email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 29 แต่งงาน

ชื่อตอน : บทที่ 29 แต่งงาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2564 10:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 29 แต่งงาน
แบบอักษร

บทที่ 29

 

แต่งงาน

 

....เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ในการเตรียมตัวสำหรับงานนี้ที่สุดแสนจะทรหดเพราะผมกำลังแพ้ท้องอย่างหนักในช่วงเดือนนี้ แต่การเตรียมพร้อมก็ต้องทำให้เสร็จสมบูรณ์ การเลือกชุดแต่งงานไม่มีอะไรมากมาย เพราะต้องใส่ชุดสูททั้งคู่ ผมใส่เป็นเสื้อสูทสีขาว ส่วนอีกคนใส่เสื้อสูทสีดำ

 

งานแต่งงานผมขอทางฝ่ายผู้ใหญ่เอาไว้ว่าขอแต่งแบบเรียบง่ายมากที่สุด และสงบที่สุดไม่อย่างนั้นจะหนีออกจากงานแต่งหรือไม่ก็จะขังตัวเองเอาไว้ในห้อง พวกท่านเลยไม่มีทางเลือก เลยจัดงานแต่งแบบเรียบหรูที่ดูเหมือนง่ายๆแต่ก็ดูหรู ส่วนเรื่องคนที่มาก็มีญาติฝั่งเหมันต์ แล้วก็ญาติทางฝ่ายผมหรือก็คือพี่นัดและป้าตี๋ที่เป็นญาติห่างๆและคอยอยู่ข้างๆเวลาที่ผมลำบากเสมอ

 

ผมเลือกที่จะเอาสินสอดทองหมั้นให้ป้าตี๋และพี่นัดไปครึ่งหนึ่งเพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับทุกๆเรื่องที่ผ่านมาถึงแม้ฝ่ายนั้นจะปฏิเสธสายตาแทบขาดเพราะจำนวนเงินไม่ใช่บาทสองบาท หรือแสนสองแสน ครึ่งหนึ่งของสินสอดที่ทางฝ่ายนั้นจะได้คือ 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นถ้าเป็นผม ผมก็ไม่เอาเหมือนกัน จู่ๆก็ให้เงิน 20 ล้าน ไม่รู้ว่าจะโดนปล้น ตอนไหน แถมยังต้องมาคอยระแวงหน้าระแวงหลังอีก คงลำบากมากกว่าตอนไม่มีตังค์เยอะเลย

 

งานพิธีต่างๆเริ่มขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่วุ่นวายชิบหาย เพราะลูกน้องที่อยู่ที่ทำงานเก่าหรือไอ้พวกการ์ดที่ดูจงรักภักดีมันมาร่วมงานด้วย ส่วนไอ้ตินกับบอสไม่ต้องพูดถึงหวานกว่าคู่บ่าวสาวอีกตอนนี้ ส่วนหมอคิวที่สละเวลายุ่งๆก็มาร่วมงานแต่งครั้งนี่ด้วย บรรยากาศดูครึกครื้นกันดีเป็นพิเศษ ไม่เงียบเชียบเกินไป

 

"ขอเชิญคู่บ่าวสาวสวมแหวนให้กันและกัน เพื่อแสดงความรักที่มีให้กัน"

 

เสียงพิธีกรเอ่ยขึ้นพร้อมกับการเปิดกล่อง แหวนสุดหรูหราออกมา ในระหว่างงานนี้ผมพยายามไม่อ้วกไม่อาเจียน คุยกับเจ้าลูกตัวน้อยที่อยู่ในท้องว่าแม่ขอสักวันนะลูก แต่ไม่รู้จะได้ผลไหม ถ้าดูรวมๆตั้งแต่เริ่มพิธีผมก็ไม่ได้รู้สึกพะอืดพะอมเลย บางทีลูกผมอาจจะรับรู้ช่วงเวลาแบบนี้อยู่ก็เป็นได้

 

เหมันต์เปิดกล่องแหวนออกพร้อมกับดึงแหวนออกมาจากกล่องนั้นเพื่อนำมันมาสวมไว้ในนิ้วนางข้างซ้ายของผมอย่างช้าๆทั้งยังเหลือบมองผมอยู่เป็นระยะๆ ผมมองแหวนที่กำลังสวมอยู่บนนิ้วด้วยสายตาระยิบระยับ มือไม้สั่นเทาด้วยความตื่นเต้น เพราะแหวนมันสวยมากและดูเหมือนว่าราคาจะไม่ใช่ร้อยสองร้อย 

 

เมื่อเหมันต์สวมแหวนให้ผมเสร็จผมก็หยิบกล่องสีแดงที่ใส่แหวนเอาไว้ข้างในแล้วเปิดออกเพื่อนำมันมาสวมให้กับคนตัวโต มือผมสั่นระริกกลัวว่าจะทำแหวนหลุดมือแล้วมันหาย 

 

หลังจากพิธีสวมแหวนเสร็จก็เป็นการไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ที่คอยเลี้ยงดูมา ซึ่งทางฝั่งผมให้ป้าตี๋เป็นตัวแทนของแม่ที่จากไป พิธีทุกอย่างสำเร็จลุลวงไปได้ด้วยดี แล้วก็มาถึงพิธีส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าเรือนหอซึ่งก็คือห้องของเจ้าคนตัวโตนั้นเอง บนเตียงมีกุหลาบสีแดงโรยเป็นรูปหัวใจแบบ สมบูรณ์แบบทำเอาไม่กล้านอน

 

แต่เพื่อให้เสร็จพิธีเจ้าคนตัวโตก็อุ้มผมให้นอนลงไปที่เตียงทั้งสองคนจากนั้นก็กอดกันนิดหน่อย ก็ถือเป็นอันว่าจบพิธี 

 

".....ไอ้บัดดี้...ในที่สุดมึงก็เป็นฝั่งเป็นฝากับเขาสักที"

 

"เหอะ...ใช่ที่ไหนละ กูยังทำกับข้าวไม่เป็นเลย"

 

"ไม่เห็นเป็นไรเลย มึงทำไม่เป็นก็ให้ผัวทำก็ได้"

 

"ชิ!"

 

ไอ้ตินที่ตอนนี้ท้องโตเหมือนท้องแก่ใกล้คลอด ผิวมันดูเปล่งปลั่งดูอวบๆมีน้ำมีนวลเยอะเลย คนที่ไม่รู้จักเดินผ่านๆคงคิดว่ามันเป็นผู้หญิง ไอ้ตินที่เห็นผมก็เข้ามาแสดงความยินดีด้วยหลังจากผ่านพิธีเข้าห้องหอ ซึ่งมันก็อยู่กับบอสตลอดเวลาไม่ไปไหน บอสดูเหมือนจะระแวงกับทุกย่างก้าวของมันจนไม่สามารถปกปิดสายตาความเป็นห่วงเป็นใยที่ส่งไปให้มันเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ความสัมพันธ์ของมันกับบอสดูท่าจะไปได้สวยเลยแฮะ

 

"ลูกพี่รองในที่สุดก็ไม่โสดแล้วนะครับ"การ์ด1

 

"นั้นสินะครับ...ไม่นึกเลยว่าพี่รองจะกลัวน้อยหน้าลูกพี่ ก็เลยเอากับเขาด้วย"การ์ด2

 

"ใครบอกว่ากูอยากได้วะ! เดี๋ยวกูเตะแม่งเลย!"บัดดี้

 

"อย่าได้คิดเชียว...เดี๋ยวลูกฉันหลุด"เหมันต์

 

เหมันต์ที่ได้ยินว่าบัดดี้จะเตะลูกน้องเก่าที่เคยทำงานด้วยกันก็ได้เอ่ยห้ามก่อนที่อีกฝ่ายจะทำจริงๆ ทำเอาคนที่ได้ยินถึงกับตาโตเป็นลูกมะเขือเทศ ทุกคนเข้าสู่โหมดเงียบ จ้องมองมาที่บัดดี้ราวกับต้องการคำตอบของเรื่องนี้ เอาจริงๆผมก็อุตส่าห์ปิดพวกมันเอาไว้แล้วนะ แต่ความลับไม่มีในโลกน่ะสิครับ ไม่ใช่ผมบอกคนข้างๆก็ต้องบอกอยู่ดี จะยังไงก็ช่างเถอะไหนๆก็คงจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ผมก็ไม่ได้อยากจะปิดบังอะไรมากนัก

 

อาจจะเป็นเพราะผมเพิ่งท้องได้สามเดือนด้วย ท้องเลยไม่ค่อยโตเท่าไหร่ เหมือนคนที่แบบไม่ถ่ายหลายวันเฉยๆ ถ้าคนไม่สังเกตก็คงไม่รู้ถึงความผิดปกตินี้

 

"หมายความว่าไงไอ้บัดดี้?"มาติน

 

"จะยังไงละ...."บัดดี้

 

"มึงท้องจริงอ่ะ"มาติน

 

"ท้องปลอมแหละมึง"บัดดี้

 

"กูจริงจัง"มาติน

 

"เออ.....กูท้อง"

 

บัดดี้ที่เลี่ยงจะตอบคำถามผลสุดท้ายแล้วก็ต้องตอบไปอยู่ดี อดไม่ได้เลยที่จะหลบสายตาที่จับจ้องมองมาหาตนอย่างหาข้อจับผิด ไม่อยากจะบอกมันเลยแต่ยังไงเราก็เป็นเหมือนญาติพี่น้องกันเรื่องแค่นี้มันคงไม่ด่าผมหรอกมั้งที่ไม่ยอมบอกมัน

 

"กี่เดือน"

 

"สะ.....สามเดือน"

 

"บัดดี้"

 

น้ำเสียงเย็นยะเยือกของไอ้ตินเอ่ยขึ้นทำเอาผมอยากหนีไปจากตรงนี้ก่อนที่มันจะบ่นเรื่องนี้กับผม  แต่คิดว่าคงไม่ทันเสียแล้ว มาตินขยับเข้ามาใกล้ใบหน้ามันดูเหมือนคนโกรธจัดจนทำเอาผมต้องรีบไปซ้อนด้านหลังของเหมันต์ ไม่รู้แหละ....ใครไม่กลัวแต่กูกลัว คนอย่างไอ้มาตินจะ ทำอะไรสักอย่างมันก็น่ากลัวไปหมด

 

"ออกมาเดี๋ยวนี้เลย! ไอ้เพื่อนบ้า! มาเล่าให้กูฟังเลยนะ ว่าทำไมถึงไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับกู"

 

"เอาน่า....มึงก็รู้แล้วไงจะเอาอะไรอีก"

 

"ใจเย็นๆก่อนนะมาติน"อัคคี

 

บอสผู้ช่วยชีวิตเข้าไปกอดภรรยาเอาไว้พร้อมกับลูบหัวให้ ทำเอาไอ้ตินเหมือนหมาน้อยไปเลย ผมมองมันตาใสแป๋วหวังให้มันให้อภัยในที่สุด และดูเหมือนมันจะยอมแต่สีหน้าเหมือนไม่พอใจอยู่ดี

 

"งั้นก็บอกมาว่าทำไมไม่บอกกู"

 

"ก็......กูกลัวมึงบ่นนิ"

 

"เรื่องนี้มันสำคัญมากนะมึงรู้ไหม"

 

"รู้แล้วครับ"

 

ผมว่าปลงๆแต่ก็ยังไม่ยอมออกจากด้านหลังของเจ้าคนตัวโตฟังมันบ่นต่อไป ถึงจะบ่นน้อยลงกว่าปกติก็เถอะ ส่วนเหล่าการ์ดและคุณพ่อ คุณแม่ ของเหมันต์พากันกินเลี้ยงอย่างครึกครื้น อาจเพราะงานนี้ผมไม่อยากให้คนรู้มากนัก เลยไม่จำเป็นต้องถ่ายรูปเยอะแยะมากมาย หรืออาจเพราะมีคนถ่ายให้แล้ว แต่ส่วนใหญ่ก็คงถ่ายบรรยากาศในงาน ผมที่ดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ ก็ต้องกินได้แค่น้ำผลไม้อย่างพวกน้ำส้มอะไรพวกนั้น

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

และมาถึงช่วงพระทิตย์ที่ใกล้จะลับขอบฟ้า ผมก็ขอให้คุณสามีพามาที่นี่ ที่ที่แม่ผมอยู่มันคือที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งคนข้างๆได้ทำที่เก็บกระดูกของแม่ผมไว้ ตรงนั้นมีรูปของแม่ผมที่กำลังมองมาและยิ้มให้อย่างอ่อนโยน มันคือรูปสุดท้ายที่แม่ผมถ่าย ผมจำได้ดีเพราะผมเป็นคนถ่ายรูปนี้ให้ 

 

แม้ท่านจะจากไปอย่างสงบแต่ก็ไม่อาจจะลบความทรงจำที่เคยมีอยู่ของลูกชายเพียงคนเดียวของแม่ไปได้ ทุกอย่างที่ท่านทำให้และทุกอย่างที่ท่านมอบให้ผม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือเรื่องที่ใหญ่มันอยู่ในความทรงจำผมเสมอ เรื่องที่ไม่ดีถึงแม้ว่าจะมีบ้างแต่มันก็ล้วนจะมีเหตุผลของมันเสมอ

 

ผมจำได้ว่าท่านเคยจัดงานวันเกิดให้ผมหลายต่อหลายครั้ง แม่เป็นคนเดียวที่มางานวันเกิดนั้น และเป็นคนเดียวที่อวยพรให้ผม ผมมักจะไร้เพื่อน ถึงจะเคยมีแต่ไม่มีใครเลยที่รู้ว่าวันนั้นคือวันเกิดของผม ถึงมันจะไม่เศร้าเท่าไหร่ แต่ผมก็อยากให้มีคนมาอวยพรให้ และแม่คือคนเดียวที่อวยพรให้ผมในทุกๆปี มันทำให้ผมไม่ได้ขาดอะไรไปมากกว่านั้น ผมดีใจมากที่ได้ฉลองไปพร้อมกับคนเป็นแม่ ได้กินเค้ก ได้สิ่งที่หวังว่าอยากจะได้ผมดีใจที่ท่านคือแม่ของผม และจะเป็นแม่เพียงคนเดียวของผมตลอดไป

 

"แม่ครับ....วันนี้ผมได้แต่งงานแล้วนะครับ แม่อาจจะไม่ชอบที่ผมเป็นแบบนี้ แต่ผมก็หวังว่าแม่จะอวยพรให้ผมเหมือนทุกครั้ง....ฮึก...ผมมีข่าวดีที่อยากจะบอกด้วย...อึก..ผมท้องครับ แม่กำลังจะมีหลานแล้ว ฮือๆ ขอให้...แม่ช่วยปกป้องเขาด้วยนะครับ  ฮือ"

 

"ไม่เป็นไรนะ...."

 

เหมันต์ดึงคนที่ร้องไห้เข้ามากอดปลอบอย่างอ่อนโยน รู้สึกหดหู่ในคำบอกเล่าของบัดดี้ มันทำให้หัวใจบีบรัดจนเจ็บไปหมด  การเห็นบัดดี้ร้องไห้เป็นอะไรที่ทรมานเขาเป็นที่สุด กลัวเหลือเกินว่าบัดดี้จะกลับไปเป็นเหมือนตอนนั้น ตอนที่นั่ง เหม่อลอยคล้ายคนไม่ได้สติ กินข้าวน้อยลงจนน่าใจหาย พูดน้อย ไร้อารมณ์ ตอนนั้นบัดดี้เกือบทำตนกลายเป็นบ้าไปชั่วขณะ

 

"แม่ครับ....ผมเป็นสามีของบัดดี้ ผมหวังว่าแม่จะยอมรับผมเข้าไปเป็นครอบครัวอีกคน และผมขอให้คำสัญญาว่าจะไม่ทิ้งบัดดี้ไปไหน จะรักบัดดี้เพียงคนเดียว จะดูแลลูก และคนเป็นแม่ให้ดี หากผมทำผิดคำพูดขอให้ตัวเองไม่สามารถมีลูกได้อีก หรือต้องทรมานคิดถึงบัดดี้ตลอดไป"

 

"นาย....ฮึก..แน่ใจเหรอว่าจะพูดแบบนั้นกับแม่ฉัน"

 

"แน่ใจ"

 

เหมันต์เอ่ยคำพูดออกมาหนักแน่น ไม่ถอนคำพูดที่ตนพูดออกไป บัดดี้ยิ้มออกมาอย่างตื้นตันใจที่เหมันต์พูดออกมาแบบนั้น ก่อนจะโอบกอดคนที่พูดออกมาพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่ใช่เพราะเสียใจแต่เพราะดีใจที่เหมันต์พูดออกมา แบบนั้น คุณหญิงแม่ที่มาด้วยเห็นบัดดี้ร้องไห้ออกมาไม่หยุดเลยเดินไปลูบหลังให้อย่างอ่อนโยน เธอเข้าใจดีว่าการรู้สึกสูญเสียใครบางคนไปมันรู้สึกยังไง

 

"ไม่เป็นไรนะลูก...ต่อจากนี้หนูก็คือลูกแม่อีกคน"

 

"ฮึก....ขอบคุณมากครับ..ฮือๆ"

 

บัดดี้ผละออกจากตัวเหมันต์ แล้วยืนเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง ก่อนที่คุณหญิงแม่จะเข้ามากอดทำเอาผมอดร้องไห้ขึ้นมาอีกไม่ได้ คุณหญิงแม่ที่กอดผมอยู่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นไหว ก็อดสะเทือนใจขึ้นมาอีกไม่ได้ทำเอาน้ำตาไหลออกมาตามลูกสะใภ้ ส่วนคุณพ่อเหมันต์ที่เห็นแบบนั้น จึงลูบหลังให้ทั้งลูกสะใภ้ ทั้งคุณหญิงแม่

 

"ฮือ~......พี่สะใภ้ ไม่เอาไม่ร้องนะคะ"

 

คุณฟ้าที่ร้องไห้อยู่ก่อนแล้วตั้งแต่ที่เห็นบัดดี้ร้องไห้ออกมา พอเห็นคุณหญิงแม่ร้องไห้เข้าไปกอดแบบนั้นเลยเข้าไปกอดตาม  ทำเอาทั้งผม ทั้งคุณหญิงแม่ ทั้งคุณฟ้า ร้องไห้ประสานเสียงกันอย่างช่วยไม่ได้ เหมันต์เห็นแบบนั้นก็ปวดขมับเล็กน้อย แต่ก็เข้าไปช่วยลูบหลังให้ทั้งสามเพื่อเป็นการปลอบโยน

 

'ฮึก...คุณแม่ครับ ตอนนี้ผมมีความสุขมาก แม่ไม่ต้องห่วงลูกชายคนนี้อีกแล้วนะครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เคยให้ผมมาตั้งแต่เกิดเลยนะครับ'

 

บัดดี้เอ่ยขึ้นในใจอธิษฐานถึงคนที่อยู่บนฟ้าให้รับรู้การมีอยู่ของผม ในตอนนี้ผมไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรอีกแล้ว ขอบคุณจริงๆที่เลี้ยงดูผมมาให้ผมเป็นผม ขอบคุณ....

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

แต่งท่อนน้องพูดกับแม่แล้วไรท์ร้องไห้ แงงงง ซึ้งเหลือเกิน แต่งไปร้องไห้ไป (Ω Д Ω)

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว