ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

You make me feel so safe whenever I’m with you

ชื่อตอน : You make me feel so safe whenever I’m with you

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มี.ค. 2564 12:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
You make me feel so safe whenever I’m with you
แบบอักษร

You make me feel so safe whenever I’m with you 

 

 

     “เพื่อนมึงนี่แสนรู้ฉิบหาย”

     “...” อมยิ้ม

     “ยิ้มอะไร” ผมถาม ขมวดคิ้วให้กับท่าทางน่ามันเขี้ยวของคนตัวเล็ก อยากบีบแก้มว่ะ ความน่ารักมันปั่นป่วนหัวใจผมเกินไป ลืมเรื่องของไอ้เด็กทิศเหนือไปเลย เอาแต่จ้องมองรอยยิ้มๆ เล็กนั้นจนกระทั่งสกายละมือออกจากใบหน้าของผม

     “เสร็จแล้ว”

     “ยังไม่ตอบเลยว่ามึงยิ้มอะไร”

     “กินข้าวได้หรือยัง” เก็บของเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมาถาม สรุปคือผมก็ไม่ได้คำตอบสินะว่าเมื่อกี้สกายยิ้มอะไร แต่ก็ช่างแม่งเถอะ มันไม่ได้สำคัญเท่ากับข้าวผัดแฮมที่ผมตั้งอกตั้งใจทำมาให้สกายในเช้าวันนี้หรอก

     “อืม เอามานี่..” ผมรับกล่องปฐมพยาบาลมาไว้ในมือ “ไปกินข้าวเถอะ รอกูมาตั้งแต่เช้าแล้วไม่ใช่เหรอ” พอผมบอกแบบนั้น สกายก็รีบหันหลังเดินตรงไปหากล่องข้าวทันที สองมือจับกล่องยกขึ้นก่อนจะยิ้มและหันมามองผมอีกครั้ง 

     “อะไร กล่องนั่นกูได้มาฟรี เป็นของแถม”

     “กายยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”

     “กูแค่บอกไว้ก่อน” ยิ่งพูดทำไมดูเหมือนผมยิ่งแก้ตัววะ แต่กล่องข้าวนั่นผมได้มาเป็นของแถมจริงๆ และผมก็คิดว่ามันเหมาะกับสกายมากกว่า ตั้งแต่ที่ได้กล่องข้าวนี่มาผมก็ไม่เคยคิดที่จะใช้งานมันเลยจนกระทั่งวันนี้  

     “ดูน่ากินจัง”

     “ไม่ใช่แค่น่ากิน แต่มันอร่อยมาก” ผมล่ะโคตรจะมั่นใจในฝีมือของตัวเองวันนี้เลยหลังจากที่ทำให้สกายกินครั้งแรกแล้วเจ้าตัวบอกว่ามันอร่อย นอกจากข้าวผัดแฮมแล้วก็มีอีกหลายอย่างเลยที่ผมอยากจะลองทำมาให้สกายชิมดู 

     “กินนะ”

     “อืม แล้วคุณแอนดริวไปไหน” ตั้งแต่มาถึงผมก็ยังไม่เจอเจ้าแมวตัวอ้วนเลยนะ หรือว่าจะยังนอนอยู่ 

     “บนห้อง” สกายตอบก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้และลงมือกินข้าวผัดแฮมที่ผมทำมาให้ด้วยท่าทางที่ไม่ต่างจากเมื่อวาน ก็บอกแล้วไงว่ามันอร่อย พอเห็นว่าสกายชอบผมก็ไม่ได้เฝ้ามองต่อ เดินเอากล่องปฐมพยาบาลไปเก็บเข้าที่เดิมที่สกายหยิบมันมาก่อนที่ผมจะถูกเจ้าก้อนขนตัวอ้วนกลมเดินเข้ามาพันแข้งพันขา

     เมี้ยว~

     เสียงร้องที่ผมคิดว่ามันคงจะเป็นการทักทายกันดังขึ้น คุณแอนดริวเดินคลอเคลียไปมาก่อนจะทิ้งตัวนอนลงตรงหน้าผม 

     “แมวชอบนอนขวางทางทุกตัวเลยหรือไง” ผมนั่งลงพลางบ่นไปขำๆ จัดการอุ้มเจ้าแมวที่ทำตัวไร้กระดูกขึ้นมาก่อนจะเดินกลับไปหาสกายที่กำลังกินข้าวอยู่ ร่างของแมวอ้วนพาดอยู่บนแขนผมไม่ขยับกาย จะมีก็แต่หางที่สะบัดไปมาพร้อมกับส่งเสียงร้องแง้วๆ ไปด้วย 

     พอกันเลยกับเจ้าของ

     ทำตัวน่ามันเขี้ยว รู้สึกอยากจะบีบเจ้าก้อนขนตัวนี้แรงๆ แต่ก็กลัวมันจะเจ็บไง ได้แต่ข่มเขี้ยว เคี้ยวฟันตัวเองแทน

     “ลงมาแล้วเหรอ” สกายหันมาทางผม ก้มหน้าลงพูดกับแมวตัวเองที่ยังคงนอนทำตัวอ่อนให้ผมอุ้มไว้ หางฟูๆ สะบัดขึ้นลงเกือบจะฟาดมาถึงหน้าผม และนั่นทำให้เจ้าของของมันอมยิ้มน้อยๆ ในตอนที่เงยขึ้นมา “คุณแอนดริวไม่ชอบให้ใครอุ้ม”

     “เหรอ แต่มันก็ดูชอบที่กูอุ้มนะ”

     “นอกจากกาย กำปั้นก็เป็นคนแรกที่คุณแอนดริวยอมอยู่เฉยๆ ให้อุ้ม”

     ทำดีเจ้าแมวตัวกลม

     สงสัยว่าพรุ่งนี้ นอกจากอาหารเช้าของคนแล้ว ผมก็คงต้องหาซื้อขนมสำหรับแมวติดมือเข้ามาบ้างแล้วล่ะ วันนี้ไม่ทันคิดไปหน่อยด้วยความที่ผมรีบมา

     “หึ แมวมึงมันรู้ไงว่าใครเป็นใคร”

     “แล้วกำปั้นเป็นใคร”

     “เป็นคนที่จีบมึง และเป็นแฟนมึงในอนาคต”

     “...”

     อย่าให้ผมได้จีบนะบอกเลย

     เขินตัวม้วนยังน้อยไปด้วยซ้ำ หึ

     สกายหันหน้ากลับไปทันที ใบหูขาวเนียนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมาทีละนิดในตอนที่อีกฝ่ายก้มหน้าลงกินข้าวต่อ ผมก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าตัวเองยิ้มออกมาตั้งแต่ตอนไหน อาจจะเป็นตั้งแต่ที่สกายหันหน้าหนีไป หรือไม่ก็ตอนที่ได้เห็นปฏิกิริยาน่ารักๆ ที่สกายนั้นแสดงออกมา แต่ที่แน่ๆ เลยคือผมกำลังยิ้ม และต้นเหตุของรอยยิ้มนั้นก็คือสกาย

     “เอาน้ำไหม เดี๋ยวกูหยิบให้”

     “...” พยักหน้า

     ผมลุกขึ้นไปหยิบน้ำให้กับสกาย คุณแอนดริวเมื่อถูกผมปล่อยให้ลงเดินก็ส่งเสียงร้องวิ่งตามผมมาด้วย 

     หลังจากที่สกายกินข้าวเสร็จ เราสองคนก็พากันมานั่งเล่นอยู่ภายในห้องโถงที่เป็นพื้นที่สำหรับต้อนรับแขก ทีวีจอใหญ่กำลังฉายภาพยนตร์ที่ทั้งผมและสกายต่างก็ไม่ได้สนใจดูสักเท่าไหร่ สกายก้มหน้าก้มตาเล่นกับคุณแอนดริว ทั้งหอม ทั้งกอดรัดฟัดเหวี่ยง ส่วนผมอะ..บรรยายมาขนาดนี้ก็น่าจะรู้กันแล้วมั้งว่าความสนใจของผมมันอยู่ตรงไหน

     ในห้องนี้มันจะมีอะไรน่าสนใจได้เท่ากับเจ้าของแมวที่ชื่อแอนดริวอีกเหรอ

     นั่งมองได้สักพักก็เป็นอันต้องละสายตาเมื่อเสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น ผมรับสายก่อนจะลุกเดินออกมา 

     “มีไร”

     [นี่มึงทักทายเพื่อนสุดที่รักของมึงแบบนี้เหรอไอ้ปั้นนน] เสียงที่ดังลอดออกมาทำเอาผมกลอกตามองขึ้นข้างบนทันที ไม่ต้องเดาเลยว่าไอ้เข้มมันโทรมาหาผมทำไม มีอยู่แค่สองเหตุผลเท่านั้น ถ้าไม่ชวนออกไปเที่ยวก็คือมันกำลังยืนอยู่ที่หน้าห้องของผมในตอนนี้

     “ถ้ามึงไม่มีอะไร กูจะวาง”

     [ใจเย็นไอ้หนุ่ม นี่กูเข้มเอง เข้มเพื่อนรักมึงไง]

     “กูนับถึงสาม”

     [แหม่ มันรีบอะไรขนาดนั้นครับเพื่อน เออๆ กูจะชวนออกคืนนี้ว่ะ อยากไปเมาสักหน่อย] ไอ้เข้มมันว่า ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกเหมือนปลายสายจะมีอะไรอยู่ในใจหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป

     ไว้เจอหน้าค่อยถามมันทีเดียว 

     “กี่โมง”

     [3 ทุ่ม]

     “อืม เจอกัน 3 ทุ่ม มึงไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม”

     [เอ๊ะ ทำไมมึงดูรีบจังวะ-...]

     “กำปั้น เล่นเกมกับกายไหม” ไม่ทันที่ผมจะตอบ เสียงของสกายก็ดังแทรกขึ้นมา คนตัวเล็กเดินมาหาพร้อมกับคุณแอนดริวที่ถูกอุ้มมาด้วย ตากลมๆ ทั้งคนและแมวจับจ้องมาที่ผมราวกับกำลังรอคอยคำตอบ

     [ฮันแน่ นี่มึง-...]

     ผมกดตัดสายไอ้เข้มทิ้งไป คิดว่ามันคงไม่มีอะไรแล้วล่ะ ในเมื่อเรื่องที่จะคุยก็คุยกันไปแล้วเรียบร้อย

     “สตรีมเหรอ?”

     “ไม่”

     “อืม เล่นดิ”

     “กายจะแบกกำปั้นเอง”

     “หึ งั้นกูก็จะดูแลมึงเอง”

     “ในเกม”

     “นอกเกมด้วยได้ไหมล่ะ”

     จบคำพูดของผม สกายก็หันหลังอุ้มเจ้าแมวตัวกลมเดินหนีไป อาการเขินของอีกฝ่ายนั้นแสดงออกมาได้ชัดเจนมากจนผมอดที่จะยิ้มขำไม่ได้ ก้าวขาเดินตามอีกฝ่ายกลับไปยังห้องเดิมที่มีเสียงโทรทัศน์ดังอยู่

     สกายนั่งลงบนพื้นห้องที่มีพรมรองอยู่ ผมเองก็นั่งลงด้วยเช่นกัน ขยับเข้าไปชิดกับอีกฝ่ายขณะเกมกำลังโหลดอยู่ในหน้าแรก พอเข้าเกมได้คนตัวเล็กก็กดเชิญผมทันที จับคู่การแข่งขันนั้นใช้เวลาเกือบ 1 นาที เมื่อทุกคนกดยืนยันเข้าห้องเรียบร้อย หน้าเกมก็เปลี่ยนไปเป็นหน้าเลือกตัวฮีโร่ที่จะเลือกแบน

     หลังจากแบนเสร็จก็เข้าสู่ช่วงเลือกตัวที่เราจะเล่น

     ผมกับสกายยังคงเล่นตำแหน่งเดิม เพียงแต่ตัวที่เล่นนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายตรงข้ามหยิบฮีโร่ตัวไหนมา และทีมเราหยิบฮีโร่ตัวไหนไปบ้างแล้ว

     สกายยังคงเป็นคนที่จริงจังเหมือนเดิมเมื่อเกมเริ่มขึ้น ผมสองคนเปิดลำโพงฟังเสียงจากเพื่อนร่วมทีแต่ไม่ได้เปิดไมค์เอาไว้ อย่างน้อยมันก็ทำให้เล่นง่ายขึ้นมาบ้าง สกายยังคงเล่นได้ดีไม่ต่างอะไรจากตอนที่สตรีมเกม 

     ผ่านไป 13 นาทีเกมก็เหมือนใกล้ที่จะรู้ผล

     ฝ่ายตรงข้ามนั้นแทบจะไม่ออกมาสู้แล้วในตอนนี้ คอยกันบ้านและเคลียร์ครีปทั้งสามเลน ทำได้แค่รอตั้งรับเท่านั้น

     ถ้าทีมผมพลาด เกมก็อาจจะพลิกได้ แต่ผมมั่นใจมากว่าเกมนี้จะต้องชนะ

     และมันก็ชนะจริงๆ ด้วย

     สกายหมุนตัวหันกลับมา ระยะห่างที่ไม่ได้ห่างกันมากนั้นทำเอาผมที่กำลังจะเอ่ยปากชมเกิดอาการพูดไม่ออกขึ้นมา สูดลมหายใจเข้ามองคนตัวเล็กที่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ กลิ่นหอมของครีมอาบน้ำลอยผ่านจมูกไป 

     ผมในตอนนี้ตกอยู่ในสภาพถูกอีกฝ่ายคร่อมทับเอาไว้เรียบร้อย 

     “อีกนิดเดียว”

