการณ์ในด้านนี้มีเยอะกว่าเธอที่เพิ่งมีแฟนมาแค่คนเดียวแน่ ๆ ดังนั้นมันน่าจะทำให้เธอได้คำปรึกษาจากคนนอกที่มีมุมมองแตกต่างกันบ้างแหละ...มั้ง

"เอ่อ...คือว่า...."

"ว่า...?"

"เวลาที่แกอยากรู้ว่าคนที่แกคุย อ่า เอาใหม่ ๆ สมมุติว่าถ้าแกอยากรู้ว่าคนนั้น อื้อ ผู้ชายเสื้อดำคนนั้นอ่ะมีแฟนหรือยัง แกจะทำยังไง"

"ก็ถามไง อยากรู้คำตอบก็ต้องถามดิ แกจะให้ฉันนั่งทางใน ถอดจิตดูเหรอ"

"ขอบคุณค่ะ! ได้สาระมาก!!"

ปาลิดาประชดเสียงเขียวแล้วค้อนขวับ ตกลงนี่เธอคิดถูกหรือคิดผิดเนี้ยที่ถามเพื่อน! ขณะที่คนตอบยักไหล่แล้วฉีกยิ้มกว้างอย่างทะเล้นขี้เล่น ขยับกายเข้ามานั่งเบียดแล้วใช้ข้อศอกกระแซะหยอกเย้า

"ทำไม ๆ ไปแอบปิ๊งใครมาย่ะ"

"เปล๊า!!" คนมีความลับเผลอขึ้นเสียงสูงทันที

"คิกคิก ฉันเป็นเพื่อนแกมาตั้งกี่ปีแล้วยัยดา ตั้งแต่ปีหนึ่งนะเว้ย! ห้าหกปีเข้าไปแล้ว แกคิดว่าฉันจะมองไม่ออกเหรอว่าแกรู้สึกยังไง คิดอะไรอยู่"

กาญจน์เกล้าส่ายหน้ายิ้ม ๆ ยกมือขึ้นคล้องคอเพื่อนผู้แห้งเฉาราวกับต้นไม้ที่ขาดน้ำมาหลายปีแล้วรั้งเอาอีกฝ่ายให้โน้มตัวลงต่ำจนหน้าคะมำพุ่งลงจากคอนกรีตกั้นล้อ

"ไอ้กุ้ง!!"

ปาลิดาแผดเสียงใส่ มือเรียวฟาดเข้าที่ท่อนขาของเพื่อนอย่างแรงเป็นการตอบโต้ก่อนคลานกลับขึ้นมานั่งที่เดิมด้วยหน้าหงิกงอ ยิ่งอีกฝ่ายระเบิดเสียงหัวเราะราวกับขบขันหนักหนา ใบหน้าหวานก็ยิ่งง้ำงอมากกว่าเก่า

"ฮ่า ๆ แต่ยังไงคำตอบของฉันก็ยังเป็นคำเดิมนะ คือแกควรถามเว้ย!"

ปาลิดาเงียบเสียงไปชั่วครู่ ความสับสนลังเลฉายชัดบนแววตา ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากรู้นะ เธออยากรู้ อยากรู้มากเลยแหละ! แต่อีกใจเธอก็กลัว...กลัวคำตอบจะออกมาว่าผู้หญิงคนนั้นคือแฟนของเขาจริง ๆ ซึ่งหากมันเป็นอย่างนั้นเธอคงจะรู้สึกแย่กับตัวเองมาก ๆ ที่หลวมตัวไปชื่นชอบแฟนชาวบ้าน แถมยังคิดไกลไปถึงไหนต่อไหนอีก

"ถ้าแกไม่อยากถาม แกก็ลองสังเกตดูสิว่าเวลาอยู่ด้วยกัน เขาทำตัวเหมือนพวกมีแฟนแล้วหรือเปล่า คิดออกแล้วบอกฉันด้วยนะ ขอไปไถเล่นอีกสักรอบก่อน"

จากนั้นกาญจน์เกล้าก็หอบเอากระดานติดล้อออกไปโลดแล่นบนเลนสีฟ้าร่วมกับผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่มาด้วยจุดประสงค์เดียวกันอย่างสนุกสนาน ทิ้งให้เพื่อนสาวได้มีเวลานึกทบทวนอะไรบางอย่างตามลำพัง

ปาลิดาหลุบตาลงมองหน้าต่างช่องแชทที่เปิดค้างไว้แล้วคิดตามคำแนะนำของเพื่อนไปด้วย แม้ไม่เคยได้จับโทรศัพท์ของเขา แต่เท่าที่เธอสังเกตมา เธอก็ไม่เห็นเขาจะคุยกับใครด้วยถ้อยคำหวานเลี่ยนเลยสักสาย แถมช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันในตอนเย็นเขาแทบจะไม่แตะต้องมันเลยด้วยซ้ำ

