ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 12

คำค้น : #กลซ่อนรัก#โรม#อิสระ#น้ำมนต์#นิลเนตร

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2564 10:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12
แบบอักษร

 

 

กลซ่อนรัก บทที่ 12 

 

 

 

 

 

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นน้ำมนต์ก็ไม่ได้พบกับโรมอีก เช้าหลังวันเกิดเหตุน้ำมนต์กลับไปที่บ้านดอกแก้วเพื่อพบกับโรมแต่พบว่าเขาเดินทางกลับกรุงเทพไปแล้ว 

" เอ๊ะ! กลับไปแล้วเหรอคะ ป้าขิม " น้ำมนต์ทำหน้าผิดหวัง " เมื่อไหร่กัน " 

" ไปเมื่อเช้านี้เองจ้ะ ก่อนหน้าหนูน้ำมนต์มาแป๊บเดียวนี่เอง " ป้าขิมบอกอย่างใจดี " หนูน้ำมนต์มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ " 

น้ำมนต์ถอนหายใจพลางห่อปาก " น้ำมนต์แค่จะมาคุยกับคุณโรมเรื่องที่เกิดที่บ้านของคุณเจษฎ์น่ะค่ะ แต่ว่าเจ้าตัวไม่อยู่ซะแล้ว " น้ำมนต์บอกกับป้าขิม " ไม่รู้ว่าคุณโรมจะเป็นยังไงบ้าง จู่ๆคุณเจษฎ์ก็มาด่วนจากไปแบบนี้ " 

" ก็คงยุ่งยากไม่น้อยแหละจ้ะ ในด้านการสอบสวนคุณโรมเองก็ให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่เหมือนกัน " ป้าขิมพูด น้ำมนต์พยักหน้าเมื่อไม่เห็นว่าป้าขิมจะพูดอะไรมากไปกว่านี้น้ำมนต์เลยยอมกลับบ้านโดยไม่รู้อะไรเพิ่มเติม 

ไม่นานน้ำมนต์ก็กลับเข้ากรุงเทพ เธอยอมทำตามที่ฟิลขอคือการให้เธอเข้าไปพรีเซนต์เรื่องงานออกแบบโลโก้ของเดอะรีเจนชื่อใหม่ของพันทิพาที่กำลังจะถูกเปลี่ยนชื่อให้กับโรมที่โรงแรม grand luxury ที่ส่วนนึงคืออาคารสำนักงานของทิลล์กรุ๊ปด้วยนั่นเอง 

ในตอนนั้นน้ำมนต์หวังว่าจะได้คุยกับโรมหลังจากที่พรีเซนต์งานเสร็จแต่กลายเป็นว่าเขาทำเหมือนไม่รู้จักเธอเสียอย่างนั้น น้ำมนต์จำสายตาและคำพูดที่เรียบนิ่งไม่สื่ออารมณ์ใดๆของโรมได้ดี 

" ผมนึกว่าคุณจะแสดงศักยภาพออกมาได้ดีกว่านี้อีก คุณนิลเนตร " โรมที่ท่าทางดูเคร่งขรึมและจริงจังไม่ได้ดูยินดีกับการพูดถึงงานออกแบบรีแบรนด์ของน้ำมนต์เท่าไหร่ ทั้งๆที่ผู้เข้าร่วมประชุมที่เป็นคณะกรรมการบริหารต่างก็พออกพอใจกับงานของน้ำมนต์มาก ประโยคของโรมแหวกอากาศมาทำเอาเสียงปรบมือค่อยๆจางหายไปจนเงียบสนิททุกคนมองหน้ากันเองด้วยอาการเลิ่กลั่ก 

" แต่ผมกลับเห็นว่าคุณนิลเนตรออกจะพูดได้น่าประทับใจมากเลยนะครับ  เกี่ยวกับโจทย์และก็แรงบันดาลใจที่ทำให้หน้าตาแบรนด์ใหม่ของเราออกมาดูสะดุดตาแบบนี้ " ใครคนนึงในที่ประชุมเอ่ยขึ้นมา น้ำมนต์มองกลับไปที่คนพูดท่าทางของเขาคนนั้นดูแล้วคงมีตำแหน่งไม่ธรรมดาเหมือนกับโรมแน่นอน 

