ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 3

คำค้น : #กลซ่อนรัก#โรม#อิสระ#น้ำมนต์#นิลเนตร

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2564 07:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3
แบบอักษร

 

 

กลซ่อนรัก บทที่ 3 

 

 

 

 

 

 

" น้ำมนต์!! " เขตต์ตกใจที่เห็นน้ำมนต์เดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง เขามองน้ำมนต์ทีฟูจิทีแล้วรีบหันไปมองรวี คนสุดท้ายที่ถูกมองมีสีหน้าเรียบเฉย 

" รบกวนหน่อยได้มั้ยคะ จะขอคุยเป็นการส่วนตัวค่ะ " น้ำมนต์เอ่ยถามกับรวี ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน รวียักไหล่  

" ไปสิคะ เขตต์ แล้วอย่าลืมรีบกลับมาดูห้องจัดเลี้ยงสำหรับงานแต่งของเรานะคะ " รวีเข้าไปกอดแขนป้อนคำหวานต่อหน้าน้ำมนต์ที่ยืนนิ่งเหมือนถูกสาป " พี่เขตต์คะ น้ำมนต์ขอคุยด้วย! " สายตาของน้ำมนต์มองอีกฝ่ายทั้งเจ็บปวดและเย็นชา เธอพูดแค่นั้นแล้วเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงไป เขตต์เดินตามออกไปพร้อมกับฟูจิ 

" น้ำมนต์มาทำอะไรที่นี่ "  

 

เพี๊ยะ! 

 

เขตต์หันใบหน้าไปอีกทางตามแรงตบของน้ำมนต์ ริ้วแดงจากฝ่ามือปรากฏชัดบนแก้มของอีกฝ่าย 

" ตบพี่ทำไม น้ำมนต์! " เขตต์ถามสีหน้าขุ่นเคือง สายตาของคนที่อยู่ตรงสวนของโรงแรมเริ่มมองมาที่พวกเขา  

 

เพี๊ยะ!!  

 

เสียงมือของน้ำมนต์ฟาดกระทบกับใบหน้าของเขตต์ดังขึ้นอีกครั้ง มันมาพร้อมกับหยดน้ำตาเม็ดโตที่ร่วงลงมาแบบที่น้ำมนต์ไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป  

" น้ำมนต์!! " เขตต์ออกอาการโกรธจัด เขามองไปรอบตัวกับสายตาที่สะท้อนกลับมายังเขา " อย่ามาทำอะไรขายหน้าตรวนี้นะ มีอะไรค่อยคุยกัน พี่มีธุระ!! "  

" ธุระอะไรของพี่ ธุระเรื่องแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ " ฟูจิถามใส่เสียงเขียวตวัดสายตามองกลับไปที่ห้องจัดเลี้ยงที่พวกเธอพึ่งออกมา " พี่นี่แม่งเป็นผู้ชายแบบไหนกัน "  

" ไม่เกี่ยวกับเธอ ฟูจิ "  

" ที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเป็นเรื่องจริงใช่มั้ยคะ " น้ำมนต์ถามปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มตัวเองอย่างไม่สนใจสายตาผู้คนที่จับจ้องมา ไหล่บางของเธอกำลังสั่นหัวใจของเธอกำลังจะปริแตกออกเป็นเสี่ยง เขตต์ไม่ตอบ 

น้ำมนต์เหมือนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองแตกสลายไม่มีชิ้นดีจากคำตอบที่ไม่มีเสียงของอีกฝ่าย " ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ "  

เขตต์เม้มปากแน่น ออกอาการสีหน้าไม่พอใจ " สองปีที่แล้ว " เขาตวัดเสียงตอบ 

น้ำมนต์ขมวดคิ้วพลางอ้าปากหอบหายใจออกมารู้สึกเหมือนกำลังจะหายใจไม่ออก ความเศร้า ความผิดหวังความเสียใจมันถาโถมเหมือนคลื่นซัดใส่ตัวเธอ " พี่เขตต์จะบอกว่าพี่เขตต์คบกับผู้หญิงคนนั้นกับน้ำมนต์พร้อมกันตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้วอย่างนั้นเหรอคะ " ยิ่งเขตต์เงียบก็ยิ่งชัดเจนว่าสิ่งที่น้ำมนต์มันถูกต้อง 