พลันความหวังก็เปล่งประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ก็แฟนที่ไหนเขาจะคุยกันตอนเย็น เขาต้องโทรคุยหรือวีดิโอคอลกันตอนก่อนนอนสิ

แต่....ถ้าเขาติดสายจริง แมวที่ไหนจะพิมพ์ตอบโต้กับเธอได้จนดึกดืนเที่ยงคืน อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมาร่วมอาทิตย์กว่า เธอไม่เคยเห็นผู้หญิงหน้าไหนได้เข้าบ้านเขาเลยสักคนนอกจากเธอ

คิดดังนั้นใจดวงน้อยที่ห่อเหี่ยวมานานก็ค่อย ๆ พองโตขึ้นจนคับอก สีหน้าแช่มชื่นขึ้นกว่าตอนมาถึงห้างหลายส่วน จะผิดไหมถ้าเธอจะขอคิดเข้าข้างตัวเองว่าผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นแค่เพื่อนหรือคนคุยที่ยังไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์จนลึกซึ้ง

"แก! ฉันกลับบ้านก่อนนะ! เดี๋ยวไลน์หา ไปละ!"

โบกไม้โบกมือให้เพื่อนสนิทอย่างร่าเริงแล้วปาลิดาก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินไปยังหน้าห้าง ทิ้งให้กาญจน์เกล้าได้แต่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ ทั้งขบขันและทั้งเอ็นดู

เนื่องจากขามาขอให้เพื่อนสาวมารับถึงบ้านขากลับจึงต้องพึ่งแท็กซี่ที่จอดเรียงราย ปลายนิ้วเรียวกดพิมพ์ข้อความหมายจะตอบกลับแชทที่เปิดค้างไว้แต่สุดท้ายก็ลบแล้วปิดมันทิ้ง ไหน ๆ อีกไม่กี่นาทีก็ถึงบ้านแล้ว ไปถามต่อหน้าก็ได้

เพียงสิบห้านาทีรถยนต์ก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าประตูรั้ว ปาลิดารีบกดสแกนจ่ายเงินผ่านคิวอาร์โค๊ดที่คนขับยื่นให้ก่อนผลุนผลันวิ่งมากดออดเรียกเจ้าของบ้านข้าง ๆ ทว่าผ่านไปนับนาทีก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ จากผ้าม่านที่ปิดทึบ

"ไม่อยู่บ้านเหรอ"

ใบหน้าหวานม่อยลงไปถนัดตา ชะเง้อชะแง้หาก็เห็นเพียงเจ้าก้อนขนที่กระโดดไปมาอยู่ในกรง รั้งรออยู่พักใหญ่ปาลิดาก็ยอมตัดใจเดินกลับไปยังบ้านพักของตัวเอง เอาวะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ไว้ค่อยคุยคืนนี้ คิดแล้วก็ทิ้งข้อความไว้กันพลาด

( ดาด้า : มาหาที่บ้านแล้วไม่มีใครอยู่เลยอ่ะ งั้นเราเข้าบ้านแล้วนะ )

..............

 

แกรก แกรก

เสียงก๊อกแก๊กบริเวณประตูปลุกให้ปาลิดาที่ผล็อยหลับไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อนสะดุ้งตื่นขึ้นมา มือเรียวยกขึ้นขยี้ตาเบา ๆ พลางหยัดกายลุกขึ้นนั่งมองตามทิศของเสียงที่ได้ยินอย่างงัวเงีย

เดิมทีตั้งใจจะรอคุยกับหนุ่มข้างบ้านแต่เพราะความอิ่มจากมื้อเย็นที่สวาปามเข้าไปจนเต็มท้องบวกกับไอเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศ หนังท้องตึงหน้าตาก็หย่อนตามภาพ ผลคือหลับลากยาว ตื่นมาอีกทีตอนห้าทุ่มกว่า!

แกรก แกรก

ปาลิดานั่งรวบรวมสติอยู่ชั่วครู่ก่อนจะผุดลุกขึ้นเดินไปแหวกผ้าม่านหลังพบว่าเสียงนั้นยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมักจะมีแมวจรแวะมาร้องเรียกเพื่อขออาหารอยู่เป็นประจำ แต่ปกติก็มาช่วงเย็นนี่หนา แล้วทำไมครั้งนี้ถึงมาดึกนักล่ะ

ครืดดดด

ผ้าม่านทึบชั้นนอกถูกรูดเปิดพร้อมกับไฟด้านนอกตัวบ้านที่ส่องสว่างขึ้นมา พลันดวงตาก็เบิกกว้าง ร่างกายชาวาบแข็งค้างอยู่ในท่าเดิมนั้นนิ่งนาน ตกตะลึงกับภาพตรงหน้าจนแทบสิ้นสติ

"กะ...กรี๊ดดดดดดด"

 

***********

อิน้อง!!! ​

ความคิดเห็น