ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

I’m on my guard for the rest of the world, but with you I know it’s no good

ชื่อตอน : I’m on my guard for the rest of the world, but with you I know it’s no good

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 978

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มี.ค. 2564 12:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
I’m on my guard for the rest of the world, but with you I know it’s no good
แบบอักษร

I’m on my guard for the rest of the world,  

but with you I know it’s no good 

 

 

   กำปั้น 

 

     ผมยิ้มขำเมื่อสกายทำท่าตื่นตกใจออกมา มือถือหอมหัวใหญ่ค้างเอาไว้ก่อนจะค่อยๆ ถอยห่างจากผมทีละก้าวจนกระทั่งหันหลังหนีไป เดินเอาสิ่งที่อยู่ในมือไปเก็บ ไม่วายแอบชำเลืองตามามองอีกเล็กน้อยด้วย พึมพำพูดอะไรกับตัวเองสักพักก่อนจะเดินกลับมาหาผม ยืนนิ่งๆ ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้ซนเดินไปหยิบนั่นนี่มาให้ผม

     “เอาอะไรอีกไหม” ผมถาม ไหนๆ ก็ชวนออกมาแล้ว อยากซื้ออะไรก็ซื้อเข้าไปเลยทีเดียว ผมเป็นคนประเภทนั้นแหละ ถ้าออกมาแล้วต้องซื้อให้ครบ นี่นอกจากวัตถุดับประกอบอาหาร เครื่องปรุงรสต่างๆ แล้วก็มีพวกเครื่องดื่ม ของขบเคี้ยวและของใช้ส่วนตัวต่างๆ ด้วยที่ผมตั้งใจจะมาซื้อเข้าห้อง

     “ไม่แล้ว”

     “อือ กูไปดูของใช้ส่วนตัวก่อน” ของพวกนี้จะอยู่อีกโซนหนึ่งเลย ผมออกเดิน สกายรีบแทรกตัวเข้ามาจับรถเข็นไว้ ผมก็เลยขยับออกให้อีกฝ่ายเป็นคนเข็นแทน แต่ก็ยังช่วยจับอยู่มือหนึ่งเพราะแรงของสกายดูท่าแล้วจะเข็นรถไม่ค่อยไปเท่าไหร่

     “กินข้าวให้มันเยอะๆ หน่อย แรงจะเข็นรถยังไม่มีเลยมึงอะ” ว่าแล้วก็แกล้งว่าออกไปสักหน่อย เจ้าคนตัวเล็กค้อนขวับกลับมาพร้อมกับเสียงบ่นงึมงำ

     “ใครจะตัวโตเหมือนกำปั้น” 

     “อยากโตแบบกูก็กินเยอะๆ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่ากินบ่อย ไม่มีสารอาหาร” ผมว่า ยกมือขึ้นไปลูบลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนแผ่วเบา ที่พูดนี่ไม่ได้จะว่าหรือล้อเลียนอะไร แต่พูดด้วยความจริงใจล้วนๆ เลย ถึงสกายจะไม่ได้ผอมแห้งแต่ก็ดูตัวเล็ก ดูผอมกว่าเพื่อนๆ วัยเดียวกัน อย่างไอ้เด็กทิศเหนือน่ะ สกายรวมกันสามคนถึงจะได้มันหนึ่งคนเลยมั้ง

     “กำปั้นขี้บ่น”

     “บอก ไม่ได้บ่น”

     “บ่น”

     “เออ บ่นก็บ่น” เห็นว่าน่ารักหรอกนะถึงได้ยอมให้อะ สาบานว่าไม่ได้ชอบมากเท่าไหร่เล้ย แค่ยอมให้ความน่ารักนิดหน่อยเท่านั้นเอง

     “กายชอบกินข้าวผัดแฮม” สกายพูดขึ้น ใบหน้ามองตรงไปข้างหน้า ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่าสกายกำลังมองอะไรอยู่ พอลากสายตาตามไปถึงได้เห็นว่าสิ่งที่คนตัวเล็กมองก็คือภาพของครอบครัวหนึ่งที่กำลังยืนเลือกขนมกันอยู่ พ่อ แม่และลูก 2 คน “พ่อเคยทำให้กินตอนเด็กๆ พ่อกายทำอาหารอร่อยมาก”

     “กูก็ทำเป็นนะ” ผมพูดขึ้น สกายละสายตากลับมาหา นัยน์ตาสีน้ำอ่อนเป็นประกายขึ้นมาตอนที่จดจ้องผม 

     “อร่อยหรือเปล่า”

     “..ไม่รู้ว่ะ เคยแต่ทำกินเอง กูว่าก็อร่อยดี แต่มึงกินมึงอาจจะบอกว่าไม่อร่อย” ตอบออกไปตามที่ผมคิดจริงๆ รสชาติที่อร่อยของคนเราไม่เหมือนกัน แล้วอีกอย่างผมเป็นคนทำเองผมก็ต้องบอกสิว่ามันอร่อย แต่บางทีสกายกินมันอาจจะไม่ใช่รสชาติที่สกายชอบก็ได้ 

     “ไว้ทำให้กินได้ไหม” มือเล็กยื่นมือจับแขนเสื้อผมเอาไว้ ใบหน้าขาวเนียนมีรอยยิ้มปรากฎขึ้นมาบางๆ ดวงตาฉายแววคาดหวังจนผมไม่กล้าที่จะเอ่ยปฏิเสธออกไป พยักหน้าลงช้าๆ ก่อนจะยิ้มมุมปากเมื่อเห็นท่าทางดีใจของคนตัวเล็กตรงหน้า

     “ชอบมากเลยดิ”

     “...” พยักหน้า

     “ไม่อร่อยห้ามบ่น”

     “ไม่บ่น”

     “อืม ค่อยน่าทำให้กินหน่อย” ผมพาสกายเดินมาถึงโซนที่เป็นของใช้ส่วนตัวพอดี ระหว่างที่ผมเลือกดูของอยู่ สกายก็มักจะเข้ามายืนใกล้ๆ ถามว่าผมต้องการจะซื้ออะไรบ้าง พอบอกไปเจ้าตัวก็รีบหันหลังเดินไปหยิบของที่ผมต้องการมาให้ทันที

     “อันนี้ใช่ไหม”

     “ใช่” พอได้คำตอบว่าใช่ก็จะยิ้มกว้าง เอาของสิ่งนั้นใส่ลงตะกร้าไปก่อนจะไปหยิบเอาของชิ้นอื่นมาใหม่

     เหมือนกำลังเล่นเกมอยู่ และสกายก็ดูสนุกมากด้วยผมก็เลยไม่ขัดอะไร ดีที่มีคนมาคอยช่วยดู ช่วยหยิบให้ ความรู้สึกตอนนี้เหมือนผมพาแฟนมาเลือกซื้อของใช้ยังไงก็ไม่รู้ เห็นคนข้างๆ ที่มากับเพื่อนเขายิ้มและมองตรงมาที่ผมกับสกาย แต่ความสนใจของผมก็อยู่ที่คนอื่นได้ไม่นานเมื่อร่างเล็กเดินถือโฟมล้างหน้ายี่ห้อเดียวกันกับที่ผมบอกไปกลับมา

     “ใช่หรือเปล่า”

     “อืม เก่งนะมึงอะ” ของบางอย่างผมยังใช้เวลาหาตั้งนาน มองข้ามไปข้ามมา แต่สกายกลับสิ่งไปมาแค่แป๊บเดียวก็ได้ของมาให้ผมเกือบครบเลย

     พอถูกชมก็ทำหน้าน่ารักใส่อีก

     เกินไปแล้ว..

     กูเนี่ย เกินไปแล้ว เบาๆ ลงหน่อย เดี๋ยวเขาจะหาว่าหลงเด็ก

     “กำปั้น!” บางทีโลกที่ว่ากลมมันก็จะกลมจนเกินไป ผมถอนหายใจยกยิ้มส่งไปให้กับเจ้าของเสียงทักทายที่มากันเป็นกลุ่ม เพื่อนในคณะผมเอง จะเรียกว่าสนิทด้วยไหมก็พอสมควร อยู่ร่วมกันมาจนถึงปี 3 งานกลุ่มบางงานก็ได้ทำร่วมกัน 

     ผู้หญิงผมยาวที่ยืนริมขวาสุดชื่อต้นอ้อ นิสัยก็ดีนะ พูดเก่งและเป็นสายปาร์ตี้ตัวแม่ ขนาดผมยังถูกชวนออกไปดื่มด้วยบ่อยๆ เลย

     ส่วนคนถัดมาชื่อน้ำหนาว ค่อนข้างที่จะเงียบแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่คบใครเลย ถ้าอยู่ในกลุ่มเพื่อนก็จะพูดคุยบ้างเป็นปกติ แต่ตอนอยู่กับผมสองคนก็คือต่างคนต่างเงียบ ทำงานเสร็จก็บอกลาและแยกย้ายกันกลับเท่านั้น 

     และนั่น ผู้ชายคนเดียวภายในกลุ่ม มันชื่อหมีพูห์ นิสัยมันก็ตามชื่อนั่นแหละ ดูซื่อๆ บางครั้ง แล้วก็ตามใครไม่ค่อยทัน แต่เรียนเก่งมาก เป็นที่พึ่งพาในช่วงสอบได้ดีที่สุดคนหนึ่ง

     ส่วนอีกคน..จะบอกว่าผู้ชายก็ไม่ใช่ ผู้หญิงก็ไม่เชิง มันคือคนที่เรียกผมเมื่อกี้ ชื่อที่เพื่อนเรียกกันปกติก็ต้า นิสัยมันเป็นคนเสียงดังแล้วก็ อืมม จะว่ายังไงดีวะ คือเสียงดังแต่ผมก็ไม่ได่ไม่ชอบอะไรนะ นิสัยมันก็ดี ช่วยงานในคณะเกือบทุกอย่าง เป็นตัวตั้งตัวตีในหลายๆ กิจกรรม เรียกได้ว่ามีมันเพื่อนคนอื่นๆ ก็ไม่เหนื่อยเพราะต้ามันเป็นคนจัดระบบการทำงานดี อีกทั้งยังมีความรับผิดชอบสูงมากด้วย

     “กูไม่คิดว่าจะมาเจอมึงนะเนี่ย มึงไม่เป็นเล่นสงกรานต์เหรอ” ไอ้ต้าขยับเข้ามาใกล้ ผมส่ายหัวพลางยิ้ม หันไปมองสกายที่ขยับหลบมาอยู่ข้างหลังผมเงียบๆ

     “หืม กำปั้นมากับใครอะ” หมีพูห์ทักขึ้นมา สายตาของทุกคนเลื่อนมาที่จุดหมายเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง ส่วนสกายก็หลบมิดอยู่ด้านหลังผมเรียบร้อย จะว่าไปกลุ่มเพื่อนผมก็คล้ายๆ กับเพื่อนของสกายอยู่นะ แต่หมีพูห์คงจะเป็นไอ้เด็กทิศเหนือไม่ได้

     “น้อง”

     “กำปั้นมีน้องชายด้วยเหรอ เอ่อ แล้วทำไมน้องเขาไปหลบอยู่ข้างหลังแบบนั้นล่ะ” ต้นอ้อเอียงคอถาายิ้มๆ คนอื่นก็ดูอยากจะเห็นคนตัวเล็กข้างหลังผมเหมือนกัน 

     “สกาย ..นี่เพื่อนกู”

     “...” แรกๆ ยังคงเงียบ แต่พอผ่านไปสักพักเจ้าตัวก็ค่อยๆ โผล่หัวออกมา “สวัสดี..ครับ”