โรมยักไหล่ไม่ใส่ใจ " เรื่องโจทย์กับหน้าตาแบรนด์ใหม่ผมเองก็ไม่ได้ติดอะไรนะครับ แต่ที่ผมติดใจก็คือคุณนิลเนตรกำลังพูดถึงงานของตัวเองได้ค่อนข้างน่าเบื่อสำหรับผมไปหน่อย มันเหมือนกับว่าเธอพูดไปตามบท " น้ำมนต์เม้มปากแน่น ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวเพราะความกระดากอายที่ถูกโรมว่าต่อหน้าทุกคน โรมปรายตามองไปที่น้ำมนต์ มือของเขากำลังเอาปากกาเคาะกับกระดาษอยู่ก็หยุดเคาะก่อนจะวางลง 

" เอาเถอะครับ ยังไงผมก็เป็นคนตัดสินใจเลือกที่จะใช้หน้าตาแบรนด์ใหม่นี่ด้วยตัวเอง ถ้ายังไงเรามาโหวตกันดีกว่าครับว่าใครมีบ้างที่จะใช้หน้าตาแบรนด์ใหม่นี้ " โรมยกมือของตัวเองขึ้นในขณะที่น้ำมนต์มองอย่างไม่เชื่อสายตาแล้วคนอื่นๆในที่ประชุมก็ยกตามโรมจนเป็นมติเอกฉันท์   

การประชุมเสร็จสิ้นลงน้ำมนต์ก็รีบเดินตามโรมออกไปนอกห้องทันที " เดี๋ยว! คุณโรม -- คุณโรม " น้ำมนต์เร่งฝีเท้าเดินตามโรมไปตามโถงทางเดิน ร่างสูงเดินลิ่วไม่สนใจเสียงร้องเรียกของน้ำมนต์  

" คุณโรมคะ คุณนิลเนตร -- " อัญชิสาที่เดินตามโรมออกมาติดๆ เอ่ยปากพูด  

" ผมไม่สะดวกคุย ช่วยบอกเธอด้วยครับ คุณอัญ " โรมว่า อัญชิสากำลังจะทำตามคำสั่งของคนเป็นนายแต่น้ำมนต์กลับก้าวพรวดดึงแขนเสื้อของโรมไว้  

" คุณโรม! เดี๋ยวสิ ฉันอยากคุยกับคุณนะ! "  

โรมออกอาการสีหน้ายุ่งยากลำบากใจกับการเผชิญหน้ากับน้ำมนต์ เขายกมือห้ามอัญชิสาที่กำลังจะเข้ามาพาน้ำมนต์ออกไป " มีอะไรก็พูดมา "  

น้ำมนต์มองสำรวจสายตาเรียบสนิทของโรมคู่นั้น " ฉันอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงยังเลือกที่จะใช้งานออกแบบของฉันอยู่อีกในเมื่อคุณไม่ชอบในสิ่งที่ฉันพรีเซนต์ มันไม่ย้อนแย้งไปหน่อยเหรอ คุณโรม " น้ำมนต์ถามสีหน้าจริงจังแววตาของเธอดูดุดันและเกรี้ยวกราด โรมเอาลิ้นดุนแก้มอย่างไม่ชอบใจนัก 

" อย่างที่ผมบอกไปแล้วยังไงล่ะครับว่าผมตัดสินใจเลือกที่จะใช้งานของคุณถึงแม้การนำเสนอของคุณมันออกจะ -- " โรมแค่นยิ้มร้ายก่อนจะทำทีเป็นยักไหล่ " ช่างเถอะครับ ยังไงมติก็ออกมาแล้วเป็นเอกฉันท์อย่างที่คุณเห็นหวังว่าคุณจะพอใจนะครับ คุณนิลเนตร " โรมขยับเท้าจะเดินเข้าลิฟท์ จู่ๆเขาก็หันมาบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ดูเย็นชา  

" เราไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะเรียกชื่อเล่นกันนะครับ คุณนิลเนตร "  