     “...” ช่วยด้วย ช่วยผมด้วย..นะโม 3 จบจะไม่ช่วยให้ผมอยู่ในศีลในธรรมอีกต่อไป

     “ได้แล้ว” คนตัวเล็กส่งเสียงแผ่วเบาออกมา ริมฝีปากคลี่ยิ้มส่งให้กับผมก่อนที่เจ้าตัวจะผละออกไปพร้อมกับรีโมททีวีที่อยู่ในมือ “กำปั้นเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายเหรอ ทำไมหายใจแรงจัง”

     ได้ยินเสียงเหมือนมีใครกระซิบบอกว่านรกยินดีต้อนรับ

     “ไม่มีอะไร”

     “งั้นเหรอ”

     “อืม เล่นต่อไหม”

     “เล่น แต่ขอกายพิงกำปั้นนะ แบบนี้..ได้หรือเปล่า” พูดจบก็เอนกายพิงมาที่ผมในทันที สติผมกระเจิดกระเจิงเข้าไปใหญ่ แทบจะปล่อยโทรศัพท์ออกจากมือในตอนที่ผิวกายนุ่มๆ สัมผัสโดน กลิ่นหอมจากกายขาวค่อยๆ ชัดเจนขึ้นมาทีละนิด

     “สกาย”

     “...” หันมามอง

     ทำหน้าไม่รู้เรื่องอีก

     “รู้ตัวไหมว่าทำอะไรอยู่” อ่อยหรือเปล่า เธออ่อยพี่อยู่หรือเปล่า

     “ชวนแล้วนะ”

     “สกาย”

     “กำปั้นเล่นถนัดไหม”

“...”

“ถ้าไม่ถนัด จะกอดก็ได้..กายไม่ว่า”

 

 

 

แพ้

     แพ้ยับเยิน อีกทั้งยังโดนเพื่อนร่วมทีมด่ามาอีกต่างหาก ซึ่งผมก็ยอมรับนั่นแหละว่าเกมนี้ผมเล่นไม่ดีจริงๆ เอาตรงๆ คือไม่มีสติเลยแม้แต่นิดเดียว สกายขยับทีมือผมก็หยุดขยับไปด้วย กลุ่มผมนุ่มที่คลอเคลียไปมาอยู่บนแผ่นอกยิ่งทำให้ผมไม่มีสมาธิเข้าไปใหญ่

     นี่ยังไม่ได้พูดถึงท่าทางที่ดูเหมือนผมกำลังกอดสกายอยู่เลยนะ เพราะสกายต้องการที่จะเอนหลังมาพิงกับผม จะให้ผมขยับหนีก็ไม่ได้ เอนตัวเบี่ยงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็ไม่ถนัด ภาพของเราทั้งคู่ก็เลยออกมาเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ 

     “กายขอโทษ เมื่อกี้เล่นไม่ดีเลย” คนตัวเล็กว่า ขณะเดียวกันปลายนิ้วก็ขยับเลื่อนดูประวัติการเล่นของตัวเองไปด้วย 

     “กูมากกว่าที่เล่นไม่ดี” เห็นได้ชัดๆ เลย ทั้งทีมสกายแทบจะแบกอยู่คนเดียว ที่พูดคงเพราะไม่อยากให้ผมรู้สึกแย่ แต่เอาจริงๆ มันก็แค่เกมและผมก็ไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น ถ้าหากว่าสกายไม่คิดอะไรมาก ผมเองก็ไม่ได้คิดอะไรเช่นกัน ในเมื่อมันเป็นการแข่งขัน เมื่อมีคนชนะก็จะต้องมีคนที่แพ้ มันเป็นเรื่องปกติ

     “ไว้แก้มือใหม่”

     “ไม่เล่นแล้วใช่ไหม”

     “...” ส่ายหัว

     สกายขยับลุกออกไป ผมนี่แทบจะถอนหายใจออกมาในตอนนั้นเลย แต่ถึงแบบนั้นกลิ่นหอมและสัมผัสอุ่นร้อนก็ยังคงอยู่ เสื้อผมมีรอยยับอยู่เล็กน้อย ไม่ทันที่ผมจะได้จัดการกับรอยยับบนเสื้อ สิ่งมีชีวิตที่มีสถานะเป็นก้อนขนก็เดินตรงเข้ามายึดครองตักผมเป็นที่นอนแทบจะทันทีหลังจากที่เจ้าของมันลุกออกไป

     อุ้งเท้าเล็กๆ ย่ำวนไปมาก่อนจะทิ้งตัวนอนลงอย่างสบายใจ

     นี่ผมกลายเป็นเบาะรองนอนของทั้งแมวและคนไปแล้วเหรอ แต่ก็เออ ..ยอมก็ได้วะ นี่ไม่ได้เห็นแก่เจ้าจองแมวเลยนะจริงๆ 

     “กำปั้น”

     “ครับ เอ่อ ว่า..มีอะไร”

     “ออกไปข้างนอกกัน”

     “ไปไหน?” 

     “ไปข้างนอก”

     โอเค

     ข้างนอกก็ข้างนอก ไปไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าจะไปข้างนอก

     “แมวมึง..” ผมชี้นิ้วลงที่เจ้าแมวตัวอ้วน ตาสบกันกับเจ้าของมันที่กำลังทำหน้าครุ่นคิด ผ่านไปสักพักก็เดินเข้ามานั่งลงข้างๆ ผม สกายยื่นมือเข้าไปใกล้กับคุณแอนดริว จรดปลายนิ้วจิ้มลงบนหัวกลมๆ สองสามครั้งก่อนจะพูดขึ้นมา

     “อีกสักพักค่อยไปก็ได้” 

     “ดูมึงรักคุณแอนดริวดีนะ” สกายแสดงออกชัดเจนมากในเรื่องนี้ ทั้งสีหน้าและแววตา การกระทำหลายๆ อย่างเองก็ชัดเจน สกายดูทะนุถนอมคุณแอนดริวมาก ไม่ว่าจะตอนอุ้มหรือตอนที่เล่นด้วยก็ตาม เชื่อผมสิ.. ผมเห็น ผมคอยสังเกตอยู่ตลอดนั่นแหละ บางทียังแอบคิดเล่นๆ เลยว่าอยากเป็นแมว 

     แฮ่ม มันก็แค่ความคิดเท่านั้นแหละ ใครเขาจะอยากเป็นแมวจริงๆ กันล่ะ

     “พ่อกายซื้อให้”

     “...” ผมเลิกคิ้วขึ้นกับคำตอบที่ได้รับ ก้มลงมองเจ้าแมวตัวกลมบนตักอีกครั้งก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับรู้แล้ว มือก็ขยับลูบลงบนหัวกลมๆ ของสิ่งมีชีวิตบนตักแผ่วเบาหลังจากที่สกายดึงมือกลับไป

     ระหว่างผมและสกายเกิดเป็นความเงียบเมื่อเราต่างฝ่ายต่างก็ไม่คิดจะพูดอะไรขึ้นมา ปกติถ้าอยู่กันสองคนขึ้นไปแล้วไม่มีใครพูดคุยกันในบางสถานการณ์มันก็จะเกิดเป็นความอึดอัดเล็กน้อยใช่ไหมล่ะ แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย สายตายังคงเลื่อนมองคนตัวเล็กอยู่เป็นระยะ มุมปากยกขึ้นน้อยๆ กับภาพที่เห็น

     สกายนั่งสัปหงก หัวโอนเอนไปมา ตากลมใกล้จะปิดอยู่รอมร่อ นี่ไม่ได้คุยกันแค่ไม่กี่นาทีเองนะ ทำท่าจะมาหลับใส่ผมเฉยเลย

     แต่ถึงแบบนั้นผมก็ไม่คิดที่จะเรียกอีกฝ่ายให้ตื่นขึ้น

     ละมือจากคุณแอนดริว ค่อยๆ ยกขึ้นไปรั้งเอาศีรษะของคนข้างกายให้ค่อยๆ เอนพิงลงมาบนไหล่แผ่วเบา สกายขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นมา กลีบปากเผยอออกเล็กน้อย ผ่อนลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังหลับสบายแค่ไหน

     ไม่ต่างอะไรกันเลยในตอนที่ก้มลงดูแมวตัวสีขาวที่นอนอยู่บนตักผม

     หึ..

     ทั้งคนทั้งแมว

     น่าเอ็นดูเกินไปจริงๆ

 

 

 

     “นี่ เดินช้าๆ หน่อย”

     “...”

     “สกาย”

     “นั่น”

     “นั่น นั่นอะไร กูบอกว่าเดินช้าๆ ไง ตัวก็แค่นี้ ถ้าหลงไปกูจะหามึงเจอไหมเนี่ย” อากาศในตอนบ่ายนั้นก็โคตรที่จะร้อน แถมคนก็เยอะอีกต่างหาก สกายก็เดินตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว มองนั่นมองนี่ ดูสนใจทุกอย่างรอบตัวไปหมด

     และตอนนี้ก็เดินกลับมาคว้ามือผม ดึงให้เดินตามเข้าไปที่รถขายแพนเค้กแล้วเรียบร้อย

     “กำปั้นกินไหม”

     “ไม่กิน ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่” ผมส่ายหัวตอบ หันมองไปรอบๆ กาย มองผู้คนที่เดินผ่านไปมานิ่ง เพราะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดห้อง สกายก็เลยชวนผมออกมาเดินเล่น ก่อนออกมาก็มีผู้ชายใส่สูท ผูกไท เข้ามาทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยให้ในระหว่างที่เราออกไปข้างนอก ผมก็ไม่รู้ว่าคนคนนั้นคือใคร แต่ดูๆ แล้วสกายคงจะรู้จักนั่นแหละ 

     ผมสองคนยืนรอแพนเค้กอยู่ด้านข้าง เมื่อได้รับของเรียบร้อยแล้วก็พากันเดินต่อ ผมเหมือนพ่อที่พาลูกมาเที่ยวยังไงไม่รู้ ต้องคอยดึง คอยจับไม่ให้สกายเดินไหลตามกระแสคนไป 

     หลังจากที่จัดการกับแพนเค้กที่ซื้อมาจนหมด สิ่งต่อไปที่สกายซื้อมาก็คือลูกชิ้นทอด ควันนี่ลอยกรุ่นๆ เลยในตอนที่อีกฝ่ายหยิบขึ้นมาจากถุง

     “ร้อน”

     “ร้อนดิ ค่อยๆ กิน เป่าก่อน”

     หงับ!

     “กูบอกให้เป่าก่อนไง!” ผมดุออกไปในทันทีที่คนตัวเล็กส่งลูกชิ้นเข้าปากไปแล้วเรียบร้อย ฟันซี่ขาวขยับเคี้ยวรวดเร็ว ริมฝีปากบางห่อเข้าหากันพยายามเป่าไล่ความร้อน ขณะที่ผมรีบเปิดฝาขวดน้ำออกและส่งไปให้

     ตากลมเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา มันก็น่าสงสารอยู่หรอก แต่ไม่ใช่ว่าผมบอกให้เป่าก่อนแล้วค่อยกินเข้าไปหรอกเหรอ 

     “กูก็บอกให้เป่า”

     “น้ำจิ้มมันจะหยด”

     “ลิ้นพองแล้วมั้ง ไหนดูดิ๊” พูดพลางขยับเท้าเข้าไปใกล้คนตัวเล็ก ผมก้มลงดูเมื่ออีกฝ่ายอ้าปากออกและแลบลิ้นออกมา พอเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากก็ถอยห่างออกมาก่อนจะแย่งเอาถุงลูกชิ้นในมือมาถือไว้แทน “ค่อยกิน ให้มันเย็นลงอีกสักหน่อย”

     “...” พยักหน้า

     เมื่อเดินเที่ยวจนพอใจแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องกลับ เครื่องปรับอากาศภายในรถช่วยให้ผมรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ผมก็ชอบนะที่ได้ออกมาข้างนอก เดินเล่นไปเรื่อยๆ กับสกายแบบนี้ แต่บางทีอากาศที่ร้อนอบอ้าวมากๆ ก็เหมือนจะทำให้ผมหงุดหงิดได้ง่ายขึ้น แค่มีใครใช้สายตามองตามสกายนิดหน่อยผมก็แทบจะหันไปถลึงตาใส่อยู่แล้ว

     “อิ่มหรือยัง” ผมหันไปถามเมื่อสกายดึงเข็มขัดนิรภัยคาดให้กับตัวเองแล้วเรียบร้อย 

     สกายพยักหน้าลงตอบคำถามของผม “กำปั้นซื้ออะไรมา”

     “ข้าวเหนียว หมูปิ้ง”

     ซื้อมาเยอะด้วย กองทัพมันก็ต้องเดินด้วยท้องล่ะวะ พอเริ่มหิวผมก็เลยหาซื้ออะไรที่พอจะกินได้ง่ายๆ ติดมือมาด้วย แถมยังซื้อเผื่อคนตัวเล็กด้วยต่างหาก 

     “กินได้ กูซื้อมาเผื่อมึงด้วย” บอกไปในระหว่างที่ผมเองก็กำลังขับรถกลับมาตาาเส้นทางที่จำได้ สกายหยิบหมูปิ้งขึ้นมากินหนึ่งไม้ พอหมดก็ไม่ได้กินต่ออีก นั่งนิ่งจ้องมองไปข้างหน้าจนกระทั่งกลับมาถึงคอนโดฯ 

     สกายยังไม่ได้ลงจากรถ ผมเห็นอีกฝ่ายเอาแต่ก้มหน้าจ้องโทรศัพท์มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ถึงแม้จะพยายามกลบเกลื่อนสีหน้ามากแค่ไหน แต่มันก็ไม่พ้นสายตาของผมอยู่ดี

     “มีอะไรหรือเปล่า”

     “...” ส่ายหัว

     “อืม ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร” ผมดูออกว่ามันจะต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ เพียงแต่สกายไม่อยากที่จะบอก และผมเองก็ไม่คิดที่จะบีบบังคับให้อีกฝ่ายต้องพูด ตั้งท่าที่จะดับเครื่องรถและเปิดประตูออก แต่ก็ถูกสกายหันมาคว้ามือไว้ก่อน

     “...” สกายก้มหน้าลงก่อนจะส่งโทรศัพท์มาให้ผม สิ่งที่อยู่บนหน้าจอคือกล่องข้อความจากแชทในเฟสบุ๊คส่วนตัว

     ผมไล่สายตาดูข้อความที่ถูกส่งมาจากสามสี่แอคเคาท์ที่ต่างกัน 

     แต่สิ่งที่เหมือนกันมันคือข้อความ

 

     ‘บล็อกผมทำไม’

     ‘วันนี้สกายไม่สตรีมเหรอ’

     ‘หูแมวเมื่อวันก่อนน่ารักมาก เอามาใส่อีกสิ’

     ‘คนนั้นใครเหรอสกาย เพื่อนแน่เหรอ ยิ้มให้มันทำไม’

     ‘ผมชอบสกายนะ ตอบผมบ้างสิ’

 

     ข้อความเหมือนๆ กัน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้องเป็นคนคนเดียวกันแน่นอน 

     “ตั้งแต่เมื่อไหร่”

     “นานแล้ว เขาเคยดูกายสตรีมแล้วก็ส่งดาวให้ จนเมื่อเดือนที่แล้วเขาก็ไม่ได้มาดูอีก กายนึกว่าเขาเลิกดูไปแล้ว แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาก็ส่งข้อความมาแบบนี้”

     “แน่ใจนะว่าคนเดียวกัน”

     “...” พยักหน้า “เขาบอกกายเองตอนที่ทักมาครั้งแรก”

     ผมจัดการแคปหน้าจอ เลือกบล็อกแอคเคาท์พวกนั้นจนหมด ส่งโทรศัพท์คืนให้กับสกายก่อนจะยกมือขึ้นไปลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ

     คนหนึ่งคนจำเป็นต้องพบเจอกับอะไรที่มันน่ากลัวมากมายขนาดนี้เลยเหรอ

     “กลัวไหม”

     “นิดหน่อย แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว”

     “เหรอ”

     “อือ กายมีกำปั้นอยู่ใกล้ๆ แล้วไง”

 

 

ผมเดินขึ้นมาส่งสกายที่ห้อง เรื่องที่สกายถูกคุมคามภายในแชทนั้นเราสองคนตกลงกันเอาไว้ว่าถ้าเกิดมีข้อความถูกส่งมาอีก สกายจะต้องเล่าให้ผมฟังทันที ห้ามเก็บเงียบเด็ดขาด ซึ่งคนตัวเล็กก็ให้สัญญาเป็นอย่างดี 

ก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างที่สัญญาไว้เพราะสกายเองก็ดูจะไม่อยากให้เรื่องของตัวเองมาเดือดร้อนผมสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าผมจะยืนยันว่าไม่เป็นอะไรก็ตาม

     “กูกลับแล้วนะ” เมื่อสกายหยุดยืนหน้าห้องผมถึงได้พูดขึ้น ใบหน้าเรียบนิ่งหันกลับมามองพร้อมด้วยดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่หม่นแสงลง ริมฝีปากเผยอขึ้นเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็เลือกที่จะไม่พูดและพยักหน้าลงเป็นการบอกว่ารับรู้แล้วแทน

     “...”

     ท่าทางของสกายเหมือนจะไม่อยากให้ผมกลับ

     ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองไหม แต่ว่าผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ยืนมองคนที่ก้มหน้าก้มตาอยู่หน้าห้อง พอเห็นว่าผมไม่พูดอะไรต่อ สกายก็หันหลังไปพร้อมกับหยิบคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋า เตรียมที่จะเปิดประตูห้องของตัวเอง

     “คืนนี้กูจะออกไปดื่มเหล้ากับเพื่อน..” ผมพูดขึ้น ใจหนึ่งก็ไม่อยากที่จะชักชวนให้อีกฝ่ายไปด้วยกันเพราะเหตุการณ์ในวันนั้น แต่อีกใจก็อยากลองชวนดูอีกสักครั้ง ผมมั่นใจว่าผมดูแลน้องได้ แต่มันก็น้องขึ้นอยู่กับสกายอยู่ดีว่าจะอยากไปหรือเปล่า

     “ที่เดิมเหรอ”

     “อืม ..อยากไปด้วยหรือเปล่า” ลองชวนไปก่อน ส่วนสกายจะไปไหมนั่นก็แล้วแต่การตัดสินใจของน้อง 