     เพื่อนผมยกมือรับไหว้สกายกันทุกคน พอเห็นว่าไม่มีอะไรคนตัวเล็กก็ค่อยๆ ขยับเขยื้อนออกมายืนอยู่ข้างรถเข็นเหมือนเดิม 

     “น้องอยู่ม. อะไรแล้วอะ หล่อเหมือนกันนะเนี่ยแต่ไม่เห็นหน้าคล้ายกำปั้นเลย” ต้นอ้อมองสำรวจ รอยยิ้มเป็นมิตรถูกส่งมาให้สกายที่ยืนเกร็งอยู่ข้างๆ ผม “พี่ชื่อต้นอ้อนะน้องสกาย”

     “...” พยักหน้า

     “น้องขึ้นมหา’ลัยปีนี้ ไม่เหมือนน่ะถูกแล้ว ไม่ใช่น้องแท้ๆ เราอะ” ผมเป็นคนตอบทุกคำถาม พวกเพื่อนๆ ก็พยักหน้าลงก่อนจะถามไถ่เรื่องอื่นกันอีกสองสามประโยคแล้วถึงจะแยกย้ายกัน ผมเอาของมาคิดเงิน 

     หลังจากที่เอาของมาไว้เรียบร้อยผมก็ถึงเวลากลับ สกายนั่งกอดถุงที่ใส่ข้าวของของตัวเองเอาไว้บนตัก มีขนมปังกับแยมแล้วก็น้ำอัดลมที่ซื้อ 1 แถม 1

     “กลัวเพื่อนกูเหรอ” ผมถามระหว่างที่กำลังจอดติดไฟแดงอยู่ เสียงเพลงถูกเบาลงเล็กน้อย สกายหันหน้ามามองก่อนจะสั่นหัวปฏิเสธ

     “ไม่ได้กลัว” 

     “เห็นหลบหลังกูมิดเลย”

     “...” สกายก้มหน้าลง ขยับปลายนิ้วดุนดันกันไปมาก่อนจะพูดขึ้น “แค่ทำตัวไม่ถูก เพื่อนกำปั้นเยอะ”

     “จริงๆ เพื่อนกูยังมีอีก เพื่อนสนิท พวกมันอยากเจอมึงเหมือนกัน แต่ถ้ามึงยังไม่กลัวก็ไว้มีโอกาสค่อยพาไปเจอ”

     “ได้”

     “แล้วเพื่อนมึง..หลังจากเมื่อวานมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เมื่อสกายไม่พูดถึงผมก็เลยเป็นฝ่ายถามออกไปแทน มันข้องใจไง ผมกลัวว่าจะสีปัญหาแต่สกายไม่ยอมพูดออกมา เพราะถ้าว่ากันตามจริงแล้วมันก็เป็นความผิดของผมครึ่งหนึ่งที่พาสกายออกมา อีกทั้งยังชวนอีกฝ่ายไปดูหนังต่อไม่พากลับไปหาเพื่อนๆ

     “...”

     “...” เงียบเฉยเลย

     “ไม่มีอะไรหรอก ที่จริงก็ไม่ได้สนิทกัน..” สกายพูดขึ้นในตอนที่สัญญาณไฟเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว รถเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง ผมบังคับพวงมาลัยและเลื่อนสายตาไปมองสกายเล็กน้อย แค่อยากรู้ว่าตอนนี้กำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ เศร้าหรือเปล่า เสียใจไหม แต่ก็พบแค่เพียงรวามว่างเปล่าเท่านั้น

     “อืม มีอะไรก็บอกกูได้”

     “หิวแล้ว..”

     …

     เออ ก็ไม่ผิด หิวแล้วบอกก็แค่ต้องแวะหาอะไรกิน ตอนนี้มันก็ใกล้จะเที่ยงอยู่แล้ว

     “กินอะไร”

     “...”

     ขอบคุณสำหรับคำตอบ 

     “ให้กูเลือกไหม” เมื่อสกายยังคงเงียบ ผมก็เลยเป็นฝ่ายถามต่อ คนตัวเล็กพยักหน้าลงก่อนจะทอดสายตามองออกไปนอกรถ

     เห็นสกายมองร้านไก่ย่างที่ผมเพิ่งจะขับผ่านไป 

     “กินส้มตำไหม” ผมเองก็หิวแล้วเหมือนกัน ของที่ซื้อมาค่อยเอาไว้ทำอะไรกินตอนเย็น ส่วนตอนนี้ก็หาร้านนั่งกินไปก่อน สกายเองก็หันมาพยักหน้าตอบหลังจากที่ผมถาม ร้านส้มตำอร่อยๆ ผมก็พอจะรู้จักและเคยไปกินอยู่บ้าง

     แต่จะมีร้านไหนเปิดบ้างก็ต้องไปลุ้นดูอีกที

     สุดท้ายก็คงเป็นโชคดีของผมที่เลือกได้ถูกร้าน หลังจากที่หาที่จอดรถได้ผมก็เดินนำสกายเข้าไปด้านในร้านที่คนค่อนข้างจะเยอะ บางคนก็มาซื้อกลับไปกินที่บ้านด้วยสภาพเปียกไปทั้งตัว และบางส่วนก็นั่งกินอยู่ที่ร้าน 

     ผมกับสกายก็เป็นประเภทที่สอง สั่งและนั่งกินในร้าน กินไม่ทันเสร็จของที่สกายสั่งเอาไว้ก็มาส่ง พอกินเสร็จผมก็พาสกายกลับมาส่งทันที ไม่ได้แวะที่ไหนต่อ

     “ถือไหวหรือเปล่า”

     น้ำอัดลมสองขวดใหญ่ 

     ขนมปังกับแยมอีก จะไหวไหมก็ไม่รู้

     “ไหวสิ” สกายยกถุงน้ำอัดลมขึ้นมากอดไว้ ส่วนถุงขนมปังก็ห้อยอยู่ตรงข้อมือเดินหอบของเข้าไปในคอนโดฯ 

 

 

 

* 

 

 

     [กายเล่นป่านะครับ]

     “...”

     [ถ้าเป็นแบบนี้ครั้งหน้าไม่ให้เล่นด้วยแล้วนะครับ] สกายแสดงความไม่พอใจออกมาทางสายตาเมื่อถูกคนดูที่เข้ามาร่วมเล่นด้วยแย่งตำแหน่งป่าไป ผมที่ยังไม่ได้เลือกฮีโร่ก็ทำได้แค่รู้สึกหงุดหงิดตามไปด้วยแต่ไม่ได้พูดหรือพิมพ์อะไรออกไป เพราะสกายก็เปลี่ยนไปเล่นตำแหน่งแครี่แทนแล้วในตอนนี้

     ‘นิสัยยย สกายเขาก็เล่นป่ามาตลอด’

     ‘คนแบบนี้เจออีกก็เตะออกเลยครับ ไม่ต้องให้เล่น’

     ‘ทำไมไม่เลือกตำแหน่งที่ตัวเองตั้งเอาไว้ล่ะ’

     ‘สวัสดีครับน้องสกาย’

     [สวัสดีทุกคนนะครับ เข้ามาใหม่ฝากกดแชร์ให้กายด้วยนะ ..กายแบนคนนี้แล้ว จำชื่อได้ครับ ครั้งหน้าเตะออกอย่างเดียว] ตั้งแต่รู้จักกันมาสองสามวัน นี่ผมเพิ่งจะเห็นสกายทำสีหน้าแบบนี้เลยนะ 

     ไอ้คนนั้นมันก็กวนตีนจริงๆ นั่นแหละ ได้เลือกฮีโร่เป็นคนแรกก็ดันมาแย่งตำแหน่งที่สกายเล่นเฉยเลย ทั้งๆ ที่ก็เป็นคนดูเข้ามาร่วมเล่นด้วย

     เวลาในเกมนับถอยหลัง สกายผละไปหยิบแก้วน้ำมาดื่มก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

     [คุณแอนดริวอยู่บนที่นอนครับ กินเสร็จก็นอน]

     ‘วันนี้เล่นแครี่’

     ‘สวัสดีค่ะ’

     ติ้ง

     ‘ใครมันกล้าแย่งป่าพี่สกาย!’

     [เขาแย่งกายครับ เนี่ย คนดูดูสิ ขอบคุณ 100 ดาวจากคุณก้อยด้วยครับ]

     ผมยิ้มขำกับท่าทางเอ่ยฟ้องคนดูของคนในสตรีม ถึงจะไม่พอใจแต่สกายก็เรียนรู้ที่จะไม่แสดงมันออกมามากนัก ยังคงยิ้มและพูดคุยกับคนดูสม่ำเสมอ จนตอนนี้จากคนดูสองพันกว่าก็ปาเข้าไปสามพันเกือบจะสี่พันแล้ว

     เกมนี้ค่อนข้างที่จะเคร่งเครียด

     สกายนั่งเงียบเกือบจะตลอดเกม พยายามแบกเกมเพราะคนที่แย่งเล่นป่านั้นคือเล่นไม่เป็นเลย หาจังหวะเข้าหรือล้วงฝ่ายตรงข้ามก็ทำไม่เป็น แทนที่จะล้วงแครี่กลับไปล้วงตัวแทงค์แทนก็เลยทำให้แครี่ของฝั่งนั้นยืนยิงฟรีไปเลย

     ‘ไม่ไหวหรอกครับ ป่าโง่จัด’

     ‘ป่าทำอะไรอะ’

     ‘เล่นไม่เป็นแล้วยังจะมาแย่งเขาอีก’

     ‘กายเล่นดีมากๆ แล้วครับ’

     สุดท้ายก็แพ้ สกายยื่นมือไปเอาน้ำมาดื่มอีกครั้งก่อนจะลุกออกไปบอกกับคนดูว่าเดี๋ยวมา พอผ่านไปสักพักก็อุ้มคุณแอนดริวกลับเข้ามาพร้อมด้วยไอเทมประดับหัวที่ผมเฝ้ารอตั้งแต่เมื่อวานนี้

     หูแมว..

     [กายไปซื้อมาเมื่อวันก่อน เหมือนอันเก่าเลย..เหมือนคุณแอนดริวด้วย] เจ้าของยกแมวขึ้นก่อนจะขยับหน้าตัวเองเข้าไปเทียบกับแมว ขาวมาเจอกับขาวมันก็มีแต่ความนุ่มฟูเต็มไปหมด ผมนี่มือไม้อ่อนกดส่งดาวไปแล้วเรียบร้อย

     ติ้ง

     ‘น่ารัก’

     [ขอบคุณ 2000 ดาวจากคุณกุลพัทธ์นะครับ สวัสดีทุกคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ด้วย]

     ‘สายเปย์’

     ‘เงินหมดหรือยังครับ มาแบ่งผมบ้าง’

     ‘สวัสดีค่ะพี่กายย’

     ‘วันนี้ลงสตรีมกี่โมงคะ เที่ยงคืนหรือเปล่า’

     [สวัสดีครับ ..วันนี้ลงห้าทุ่มครับ กายมีธุนะ] 

     ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกว่าธุระของสกายคืออะไร จนกระทั่งเมื่ออีกฝ่ายสตรีมเสร็จเรียบร้อย ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที โทรศัพท์ของผมก็มีสายเรียกเข้ามาพร้อมกับชื่อและเบอร์ที่คุ้นเคยในสองวันที่ผ่านมา

     “กูควรต้องชินสินะที่มึงโทรมาเวลานี้ตลอด”

     [จะไม่บอกเหรอ]

     “บอกอะไร” อยู่ๆ ก็ถาม ผมจะรู้ไหม่เนี่ยว่าให้บอกอะไร

     [คุณกุลพัทธ์]

     …

     เห้ย!