น้ำมนต์เม้มปากแน่นจนมันบางเป็นเส้นตรง นัยน์ตาสั่นระริกมองร่างสูงเดินเข้าไปในลิฟท์ ชั่วจังหวะนึงที่สองสายตาประสานกันก่อนประตูลิฟท์จะปิดลง 

" น้ำมนต์! น้ำมนต์! "  

" ห้ะ! อะไรเหรอคะ!! " น้ำมนต์หลุดจากภวังค์หันมามองคนเรียกที่กำลังทำหน้าฉงนใส่เธอ น้ำมนต์กลอกตามองไปรอบๆเพื่อนร่วมออฟฟิศที่ต่างหันมามองเธอเป็นตาเดียว " เออ พี่ปูเป้มีอะไรให้น้ำมนต์ทำเหรอคะ " น้ำมนต์รีบลุกขึ้นยืนทันทีพลางยิ้มแก้เก้อที่ดันเผลอนั่งเหม่อไปซะนานจนถูกปูเป้เจ้าของบายแอดบริษัทโฆษณาชื่อดังมายืนเรียกถึงที่โต๊ะทำงาน 

" ไม่ต้องลุกลี้ลุกลนขนาดนั้น น้ำมนต์ " ปูเป้ร้องพลางโบกมือไปมา " พี่แค่จะมาย้ำเราว่าวันนี้ช่วงบ่ายน้ำมนต์ต้องเข้าไปที่ร้านเดวิลชิลด์ของคุณแมทเพื่อทำโฆษณาโปรโมทบนหน้าเพจของเขานะอย่าลืมล่ะ "  

" อ่อ ไม่ลืมค่ะ  พี่ปูเป้ น้ำมนต์เตรียมอุปกรณ์การทำงานไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ " น้ำมนต์รับคำยิ้มกว้างหยิบกระเป๋าโน๊ตบุคของตัวเองขึ้นโชว์ให้ปูเป้ดู  

" ยังไงก็ฝากด้วยนะ น้ำมนต์ " ปูเป้ทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องทำงานตัวเอง น้ำมนต์มองจนปูเป้เดินหายเข้าไปในห้องแล้วก่อนจะรีบหันมาถามชมมี่เพื่อนร่วมงานคนใหม่ของน้ำมนต์ ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนสนิทกันอย่างรวดเร็วหลังจากที่น้ำมนต์เข้ามาทำงานที่บายแอดได้ไม่เท่าไหร่  

" พี่ปูเป้มานานยัง ชมมี่ "  

" ก็นานพอที่จะนับได้ว่าแกถอนหายใจไปทั้งหมดเจ็ดครั้ง " ชมมี่ตอบ น้ำมนต์ยกมือขึ้นปืดหน้าตัวเองแล้วร้องครางออกมา 

" โอ๊ย! ยัยน้ำมนต์เอ๊ย ทำไมเป็นแบบนี้ "  

" นั่นสิ! เป็นอะไรหรือเปล่า น้ำมนต์ พักนี้ดูเหม่อๆนะ " เฮียหมูขาใหญ่ประจำบายแอดทัก เขาเดินมาหาน้ำมนต์ทำหน้าขรึมใส่ น้ำมนต์ส่ายหน้ายิ้มๆ 

" ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เฮียหมู ช่วงนี้น้ำมนต์นอนดึกหลายคืนติดกันก็เลยเพลียๆเลยอาจจะเหม่อๆไปหน่อย " 

" อะไรกัน! แค่ปั่นงานจนดึกจริงเหรอ ไม่ใช่ว่าแอบไปกิ๊กกั๊กจู๋จี๋กับหนุ่มๆที่ไหนน่ะ " พี่หมีออกปากแซวน้ำมนต์ตามนิสัยคนขี้เล่น น้ำมนต์ยิ้มไม่ถือสาเธอมองเพื่อนร่วมงานใหม่ในที่ทำงานใหม่ของเธอ 