" พี่ทำแบบนี้ได้ยังไงกัน! " น้ำมนต์ปรี่ตรงเข้าไปหาเขตต์ผลักเขาแล้วร่ำร้องอย่างเสียใจ " พี่ทำแบบนี้กับน้ำมนต์ได้ยังไงกัน พี่ทำได้ยังไง!! " มือที่สั่นเทากำแน่นแล้วทุบใส่คนตรงหน้าอย่างสะเปะสะปะ  

" โถ่เว้ย! ทำไมจะทำไม่ได้เล่า " เขตต์หมดความอดทนจับแขนของน้ำมนต์ไว้แล้วผลักให้พ้นทางจนน้ำมนต์ล้มไปกองอยู่ที่สนามหญ้า  

" น้ำมนต์!! " ฟูจิรีบถลาเข้าไปช่วย " แกเป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหนมั้ย -- นี่พี่ยังเป็นผู้ชายมั้ยเนี่ย ทำไมต้องผลักน้ำมนต์ด้วย "  

" ก็เพื่อนเธออยากงี่เง่าทำไมเล่า! " เขตต์ตวาดกลับสีหน้าเหี้ยมเกรียม น้ำมนต์มองใบหน้าของผู้ชายที่เธอคิดมาตลอดว่าเป็นผู้ชายที่ใจดีกับเธอที่สุดแล้ว แต่ดูเขาตอนนี้ เขตต์เห็นสายตาผิดหวังของน้ำมนต์ก็พูดขึ้น " อย่ามองพี่แบบนั้นสิ น้ำมนต์ ที่พี่ทำไปก็เพราะรัก -- รักตัวเองมากกว่านะ ใครจะอยากทำงานเป็นแค่พนักงานธนาคารที่ได้เงินเดือนไม่เท่าไหร่กัน และการเป็นลูกเขยเจ้าของบริษัทที่ปรึกษาการเงินที่ใหญ่ที่สุดก็ต้องดีกว่าเจ้าของสวนดอกไม้ในจังหวัดเล็กๆ อยู่แล้ว "  

" แกนี่มัน! " ฟูจิคำรามแทนคำที่อยู่ในใจน้ำมนต์ออกมา ฟูจิทำท่าจะเดินเข้าไปหาเขตต์แต่ถูกน้ำมนต์คว้าแขนไว้แล้วยันตัวลุกขึ้นยืน 

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับเขตต์ที่น้ำมนต์ได้ยินมา แต่เธอก็ทำทีเป็นไม่ใส่ใจปล่อยให้มันผ่านหูเลยไปเพราะคิดว่าถ้าพี่เขตต์ของเธอยังรับโทรศัพท์เธออยู่ ไปกินข้าวกับเธอได้ในช่วงวันหยุดเท่านี้ก็การันตีได้ว่าความสัมพันธ์ของเธอและเขายังคงเหมือนเดิม 

แต่ที่จริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นน้ำมนต์กำลังหลอกตัวเองอยู่ทั้งนั้น ไม่ว่าการที่อีกฝ่ายรับโทรศัพท์เธอก็เพียงเพื่อตัดความรำคาญด้วยการบอกเธอว่ากำลังประชุม คุยกับลูกค้า วันนี้เหนื่อยมอยากพัก และอื่นๆอีกที่เวลาในการสนทนาไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ หรือเรื่องที่ไปกินข้าวเขาก็แค่พาเธอไปทิ้งที่ร้านแล้วปล่อยให้เธอกลับเองด้วยข้ออ้างที่ว่าลูกค้าต้องการพบด่วน! 

ตอนนี้ในหัวของเธอกำลังฉายภาพยนตร์ซ้ำวนมาตั้งแต่เริ่มแรก จุดเล็กๆที่เธอไม่เคยมองก็ถูกเก็บขึ้นมาปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวที่มีรายละเอียดมากขึ้น ตลอดเวลาสี่ปีที่ผ่านมาเขตต์ไม่เคยมีความจริงใจให้กับเธอ เขาก็แค่คบเธอเพียงเพื่อคบไว้งั้นๆอย่างที่นะโมเคยเตือนเธอแล้ว น้ำมนต์เธอนี่โง่จริง น้ำมนต์ก่นด่าตัวเองในใจ 