     “...” คนตัวเล็กรีบพยักหน้าลงทันที ริมฝีปากคลี่ยิ้มออกก่อนจะชะงักไป ทำท่าเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “กายไปได้ใช่ไหม รบกวนกำปั้นหรือเปล่า” เม้มปาก ช้อนตาขึ้นมองผมด้วยท่าทางเกรงอกเกรงใจ

     “ถ้ารบกวน กูจะชวนมึงหรือไง” ว่าแล้วก็ยกมือลูบลงไปบนหัวเล็กๆ นั่นเต็มมือ สกายทำตาหยีปล่อยให้ผมหยอกล้อ 

     “กำปั้นไปดื่มเหล้า ถ้ากายไปด้วยก็จะเป็นภาระ”

     “แล้วจะไปเป็นภาระทำไม”

     “...”

     “ไปเป็นแฟนกูสิ ทีนี้ก็ไม่เป็นภาระแล้ว” ผมลงน้ำหนักมือลงบนกลุ่มผมนุ่มๆ เล่นอีกครั้งก่อนจะผละออก เอียงคอลงมองใบหน้าขาวเนียนที่เริ่มมีสีแดงแต่งแต้มขึ้นมาบนแก้มทั้งสองฝั่ง เหมือนว่าสกายจะกำลังกลั้นหายใจอยู่ด้วยในตอนที่สบตากับผม กะพริบตาปริบก่อนจะตีหน้ามึนพูดกลับมา

     “กายต้องเปลี่ยนชุดไหม”

     “เขินแล้วเปลี่ยนเรื่อง”

     “เปลี่ยนชุดนะ กำปั้นเข้าไปรอข้างในก่อน” ถ้าเรื่องตีมึน แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเนี่ยต้องยกให้สกายจริงๆ ผมก็ได้แต่ยิ้มมุมปาก เออออเดินตามหลังอีกฝ่ายเข้าไปภายในห้องพร้อมด้วยแมวตัวอ้วนที่รีบวิ่งตรงเข้ามาหาผมหลังจากที่คลอเคลีย ออดอ้อนเจ้าของตัวเองแล้วเรียบร้อย

     “นี่ กูจะพาเจ้าของมึงไปเดทนะ”

     เมี้ยว~

     “อนุญาต? น่ารักมาก ไว้ตอนกลับกูแวะซื้อขนมมาให้” ผมนั่งลง พูดคุยกับแมวตัวขาวอย่างจริงจัง มือก็ลูบหัวเกาคางให้ไปด้วย ซึ่งดูจากท่าทางแล้วคุณแอนดริวเหมือนจะชอบที่ผมทำแบบนี้มากๆ ด้วย นอนนิ่งเชียว พอผละมือออกก็ส่งเสียงร้องเรียกมา

     สักพักใหญ่ที่สกายขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและปล่อยให้ผมนั่งเล่นอยู่ข้างล่าง พอเสร็จก็กลับลงมาเอาอาหารใส่ลงในถาดให้กับคุณแอนดริว 

     “อาบน้ำเหรอ”

     “...” พยักหน้า

     ก็ว่าอยู่ ..ผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ในตอนที่สกายเดินผ่านน่ะ กลิ่นของครีมอาบน้ำ

     สกายสวมใส่กางเกงวอร์มกับเสื้อยืดสีเหลืองตัวใหญ่ที่สกรีนรูปตัวการ์ตูนเป็นแมวสี่ตัวเรียงกันอยู่ตรงช่วงอก เป็นเพียงการแต่งตัวที่ดูธรรมดามากถึงมากที่สุด แต่เป็นความธรรมดาที่ผมมองว่ามันเข้ากันกับสกายและทำให้อีกฝ่ายดูน่ารักมากที่สุดด้วยเช่นกัน

     ทำเอาผมมองค้างไปเลย 

     “แฮ่ม..เสร็จแล้วใช่ไหม” แสร้งกระแอมกลบเกลื่อนก่อนจะถามออกไปทั้งที่สายตาของผมก็ยังไม่ละออกไปจากคนตรงหน้า 

     “เสร็จแล้ว” 

     “กูนัดเพื่อนไว้ 3 ทุ่ม ระหว่างที่รอเวลาก็ไปนั่งเล่นที่หอกูก่อนแล้วกัน” 

     “...” พยักหน้า

     “อืม เสื้อที่มึงใส่..”

     “...” สกายเงยหน้าขึ้นเมื่อผมพูดเกริ่นเรื่องเสื้อที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่ มันเหมาะกับสกายมากจริงๆ นะ ไม่ว่าจะดูยังไง ดูมุมไหน..มันก็

     “น่ารักดี”

     “หมายถึงกายเหรอ?”

     “เออ หมายถึงมึงนั่นแหละ”

     

 

 

 

—100%—

ความคิดเห็น