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเรื่องการพรีเซนต์งานรีแบรนด์เรียบร้อย น้ำมนต์ก็จัดการลาออกกับทางแม็กซ์เวลล์แม้ฟิลจะขอร้องให้อยู่ต่อและยื่นข้อเสนอเรื่องการปรับเงินเดือนรวมทั้งลงโทษลิซ่าด้วยการไล่ออกก็ตาม แต่น้ำมนต์กลับปฏิเสธและเลือกที่จะมาสมัครงานที่บายแอดแทน 

ที่บายแอดนี้ช่างแตกต่างจากที่แม็กซ์เวลล์ในแทบทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หัวหน้างาน หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานที่เป็นมิตรมากพอๆกับฟูจิและตุ้ม 

" โถ่ พี่หมี! ก็ตัองปั่นงานสิคะ น้ำมนต์ตะเอาเวลาที่ไหนไปทำเรื่องที่พี่หมีว่าล่ะ แฟนก็ไม่มีด้วย " น้ำมนต์ร้องใส่ มือก็สาละวนอยู่กับการเก็บของบนโต๊ะ 

" ก็หาซักทีสิจะได้เลิกนั่งเหม่อเลิกมานั่งถอนหายใจอยู่แบบนี้ ทำอย่างกับคนอกหักอย่างนั้นแหละ " หมูว่า น้ำมนต์ทำตาโตใส่  

" โอ๊ย! เฮียหมู อกหงอกหักอะไรนั่นไอ้น้ำมนต์มันเป็นไปตั้งนานแล้ว!! " ชมมี่รีบยกมือปิดปากตัวเอง  

" ชมมี่!! " น้ำมนต์จ้องเขม็ง " นี่แกรู้เรื่องนี้ได้ยังไง -- อย่าบอกนะว่าเป็นฟูจิน่ะ " ชมมี่ยิ้มแห้งกลับ น้ำมนต์รู้สึกเหมือนคิ้วของตัวเองกระตุก ในใจครางฮึ่มใส่เพื่อนรักที่ปากเปราะเอาเรื่องเธอไปเผาให้ชมมี่ฟัง " แกกับยัยฟูจิชักจะสนิทกันเกินไปแล้วนะ " น้ำมนต์พ่นลมฮึใส่ ยัยสองคนนี้ช่างเม้าท์พอได้เจอกันก็เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย 

" อะไรกัน! นี่น้ำมนต์โดนผู้ชายหักอกมาเหรอ " หมีดูตื่นเต้นกับเรื่องที่ได้ยิน " เล่าให้ฟังสิ ชมมี่ " 

" พอเลยค่ะ เรื่องนั้นมันจบไปตั้งนานแล้วอย่ารื้อฟื้นขึ้นมาอีกเลย " น้ำมนต์ว่าหยิบแฟ้มเอกสารกับกระเป๋าโน๊ตบุคขึ้นมาสะพาย  

" อ้าว! แล้วนี่จะออกไปเลยเหรอพึ่งจะสิบเอ็ดโมงเองนิ นัดกับคุณแมทไว้บ่ายสี่โมงไม่ใช่หรือไง " หมูถาม  

" น้ำมนต์ไปงานอีกที่ก่อนค่ะ เฮีย " น้ำมนต์ยิ้มกว้าง " ไปก่อนนะคะ เฮีย พี่หมี ชมมี่ -- นี่แล้วก็จะพูดอะไรถึงฉันก็อย่าให้เยอะเกินไปล่ะ " น้ำมนต์แยกเขี้ยวใส่ชมมี่ก่อนจะเดินออกจากออฟฟิศบายแอดไป  

เรื่องที่น้ำมนต์พูดกับเฮียหมูน่ะมันก็มีความจริงอยู่บ้างแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด น้ำมนต์เดินเข้าไปในร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบที่พอถึงเวลาเที่ยงก็หนาแน่นไปด้วยผู้คนที่เข้ามานั่งรับประทานอาหาร  

" ทางนี้! "  

น้ำมนต์ถอนหายใจบางๆออกมาแล้วเดินไปลงนั่งที่โต๊ะ มองคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วกำลังกินข้าวหมูกรอบเป็นจานที่สาม " มาช้าจังนี่รอจนหิวเลยสั่งข้าวมากินก่อน ไม่ว่ากันนะ " คนนั่งอยู่ก่อนพูดกับน้ำมนต์ เขากำลังกินข้าวอย่างดูน่าอร่อย  

" กินไปเถอะค่ะ เดี๋ยวมื้อนี้น้ำมนต์เลี้ยงเอง " น้ำมนต์ว่าแล้ววางของลงข้างตัวก่อนจะสั่งอาหารกับเด็กเสิร์ฟที่เข้ามารับออเดอร์  

" ไปทำงาน!? "  

" ใช่ค่ะ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จก็จะเอางานไปเสนอลูกค้า แล้วนี่เรียกน้ำมนต์ออกมาลุงชาตรีมีอะไรหรือเปล่าคะ " น้ำมนต์ถามพลางหรี่ตามองฝ่ายตรงข้าม " ถ้าจะมาพูดโยกโย้แล้วเอาเงินไปเหมือนครั้งก่อน ครั้งนี้น้ำมนต์ไม่ยอมแน่จะแจ้งตำรวจจับข้อหากรรโชกทรัพย์เลย "  

ชาตรีถลึงตาใส่ข้าวยังค้างอยู่ในแก้มข้างนึงก่อนจะรีบเคี้ยวรีบกลืน " โอ๊ย! ขู่จัง เดี๋ยวก็ไม่บอกซะเลยนี่ " ชาตรีขู่กลับ 

" ไปหาข้อมูลมาได้แล้วเหรอคะ " น้ำมนต์เปลี่ยนประเด็นทันที ชาตรียิ้มฮึก่อนคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่มหลายอึก น้ำมนต์รอดูท่าทีอีกฝ่ายด้วยความใจเย็นทั้งๆที่ตัวเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมเธอถึงต้องทำเรื่องนี้ด้วย 

" ฮ้า! " ชาตรีออกอาการดึงเวลา เขามองสายตาอยากรู้ของน้ำมนต์แล้วฉีกยิ้มกว้าง " อยากรู้แล้วล่ะสิ "  

" ถ้าลุงชาตรีไม่พูดสักทีก็ไม่ต้องติดต่อน้ำมนต์มาอีกนะคะ " น้ำมนต์เก็บของทำท่าจะลุกแต่ถูกชาตรีคว้าสายกระเป๋ากล้องไว้ สีหน้าของเขาดูระรื่นเมื่อเห็นน้ำมนต์หงุดหงิด 

" อย่าพึ่งหงุดหงิดสิ ครั้งนี้ฉันไม่หลอกเธอนะน้ำมนต์ -- นั่งและก็กินข้าวก่อน " ชาตรีพยักเพยิดให้น้ำมนต์นั่ง เธอถอนหายใจก่อนจะยอมนั่งลง " เธอนี่บทจะจริงจังก็น่ากลัวเหมือนกันนะ "  

" ไม่อย่างนั้นน้ำมนต์จะช่วยลุงออกมาจากพวกนักเลงนั่นเหรอคะ " น้ำมนต์ว่าเผยยิ้มเหนือกว่าอีกฝ่าย ชาตรีชายวัยกลางคนยิ้มฮึก่อนจะเอานิ้วจิ้มไปที่หน้าผากของน้ำมนต์ 

" ทำเป็นเก่ง ดีแค่ไหนที่พวกมันเกิดกลัวตามที่เธอพูด ถ้ามันไม่กลัว เธอกับฉันได้เป็นผีเฝ้าบ้านแน่ " ชาตรีแค่นเสียงใส่มองรอยยิ้มกว้างของน้ำมนต์ ก่อนจะส่งซองเอกสารสีน้ำตาลให้ " เอานี่เล็กๆน้อยๆ ตอบแทนครั้งก่อน เป็นข้อมูลของคุณเจษฎ์ หัตถาในช่วงที่ทำงานกับพันทิพา " น้ำมนต์รับซองไปเปิดออกดูเอกสารเล็กน้อย 

" เจษฎ์ หัตถาถือได้ว่าเป็นคนเก่าคนแก่ของพันทิพาแล้วก็เป็นมือขวาของคุณเอนก ผู้ชายคนนี้เป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีของพันทิพา ดูแลเรื่องการเงินเรียกได้ว่าทุกบาททุกสตางค์ของพันทิพาจะต้องผ่านมือเค้าคนนี้ทั้งหมด เป็นคนเก่งไว้ใจได้ คุณเจษฎ์สำหรับคุณเอนกแล้วก็เหมือนพี่น้องเพื่อนสนิท เลยเชื่อใจกันให้ดูแลเรื่องเงิน และคุณเจษฎ์ก็ทำหน้าที่นี้ได้อย่างไม่บกพร่อง "  

น้ำมนต์พยักหน้ารับขณะที่ฟังชาตรีเล่า " แต่อย่างว่าชีวิตคนเรามันก็ไม่ได้สวยหรูตลอดไปใช่มั้ยล่ะ " ชาตรีรินน้ำเปล่าใส่แก้วตัวเอง " สักปีสองปีที่แล้วคุณเจษฎ์ถูกจับได้ว่ายักยอกเงินของพันทิพามีลายเซ็นของเขาอยู่ในเอกสารการเบิกจ่ายอยู่หลายฉบับ "  

" เป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชียังไงก็ต้องมีลายเซ็นอยู่ในนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ลุง แบบนี้มันจะผิดปกติได้ยังไงกัน " น้ำมนต์โพล่งถามออกมา ชาตรีเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นไขว้ห้าง เขายักไหล่ 

" มันก็คงจะปกติทั่วไปถ้าเอกสารพวกนั้นผ่านไปให้คุณเอนกเซ็นด้วยแต่เอกสารพวกนั้นไม่เคยผ่านไปให้คุณเอนกเซ็นเลยสักแผ่น แต่กลับมีชื่อคุณเอนกอยู่ "  

" ปลอมลายเซ็นเหรอคะ "  

" ฉลาดเหมือนกันนะเรา กินปลาบ่อยล่ะสิ " ชาตรีว่า น้ำมนต์ยิ้มฮึ " ก็ว่ากันอย่างนั้น คุณเจษฎ์ถูกสอบสวนเรื่องที่มาที่ไปของการซื้อขายที่ดินแถวโคราชกับเงินจำนวนเกือบสิบล้านในบัญชีของเขาที่เท่ากับเงินที่พันทิพาถูกยักยอกไป "  

" แล้วเรื่องเป็นยังไงต่อคะ ลุงชาตรี -- คุณเจษฎ์เค้าทำแบบนั้นจริงๆเหรอคะ "  

" ไม่รู้เหมือนกัน เท่าที่สืบมาได้คุณเจษฎ์ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนทำ ส่วนเรื่องซื้อขายที่ดินกับเงินสดอะไรนั่นมันก็เป็นทรัพย์สินที่เขาได้มาอย่างบริสุทธิ์ เรื่องคดีความนี้ก็ยังอยู่ในชั้นศาลแต่ตอนนี้คงไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะมั้ง จำเลยอย่างคุณเจษฎ์ก็ตายไปแล้วและตอนนี้กิจการของพันทิพาเองก็ถูกเทคโอเวอร์ไปแล้วด้วย เรื่องการตายของคุณเจษฎ์ก็คงเป็นการตายเพราะถูกโจรทำร้ายอย่างที่ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานมั้ง "  

น้ำมนต์นิ่งคิดตามที่ชาตรีพูด เรื่องการตายของคุณเจษฎ์ หัตถาที่เกิดขึ้นนั้นทั้งสภาพแวดล้อมที่เกิดเหตุและหลักฐานใหม่ที่พบทำให้ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานว่านี่อาจเป็นเหตุฆาตกรรมชิงทรัพย์ เรื่องการเปิดประตูรับที่สงสัยในตอนแรกนั้นพวกเขาคิดว่าอาจเป็นตอนที่คุณเจษฎ์คุยกับโรมเสร็จและรู้ว่าเขากำลังจะเดินทางมาถึงเลยลงไปเปิดประตูไว้รอและคงเป็นช่วงเวลานั้นที่ผู้ร้ายสบโอกาสเข้าไปทำร้ายคุณเจษฎ์ถึงแก่ความตาย 