     รู้แล้วเหรอวะ?

     รู้ได้ไงอะ ผมว่าผมก็ไม่หลุดนะ

     “รู้?”

     [ก็ตอนเล่น..กำปั้นเปิดไมค์พูด]

     “แค่แป๊บเดียว” คำสั้นๆ ไม่นับเป็นประโยคด้วย

     ขึ้นไปบน..

     แค่นี้เอง

     [กายจำได้]

     “...”

     [เสียงของกำปั้น..กายจำได้จริงๆ] 

 

 

 

   * 

 

 

 

     “สรุปคือเขาจำเสียงมึงได้ สงสัยก็เลยเอาเฟสมึงไปเสิร์ชหา มึงก็เลยโป๊ะว่างั้น” เสียงถามพลางหัวเราะของไอ้เข้มดังขึ้นในทันทีที่ผมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้พวกมันสี่คนฟัง หลังจากเทศกาลวันสงกรานต์ผ่านไป พวกผมสี่คนก็เปลี่ยนที่สุมหัวกันจากที่ห้องผมก็กลายมาเป็นร้านอาหารฟาสฟู้ดภายในห้างสรรพสินค้าแทน

     “อืม กูว่ากูก็เนียนแล้วนะ” ผมเผลอตัวเปิดไมค์ไปแป๊บเดียว อีกทั้งไม่ได้พูดอะไรเยอะด้วย คำสั้นฟ ใครจะไปคิดว่าสกายจะจำเสียงของผมได้ ตอนนั้นผมช่วยสกายอยู่พอดี เลนบนไม่มีคนขึ้นไปก็เลยเปิดไมค์บอก 

     “ก็ไม่เห็นเป็นอะไร น้องเขาโกรธเหรอ” ไอ้หินหยิบมันฝรั่งทอดจิ้มลงไปในซอสมะเขือเทศพลางถามผมไปด้วย ถามเสร็จก็ส่งของในมือเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ของชอบมันเลยล่ะ พอเห็นไอ้หินกินแล้วผมก็นีกไปถึงสกาย อีกไม่นานก็คงมาถึงที่นี่ตามที่ผมได้นัดเอาไว้เมื่อคืน หวังสกายจะชอบ เพราะผมสั่งเฟรนช์ฟรายด์ขนาดจัมโบ้เผื่อไปตั้งสองชุด

     “ไม่ได้โกรธ แค่ถามว่าทำไมไม่บอกเขา แล้วก็บอกไม่ให้กูส่งดาวให้อีกแค่นั้น” ถามว่าผมจะฟังไม่ก็ขอตอบตรงนี้เลยว่าไม่ จะส่งจนกว่าจะได้น้องมาเป็นแฟน และถึงจะได้น้องมาเป็นแฟนแล้วพี่ก็จะยังไม่หยุดส่ง

     “สายเปย์มักจะโดนเทนะรู้ยัง”

     เอ้า ไอ้เข้ม.. พูดจาแบบนี้สงสัยจะไม่อยากกินไก่ต่อ

     “เทที่หน้ามึงดิ” ผมยกเท้าเตะไปบนหน้าแข้งมันก่อนจะหยิบเอานักเก็ตใส่ปากตามด้วยน้ำอัดลม สายตาสอดส่องมองออกไปด้านนอกเฝ้ารอใครอีกคนที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงตอนไหนเพราะไม่เห็นจะโทรหรือส่งข้อความมาบอกกันว่าถึงไหนแล้วตอนนี้

     “นั่นใช่ไหมวะ” ไอ้ปิงพูดขึ้น สายตามองตรงไปที่ร่างของใครคนหนึ่งที่กำลังเดินตรงเข้ามา สกายในชุดที่ดูเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตติดกระดุมถึงเม็ดบนสุดพร้อมด้วยกางเกงยีนส์ขาเดฟอวดโชว์เรียวขาสวยที่ผมเผลอมองไปชั่วขณะ

     แค่แป๊บเดียวจริงๆ 

     “กำปั้น” สกายเดินเข้ามาด้าน หอบหายใจพลางเรียกชื่อผม ใบหน้าขาวเนียนมีหยาดเหงื่อผุดพรายไหลลงมา 

     “เห้ย ใจเย็นดิ วิ่งมาหรือไงถึงได้หอบขนาดนี้” ผมแทบจะลุกเข้าไปประคอง ไอ้ปิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ลุกเปลี่ยนที่นั่งไปนั่งเบียดกับไอ้เข้มและไอ้หินแทน มีเพื่อนรู้ใจมันก็จะประมาณนี้แหละ หลังจากส่งสายตารู้กันแล้วผมก็ขยับชิดริมก่อนจะใช้มือตบลงบนเบาะบอกให้สกายนั่งลง “นั่งก่อน นี่น้ำของมึง”

     ผมเลื่อนแก้วตัวเองไปให้ สกายนั่งลงก่อนจะก้มหน้านิ่งหลบสายตาเพื่อนผมสามคนที่จ้องมา

     เวร จ้องขนาดนี้เป็นกูกูก็กลัว..

     “พวกมึงจ้องอะไรกันก่อน น้องกลัว” ผมเตือนพวกมันเสียงดุ ไอ้หินละสายตากลับไปเป็นคนแรก ส่วนไอ้ปิงมองสำรวจต่ออีกสักพักก็กลับไปให้ความสนใจกับไก่ในจานต่อ จะเหบือก็แต่ไอ้เข้มนี่แหละที่ยังคงจ้องไม่เลิก ขนาดว่าผมส่งสัญญาณให้มันแล้วมันก็ยังไม่สนใจอีก ตอนนี้สกายขยับมาชิดผมจนเบียดแล้ว

     “ไอ้เข้ม! สัส กูบอกว่าน้องกลัว”

     “เอ้า ขอโทษๆ ไม่ต้องกลัวพี่นะ พี่อ่อนโยนต่อสิ่งมีชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

     “มึงน่ะตัวมลพิษเลยไอ้สัส ไม่ต้องไปสนใจมัน ไอ้เข้มมันชอบแกล้งแบบนี้แหละ ..มึงดื่มน้ำก่อน อยากกินอะไรก็บอกกู” ผมเปลี่ยนเสียงที่ใช้คุยกับสกายชนิดที่ว่าไอ้เข้มกลอกตาใส่ เท้าคางมองสกายที่จับแก้วน้ำสองมือ ดูดน้ำหมดไปเกือบครึ่งแก้ว

     “เป็นไง หายเหนื่อยยัง”

     “...” พยักหน้า

     “เอาไก่ทอดไหม หรือจะกินนี่” ทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะผมจับใส่ลงไปในจานเปล่าที่หยิบมาเผื่อสกายเกือบทั้งหมด ไก่ทอด นักเก็ตและเฟรนช์ฟรายด์ 

     สกายนั่งมองของกินในจานก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผม สักพักก็เลื่อนสายตาไปมองไอ้หิน ไอ้เข้มและไอ้ปิงตามลำดับ ก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่จับกันก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เปล่งเสียงสั่นๆ แผ่วเบาออกมาแนะนำตัวเอง

     “..ผมชื่อสกาย” พูดจบก็ขยับเข้ามาชิดผมจนจะนั่งเกยกัน เพื่อนผมสามคนเมื่อเห็นท่าทางของสกายก็ยิ้มออกมาและเริ่มแนะนำตัวเองกลับ

     “พี่ชื่อเข้มครับ”

     “พี่ชื่อปิงนะครับ”

     “หินครับ” 

     “ไม่ต้องกลัว พวกมันไม่ได้นิสัยน่ากลัวเหมือนหน้าตาหรอก” ผมแกล้งหยอก พอได้ยินสกายก็ยิ้มเล็กๆ ออกมา ยื่นมือไปหยิบเฟรนช์ฟรายด์กินเงียบๆ สายตาผมแทบจะไม่ละไปไหน จับจ้องอยู่กับข้อมือเล็กๆ และปลายนิ้วที่ถูกริมฝีปากอวบอิ่มงับลงครั้งแรกครั้งเล่าจนรู้สึกว่าตัวผมเองเริ่มที่จะอยู่ไม่สุขแล้วตอนนี้

     น้ำ.. ผมคิดว่าผมต้องดื่มน้ำก่อน 

     ผมคว้าแก้วขึ้นมาดูดน้ำอึกใหญ่ รสชาติบางอย่างติดปลายลิ้นมา มันไม่ใช่รสชาติของน้ำอัดลมแน่ๆ มันคล้ายกลับลิปมัน สายตาผมเลื่อนลงไปมองริมฝีปากของใครอีกคนทันที ลืมตัวไปว่าเมื่อกี้ผมเอาแก้วน้ำของตัวเองให้สกายดื่ม 

     ตอนแรกไม่คิดผมก็ไม่คิดอะไรเลย แต่พอคิดเท่านั้นแหละ..

     กลิ่นหอมของครีมอาบน้ำที่ติดมากับผิวกายนุ่มๆ อีกทั้งต้นขาที่เบียดเข้ามาทำเอาแผ่นหลังผมยืดตรงขึ้น พยายามจะขยับห่างอีกนิดแต่ก็ติดแล้ว 

     “มึง..ขยับออกไปหน่อย”

     “...” สกายชะงัก มองหน้าผมเล็กน้อยก่อนจะขยับออกห่าง แบบนี้ผมค่อยหายใจคล่องขึ้นมาหน่อย 

     “กินเสร็จแล้วทำไรต่อดีวะ” ไอ้ปิงพูดขึ้นมา เพราะมีแพลนแค่มานั่งกินมื้อเช้ากันแต่ไม่ได้มีแพลนทำอย่างอื่นต่อจากนี้ สี่คนสบตากันไปมา ส่วนสกายก็ยังคงก้มหน้าก้มตาให้ความสนใจกับมันฝรั่งทอด 

     คิดถูกจริงๆ ที่เลือกสั่งเพิ่มเข้ามา

     “ดูหนัง” ไอ้หินเสนอ คนอื่นพยักหน้าลงคิดตาม จะมีก็แต่ผมที่หันไปมองสกายก่อน หนังผีรอบที่แล้วผมยังจำได้อยู่เลยว่าสกายกลัวมากแค่ไหนน่ะ ถ้าจะดูหนังอีก อย่างน้อยก็จะต้องไม่ใช่หนังผี หรือว่าหนังที่มันมีเนื้อหาน่ากลัว 

     “ดูหนังกับพวกกูไหม”

     “...” พยักหน้า

     “ไม่ดูหนังผีนะ น้องกลัว” 

     “กับกูไม่เห็นห่วงแบบนี้บ้างอะ” 

     ไอ้เข้มมันเอาอีกแล้ว..

     ผมหรี่ตามองมันก่อนจะพูดตอบโต้กลับไป “มึงเพื่อนกูครับ ไว้มาเป็นเมียกูแล้วเดี๋ยวกูค่อยห่วงมึงนะ”

     “ว้าย ได้ข่าวว่าน้องสกายก็ไม่ใช่เมียมึง” ยัง มันยังไม่จบอีก กระโดดถีบเพื่อนตัวเองขาคู่กลางร้านนี่จะไม่มีใครว่าอะไรใช่ไหม พอมันพูดสกายก็เงยหน้าขึ้นมามองผมไง ก้อนแก้มขาวค่อยๆ แดงขึ้นทีละน้อย

     “กูแค่กวนตีนมัน ไม่ได้มองว่ามึงเป็นเมียจริงๆ” ผมพูดแก้ตัวออกไป กลัวว่าสกายจะรู้สึกไม่ดีกับคำที่ผมพูดเล่นกับไอ้เข้ม บางคนอาจจะไม่คิดอะไร แต่บางคนเขาก็ไม่ชอบให้พูดเล่นแบบนี้ เมื่อกี้ผมลืมตัวไปนิดหน่อย

     “ไม่เป็นไร” 

     “สรุปว่าไปดูหนังกันนะ” ไอ้ปิงถามย้ำอีกครั้ง พวกผมก็ส่งเสียงตอบออกไปก่อนจะช่วยกันจัดการกับของกินที่เหลืออยู่จนหมด

     ดูหนังครั้งนี้ไม่ต้องรอนานมาก ซื้อตั๋วและอีกยี่สิบนาทีต่อมาพวกผมก็มานั่งอยู่ด้านในโรงหนัง คนที่ตื่นเต้นที่สุดก็ไม่พ้นสกายที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ถือแก้วน้ำที่มีฝาปิดเป็นรูปแมวตัวขาวคล้ายกับคุณแอนดริว 

     อืม หนังที่พวกผมเลือกดูเป็นการ์ตูนอนิเมชั่นเกี่ยวกับหมาและแมว สกายทำสายตาตื่นเต้นตอนที่เห็นโปสเตอร์ มือเล็กจับชายเสื้อผม ช้อนตาขึ้นมองจนผมใจอ่อน ไม่พอยังไปอ้อนไอ้สามคนจนพวกมันคล้อยตาม ซื้อตั๋วเดินเรียงแถวกันเข้ามา

     (-_-)(-_-)(-_-)(-_-)(*^*)

     และนี่คือสีหน้าของพวกผมทั้งห้าคนเมื่อหนังเริ่มฉาย

     คงไม่ต้องบอกนะว่าคนสุดท้ายคือใคร

     ถ้าถามว่าใครที่มีความสุขที่สุดกับการดูหนังครั้งนี้ก็ให้มองไปที่คนตัวเล็กข้างๆ ผม ขนาดว่าหนังจบออกจากโรงหนังมาแล้วก็ยังคงยิ้มอยู่เลย ส่วนผมน่ะ..หลับตั้งแต่ครึ่งเรื่อง ตื่นอีกทีก็ตอนที่สกายถามว่าสนุกไหมกำปั้น

     กูตอบไม่ถูกอะบอกเลย ได้แต่ยิ้มแล้วพยักหน้าไปงงๆ

 

* 

 

     พอตกเย็นพวกผมก็มาต่อกันที่ร้านเหล้า สกายเองก็ตามมาด้วยเช่นกัน ผมไม่ได้บังคับน้องเลย บอกแล้วว่าถ้าไม่อยากมาก็จะไปส่งก่อน แต่ในเมื่อเจ้าตัวยืนยันว่าจะมาผมก็เลยพามาด้วย กว่าจะถึงร้านก็เริ่มมืด ในร้านเริ่มมีกลุ่มคนเข้ามานั่งจับจองที่กันบ้างแล้วแต่ก็ยังถือว่าคนยังไม่เยอะ 

     แต่เดี๋ยวพอดึกๆ หน่อยคนก็จะเริ่มเยอะขึ้น ส่วนใหญ่ก็เป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น ใครไม่ได้กลับบ้านช่วงปิดเทอมก็จะเจอกันได้ที่ร้านเหล้านี่แหละ

     “แน่ใจนะว่าอยู่ได้ ให้กูไปส่งตอนนี้ยังทัน” ผมก้มลงไปบอกกับสกายหลังจากที่พนักงานในร้านเริ่มทยอยยกเครื่องดื่มที่สั่งมาวางลงบนโต๊ะ ไอ้เข้มเดินเข้าไปพูดคุยกับเพื่อนที่เป็นนักร้อนประจำร้าน

     ไอ้หินกับไอ้กลปิงนั่งพูดคุยกันอยู่สองคนตรงข้ามกันกับผมและสกาย

     “กายอยู่ได้”

     “เค ตามใจมึง” บอกแล้วไงว่าผมไม่บังคับ อยากกลับก็จะไปส่ง แต่ถ้าอยากอยู่ก็เต็มที่เลยไม่ว่ากัน

     “...” สกายหันมองไปรอบร้าน ผ่านไปชั่วโมงหนึ่งผู้คนก็เริ่มแน่น เสียงเพลงที่ร้องสดจากวงดนตรีประจำร้านยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง ผมยังไม่ได้ดื่มอะไรเลยตั้งแต่นั่งมา คอยแต่สังเกตอาการของสกายที่นั่งอยู่

     “เป็นอะไรหรือเปล่า” พอเห็นท่าทางไม่ดีก็ก้มลงไปถาม หรือบางทีสกายอาจจะอยากกลับแล้วก็ได้ ที่นี่คนเยอะ แถมแต่ละคนก็โวยวาย ตะโกนร้องเพลงเสียงดัง

     “กำปั้นจะดื่มเหล้าเหรอ”

     “อือ ทำไม? มึงไม่ชอบเหรอ”

     “เปล่า”

     “ไม่ชอบก็บอก กูจะได้ไม่ดื่ม..จริงๆ ก็ว่าจะดื่มแค่แก้วสองแก้วเพราะเดี๋ยวกูต้องไปสงมึงกลับอีก” ผมดื่มน้ำอัดลมอย่างเดียวก็ได้ ปกติวันไหนที่ผมถูกชวนมาร้านเหล้าแล้วไม่อยากดื่ม ผมก็จะดื่มแค่น้ำอัดลมนี่แหละ และวันนี้ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาดื่มอยู่แล้ว เพื่อนชวนก็มา ดีกว่านอนเบื่ออยู่ที่ห้อง

     “กายไม่เป็นไร”

     “มึงเป็น”

     “...”

     “กูมองอยู่ ..เอาเป็นว่าวันนี้กูไม่ดื่ม ส่วนมึงอยากได้น้ำอะไรก็บอก น้ำเปล่าก็มีให้เหมือนกัน” พนักงานเดินผ่านผมก็รั้งเอาไว้แล้วบอกให้เขาเอาน้ำเปล่ามาหนึ่งขวด พอได้มาก็เทลงในแก้วของสกายที่มีน้ำแข็งใส่อยู่

     “เอ้า ไมเป็นน้ำเปล่าอะ” ไอ้เข้มเดินกลับมาที่โต๊ะหลังจากที่มันเดินทั่วร้านแล้ว ไม่ต้องแปลกใจ คนอย่างมันก็รู้จักเขาไปทั่วนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายมันก็รู้จักหมด 

     “สกายไม่ดื่ม”

     “อ่อ แล้วมึง?”

     “กูต้องขับรถไปส่งน้อง”

     ไอ้เข้มพยักหน้า พอหายข้องใจมันก็ลากไอ้หินกับไอ้ปิงให้ลุกขึ้นไปโยกกับมันตามจังหวะดนตรี เหลือแค่ผมกับสกายที่นั่งอยู่

     ผมตั้งใจว่าสี่ทุ่มครึ่งก็จะพาสกายไปส่ง ส่วนไอ้เข้มกับไอ้ปิงเป็นหน้าที่ของไอ้หินมัน วันนี้มันเองก็ไม่ได้ดื่มเยอะ แก้วเดียวลากยาวมาจนถึงตอนนี้ ส่วนใหญ่คนที่ดื่มหนักๆ เลยก็คือไอ้เข้ม และก็เป็นมันอีกนั่นแหละที่เริ่มเมาก่อนใครเพื่อน

     นั่งไปสักพักก็เริ่มมีเสียงร้องเพลงดังโวยวายมาจากข้างหลัง ผมไม่ทันได้หันไปดู รู้สึกเหมือนมี ใครเบียดเข้ามา หันไปข้างๆ ก็เห็นสกายนั่งหลังตรงยื่นมือมาคว้าแขนของผมไว้ คนที่เบียดเข้ามากำลังเมาได้ที่ ยกมือกอดคอสกาย ถือแก้วเหล้าร้องเพลงก่อนที่ของเหลวในแก้วจะหกรดลงมาใส่น้องเต็มๆ 

     ผมยังมีสติลุกขึ้นผลักอีกฝ่ายให้ออกห่างสกายได้ทันก่อนที่เหล้าจะหกลงมาหมดแก้ว เสียงเพลงในร้านเงียบลง สายตาหลากหลายคู่จับจ้องมาที่พวกผม

     “เห้ยๆ มีเรื่องอะไรกันวะ” ผู้ชายสองสามคนเดินเข้ามาพยุงเพื่อนมัน 

     “เพื่อนมึงทำเหล้าหกใส่น้องกู” ผมตอบเสียงนิ่ง หน้าตึงและพร้อมที่จะมีเรื่องถ้าหากว่ากลุ่มคนตรงหน้าไร้เหตุผล ปกติผมก็ไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องใครก่อน แต่ถ้ามาทำหรือแตะต้องคนของผมนั่นก็อีกเรื่อง

     “มันเมา”

     “มีเรื่องอะไรวะ” ไอ้หินเดินเข้ามายืนข้างๆ ผมตามด้วยไอ้ปิงกับไอ้เข้มที่ดูจะได้สติขึ้นมาเล็กน้อย พวกผมไม่ได้อยากมีเรื่องและกลุ่มนั้นเองก็คงคิดเหมือนกันใครคนหนึ่งพูดขอโทษแทนเพื่อนออกมาก่อนจะพากันประคองเพื่อนตัวเองออกไป

     “พาน้องไปล้างเนื้อล้างตัวเถอะว่ะ” ไอ้ปิงแตะไหล่เตือนสติผม  

     สกายตัวสั่น ผมไม่รู้ว่าน้องกลัวอะไร ท่าทางของผมเมื่อกี้หรือว่ากลัวที่ถูกคนแปลกหน้าเข้ามากอดคอ

     “กูพาน้องกลับดีกว่า” 

     “เออ ขับรถดีๆ ส่งน้องเสร็จแล้วโทรบอกกูด้วย”

     “อืม”

     ผมพาสกายออกจากร้านมา เสื้อน้องเปียกเหล้าไปบางส่วน ผมเปิดประตูหยิบเอาขวดน้ำขวดใหญ่ออกมาก่อนจะเปิดฝาส่งไปให้อีกฝ่าย

     “ล้างหน้าล้างตัวหน่อย”

     “...” 

     “สกาย”

     “...”

     “กลัวเหรอ” 

     ผมย่อตัวลงและพยายามที่จะมองหน้าน้อง สองมือประคองแก้มอีกฝ่ายขึ้นหลังจากที่เอาขวดน้ำไปวางไว้บนหลังคารถ

     ไม่น่าพาน้องมาเลยว่ะ 

     “กูขอโทษ มึงไม่เป็นไรนะ”

     “...” สกายพยักหน้า ยกมือขึ้นมาจับมือผม ฝ่ามือของอีกฝ่ายเย็นเฉียบอีกทั้งยังคงสั่นอยู่บ้างแต่ก็ไม่เท่ากับตอนที่อยู่ในร้าน

     ผมหยิบน้ำส่งให้สกายล้างตัวอีกครั้ง พอเสร็จก็เตรียมที่จะกลับ

     “ความผิดกูเองแหละ ไม่ต้องกลัวนะ..กูไม่ให้ใครทำอะไรมึงแน่ๆ” ผมพยายามปลอบด้วยการลูบลงบนหัวของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อใบหน้าของอีกฝ่ายแนบเข้ามาหาฝ่ามือพร้อมกับเสียงพูดที่ดังขึ้น

     “มันไม่ใช่ความผิดของกำปั้น”

     “กูพามึงมา”

     “กายมาเอง กายอยากรู้จักโลกของกำปั้น อยากรู้จักกำปั้นมากกว่านี้..”

 

 

 

—100%— 

ความคิดเห็น