" ที่ผ่านมาพี่เขตต์เคยรู้สึกอะไรกับน้ำมนต์บ้างมั้ยคะ " น้ำมนต์รู้ดีว่ามันเป็นคำถามของคนจนตรอกที่ต้องการความชัดเจนซึ่งใช่น้ำมนต์ต้องการความชัดเจนในตอนนี้  

เขตต์แค่นยิ้ม " จืดชืดเป็นแม่ชีถือศีลอย่างเธอใครรู้สึกก็บ้าแล้ว! " 

 

ไม่ต่างอะไรจากวันนั้น สิ่งที่เธอทำกับฉัน มันเหมือนว่าฉันกำลังดูหนังเรื่องเดิม คำที่เธอได้บอกฉัน ฉากเดิมที่ซ้ำซ้ำ ยิ่งย้ำให้ฉันต้องเจ็บอีกเหมือนเดิม ไม่รู้หัวใจฉัน เหลือที่ว่างให้เธอได้อีกกี่แผล  ร่องรอยของน้ำตามันทำให้ฉันวันนี้ต้องตัดสินใจ ~  

 

" เจ็บจนพอเกินที่ใจมันจะทนไหว! พอแล้วที่เราต้องทนกับความเสียใจ! " น้ำมนต์ยืนอยู่หน้าเวทีร้องท่อนเพลงฮุคไปพร้อมกับนักร้องที่กำลังยืนร้องเพลงอยู่ในร้านอาหารกึ่งผับ ลูกค้าในร้านต่างช่วยกันส่งเสียงปรบมือไปตามจังหวะเพลงช่วยบิ้วอารมณ์ของน้ำมนต์ให้ยิ่งอินหนักไปกับเนื้อหาของเพลง 

" พอแล้วที่มีน้ำตา พอแล้วกับการที่ไม่มีค่า! กับใครที่เขาไม่ได้สนใจ! " น้ำมนต์ชูมือขึ้นลงตามจังหวะทั้งร้องไห้ทั้งร้องเพลงไปด้วยเล่นทำเอาโต๊ะข้างๆมองอย่างไม่แน่ใจว่าน้ำมนต์เป็นอะไรกันแน่ เสียงอ้อแอ้ระคนเสียงสะอื้นยังคงร้องคลอไปตามเนื้อเพลง " วันนี้ฉันขอแค่เดินออกไปให้ไกล! "  

" ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ "  

" ขอโทษฮะ ขอโทษฮะ "   

ทั้งฟูจิและตุ้มรีบเข้ามาพาน้ำมนต์ออกจากหน้าเวทีกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง " โอ๊ย! อะไรเนี่ย ฉันจะร้องเพลง " น้ำมนต์โวยวายทั้งๆที่เมาและก็ยังร้องไห้อยู่ " ปล่อยฉันนะ ฮือ ~ เจ็บจนพอเกินที่ใจมันจะทนไหว พอแล้ว -- " น้ำมนต์เอื้อมมือไปจับขวดเบียร์ของตัวเองที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ 

" เฮ้ย! พอได้แล้ว ไอ้น้ำมนต์ แกเมาแล้วนะเว้ย " ฟูจิร้องห้ามพลางคว้าขวดเบียร์ไปให้พ้นมือน้ำมนต์หลังเจ้าตัวดื่มไปแล้วสองขวดและสภาพหลังการดื่มก็เป็นอย่างที่เห็น 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงแรม grand luxury ทำให้น้ำมนต์ได้พบกับความจริงที่ว่าแฟนหนุ่มรุ่นพี่ที่เธอรักนักรักหนาและคิดว่าเขาเป็นเทพบุตรมาตลอดนั้นแท้จริงแล้วก็เป็นจอมเจ้าชู้ลวงโลกที่มาหลอกเธอเป็นแฟนก่อนจะสวมเขาเธอมานานถึงสองปีด้วยการคบกับรวี แสงพิทักษ์ลูกคุณหนูแสนจะไฮโซโปรไฟล์เริ่ดเพื่อเป็นใบเบิกทางที่ตัวเองจะได้เป็นลูกเขยของคุณยงเจ้าของยูนิตี้ แอดวานซ์ ชิลด์ บริษัทที่ปรึกษาการเงินที่โด่งดัง สุดท้ายเขตต์ก็เลือกที่จะเขี่ยเธอทิ้ง 

" พี่ว่าพอเถอะ น้ำมนต์ นี่กินเบียร์อย่างกับกินน้ำแบบนี้เดี๋ยวก็เมาตายกันพอดี "  

" ม่ายมาวหรอก พี่ตุ้ม " น้ำมนต์ว่าเสียงอ้อแอ้แบบนี้ใครจะเชื่อ " น้ำมนต์ไม่เมา น้ำมนต์จะร้องเพลง เอาไมค์มานี่!! " น้ำมนต์ทำท่าจะลุกออกไปอีก ทั้งฟูจิและตุ้มรีบเข้าไปดึงกลับมานั่งที่โต๊ะ 

" คุณลูกค้าครับ รบกวนอย่าส่งเสียงรบกวนลูกค้านะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นทางเราต้องขอเชิญออกจากร้านนะครับ " พนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามาบอกฟูจิกับตุ้มเพื่อเตือนเรื่องที่น้ำมนต์เสียงดังจนทำให้โต๊ะข้างๆเริ่มรำคาญ 

" โทษทีนะน้อง เพื่อนพี่มันอกหักมา ยังไงจะพยายามไม่ให้เสียงดังนะ " ตุ้มบอกกับพนักงานเสิร์ฟแล้วหันมาส่ายหัวกับสภาพของน้ำมนต์ 

" เฮ้อ ~ น้ำมนต์เอย ดีแค่ไหนแล้วที่รู้ตอนนี้ดีกว่าไปรู้ตอนที่มันแต่งงานไปแล้วและยังคบแกอยู่อีกนะ น้ำมนต์ " ตุ้มตบบ่าปลอบน้ำมนต์ที่นั่งเอาหน้าฟุบกับท่อนแขนตัวเอง " ไอ้ผู้ชายเฮงซวยแบบนั้น ปล่อยมันไปเถอะอย่าไปอาลัยอาวรณ์มันเลย "  

" ฉันเห็นด้วยกับพี่ตุ้มนะเว้ย น้ำมนต์ " ฟูจิว่า สีหน้าเศร้ามองเพื่อนที่กำลังเฮิร์ทอย่างหนัก " ไอ้ผู้ชายสารเลวแบบนั้น แกหลุดจากมันได้ก็เป็นบุญของแกแล้ว ผู้ชายดีๆก็มีตั้งเยอะ มันต้องมีสักคนแหละน่าที่เขาจะรักแกอย่างจริงใจไม่หลอกลวงอย่างไอ้พี่เขตต์นั่น แกถือซะว่าหมดเวรหมดกรรมกับมันไปเถอะ "  

" สี่ปีเลยนะที่ฉันคบกับพี่เขตต์ " เป็นครั้งแรกที่น้ำมนต์พูดออกมาในอาการของคนที่มีสติพร้อม นัยน์ตาแดงก่ำช้ำกำลังรินน้ำตาออกมา " ฉันคบกับเขาเพราะคิดว่าเขาใจดี น่ารัก เขาสุภาพกับฉันมากเลยรู้มั้ย ตลอดเวลาที่คบกันเขาไม่เคยทำให้ฉันเสียใจเลย แต่วันนี้น่ะ -- " น้ำมนต์ร้อง " ทำไมเขาถึงได้ใจร้ายกับฉันแบบนี้วะ ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้ ฮือ " น้ำมนต์สะอึกสะอื้น 

" วันเกิดปีนี้เป็นวันเกิดที่แย่ที่สุดของฉันเลย! " น้ำมนต์คว้าขวดเบียร์ที่ตั้งอยู่ยกขึ้นมาดื่มหลายอึกจนตุ้มกับฟูจิรีบห้าม 

" ไอ้น้ำมนต์!! "  

" รู้อะไรมั้ย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงจืดชืด ฉันไม่ใช่แม่ชีด้วย!! " น้ำมนต์ที่กำลังเมาได้ที่โพล่งออกมา นัยน์ตาสอดส่ายไปทั่วร้านเหมือนกำลังมองหาใครทั้งฟูจิและตุ้มมองตาม  

" มองหาใคร น้ำมนต์ " ฟูจิถามสงสัยท่าทีที่เปลี่ยนไปของเพื่อนสาวเริ่มตามอารมณ์น้ำมนต์ไม่ทันแล้ว " ฉันว่ากลับเถอะ น้ำมนต์ แกต้องหยุดกินเหล้ารักษาอาการอกหักนะ กินไม่เป็นแต่ดันออกมากินสองวันติดแบบนี้เดี๋ยวก็ตายกันพอดีหรอก -- แล้วนั่นแกจะไปไหน " ฟูจิคว้าแขนของน้ำมนต์ไว้ไม่ทัน  

" ก็จะไปหาผู้ชายน่ะสิ!! " น้ำมนต์ตอบยิ้มๆ " ฉันจะทำให้ดูว่าผู้หญิงอย่างฉันไม่ได้จืดชืดแบบที่ไอ้บ้านั่นพูด " ว่าแล้วคนเมาก็เดินไม่ตรงทางสอดส่ายสายตามองไปทั่วร้าน 

" แย่แล้ว พี่ตุ้ม " ฟูจิร้องแล้วรีบลุกตามน้ำมนต์ไป 

" เฮ้ย! อะไรเนี่ย "  

ลูกค้าโต๊ะนึงถึงกับร้องอย่างตกใจออกมาตอนที่น้ำมนต์นั่งลงไปที่ตัวของเขา  

" หวัดดีค่าา " น้ำมนต์ยิ้มหวานเลี่ยนพลางส่งสายตาเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายที่ยังดูงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง  

" ผู้หญิงจากไหนวะ ไอ้โรม " เพื่อนร่วมโต๊ะถามมองหาที่มาที่ไปของน้ำมนต์ 

 " เมาแอ๋ขนาดนี้ สงสัยจะผิดโต๊ะว่ะ " 

" นี่คุณ! ผิดโต๊ะหรือเปล่าเนี่ย " โรมถามมองใบหน้าแดงจัดเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ของน้ำมนต์ น้ำมนต์ส่ายหน้าพลางจุ๊ปากใส่เธอวางนิ้วชี้เรียวของตัวเองแตะลงบนริมฝีปากของโรม 

" ผิดโต๊ะที่ไหนกัน ฉันตั้งใจมาหาคุณโดยเฉพาะเลยนะ " คำพูดของน้ำมนต์ทำเอาเพื่อนของโรมอย่างแมท เตชิตและวายุร้องฮือออกมา 

" เฮ้ย! นี่ฮอตขนาดมีสาวมาเสนอตัวให้ถึงโต๊ะเลยว่ะ โรม " เตชิตว่าพลางหัวเราะชอบใจ  

" สงสัยที่เมานี่คงกินเบียร์ย้อมใจมาเพื่อมาหามึงโดนเฉพาะหรือเปล่าวะ โรม " วายุมองน้ำมนต์บนตักของโรมเธอหันมาส่งยิ้มหวานให้ทุกคน 

" พวกคุณว่าฉันสวยมั้ยคะ " สติเริ่มจะประคองไว้ไม่อยู่เลยถามคำถามกับคนแปลกหน้าที่ถ้าเวลาปกติน้ำมนต์คงไม่ถามพวกเขาแน่ 

โรมยกคิ้วใส่ร่างบางบนตักของเขาแล้วส่งสายตามองเพื่อนสามคนของตัวเอง ทุกคนยกเว้นเขาหัวเราะดังลั่นโต๊ะอย่างชอบใจ " พวกมึงหัวเราะอะไรกัน ไม่ใช่เรื่องตลกนะเว้ย -- เฮ้ย! คุณลุกไปเลยเนี่ย เมาไม่รู้เรื่องแล้ว!! " โรมโวยเขาพยายามลุกออกจากเก้าอี้แต่น้ำมนต์กลับตวัดแขนไว้รอบคอของเขาแล้วอิงซบ 

" อย่าหงุดหงิดสิคะ สวยๆอย่างฉันคุณไม่สนใจเหรอ " น้ำมนต์ส่งเสียงออดอ้อนอ้อแอ้ตามประสาคนเมาไม่รู้เรื่อง โรมรู้สึกไม่ชอบใจกับการที่มีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มารุกไล่เขาแบบนี้ เขาต่างหากที่ต้องเป็นคนคุมเกมไม่ใช่ผู้หญิงที่เมาไม่รู้เรื่องคนนี้ มันเสียเชิงเขาหมด 

" ฉันชอบผู้หญิงคนนี้ว่ะ บ้าดี " แมทว่า " เมาโคตรได้ใจเลย " 

" ไอ้น้ำมนต์! " ฟูจิกับตุ้มร้องเสียงสยองขวัญใส่หลังเห็นน้ำมนต์อยู่บนตักของโรม ท่าทางเจ้าตัวไม่รู้เรื่องเธอกำลังยิ้มร่าใส่ทั้งคู่ 

" เพื่อนคุณเหรอ " โรมหันไปถาม ฟูจิพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ 

" ขอโทษด้วยนะคะ เพื่อนฉันเค้าเมามากจริงๆ " ฟูจิกับตุ้มช่วยกันหิ้วแขนคนละข้างของน้ำมนต์ดึงให้เธอลุกออกจากตัวโรม " กลับบ้านได้แล้ว ไอ้น้ำมนต์ "  

" ไม่กลับ ฉันจะเอาผู้ชายคนนี้! " น้ำมนต์ชี้นิ้วไปที่โรมหันมาทำตาขวางใส่เพื่อน " อย่ามาห้ามฉันนะ " น้ำมนต์ผลักฟูจิกับตุ้มออก 

" เฮ้ย! นี่คุณเมามากแล้วนะ " โรมลุกขึ้นยืนพรวดสีหน้าถมึงทึงมองกราดไปทั้งน้ำมนต์ ฟูจิและตุ้ม " เอาเพื่อนคุณออกไปเลย เมาขนาดนี้ให้มากวนคนอื่นอยู่ได้!! "  

" เกิดอะไรขึ้นครับ " พนักงานเสิร์ฟอาหารคนเดิมที่เคยมาเตือนพวกเธอทั้งสามคนแล้วรีบเข้ามาดู  

" ไม่มีอะไร น้อง พวกพี่กำลังจะกลับแล้ว " ตุ้มรีบบอกกับพนักงานเสิร์ฟ ฟูจิเองก็หันไปบอกขอโทษขอโพยกับโรมและเพื่อน " ต้องขอโทษพวกคุณด้วยนะคะ ที่มารบกวน ขอโทษจริงๆค่ะ " 

" ไม่นะ ฉันยังไม่กลับ ฉันต้องได้ผู้ชายคนนี้ก่อน " น้ำมนต์ชี้นิ้วมาที่โรม เพื่อนสามคนของเขาพากันกลั้นหัวเราะด้วยอาการชอบใจ โรมจ้องตาเขียวใส่พวกน้ำมนต์ 

" รีบพาเพื่อนคุณออกไปเลยก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วสั่งให้พนักงานจับพวกคุณโยนออกไปแทน " 

" ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ " ฟูจิกับตุ้มรีบหามน้ำมนต์ออกจากร้านทันที โรมพ่นลมฮึใส่อย่างหัวเสียแล้วกลับมานั่งลงตามเดิม 

" หัวเสียไปทำไมวะ โรม " เตชิตว่า " ผู้หญิงคนนั้นเค้าก็แค่เมาไม่รู้เรื่องมั้ยวะ "  

" นั่นดิ ดื่มหนักขนาดนั้นสงสัยจะโดนทิ้งมากแหง " วายุเสริม 

" ใครจะสนวะ " โรมครางกรอดรู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาจริงๆ อารมณ์ที่อยากจะดื่มเหล้าต่อก็หมดลงทันที " ไม่แดกแม่งแหละ หมดอารมณ์ " โรมวางแก้วเหล้าของตัวเองลงแล้วลุกขึ้นยืน " กูกลับดีกว่า " เขาหยิบกระเป๋าเงินออกมาดึงธนบัตรห้าใบออกจากกระเป๋าแล้ววางไว้บนโต๊ะ " เงินวางตรงนี้ พวกมึงก็กินต่อไปล่ะกัน กลับล่ะ "  

" เฮ้ย! เดี๋ยว แล้วนั่นมึงจะเอาไงต่อ " แมทหลิ่วตาไปทางโต๊ะอีกตัวที่อยู่ไม่ไกล สายตายั่วยวนของอีกฝ่ายเชื้อเชิญพวกเขามาตั้งแต่เริ่มแรก โรมเองก็สนใจเธอไม่น้อยเพราะคิดว่าดื่มเสร็จก็จะชวนอีกฝ่ายไปต่อแต่ว่าเหตุการณ์เมื่อกี้ทำเขาอารมณ์เสียไปแล้ว 

" มึงก็จัดการแล้วกัน ยังไงกับใครก็ได้มั้ง " โรมทิ้งท้ายด้วยประโยคร้ายกาจก่อนจะเดินออกจากโต๊ะไปที่รถของตัวเองที่จอดอยู่ด้านนอก ถึงจะบอกแมทไปแบบนั้นตัวเขาเองก็อดเสียดายไม่ได้เหมือนกันที่ปล่อยได้ผู้หญิงไปนอนคืนนี้ 'เพราะยัยผู้หญิงคนนั้นแท้ๆ เขาเลยไม่มีสาวไปนอนด้วย' ตั้งแต่กลับมาประจำที่เมืองไทยได้สามเดือนกว่าโรมก็ทำงานหนักแทบทุกวันยิ่งช่วงนี้การเข้าเทคโอเวอร์ห้างพันทิพาก็ทำให้เขาแทบไม่มีเวลาส่วนตัว ดังนั้นการมาดื่มและได้สาวกลับไปนอนด้วยแบบวันไนท์สแตนก็เป็นการระบายความเครียดของเขา 

โรมกดรีโมทรถยนต์คันใหม่เอี่ยมป้ายแดงหลังคันเก่ามีอันต้องเข้าไปนอนซ่อมอยู่ในศูนย์เมื่อเช้าที่ผ่านมา โรมเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่งที่นั่งคนขับพร้อมกับน้ำมนต์ที่ขึ้นมานั่งข้างคนขับ 

" เฮ้ย! ขึ้นมาทำไมเนี่ย! " โรมโวยลั่นรีบออกจากรถ ฟูจิกับตุ้มวิ่งตามมาที่รถ 

" ขอโทษค่ะ " ฟูจิร้องหน้าเสียหลังเจออิทธิฤทธิ์น้ำมนต์ที่เมาไม่รู้เรื่องแบบนี้ " ไอ้น้ำมนต์ออกมาเถอะ พวกฉันเหนื่อยแล้วนะเว้ย " ทั้งฟูจิและตุ้มช่วยกันดึงน้ำมนต์ที่กอดเบาะไว้แน่นไม่ยอมลงจากรถ 

" พวกคุณเอาเพื่อนลงจากรถผมไปเลย ไม่งั้นผมจะแจ้งความ " โรมหยิบมือถือขึ้นมา 

" เดี๋ยวค่ะ! อย่าแจ้งความเลยนะคะ เพื่อนฉันมันไม่โอเคจริงๆค่ะวันนี้ ทั้งๆที่เป็นวันเกิดมันแท้ๆ แต่ดันกลับเจอเรื่องแย่ๆ งานก็โนคนอื่นชิงตัดหน้าไป แถมยังโดนแฟนที่คบกันมาสี่ปีหักหลังไปแต่งงานกับคนอื่นอีก มันเลยอาการหนักแบบนี้ " ฟูจิเล่าสีหน้าเศร้าระคนสงสารส่งสายตามองน้ำมนต์ที่ดูยังไงก็คงไม่ลงจากรถแน่ แต่โรมกลับไม่คล้อยตาม 

" ผมไม่สนหรอกนะว่าเพื่อนคุณเจออะไรมา แต่เพื่อนคุณต้องลงจากรถผมเดี๋ยวนี้! " โรมเดินอ้อมรถมาที่น้ำมนต์จับแขนของเธอดึงออกจากเบาะ วินาทีนั้นเองที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่น้ำมนต์กินเข้าไปก็ทะลักออกมาใส่โรมเต็มๆ  

 

      

  

********* 

น้ำมนต์ เอ้ย น้ำมนต์จะไหวมั้ยเนี่ย ฮ่าๆๆๆ ดื่มเหล้าหนักจนเพี้ยนขนาดนี้ รี้ดอย่าทำตามน้า ^^  

เรื่องราวของพี่โรมและน้ำมนต์จะเป็นเช่นไร ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้พวกเขาด้วยนะคะ 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอยของทุกคนค่ะ 

แล้วเจอกันค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว