ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : I will always protect you, babe

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 995

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มี.ค. 2564 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
I will always protect you, babe
แบบอักษร

I will always protect you, babe 

 

 

     “แล้วเป็นไง..โลกของกูน่ะ ไม่เหมาะกับมึงเลยใช่ไหม” ผมแกล้งถามออกไป ยิ้มน้อยๆ กับถ้อยคำที่ได้ยินจากปากของคนตัวเล็ก ใครบ้างจะไม่รู้สึกดีเมื่อได้ยินว่าคนที่เราจีบนั้นอยากจะรู้จักโลกของเรา ไม่ช้าก็เร็วยังไงสกายก็จะต้องก้าวเข้ามาในโลกของผม และผมเองก็คิดหวังว่าจะได้ก้าวเข้าไปในโลกของน้องด้วยเช่นกัน

 

     ผมรู้จักสกาย แต่ไม่กล้าพูดได้ว่ารู้จักดี สกายเป็นคนที่ดูเข้าถึงได้ง่ายแต่พอได้ลองเข้าหาจริงๆ ถึงได้รู้ว่าที่จริงแล้วสกายก็เป็นคนที่มีกำแพงสูงเหมือนกัน นอกจากรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นสตรีมเมอร์ มีแมวชื่อคุณแอนดริว และอายุเท่าไหร่ เรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ผมก็เหมือนจะไม่มีข้อมูลอะไรที่แน่ชัดเลย

 

     สกายมีปัญหากับเพื่อน ที่รู้ก็เพราะว่าผมสังเกตเอาเพราะสกายไม่เคยพูดถึงเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวเองเลย ถึงแม้ว่าผมจะเป็นฝ่ายถาม แต่สกายก็ไม่ได้มีคำตอบให้ ต่างจากผมที่เปิดเผยทุกอย่าง พร้อมจะตอบทุกเรื่องขอเพียงแค่สกายเอ่ยปากถามเท่านั้น

 

     “เพื่อนกำปั้นนิสัยดี” สกายตอบ แต่แค่ไอ้สามคนนั้นหรอกเหรอ ผมว่าผมค่อนข้างที่จะผิดหวังกับคำตอบเล็กน้อยนะ

 

     “แล้วกูล่ะ”

 

     “กำปั้นดีมาก” 

 

     อืม ค่อยน่าฟังขึ้นมาหน่อย

 

     เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจแล้วผมก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ ขับรถแล่นออกมาตามถนนที่ยังคงมีรถหนาแน่นแม้จะเป็นช่วงดึกของวันแล้วก็ตาม สกายเอนตัวพิงลงไปกับเบาะรถ ดวงตาคู่สวยทอดมองออกนอกกระจกไปคล้ายกำลังคิดอะไรอยู่

 

     “กลับไปจะขึ้นสตรีมหรือเปล่า”

 

     “ขึ้น”

 

     “อือ เดี๋ยวกูไปเล่นด้วย” 

 

     “ไม่ส่งดาวแล้วนะ” คนตัวเล็กหันมามอง จดจ้องผมเหมือนจะรู้ทันความคิด แต่แล้วมันยังไงล่ะ ก็ผมจะส่ง สกายห้ามผมไม่ได้หรอก ทำหน้าดุใส่ผมมาก็ไม่ได้มีความน่ากลัวเลยสักนิด ออกจะน่ารักไปอีกแบบหนึ่ง 

 

     “จะส่ง”

 

     “กำปั้น”

 

     “ก็ทำไมอะ กูจะส่ง ชอบ..อยากให้ เข้าใจป่ะ” ผมเลิกคิ้วขึ้น ถามออกไปด้วยน้ำเสียงเรียกตีนหน่อยๆ สกายเถียงผมไม่ทัน นั่งเม้มปาก ทำตาโตใส่ผมก่อนจะหันหน้ากลับออกไปมองถนนข้างหน้าเหมือนเดิม มีเสียงหึดังเบาๆ ออกมาด้วย น่ารักจนผมยิ้มไม่หุบ อยากจะยื่นมือไปหยิกแก้มพองๆ นั่นสักทีให้หายมันเขี้ยว

 

     ระหว่างเส้นทางที่กำลังขับรถกลับ เสียงโทรศัพท์ของสกายก็ดังขึ้นไม่หยุด เจ้าของมันหยิบขึ้นมาดูและกดปิดเสียงไปไม่รับสาย สกายถือโทรศัพท์คว่ำหน้าลง มีเพียงการสั่นเตือนเท่านั้นเมื่อปิดเสียงไป ผมไม่เห็นว่าคนปลายสายคือใคร แต่คิดว่าคงจะเป็นไอ้เด็กทิศเหนือหรือเปล่า อันนี้แค่เดานะ เห็นสกายไม่รับสายก็เลยคิดว่าอาจจะเป็นเด็กนั่น 

 

     “ไม่รับล่ะ อาจจะเป็นเรื่องสำคัญ”

 

     “ไม่สำคัญ”

 

     “อ่า” 

 

     “...” สกายเอนหัวพิงไปกับกระจก ปลายนิ้วจรดลงก่อนจะลากไปมาคล้ายกับกำลังวาดรูปอยู่ ผมไม่ได้หันไปมอง เพียงแค่รับรู้การกระทำนั้นผ่านทางหางตา อีกไม่นานก็จะถึงคอนโดฯ ที่สกายพักอยู่ ถึงแม้ว่าผมกับสกายจะไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย แต่ผมก็รู้สึกดีที่วันนี้เราได้มาเจอกัน ส่วนเรื่องที่ร้านเหล้า เหตุการณ์แบบนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่ๆ เชื่อผมดิ

 

     “จะถึงแล้ว”

 

     “กำปั้นเข้าไปจอดรถข้างในเลย” 

 

     ผมไม่ได้ถามอะไรมาก ขับรถเข้าไปจอดในพื้นที่สำหรับจอดรถโดยเฉพาะ รปภ. ของคอนโดเองก็ทำหน้าที่อย่างดี จำนวนรถนั้นค่อนข้างเยอะแต่ก็ยังมีที่จอดเหลือให้ผมอยู่บ้าง พอรถหยุดนิ่งสกายก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออก ผมไม่ได้ดับเครื่องรถเพราะตั้งใจว่าจะกลับเลยหลังจากที่สกายลงจากรถ

 

     “อย่าลืมแก้วมึง” 

 

     “...” พยักหน้า คว้าแก้วขึ้นกอดก่อนจะเงยหน้ามองผม

 

     “มีอะไรหรือเปล่า” เห็นมองแต่ไม่พูดไม่จาผมก็เลยถาม รถก็จอดแล้ว เข็มขัดนิรภัยก็ปลดออกแล้วแต่คนตัวเล็กก็ยังคงไม่ลงไปจากรถ ไม่รู้ว่ารออะไรอยู่ 

 

     “กำปั้น”

 

     “ว่าไง?” 

 

     “ขึ้นไปส่งกายที่ห้องได้ไหม..นะครับ” เสียงสองที่ใช้อ้อนก็ไม่ทำลายล้างเท่าตากลมที่ช้อนมองมาพน้อมกับมือที่ยื่นมาจับชายเสื้อผมเอาไว้ ถ้าเป็นในเกมตอนนี้ผมก็คงกำลังติดสตั๊นพร้อมให้สกายฆ่าตายแล้วแน่ๆ หยุดนิ่งไปพักใหญ่ๆ ก่อนจะตีหน้านิ่งพยักหน้าตอบออกไป ดับเครื่องรถ ปลดเข็มขัดนิรภัยออกเมื่อสกายลงไปยืนรออยู่ข้างนอก

 

     แค่ให้ขึ้นไปส่งก็ต้องอ้อนเหรอวะ 

 

     ไม่เข้าใจ..

 

     แต่ไม่เข้าใจกว่าคือทำไมกูต้องเสียอาการกับอีกแค่ถูกอ้อนด้วย

 

     ผมก้าวเท้าลงจากรถเมื่อตบตีกับตัวเองเสร็จเรียบร้อย ยกมือลูบหน้าเรียกสติของตัวเองกลับมาหลังจากถูกความนุ่มฟูทำลายล้างไปเมื่อกี้ สกายเดินอ้อมมารอผม รอจนผมล็อกรถเสร็จเรียบร้อยก็หันหลังเดินนำผมไป

 

     มีหันกลับมามองเป็นระยะด้วยนะ กลัวผมจะหนีกลับไปหรือยังไงก็ไม่รู้ 

 

     สกายเดินนำผมเข้าไปภายในลิฟต์ กดชั้นที่ต้องการก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ผม ไม่ได้มีท่าทีว่ากลัวลิฟท์หรืออะไร แค่ขยับมายืนใกล้ๆ เท่านั้น 

 

     “มึงอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอ”

 

     “อยู่กับคุณแอนดริว”

 

     เออ หนึ่งคนกับหนึ่งตัวก็ได้

 

     ผมถามผิดเองแหละ ขอโทษได้ไหมล่ะ..

 

     สกายไม่พูดอะไรต่อ จนกระทั่งเสียงลิฟต์ดังขึ้น ประตูเปิดออกสกายก็คว้านิ้วผมดึงให้เดินตามออกไปจนกระทั่งมาถึงหน้าห้อง ใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไปด้านใน และแน่นอนว่าผมไม่ได้เดินตามเข้าไป หยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูเมื่อสกายปล่อยมือออกจากนิ้วของผม 

 

     “คุณแอนดริว~” ตอนอ้อนผมว่าเสียงสอง ตอนเรียกแมวเป็นเสียงสามเลยทีเดียว คนตัวเล็กย่อกายลงเมื่อกลุ่มก้อนขนสีขาวๆ วิ่งเข้ามาหา สกายอุ้มแมวขึ้นก่อนจะหันและเดินกลับมาหาผมพร้อมกับคุณแอนดริว

 

     “...” อย่าบอกว่าที่ชวนให้ขึ้นมาส่งนี่คืออยากอวดแมว

 

     “นี่คุณแอนดริว”

 

     “อืม”

 

     “...” จ้อง จ้องผมตาแป๋วทั้งคนทั้งแมว

 

     “คุณแอนดริว กูชื่อกำปั้นนะ..จีบเจ้าของมึงอยู่ ได้เป็นแฟนเหมื่อไหร่วันหลังจะซื้อขนมมาฝาก” ผมพูดแนะนำตัวเองกับแมวอ้วนขนปุยหลังจากที่ถูกจ้องมาสักพัก สกายก้มหน้างุดก่อนจะย่อตัวปล่อยคุณแอนดริวลงไปบนพื้น

 

     “ถ้าคุณแอนดริวชอบกำปั้น กายก็ชอบด้วย”

 

     “มันก็ดูชอบกูอยู่นะ” ไม่ขู่ ไม่ยื่นขามาตะปบหน้าก็คงแปลได้ว่าชอบแหละมั้ง “แมวกับมึงนี่คนละไซส์เลยนะ” หรือที่เขาว่าทาสอดได้ แต่แมวห้ามอดนี่จะเป็นเรื่องจริง

 

     “คุณแอนดริวกินเก่ง” 

 

     “มึงก็กินให้เยอะๆ เหมือนคุณแอนดริวบ้าง แค่จับมือมึงกูยังกลัวหักเลย” พูดให้ดูเว่อร์ไปแบบนั้นแหละ ก็ดูดิ ข้อมือของสกายผมกำมิดในมือเดียวด้วยซ้ำ ออกแรงกระชากทีก็ปลิวแล้วมั้ง ไม่รู้ว่าวันหนึ่งวันนี่กินอะไรเข้าไปบ้าง

 

     “ไม่หัก จับสิ” สกายตอบเสียงเบา ยกมือขึ้นมาตรงหน้าให้ผมจับ

 

     ผมกระตุกยิ้ม ไม่ได้จับมือของสกายอย่างที่อีกฝ่ายบอกให้จับ แต่เลือกที่จะยื่นมือเข้าไปบีบจมูกน้อยๆ นั่นด้วยความมันเขี้ยวแทน

 

     “ใครเขาสอนให้พูดแบบนี้กับคนที่มาจีบมึงห้ะ เข้าห้องไปได้แล้ว เดี๋ยวกูกลับไปถึงห้องแล้วจะไปเล่นเกมด้วย อาบน้ำ กินข้าวให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยสตรีม” ในบางมุมผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพี่ชายที่เพิ่งจะมีน้องชายยังไงก็ไม่รู้ ความรู้สึกที่รู้สึกกับสกายมันมากกว่าแค่จีบไปแล้ว อยากจะปกป้อง อยากจะดูแลและแนะนำในสิ่งที่ควรจะทำ

 

     มันดูเกินไปหรือเปล่าวะ แต่ว่าผมรู้สึกกับสกายแบบนี้จริงๆ นะ 

 

 

*

 

 

     สกาย 

 

 

     กำปั้นกลับไปแล้ว 

 

     ผมได้แต่ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู เสียงร้องเรียกของคุณแอนดริวดังขึ้นเรียกให้ผมเอาอาหารไปให้ พอแกะอาหารแมวใส่ลงในถาดให้กับแมวตัวอ้วนปุยเรียบร้อยแล้วผมก็เดินเข้าห้องครัวไปเพื่อหาอะไรกินอย่างที่กำปั้นบอกเอาไว้

 

     ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องทำตาม แค่อยากทำเท่านั้น ในตู้เย็นมีผลไม้มากมายที่คนของคุณแด๊ดซื้อมาใส่เอาไว้ให้ นอกจากผลไม้แล้วก็ยังมีอาหารแช่แข็งที่ผมเอ่ยปากขอให้คุณเขาช่วยซื้อเข้ามาให้อีกด้วย

 

     ยืนอยู่หน้าตู้เย็นได้สักพักใหญ่ๆ ผมก็เลือกหยิบข้าวออกมาหนึ่งกล่อง แกะและเทใส่ลงในจานก่อนจะเอาเข้าไมโครเวฟ รอไม่กี่นาทีก็ได้กิน พอกินเสร็จก็เอาจานไปล้างคว่ำเรียบร้อย อุ้มคุณแอนดริวขึ้นชั้นบนหลังจากที่ปิดไฟข้างล่างจนหมด 

 

     ผมโพสบอกเวลาสตรีมกับคนดูภายในเพจ ก่อนจะอาบน้ำก็นั่งเล่นกับคุณแอนดริวพลางเลื่อนเฟสของใครบางคนดูไปพลางๆ

 

     หน้าไทม์ไลน์ของกำปั้นนั้นแทบไม่มีการเคลื่อนไหว ซึ่งก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเฟสบุ๊คของผม ข้อความมากมายที่มาจากทิศเหนือและเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มนั้นผมก็ไม่ได้อ่านหรือตอบโต้อะไรกลับไปเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น ส่วนทิศเหนือ..ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะยุ่งด้วยอีก 

 

     เลื่อนดูเฟสบุ๊คของกำปั้นได้ไม่นานผมก็ตัดสินใจลุกไปอาบน้ำ คุณแอนดริวขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงด้วยท่าทางเกียจคร้าน ตากลมใสแจ๋วมองตามผมไปทุกที่จนอดไม่ได้ที่จะพุ่งเข้าไปฟัดใบหน้าบูดบึ้งนั่นสักที

 

     “น่ารักที่สุด ขอกายหอมหน่อย” 

 

     สุดท้ายก็ลงไปนอนกอด นอนฟัดคุณแอนดริวอีกเป็นหลายนาทีกว่าจะได้อาบน้ำและออกมาสตรีมเกม

 

     วันนี้กำปั้นเข้ามาเล่นด้วยและยังคงส่งดาวให้ผมเหมือนเดิม วันนี้ผมไม่ได้สตรีมนาน เพียงแค่ชั่วโมงเกือบสองชั่วโมงก็บอกลาคนดูเพราะเริ่มที่จะรู้สึกง่วง ปกติผมก็ไม่สตรีมไม่เกินเที่ยงคืนเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าวันไหนเพลินมากๆ หน่อยก็อาจจะเลยเที่ยงคืนไปบ้างแล้วแต่อารมณ์ในตอนนั้น

 

     ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหลังจากที่ปิดคอมพิวเตอร์เรียบร้อย ผมไม่ได้โทรหากำปั้นเพราะตลอดเวลาที่เล่นเกมเราก็ได้คุยกันตลอด 

 

     โทรศัพท์ขึ้นแจ้งเตือนข้อความเข้ามา ผมเปิดดูแต่ยังไม่ได้ตอบ ทิศเหนือชวนผมไปงานวันเกิดของตัวเอง นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่ถูกเชิญชวนถึงแม้ว่าผมจะปฏิเสธไปหลายรอบแล้วก็ตาม ผมไม่อยากไป 

 

     พอผมไม่ตอบข้อความทิศเหนือก็โทรเข้ามาแทน ผมเลือกที่จะไม่รับสายเหมือนเดิม ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยอีก 

 

     ผ่านไปหลายนาทีทิศเหนือก็เลิกพยายามที่จะโทรมาหาผม 

 

     คุณแอนดริวเดินเข้ามาล้มตัวนอนข้างๆ หัวกลมคลอเคลียลงมาบนหลังมือทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ปกติเราก็ไม่ใช่เพื่อนกันอยู่แล้ว สำหรับคนอื่นชีวิตในช่วงมัธยมอาจจะเป็นช่วงที่มีความทรงจำดีๆ มากมาย แต่นั่นไม่ใช่กับผม

 

     เพื่อนน่ะเหรอ.. ผมไม่เคยมีมาตั้งนานแล้วล่ะ

 

 

 

 

     ข้อความจากทิศเหนือถูกส่งมาอีกครั้งในตอนเช้า ผมกดอ่านหลังจากที่ตื่นขึ้นมาและล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วเรียบร้อย อีกฝ่ายยังคงรบเร้าให้ผมไปงานวันเกิดของตัวเองเหมือนเดิม ทิศเหนือไม่เบื่อบ้างหรือไง

 

     ผมเบื่อแล้วนะ..

 

     อ่านไม่ตอบก็แล้ว ปฏิเสธก็แล้ว ทำไมถึงยังไม่หยุดอีก

 

     [เสียงโทรศัพท์]

 

     ‘ทิศเหนือ’

 

     พอไม่ตอบก็โทรเข้ามาแทน

 

     ผมถอนหายใจก่อนจะเลื่อนรับสาย

 

     [รับแล้ว]

 

     “...”

 

     [ได้ยินกูไหมเนี่ย] ปลายสายถามขึ้น ผมยังคงเงียบไม่ตอบอะไร ผ่านไป 1 นาทีเสียงของทิศเหนือก็ดังขึ้นอีกครั้ง [งานวันเกิดกู มึงต้องมานะ..จะได้คุยเรื่องมหา’ลัยด้วย พวกกูยังไม่รู้เลยว่ามึงเรียนต่อที่ไหน]

 

     “ไม่ไป” 

 

     [สกาย.. มึงยังโกรธอยู่เหรอวะ กูไม่ได้ตั้งใจมึงก็รู้]

 

     “ไม่ยุ่งกับกายแล้วได้ไหม กายไม่อยากไป”

 

     [ถ้ามึงมางานวันเกิดกู กูสัญญาเลยก็ได้ว่าจะไม่ยุ่งกับมึงอีก] 

 

     …

 

     ถ้าไม่ยุ่งจริงๆ อย่างที่ว่ามันก็คงจะดี แต่ผมจะเชื่อทิศเหนือได้ยังไง 

 

     “ถ้ากายไป-..”

 

     [กูจะไม่ยุ่งกับมึงอีกหลังจากนี้ ถือว่าเจอกันครั้งสุดท้ายก็ได้ ถ้ากูไม่ทำตามที่พูดก็เป็นหมาเลยเอา] ทิศเหนือทำเสียงจริงจัง ผมก็ไม่รู้หรอกว่าเชื่อได้แค่ไหน แต่ถ้าหลังจากนี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกันจริงๆ มันก็คงดีมากเลย

 

     ถ้าแบบนั้นผมจะไปก็ได้..  

 

     “กายจะไป แต่กายชวนกำปั้นไปด้วย”

 

     [กำปั้น?]

 

     “แฟนกาย ถ้าไม่ให้กำปั้นไป กายก็ไม่ไป”

 

 

 

กำปั้น 

 

     ผมยืนสำรวจการแต่งกายของตัวเองผ่านบานกระจก ปกเสื้อถูกจัดแต่งครั้งแล้วครั้งเล่า เส้นผมเซ็ทเอาไว้เป็นทรงอย่างดี วันนี้ดก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษเท่าไหร่หรอก ...อืม ไม่ได้พิเศษ แค่ตื่นตั้งแต่ตี 5 นั่งนับเวลารอ ส่งเสื้อซักรีด หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่ม จัดแต่งทรงผมอย่างดียิ่งกว่าตอนที่ออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน

     นี่ผมอาบน้ำเกือบเป็นชั่วโมงเลยนะ และเรื่องราวมันก็เริ่มจากการที่เมื่อคืนสกายโทรมาขอร้องให้ผมช่วยเหลือ วันเกิดของเพื่อนสกาย แต่ว่าผมน่ะไปในสถานะแฟน..แฟนมโน แต่ก็แฟนนั่นแหละ จะมโนไม่มโนคิดว่าสุดท้ายแล้วเดี๋ยวก็ได้คบกันอยู่ดี ซ้อมเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้ก่อนจะเป็นอะไรไป

     แล้วก็ไม่ต้องถามเลยนะว่าผมรู้สึกยังไงตอนที่สกายโทรมาขอให้ช่วย หลุดฟอร์มสุดๆ กลั้นยิ้มจนเมื่อยปาก ฟังเสียงเล็กๆ อ้อนวอนขอให้ผมช่วย พอผมแกล้งพูดว่าจะช่วยดีไหมเข้าตัวก็รีบเอ่ยแทรกขึ้นมา กายอย่างนี้ กายอย่างนั้น 

     โคตรจะน่ารัก น่ารักเกินไปจริงๆ อะ

     ไอ้ผมมันก็ทำเป็นฟอร์มไปอย่างนั้น ที่จริงก็ตอบตกลงในใจไปเจ็ดแปดแสนรอบแล้ว ที่แกล้งก็แค่ทำไปอย่างนั้น สุดท้ายผมก็ตอบตกลงอยู่ดี 

     ว่าแต่ผมพร้อมแล้วหรือยังวะ

     ต้องไปรับสกายก่อน ผมก็มีแฟนมาหลายคนนะ คิดว่าคงจะไม่มีปัญหาอะไรกับการแกล้งเป็นแฟนให้กับคนที่เรากำลังจีบอยู่ ตัวสกายเองก็เงียบๆ พูดน้อยอยู่แล้วด้วย คิดว่าคงจะไม่ยากอะไรเท่าไหร่

     หลังจากที่สำรวจตัวเองเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องไปรับสกาย กุญแจรถและกระเป๋าสตางค์เตรียมพร้อม ผมล็อกห้องดึงประตูปิดแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนห้องอื่นๆ ในช่วงเวลาค่ำๆ แบบนี้ ก้าวท้าวเดินลงบันไดมาไม่ได้เร่งรีบแต่ก็ไม่ได้ชักช้า ผมส่งข้อความไปบอกสกายว่ากำลังจะไปรับ 

     แน่นอนว่าช่วงเวลาแบบนี้รถมันก็จะต้องติดเป็นเรื่องปกติ เสียงเพลงในรถดังคลอแผ่วเบาในตอนที่สัญญาณไฟกำลังนับถอยหลัง ผมไม่ได้เร่งรีบและสกายก็บอกเองว่าไม่ได้รีบ สายตาของผมทอดมองออกไปนอกรถ นิ้วเคาะลงเป็นจังหวะก่อนจะขยับกายเปลี่ยนเกียร์และเหยียบคันเร่งเมื่อไฟสีแดงสลับเปลี่ยนเป็นสีเขียว

     ผมแวะซื้อบางอย่างก่อนจะไปถึงคอนโดฯ ของสกาย คนตัวเล็กลงมายืนรออยู่ข้างล่าง เสื้อที่สวมใส่เป็นเสื้อฮู้ดสีดำที่ใหญ่กว่าตัวเล็กน้อย กางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบดูทะมัดทะแมงซึ่งก็ไม่ต่างจากผมเท่าไหร่ จะต่างแค่ว่าเสื้อที่ผมใส่มันเป็นเสื้อเชิ้ตก็เท่านั้นแหละ 

     “นี่ กูซื้อมาให้”

     “อะไร”

     “เปิดดูดิ” บอกออกไปเมื่ออีกฝ่ายถามและทำหน้างง ผมซื้อไก่ทอดกับเฟรนช์ฟรายส์มาให้สกายกิน พอเห็นแล้วมันนึกถึงไงก็เลยแวะซื้อ  

     “กำลังหิวเลย”

     “อืม กินให้หมด น้ำอยู่เบาะหลัง” 

     “ขอบคุณ” สกายว่าเสียงเบา มือหยิบไก่ขึ้นมากัดคำโต แก้มขาวๆ พองออกเวลาเคี้ยว ผมหันกลับไปมองเส้นทางปล่อยให้สกายจัดการกับของที่ซื้อมาให้จนหมด ปลดเข็มขัดเเอี้ยวตัวไปคว้าเอาน้ำที่ผมซื้อให้มาดื่มตามหลังจากนั้น

     “อิ่มหรือเปล่า”

   “...” พยักหน้า

     “เรื่องที่มึงกับกูแกล้งเป็นแฟนกัน มึงก็บอกไปว่าเพิ่งคบกัน แค่นั้นแหละ..อย่างอื่นเดี๋ยวกูตอบเอง”

     อย่างน้อยเพื่อนของสกายก็เคยเจอผมมาแล้ว การจะไปบอกว่าคบกันมานานมันก็จะดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่เพราะวันนั้นสกายก็ไม่ได้แนะนำผมเป็นแฟนตั้งแต่แรก ถ้าบอกว่าผมจีบและเพิ่งคบกันมันจะดูน่าเชื่อมากกว่า

     “อื้อ”

     “บ้านเพื่อนมึง จะถึงแล้วใช่ไหม”

     “...” พยักหน้า “กำปั้นเลี้ยวซ้ายข้างหน้า ขับตามทางไปแป๊บเดียวก็ถึง”

     ผมขับรถตามเส้นทางที่สกายบอก ไม่นานก็พบเจอกับบ้านหลังใหญ่ที่ถูกโอบล้อมไว้ด้วยกำแพงสูง 

     “ใช่ไหม”

     “ใช่” สกายตอบ ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะลงจากรถแต่สุดท้ายก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออกก้าวเท้าลงไปกดกริ่งที่อยู่หน้าบ้านหลังนั้น ไม่นานเจ้าของบ้านก็เดินออกมา สกายพูดอะไรสักอย่างมองมาทางรถพร้อมกันกับไอ้เด็กทิศเหนือ ผมเห็นว่ามันทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูภบ้านออกให้ผมถอยรถเข้าไปจอดด้านใน

     ก้าวขาลงจากรถ สกายก็เดินเข้ามาตีมึนจับมือผมเอาไว้ทันที ผมเองก็ไม่ได้พูดหรือแสดงท่าทีแปลกใจออกไป ส่งยิ้มเอ็นดูให้กับท่าทางแบบนั้น ซึ่งบอกเลยว่านี้ไม่ใช่การแสดง ย้ำว่าไม่ใช่การแสดง แต่ผมโคตรจะเอ็นดูสกายในตอนนี้เลยจริงๆ

     “ไปเหอะ เพื่อนคนอื่นมากเนครบแล้ว เหลือแค่มึง” เจ้าของบ้านว่า ถ้าสายตาของไอ้เด็กทิศเหนือนี่เป็นมีดหรือปืน ผมว่าร่างผมคงจะพรุนไปแล้วเรียบร้อย

     “...” สกายพยักหน้า หันมาทางผม “ไปกัน”

     “อืม” ตอบรับพร้อมกับฝ่ามือที่กอบกุมเข้าหากัน ผมไม่กล้าออกแรงมากด้วยซ้ำ พาสกายเดินตามเพื่อนเข้าไปด้านใน ระหว่างนั้นไอ้เด็กทิศเหนือก็ดูจะพยายามชวนคนข้างกายผมคุย ยู่ตลอดเวลา ถามนั่นนี่มากมายจนผมและสกายต้องเลื่อนสายตามาสบกันด้วยความเบื่อหน่าย

     เชื่อผมสิว่าสกายก็เบื่อเหมือนกัน 

     โคตรจะพูดมาก พูดไม่หยุดด้วย ขนาดว่าสกายไม่ตอบ ผมไม่ปริปากเอ่ยอะไรออกไป แต่ไอ้เด็กทิศเหนือก็ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ยังคงพูดเรื่องนั้น เล่าเรื่องนี้ต่อไปเรื่อยๆ พูดมากยิ่งกว่านกแก้วนกขุนทองอีก

     “ปกติเพื่อนมึงมันพูดเยอะแบบนี้เหรอ” ได้จังหวะผมก็หันไปถามสกายที่อยู่ข้างๆ คนตัวเล็กขมวดคิ้วก่อนจะพยักหน้าลงช้าๆ

     “แบบนี้แหละ”

     “หึๆ ดูมึงทำหน้าสิ” ผมจิ้มนิ้วลงบนแก้วขาวเพราะความเผลอไป จะชักนิ้วกลับก็กลัวเสียฟอร์ม ได้แต่กระแอมออกมาเบาๆ ในตอนที่สกายหยุดเดินและหันมาขยับริมฝีปากส่งยิ้มให้กับผม แก้มขาวปริออกเชิญชวนให้อยากจะสัมผัสดูอีกครั้ง

     ถ้าไม่ใช่ว่า..

     “มึงรีบเดินดิสกาย” คนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าหันหลังกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าผมจะถูกเกลียดขี้หน้าเข้าให้แล้วล่ะ ซึ่งก็ดูว่าจะเกลียดมากๆ ด้วยั

     ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก แค่ไม่ชอบให้ใครมาจ้องหน้าแบบนี้ พอถูกจ้องก็จ้องกลับไปนิ่งๆ จนกระทั่งไอ้เด็กทิศเหนือมันเลื่อนสายตาหนีไปแทน พึมพำออกมาแต่ก็ดูตั้งใจที่จะให้ผมได้ยินนั่นแหละ

     “มองอะไร”

     “ถามกู?”

     ขอผมหัวเราะได้ไหมวะ

     ก็เห็นอยู่ชัดๆ เลยว่ามันเป็นฝ่ายมองหน้าผมน่ะ 

     ทิศเหนือไม่ได้หาเรื่องผมต่อจากนั้น แล้วผมมันก็ไม่ใช่พวกที่เอะอะจะเตะต่อย มีเรื่องกับคนอื่นไปทั่วก็เลยไม่ได้พูดว่าอะไรให้เรื่องมันยืดยาว พาสกายเดินเข้าไปภายในบ้านหลังใหญ่ เสียงเพลงดังออกมาจากห้องห้องหนึ่ง มันก็คือห้องที่พวกผมสามคนมาหยุดยืนอยู่นี่แหละ เจ้าของบ้านหันมามองสกายเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูเข้าไป

     เสียงตะโกนพูดคุยกันดังลั่นทั้งเสียงของผู้ชายและผู้หญิง สกายขยับเข้ามาชิดผมเมื่อคนอื่นๆ หลายคนภายในห้องเริ่มหันมาให้ความสนใจกับเราีแบ้ว 

     ผมไม่อยากให้สกายสนใจสายตาที่มองมา คว้ามืออีกฝ่ายได้ก็พาเดินตรงเข้าไปนั่งตรงที่ว่างล้วงหยิบเอาลูกอมที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงส่งไปให้คนตัวเล็กที่ก้มลงมองก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผม ท่าทีดูจะงงๆ 

     “ให้เหรอ”

     “อืม อร่อย มันอาจจะช่วยให้มึงรู้สึกดีขึ้น”

     “ขอบคุณ”

     “ให้แกะให้ไหม” ผมพูดคุยกับสกายไม่ได้สนใจเลยว่าบรรยากาศภายในห้องนี้มันจะเป็นยังไง ห้องกว้างๆ ที่มีโทรทัศน์ ชุดเครื่องเสียง อุปกรณ์สร้างความบันเทิง ไม่เชิงเป็นห้องรับแขก แต่เหมือนว่าจะเป็นห้องที่มีเอาไว้สำหรับจัดงานสังสรรโดยเฉพาะ ผมกับสกายนั่งกันอยู่บนโซฟา ถูกจับจ้องอยู่สักพักก่อนที่หลายๆ คนจะละสายตากลับไปสนใจเรื่องของตัวเองกันต่อ

     “แกะให้หน่อย”

     “เอาไป”

     “...” สกายรับลูกอมเข้าปาก ระหว่างนั้นไอ้เด็กทิศเหนือมันก็ยกเอาเครื่องดื่มมาให้ ทำตัวเป็นเจ้าของบ้านที่ดี..กับสกาย เพราะมันไม่ได้หยิบมาให้ผม คนตัวเล็กเงยหน้ามองก่อนจะรับน้ำแก้วนั้นมาและส่งต่อมาให้ผมต่อหน้าต่อตาเพื่อนตัวเองที่กำลังมองอยู่

     สายตาที่มองมานี่ยิ่งกว่าไม่ชอบผมอีกมั้ง

     แต่ก็เอาเหอะ ผมไม่ได้จะมาผูกมิตรกับใครอยู่แล้วนี่ มีแค่สกายคนเดียวเท่านั้นแหละที่ผมสนใจ 

     “กูเอามาให้มึง” ไอ้ทิศเหนือว่า ทำเสียงดุแต่ก็ไม่ได้ทำให้สกายรู้สึกรู้สาอะไรนอกจากกะพริบตามองตอบไปเท่านั้น อ้าปากน้อยๆ ให้อีกฝ่ายเห็นลูกอมที่อยู่ในปากก่อนจะหันกลับมาหาผมที่กำลังวางแก้วลงบนโต๊ะ

     งานวันเกิดอะไรนี่ค่อนข้างที่จะน่าเบื่อสำหรับผม นอกจากกลุ่มเพื่อนสกายกลุ่มใหญ่ที่พูดคุยกันเสียงดังอยู่ภายในห้องแล้วก็ไม่มีอะไรที่ช่วยสร้างความบันเทิงได้เลย เจ้าของวันเกิดถือไมโครโฟนแหกปากร้องเพลงดังลั่นจนขี้หูผมจะไหลออกมากองรวมกันอยู่ข้างนอก ท่อนไหนขึ้นเสียงสูงก็คือต้องยกมือปิดหูรอเอาไว้เลย

     กลับไป ผมคงจะต้องไปหาหมอแล้วล่ะ ไม่แน่แก้วหูผมอาจจะพังไปแล้ว ไม่ใช่ว่ามันร้องไม่เพราะนะ ก็พอฟังได้ถ้ามันไม่ร้องเสียงดังเกินไปแบบที่ร้องอยู่ในตอนนี้

     “กี่โมงแล้ว” สกายอ้าปากหาวพลางถาม จริงๆ ก็เหมือนคุยกับตัวเองมากกว่า ปากถามแต่ตามองตรงไปยังนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังภายในห้อง พยักหน้าลง พูดต่อ “ใกล้จะเป่าเค้กแล้ว พอเสร็จก็กลับได้”

     ตอนพูดตานี่เป็นประกายเชียว ราวกับว่ารอเวลานี้มานาน

     ซึ่งก็เออ..ผมเองก็รอเหมือนกัน

     บอกตรงๆ ว่าทนฟังเพลงต่อไม่ไหวแล้ว 

     พอได้เวลาเป่าเค้ก สกายจำใจต้องเข้าไปร่วมวงด้วยเพราะแรงคะยั้นคะยอจากเพื่อนคนอื่นๆ ส่วนผมก็นั่งรออยู่ที่โซฟาเพราะเจ้าของงานไม่ได้เชิญและผมเองก็ไม่ได้อยากเข้าไปมีส่วนร่วมอะไรด้วย กอดอกมองจนกระทั่งไฟในห้องสว่างขึ้นหลังจากเทียนที่ปักอยู่บนเค้กถูกเป่าดับจนหมด 

     หลังจากนั้นก็กลับสู่สภาพปกติ สกายเดินตรงกลับมาหาผม ส่งสายตาคล้ายจะชวนให้กลับ แต่ก็ไม่ทันที่ผมจะได้ขยับกายลุกขึ้น ไอ้เด็กทิศเหนือก็โผล่พรวดเข้ามาที่ด้านหลังของคนตัวเล็ก มือหนึ่งยกขึ้นกอดคอ ส่วนอีกมือก็ยกแก้วขึ้นดื่มไปด้วย

     “...” สีหน้าของสกายเปลี่ยนไปทันที ผมไม่คิดถามให้เสียเวลา ลุกขึ้นยืนคว้ามือของสกายดึงเข้าหาตัวรวดเร็ว 

     “อยู่ห่างๆ แฟนกูหน่อย กูขี้หวง ถึงมึงจะเป็นเพื่อนสกายก็ตาม” ผมบอกออกไป ถึงแม้ว่าความจริงผมจะไม่ได้ขี้หวงขนาดนั้นก็ตาม แต่พูดเพื่อให้ไอ้ทิศเหนือมันยั้งเท้าตัวเองไม่ก้าวเข้ามาทำให้สกายมีสีหน้าที่ไม่ดีไปมากกว่านี้

     “กลับกัน” สกายกระตุกแขนเสื้อผม หันไปมองทิศเหนือก่อนจะก้มหน้าลงพูด “จะไม่ยุ่งกับกายอีก จำได้ใช่ไหมที่เหนือพูด” 

     “มึง-...”

     “กำปั้น กลับกัน”

     “อืม” 

     

 

     ผมพาสกายกลับมาส่งถึงห้อง ครั้งนี้เจ้าของห้องเชิญชวนให้เดินตามเข้าไปด้านใน เจ้าแมวตัวขาวอ้วนเดินพันแข้งขาผมไปมาจนต้องก้มลงไปอุ้มขึ้นมาพลางลูบลงไปบนก้อนขนนุ่มนิ่มพลางเดินตามแผ่นหลังเล็กของสกายไปด้วย

     “กำปั้นกินอะไรไหม”

     “เอาน้ำให้กูสักแก้วก็พอ”

     “...” สกายหันหน้าเข้าหาตู้เย็น เปิดออก หยิบเอาน้ำเปล่าออกมาเทใส่แก้วให้กับผม คุณแอนดริวกระโดดขึ้นมานั่งบนโต๊ะกินข้าวเมื่อผมปล่อยให้ลงเดินบนพื้น แต่ไม่นานก็ถูกสกายคว้าเข้าไปกอดเอาไว้

     “คุณแอนดริวอย่ารบกวนแขก”

     “ไม่เป็นไร”

     “ไม่ได้ เดี๋ยวคุณแอนดริวจะติดนิสัย” พูดจบสกายก็ปล่อยแมวตัวอ้วนลงพื้น คุณแอนดริวไม่ได้กระโดดขึ้นมาอีก หย่อนก้นนั่งลงบนพื้นข้างๆ กับสกายที่ยืนอยู่

     ผมกระตุกยิ้มกับท่าทางแสนรู้ของแมวตัวกลม เลื่อนสายตาขึ้นมองเจ้าของมันก่อนจะถามขึ้น “กูถามอะไรหน่อยได้หรือเปล่า”

     “...” พยักหน้า

     “ทำไมมึงถึงดูกลัวไอ้ทิศเหนือมันขนาดนั้น เพื่อนมีงด้วย วันนี้กูไม่เห็นมึงคุยกับใครเลยสักคำ ไม่ชอบขนาดนั้นแล้วเป็นเพื่อนกันได้ไงวะ” คำถามของผมทำให้สกายเงียบไป ท่าทางลังเลที่จะตอบ แต่สุดท้ายก็ยอมพูดออกมา

     “กับเหนือ..เคยสนิทกัน”

     ..

     .

     “สกาย มึงทำอะไรอยู่วะ”

     “เล่นเกม เหนือมีอะไร”

     “โห่ อะไรก็เล่นเกมๆ ไม่สนใจกูเลยว่ะ น้อยใจ” เสียงตัดพ้อเรียกร้องความสนใจจากเพื่อนสนิททำให้สกายต้องละสายตาออกจากหน้าจอโทรศัพท์อย่างช่วยไม่ได้ ทิศเหนือกำลังเมา สกายรัยรู้ได้จากท่าทางของอีกฝ่าย

     “ทิศเหนือเมาแล้ว”

     “ใครเมาวะ มึงมั่วแล้ว” 

     สกายยิ้มน้อยๆ กับถ้อยคำปฏิเสธที่ตรงกันข้ามกับท่าทางของตัวเอง 

     “ไอ้เหนือ! มึงมาเลยนะ กูชงให้อีกแก้วแล้ว”

     “ไรวะ เออๆ ไปแล้ว” ตอบรับเสร็จก็พาตัวเองเดินกลับไปนั่งล้อมวงกับเพื่อนคนอื่นที่สนิทกัน สายตาของทิศเหนือนั้นคอยมองไปยังร่างของใครอีกคนบนโซฟาเป็นระยะ ทอดมองไปทุกสัดส่วนของร่างนั้นพลางขบกัดลงบนริมฝีปากของตัวเอง

     สกายไม่ใช่ผู้หญิง ทิศเหนือรู้และยังมีสติดีอยู่ แต่เขาก็ไม่สามารถละสายตาออกห่างจากเพื่อนคนนี้ได้เลย

     เป็นแบบนี้มาได้เดือนกว่าๆ แล้วมั้ง

     บางทีทิศเหนืออาจจะชอบสกายเข้าให้แล้ว

     สกายกับเขาสนิทกันในระดับหนึ่งเนื่องจากอีกฝ่ายนั้นเป็นคนพูดน้อย โลกส่วนตัวสูงและชอบที่จะอยู่คนเดียวมากกว่า จึงมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่สกายเคยเอ่ยปากบอกว่าสนิทด้วยมากที่สุด 

     วันนี้กว่าจะชวนมาด้วยได้ก็ต้องอ้างนู่น ยกนี่มาพูดแทบตาย 

     “แค่นี้มึงก็เมาแล้วเหรอวะ”

     “เมาห่าไร กูไม่ได้เมา” 

     เสียงถกเถียงกันดังแว่วมา สกายยังคงให้ความสนใจกับเกมที่กำลังเล่น ไม่ได้รับรู้ว่าทิศเหนือนั้นกำลังเดินตรงเข้ามา กายที่โถมทับลงมาทำให้เขาสะดุ้งเผลอปล่อยโทรศัพท์ออกจากมือ กลิ่นแอลกอฮอล์อบอวลชวนให้รู้สึกไม่ดี ทิศเหนือหัวเราะ พูดหยอกอะไรสักอย่างก่อนจะก้มลงมาหอมแก้มของสกายเต็มแรง

      “กูว่าแล้วว่าแก้มมึงต้องนุ่มมากแน่ๆ”

      “...” สกายเบิกตากว้างขึ้น หัวใจเต้นรัวสัมผัสได้ถึงความรู้สึกกลัวในใจเมื่อถูกเรียวแขนของเพื่อนสนิทโอบกอด ปกติทิศเหนือจะไม่เล่นแบบนี้เพราะสกายไม่ชอบให้ใครสัมผัสตัวแนบชิดมากนัก แต่ในตอนนี้เขากำลังถูกเพื่อนตัวเองกอด อีกทั้งยังถูกหอมแก้มด้วยต่างหาก ริมฝีปากร้อนแนบลงบนผิวแก้มซ้ำหลายครั้ง

     “ตัวก็หอม”

     “เหนือเล่นอะไร ปล่อยกาย”

     “นิดหน่อยน่า กูเพื่อนสนิทมึงไง มึงบอกเอง” ทิศเหนือยิ้มกริ่ม ดวงตาแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป เขาพยายามที่จะกอดรัดเพื่อนตัวเองแน่นขึ้น แต่สกายก็ไม่ได้ยอมนอนนิ่งๆ ให้เขากอด

     ตอนนี้ทิศเหนือเริ่มที่จะหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง ชั่ววินาทีที่เขาผ่อนแรง สกายก็ดิ้นพาตัวเองหลุดออกไป คว้าโทรศัพท์ลงไปยืนจ้องหน้าเขาอยู่ข้างๆ โซฟา

     “กายจะกลับแล้ว”

     “มึงจะกลับยังไง กูไม่ไปส่งนะ” ทิศเหนือว่า ในเมื่อเขาเป็นคนไปรับสกายมา ถ้าเขาไม่ไปส่งแล้วสกายจะกลับยังไงถ้าไม่ให้เขาไปส่ง

     “มึงเป็นอะไรก่อน ไอ้ทิศเหนือมันแค่หยอกเล่นนิดๆ หน่อยๆ เอง”

     “...” 

     “นั่นดิ เป็นกู..กูจะไม่ห้ามเลยนะ”

     “นั่นมึงไง ฮ่าๆ สกายมันคงกลัวอะ มึงดูหน้าไอ้เหนือดิ ”

     สกายกลัว นั่นเป็นสิ่งที่เพื่อนคนหนึ่งคิดถูก เขากลัวและไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงทำเหมือนว่ามันปกติ ทำไมถึงยังหัวเราะเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นจากสถานการณ์อึดอัดในตอนนี้ มีแต่ทำให้สกายรู้สึกแย่ลงด้วยคำพูดที่พูดกันออกมา

     “เออๆ กูไม่แกล้งแล้วก็ได้ มึงมานั่งดิ”

     “กายจะกลับแล้ว”

     “กูบอกให้มานั่ง!” 

     เสียงตะคอกของทิศเหนือทำให้สกายสะดุ้งเฮือก เผลอก้าวถอยหลังไปหลายก้าว มือปัดไปโดนแจกันลวดลายสวยงามหล่นแตกกระจายลงบนพื้น

     “เหี้ย”

     “...”

     “กูไม่เกี่ยวนะมึง สกาย..มึงทำแตกอะ”

     “แพงเปล่าวะ1

     “ของพ่อมึงนี่ไอ้เหนือ”

     สกายรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก เขาทำอะไรไม่ถูก ยืนนิ่งอยู่กับที่ก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวลงไปเก็บเศษซากแจกันขึ้นมา

     “กายไม่ได้ตั้งใจ”

     “แต่มึงถอยหลังไปชนอะ”

     “...”

     “มึงต้องรับผิดชอบไง”

     “เออใช่ ห้ามกลับตอนนี้ด้วย มึงทำแจกันพ่อมันแตกอะ”

     

 

     .

     .. 

     “แล้วไงต่อ”

     “พ่อของเหนือใจดี เขาบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เลยไม่ได้ว่าอะไร”

     “มึงได้เล่าไหมว่าลูกชายเขาทำอะไรกับมึง” ผมขมวดคิ้วถามกลับไป รู้สึกไม่พอใจกับเรื่องราวที่ได้ฟังแต่ก็พยายามเก็บอารมณ์ไม่ทำให้สกายรู้สึกไม่ดี แต่สิ่งที่ไอ้ทิศเหนือทำกับถ้อยคำของเพื่อนมันแต่ละคนบอกเลยว่าโคตรเหี้ย

     เรื่องแบบนี้มันควรมองเป็นเรื่องล้อเล่นขำขันเหรอวะ 

     สกายส่ายหัวปฏิเสธ ก้มหน้าลงก่อนจะเงยขึ้นและยิ้มออกมา

     “กายไม่เป็นอะไร”

     “แน่ใจเหรอว่าไม่ได้เป็นอะไร”

     ที่เห็นว่ายิ้มน่ะ..ต้องบอกว่าฝืนยิ้มมากกว่า

     ผมถอนหายใจและไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากยื่นมือเข้าไปลูบลงบนกลุ่มผมนุ่มของคนตรงหน้าแผ่วเบา 

     “ขอบคุณนะกำปั้น” สกายพึมพำออกมาเสียงเบา ตากลมช้อนขึ้นมองผมที่กำลังนั่งเท้าคางอยู่มือหนึ่ง อีกมือก็ยังคงลูบหัวของอีกฝ่ายไม่หยุด แค่อยากปลอบแต่บางทีคำพูดมันก็ไม่ดีเท่ากับการกระทำ

     “อืม”

     “อยู่กับกายกำปั้นอาจจะเบื่อ กลับเลยก็ได้นะ”

     “เบื่ออะไรอะ ก็ชอบมึงขนาดนี้แล้วจะเบื่อได้ไง”

     

 

 

 

—100%—

ความคิดเห็น