" แล้วหลังจากที่คุณเจษฎ์ออกไปแล้วเป็นยังไงต่อคะ " น้ำมนต์ถาม " ห้ามคิดเงินนะคะ นี่ยังไม่หมดชั่วโมงพักเที่ยงน้ำมนต์ยังได้สิทธิ์ฟรีถามลุงอยู่นะ "  

" หัวหมอ!! " ชาตรีแยกเขี้ยวใส่ " หามาเผื่อให้แล้วเหมือนกัน หลังจากที่คุณเจษฎ์ออกจากพันทิพาไปคนที่ขึ้นมาเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีแทนคุณเจษฎ์ก็คือคุณนิติคนนี้เก่งมาก เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ทั้งเรื่องการจัดการ เรื่องการบริหารเรียกได้ว่าเสียคุณเจษฎ์ไปก็ไม่ได้ทำให้พันทิพาแย่ แต่ว่าน่าเสียดายนะที่ผลประกอบการมันไม่ดีขึ้นเลยทำให้ต้องขายกิจการไป "  

" คุณนิติ! " น้ำมนต์ขมวดคิ้ว " เหมือนน้ำมนต์เคยเจอเขานะคะ รู้สึกว่าตอนนี้กำลังทำงานในโปรเจครีแบรนด์ของพันทิพาอยู่ด้วย " ชาตรีพยักหน้า 

" ตามนั้น การเข้าไปเทคโอเวอร์ของทิลล์จะต้องเข้าไปจัดการรื้อระบบใหม่ทั้งหมดของพันทิพา มีงานบางส่วนที่คุณอิสระยังต้องใช้คนของพันทิพาอยู่รวมถึงคุณนิตินี่ด้วย "  

" อ่อ มิน่าล่ะ น้ำมนต์ถึงเห็นเขาในห้องประชุมด้วยในวันนั้น " น้ำมนต์พยักหน้าหงึกหงัก " แล้วเรื่องที่ว่า -- "  

" หมดเวลาแล้ว ยัยแม่สาวจอมจุ้น " ชาตรีสั่งเบรคคำถามของน้ำมนต์ทันที เขาเคาะนาฬิกาข้อมือตัวเอง " ถ้าเธอถามคำถามหลังจากนี้ต้องจ่ายมาคำถามละพันห้านะ "  

" หูย พันห้า!! " น้ำมนต์ร้องลั่นก่อนจะรีบเอามือปิดปากตัวเองทันทีที่สายตาคนในร้านหันมามองเธอ น้ำมนต์ถลึงตาใส่ชายวัยกลางคนท่าทางเจ้าเล่ห์ที่ไม่รู้ว่านรกชังหรือสวรรค์แกล้งที่ทำให้น้ำมนต์กับเขาคนนี้ต้องมาร่วมมือกัน " แพงไปมั้ยคะ ลุง "  

" แพงก็ไม่ต้องถาม ไปล่ะ! จ่ายเงินค่าข้าวให้ด้วย " ชาตรีหยิบไม้จิ้มฟันขึ้นมาแคะก่อนจะเดินออกจากร้านไป น้ำมนต์ถามไล่หลัง 

" นี่ลุงชาตรี แล้วน้ำมนต์จะได้เจอกับลุงอีกเมื่อไหร่คะ "  

" เมื่อเธอเงินถึง " คำตอบของชาตรีทำเอาน้ำมนต์พ่นลมฮึใส่ ก่อนที่ตัวเธอเองจะลุกเดินออกจากร้านไปทำงานต่อ  

เรื่องราวการเสียชีวิตของเจษฎ์ หัตถามันยังคงติดอยู่ในหัวของน้ำมนต์มาตลอดสามเดือนกว่าถึงแม้ว่าคดีนี้จะถูกบ่งชี้ว่าอาจเป็นเหตุฆาตกรรมชิงทรัพย์ก็ตามและนี่ก็ไม่ใช่เรื่องของเธอเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะคำพูดของโรมที่พูดไว้ว่าอีกฝ่ายมีเอกสารสำคัญที่จะให้เขานั่นแหละที่ทำให้น้ำมนต์อยากรู้ว่าทำไมคุณเจษฎ์ถึงต้องทำแบบนี้เลยทำให้น้ำมนต์พยายามตามเรื่องราวของคุณเจษฎ์จากชาตรีนักสืบตกอับที่น้ำมนต์บังเอิญไปเห็นนามบัตรที่ร่วงมาจากกระเป๋าเงินของสมร  

" เป็นเพื่อนของฉันเองแหละ เป็นนักสืบตกอับ ชอบมโนว่าตัวเองเป็นโคนัน " สมรว่าพลางหัวเราะออกมาตอนที่น้ำมนต์ถามถึงชาตรี " โคนันบ้าบออะไรกัน จะกินแกลบอยู่แล้วไม่ค่อยมีคนจ้างให้มันทำงาน งานก็ไม่มีเงินก็ไม่มีแถมยังชอบกินเหล้าอีก เลยต้องรับจ้างทำงานทั่วไป ถ้าน้ำมนต์อยากให้มันทำงานอะไรก็เรียกใช้ได้เลยนะ มันทำหมดแหละไม่ใช่แค่สืบเรื่องชาวบ้านอย่างเดียว "  

ความอยากรู้เรื่องของเจษฎ์ทำให้น้ำมนต์มาหาชาตรีที่บ้านเช่าของเขาในเวลาที่เขากำลังถูกนักเลงรุมกระทืบอยู่น้ำมนต์เลยเข้าไปช่วยให้ชาตรีรอดพ้นจากการถูกสหบาทายำใส่นั่นเลยเป็นเหตุให้ชาตรีช่วยน้ำมนต์สืบเรื่องของเจษฎ์ 

เจษฎ์ หัตถาถูกพันทิพาเขี่ยออกไปด้วยข้อหายักยอกและปลอมแปลงลายเซ็นถึงได้ติดต่อโรมมาแบบนั้น และที่สำคัญเอกสารที่ว่านั่นก็ไม่รู้ว่ามีจริงมั้ย คนที่รู้ดีที่สุดกลับกลายเป็นศพไปซะแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้โรมจะยังตามหาเอกสารนั่นอยู่หรือเปล่า หรือว่าเลิกสนใจเรื่องการตายของคุณเจษฎ์ไปแล้ว ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็สามเดือนกว่าแล้วที่น้ำมนต์กับโรมไม่ได้เจอกันและก็ไม่ได้คุยกันอีก 'จะคุยกันได้ไงในเมื่ออีกฝ่ายเขาตัดรอนเธอแบบนั้นแล้ว'  

" ชิ! เราไม่ได้สนิทกันถึงจะมาเรียกชื่อเล่นนะ คุณนิลเนตร " น้ำมนต์พึมพำกับตัวเอง เธอยังจำคำพูดสุดท้ายที่โรมทิ้งท้ายกับเธอไว้ได้อยู่ น้ำมนต์หักพวงมาลัยเบี้ยงรถเข้าเลนซ้ายบนถนนเส้นเดิมที่น้ำมนต์เคยขับรถชนกับโรม 

 

ปี๊นนนนนนน!!! 

 

เอี๊ยด!!  

 

โครม!!  

 

 

************* 

สวัสดีค่า รี้ดที่น่ารักทุกคน 

ก่อนอื่นขอโทษด้วยจริงๆค่ะ ที่ปล่อยให้รอกันนานมากๆๆๆๆๆ แต่ไรท์ก็กลับมาอัพให้แล้วน้า และสารภาพบาปตรงนี้เลยว่าตั้งใจจะลงคืนนี้ให้อ่านสองตอนแต่ว่าอีกตอนนึงยังไม่สมบูรณ์ดีเลยขอลงเป็นพรุ่งนี้เช้าแทนนะคะ 

เรื่องราวของคู่นี้จะเป็นยังไงต่อ มาติดตามและเป็นกำลังใจให้พวกเขากันด้วยน้า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว