email-icon facebook-icon

สวัสดีค่ะ บุษบาไพลิน หรือไรท์บุษ นะคะ ฝากติดตามผลงานด้วยค่า ^0^

ตอนที่ 8 ยามค่ำคืน (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 ยามค่ำคืน (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 120

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2564 22:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 ยามค่ำคืน (2/2)
แบบอักษร

ปาร์ตี้ที่จัดขึ้นสำหรับทีมงานและนักแสดงที่เกี่ยวข้อง ถูกจัดที่คลับชื่อดังแห่งหนึ่งโดยการเหมาหนึ่งคืนเพื่อจัดงาน อันเป่าอ้ายกับว่านหนิงกลับไปเปลี่ยนชุดก่อนแล้วจึงเดินทางมาร่วมงาน เพราะชุดที่พวกเธอใส่วันนี้มันไม่เหมาะกับการปาร์ตี้สักเท่าไหร่

“เป่าอ้าย”

“คะ” ว่านหนิงดึงแขนนักแสดงสาวของเธอเอาไว้ก่อนเดินเข้างานไปด้วยกัน ข้างในน่าจะเสียงดังมากพอสมควร ถ้าไม่คุยกันตรงนี้ให้รู้เรื่องคงจะไม่ได้คุยกันอีกแล้ว

“ฉันไม่ขออะไรมาก หลังจากที่เราเข้าปาร์ตี้ไปแล้ว เธอรู้ลิมิตของตัวเองดีว่าดื่มเข้าไปได้มากแค่ไหน ไม่ว่ายังไงห้ามเมาเด็ดขาด พรุ่งนี้มีงานยังต้องทำ”

“ฉันรู้หรอกน่า ฉันเคยปล่อยตัวเองเมาด้วยเหรอ”

“เท่าที่ฉันรู้มาเหมือนจะเคยครั้งนึงนะ มีผู้ชายมาส่งถึงคอนโดฯ ด้วยนี่” อันเป่าอ้ายถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าว่านหนิงจะรู้เรื่องนั้นด้วย

อุตส่าห์ปิดเงียบแล้วนะ!

“ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลย ถ้าฉันไม่รู้เองก็จะไม่มีวันบอกใช่มั้ย”

“พี่อย่าโกรธฉันเลยนะ ก็ตอนนั้น...”

“เอาล่ะ พอๆ ฉันรู้ว่าเธอจะพูดอะไร อย่าให้เกิดเรื่องแบบนั้นอีกแล้วกัน ถ้ามันเป็นข่าวอีก พี่ช่วยอะไรเธอไม่ได้แล้วนะ” ว่านหนิงเตือนด้วยความเป็นห่วง

“รับทราบค่ะ” อันเป่าอ้ายกอดแขนผู้จัดการสาวแล้วจึงพากันเดินเข้าไปด้านใน

เสียงเพลงที่เปิดดังรวมถึงการจัดไฟที่ไม่มืดเหมือนอย่างที่คลับเขาชอบจัด ออกมาค่อนข้างสว่างด้วยสีแดงและสีชมพูเข้มและเป็นไฟนีออนที่ส่งบนโดนเสื้อที่มีขาวแล้วมันจะสะท้อนแสงด้วย ช่วงเหยียนเหยียนโบกมือเรียกทั้งสองคนให้มาร่วมโต๊ะด้วยกัน ชุนสวี่แต่งตัวสบายๆ เป็นชุดที่เธอเพิ่งเห็นเขาโพสต์ลงในโลกโซเชียลฯ ก่อนเข้ามาไม่นานนี้เอง

“มาช่วยฉันบ่นหมอนี่หน่อย เมื่อกี้ชุนสวี่บอกว่าจะกลับแล้ว”

“หือ? เพิ่งจะสามทุ่มเองไม่ใช่เหรอ? ทำไมรีบกลับล่ะ” ว่านหนิงเป็นคนถามเอง

“พรุ่งนี้ผมต้องไปทำงานนอกเมืองแต่เช้า กลัวแฮงค์แล้วตื่นไม่ไหว นี่ก็โดนไปหลายแก้วแล้วเนี่ย” เขาชี้มาที่จำนวนแก้วตรงหน้าที่ทำงานขยันพากันยื่นมาให้เขาโดยเฉพาะ

“ดื่มไปแค่นี้ก็แฮงค์แล้ว คออ่อนเหมือนกันนะชุนสวี่” อันเป่าอ้ายพูดแซวก่อนจะกระดกแก้วตรงหน้าเธอโชว์ใส่เขา

“ฉันไม่ใช่คนขี้เมาเหมือนเธอไง” เขาหยิบเสื้อคลุมของตัวเองมาถือเอาไว้ “ถ้าอย่างนั้นขอตัวก่อนแล้วกันนะ ฉลองเผื่อฉันด้วย”

“ได้ เดินทางดีๆ ล่ะ” เพื่อนร่วมงานทุกคนโบกมือลาเขา ชุนสวี่เดินฝ่าฝูงชนทีมงานออกไปจนได้ เขาเลยรีบเดินทางกลับบ้านให้ไวที่สุด พร้อมกันกับที่มีใครบางคนตามเขาไปเหมือนกัน

 

ชุนสวี่ออกมาจากห้องน้ำเตรียมตัวเข้านอนปกติ เขาเปิดเพลงสร้างบรรยากาศในห้องนอนให้ผ่อนคลายมากขึ้น แล้วจึงโทร.ไปหาแฟนสาวของเขาที่น่าจะทำงานเสร็จเรียบร้อย

“มู่มู่...กลับถึงบ้านหรือยัง?” เขาถามเธอเมื่ออีกฝ่ายรับสายทันที

“เพิ่งถึงเลย กำลังขึ้นลิฟต์อยู่ กลับมาจากปาร์ตี้แล้วเหรอ?” ลั่วมู่เฝิงจำได้ว่าเขาบอกกับเธอว่าคืนนี้มีปาร์ตี้เลี้ยงปิดกล้อง นึกว่าเขาจะอยู่ที่นั่นซะอีก

“กลับมาแล้ว พรุ่งนี้ต้องออกไปนอกเมืองแต่เช้าเลยไม่ได้อยู่จนจบน่ะ”

“เฮ้อ! อยากไปปาร์ตี้บ้างจังเลยนะ ฉันลาออกจากงานตอนนี้เลยดีมั้ยเนี่ย”

“ไม่ต้องมาแกล้งพูดเลย เธอไม่ทำอย่างนั้นจริงๆ หรอก” ชุนสวี่รู้ว่าเธอรักงานมากยิ่งกว่าอะไร ตั้งแต่รู้จักกันและคบหากันมา เธอจะไม่มีเวลาว่างให้กับเขาเลย ได้เจอหน้ากันแต่ละครั้งก็นับครั้งได้

แต่เขารับได้เพราะเขาเองก็ไม่ค่อยมีเวลาให้กับเธอเหมือนกัน...

“ถ้าเราว่างตรงกันเมื่อไหร่ ไปเที่ยวเกาะเสวี่ยไป๋กันมั้ย” ลั่วมู่เฝิงถาม ต่อให้เธอบ้างานขนาดไหน เธอคิดว่าก็ควรมีเวลาที่อยู่ด้วยกันกับแฟนหนุ่มบ้าง

“เอาสิ ถ้าเธอว่างเมื่อไหร่ ฉันจะทิ้งงานไปหาเธอทันที...”

ปิ๊งป่อง!

เสียงกดออดทำให้เขานั้นต้องชะเง้อมาดูว่าใครมาหาเขาในเวลานี้ ชุนสวี่ยังไม่เดินไปดูเพราะเขาทิ้งช่วงเงียบไปเกือบนาทีเลยคิดว่าอาจจะเป็นของห้องข้างๆ แล้วเขาหูฝาดคิดว่าเป็นของห้องเขาเอง

“มีอะไรรึเปล่า”

“เปล่าๆ ไม่มี...”

ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!

เสียงกดรหัสหน้าประตูห้องของเขาทำให้ชุนสวี่ต้องรีบเดินมาดูว่าเป็นใครที่มากดรหัสห้องของเขา แต่เหมือนว่าจะกดรหัสที่ไม่ถูกต้องและมีการกดรหัสใหม่อีกครั้ง ราวกับว่าพยายามจะเข้ามาให้ได้

ไม่ใช่เรื่องดีแล้ว!

ชุนสวี่มองดูว่าหน้าห้องของเขาใครกำลังกดรหัสอยู่ บนจอภาพปรากฏภาพของคนๆ หนึ่งที่สวมเสื้อแขนยาวฮู้ทดำปิดบังใบหน้า เห็นเพียงแค่ครึ่งตัวของเขาเท่านั้น ชุนสวี่จับประตูดึงเอาไว้ไม่ให้เปิดง่ายๆ เขาจับได้ยังไม่ถนัดมือเท่าไหร่ คนข้างนอกก็กดรหัสผ่านที่ถูกต้องและพยายามจะเปิดเข้ามาให้ได้

“ฮัลโหล! ชุนสวี่!” ลั่วมู่เฝิงไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มเป็นอะไร เขาไม่พูดกับเธอ จู่ๆ ก็เงียบไป แต่กลับมีเสียงตึงตังอะไรสักอย่างดังขึ้นแทน

ชุนสวี่พยายามดันประตูให้ปิดและล็อกกลอนสำรอง เขาไม่รู้คนๆ นี้เป็นใครแล้วมาทำอะไรที่ห้องของเขา แล้วกดรหัสเพื่อจะเข้าห้องของเขาทำไม แวบหนึ่งเขานึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับหลินฉีขึ้นมาดื้อๆ...

หรือว่า...คนๆ นั้นคือ...

ปึง!

คนที่อยู่ด้านนอกฉีดสเปรย์อะไรสักอย่างเข้ามาในห้องแล้วทิศทางที่ฉีดอยู่ใกล้หน้าของชุนสวี่ เขาเลยเผลอผ่อนแรงจากการดันประตู ทำให้คนๆ นั้นดันประตูเข้ามาในห้องได้และเดินเข้ามาในห้องของเขา

“คุณเป็นใคร ต้องการอะไรจากผม”

“...” อีกฝ่ายไม่มีการตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วหยิบเข็มฉีดยาขนาดเล็กออกมาดึงฝาที่คลุมไว้ออกแล้วพุ่งมาจะแทงเข็มฉีดยาใส่เขา

ชุนสวี่ไขว้แขนป้องกันเอาไว้ได้ทันและพยายามจะดันอีกฝ่ายให้หลุดพ้นไปก่อน แต่เขาถีบเข้าที่ขาของเขาจนเขาต้องทรุดตัวลง ชุนสวี่เลยใช้แรงแขนดันให้อีกฝ่ายให้ล้มลงไปนั่งบนพื้นเหมือนกันแล้วพยายามจะดึงหน้ากากที่ปิดหน้าออก อย่างน้อยถ้ารู้หน้าเขาจะได้แจ้งจับได้ทันที

เข็มฉีดยาที่หลุดมือไปตอนที่ล้มลง บุคคลปริศนาพยายามจะคลานไปหยิบเข็มมาไว้ในมืออีกครั้ง แต่ก็ถูกลากและถูกชุนสวี่นั่งคร่อมเอาไว้ มือหนาจับกดล็อกคอเขาให้อยู่นิ่งๆ เพื่อจะได้ถอดหน้ากากออก

“แก...คือคนร้ายที่ฆ่าหลินฉีใช่มั้ย”

“หึ!” เสียงนั้นที่เขาได้ยินทำให้เขาตกใจ มืออีกข้างของคนที่นอนอยู่บนพื้นล้วงเข้าไปหยิบเข็มฉีดยาอีกอันใช้นิ้วชี้ถอดปลอกเข็มออกแล้วแทงลงไปบริเวณต้นแขนของคนที่คร่อมทับตัวเองอยู่ ยังไม่ทันได้ฉีดยาเข้าไปชุนสวี่ปัดมือและดึงเข็มออกได้ทันก่อน ของเหลวในหลอดฉีดยาเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ถ้าพยายามจะฉีดยาใส่เขาคงไม่ใช่เรื่องดีแน่

ชุนสวี่จับแขนทั้งสองข้างของคนที่อยู่ใต้ร่างไขว้กันไว้แล้วหาผ้าที่อยู่ใกล้มามัดแขนเอาไว้ หลังจากจับตัวเอาไว้ได้ จะได้ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาเอื้อมมือไปหยิบมือถือ ลั่วมู่เฝิงยังถือสายรอเขาอยู่ไม่ได้กดวางไป “มู่มู่...”

“เกิดอะไรขึ้น! จู่ๆ นายก็เงียบไป”

“มีคนบุกรุกมาที่ห้องฉันน่ะ แต่ตอนนี้จับตัวเอาไว้...อ้าก!” คนที่ถูกมัดใช้ขาถีบตัวกับพื้นให้หลุดจากการคร่อมของชุนสวี่แล้วใช้ขาทั้งสองข้างรัดคอเขาเพื่อถ่วงเวลาที่ตัวเองจะใช้ปากแก้ปมผ้าที่มัดมือเอาไว้อยู่

“อึก!” ชุนสวี่พยายามจะแกะขานั้นออกแต่คนๆ นี้ยิ่งรัดคอเขาแน่นมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งผ้าที่มัดมือหลุดออก เขาหยิบเข็มฉีดยาที่ตกอยู่ใกล้มาแทงเข้าที่คอของชุนสวี่แล้วฉีดเข้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชกหน้านักแสดงหนุ่มด้วยความโมโห ไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องใช้แรงเยอะขนาดนี้

“ชุนสวี่! ชุนสวี่!” ลั่วมู่เฝิงตะโกนผ่านมือถือ เธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นอีก เธอไม่กล้ากดวางสาย กลัวแฟนหนุ่มของเธอจะเป็นอะไรไปต่อจากนั้น จึงรีบกดลิฟต์เพื่อลงไปชั้นล่างของที่พัก ให้นิติบุคคลช่วยโทรหาเจ้าหน้าที่เพื่อไปที่ห้องพักของชุนสวี่ให้ไวที่สุด

ชุนสวี่เริ่มมึนจากการถูกชก เขาสะบัดศีรษะเพื่อไล่อาการมึนแต่มันก็ไม่หาย เขาพยายามจะลุกขึ้นโดยเท้าแขนกับโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆ ช่วยพยุงตัวเองขึ้นมา คนที่บุกห้องของเขาเดินไปหาเชือกหรือผ้ามาผูกต่อๆ กันตามแผนเพื่อจะจัดฉากว่าชุนสวี่ฆ่าตัวตาย

“นายไม่ผิดหรอกที่วันนั้นนายเลือกรักษาชีวิตตัวเอง แต่นายผิด...เลือกที่จะปล่อยให้คนๆ นึงจากไปทั้งๆ ที่ตัวเองช่วยได้” ผ้าที่ถูกผูกติดกันถูกคล้องรอบคอของชุนสวี่ เขาอยากขยับร่างกายไปจับหรือต่อยคนๆ นั้นสักที แต่ร่างกายไม่ทำตามที่เขาสั่งสักเท่าไหร่

ชุนสวี่ถูกลากมาตรงระเบียง บุคคลปริศนาตั้งใจจะให้เขาแขวนคอตรงระเบียงให้คนที่อยู่นอกที่พักได้เห็นเขา ไม่เหมือนกับครั้งที่ทำกับหลินฉีและชางไห่ ที่ปล่อยให้คนอื่นมาเจอด้านในห้องพักเอง ชุนสวี่กำลังจะถูกผลักแต่เขาโยกศีรษะเป็นจังหวะแล้วโขกหัวกับคนๆ นั้นจนอีกฝ่ายเซ เขาทรุดตัวนั่งลงตรงระเบียง การกระแทกเมื่อครู่ทำให้เขาได้สติมากขึ้น เขาเลยถอดผ้าที่คล้องคอออกแล้วพลิกตัวรีบวิ่งออกไปจากห้องนี้ให้ไวที่สุด

“อ๊าก! แก!” เขาลูบหน้าผากตัวเองด้วยความโมโห แล้วลุกขึ้นเดินตามไป ยาที่เขาฉีดให้ชุนสวี่ ทำให้เขาออกแรงได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่ ต่อให้วิ่งสุดชีวิตก็ไปได้ไม่ไกล หรือก็คือไม่สามารถหนีพ้นออกไปจากชั้นนี้แน่นอน

ชุนสวี่พยายามเคาะห้องทุกห้องที่ตัวเองจะวิ่งผ่านได้เพื่อให้ช่วย แต่กลับไม่มีการตอบรับใดๆ ทั้งนั้น เขาจึงเข้าไปในลิฟต์แล้วรีบกดชั้นล่างสุดเพื่อลงไปให้ไวที่สุด ถ้าลงไปข้างล่างที่ค่อนข้างมีคนพลุกพล่านรวมถึงพวกนิติบุคคลของที่นี่อยู่ แล้วไม่มีใครสามารถช่วยเขาได้เลย

เขาก็แค่ตายเหมือนคนอื่น...

ลิฟต์มาจอดที่ฉันฟิตเนส บุคคลที่บุกมาหาเขายืนดักรออยู่หน้าลิฟต์ ชุนสวี่พยายามจะกดให้ลิฟต์ปิดแต่ก็ถูกต่อยหน้าอีกครั้ง แล้วถูกลากออกมาจากลิฟต์ เขาถูกลากมาตามทางเดินเพื่อไปยังระเบียงด้านนอกที่จะเป็นพื้นที่โล่งเพื่อใช้ทำกิจกรรมต่างๆ และเป็นชั้นลอยที่ทำขึ้นมาใหม่ทีหลังอยู่เหนือสระว่ายน้ำด้านล่างด้วย

“ทำแบบนี้เพื่ออะไร ฆ่าฉันแล้วมันมีอะไรดีขึ้น” ชุนสวี่ถามออกไป

“ในจดหมายที่ฉันส่งมาให้ ฉันทำเพื่อให้พวกแกชดใช้ให้กับฉันไง” ชุนสวี่ถูกจับให้มานั่งอยู่บนขอบระเบียง เขาพยายามจับขอบปูนเพื่อยื้อเอาไว้ คนร้ายพยายามจะผลักชายหนุ่มให้ร่วงลงไปแต่ก็ไม่สำเร็จสักที เธอเลยใช้เท้าถีบเขาร่วงด้วยแรงทั้งหมดและร่างของนักแสดงหนุ่มก็ร่วงลงไปในน้ำตามที่คาดหวัง

 

เจ้าหน้าที่รีบเดินทางมาเมื่อได้รับจ้างว่านักแสดงหนุ่ม ชุนสวี่กำลังถูกลอบทำร้ายและ ณ สถานที่เขาอยู่มีคนแจ้งว่ามีคนนอนลอยอยู่ในสระว่ายน้ำ เจ้าหน้าที่นำร่างของเขาชายคนนั้นขึ้นมาพบว่าคนๆ นั้นคือชุนสวี่ เบื้องต้นได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นไปแล้วแต่ถึงอย่างไรก็ควรพาเขาไปที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

เสี่ยนเจียนหลิวขึ้นมาตรวจดูบนห้องของชุนสวี่ ภายในห้องนั้นน่าจะเกิดการต่อสู้กันในระดับหนึ่ง แต่เขาคงสู้จนเกือบจะรอดไปได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ไปนอนคว่ำอยู่ในสระว่ายน้ำแบบนั้น

หางตาของเขาไปสะดุดเข้ากับรางวัลในตู้กระจกของเจ้าห้อง มีรางวัลที่เป็นแท่งแก้วเพียงไม่กี่ชิ้น แต่มีชิ้นหนึ่งที่เหมือนของอันเป่าอ้ายที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ เขาหยิบมือถือขึ้นมาเก็บภาพเบื้องต้นทุกอย่างเอาไว้ก่อน ลูกน้องที่ตามขึ้นมาด้วย ยื่นถุงมือยางมาให้เขาสวม ป้องกันลายนิ้วมือที่อาจจะไปทับกับของคนร้ายได้

“หัวหน้าครับ ตรงนี้มีเข็มฉีดยาตกอยู่ด้วยครับ” เขาเรียกเสี่ยนเจียนหลิวให้มาดู เสี่ยนเจียนหลิวจึงบอกให้ทีมเจ้าหน้าที่กั้นพื้นที่เกิดเหตุทันที ห้ามมีใครเข้ามาเด็ดขาดโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต เพราะลักษณะเข็มฉีดยาที่พบนั้นถือเป็นหลักฐานสำคัญที่อาจจะบ่งบอกได้ว่าคนร้ายตัวจริงเป็นใคร

และคดีนี้...อาจจะเป็นเหมือนสองคดีก่อนหน้า

คนร้ายมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นคนเดียวกัน!

 

อันเป่าอ้ายได้ยินข่าวอีกทีในตอนเช้าเกี่ยวกับพระเอกดังที่ขึ้นแท่น ‘สามีแห่งชาติ’ อย่างชุนสวี่ถูกพบอยู่ในสระว่ายน้ำในคอนโดฯ หรูของตนเอง ไม่มีใครทราบแบบชัวร์ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ แล้วตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง หลายคนในโซเชียลฯ มีการคาดเดาต่างๆ มากมายรวมถึงเกี่ยวโยงไปว่าเขาอาจจะเป็นเหยื่อเหมือนชางไห่และหลินฉี

“พี่ว่านหนิง พี่เห็นข่าวชุนสวี่หรือยัง” อันเป่าอ้ายถามผู้จัดการสาวทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้อง ว่านหนิงเองก็เครียดเหมือนกันเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ใกล้ตัวอีกแล้ว

“เห็นแล้ว งานวันนี้ที่เธอต้องไปออกรายการกับชุนสวี่เพิ่งจะโดนยกเลิกไป วันนี้เธอก็พักอยู่ที่บ้านนี่แหละ”

“พี่คิดว่ายังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขา”

“เท่าที่พี่อ่านความเห็นในเน็ต เขาบอกว่าคงจะไปทำให้ใครเขาไม่พอใจเข้าล่ะมั้ง คงไม่มีอะไรหรอก” ว่านหนิงพยายามพูดปลอบใจ เอาจริงๆ เธอกลับเห็นด้วยกับเรื่องที่ว่าอาจจะเป็นฆาตกรต่อเนื่องคนเดียวกับหลินฉีและชางไห่มากกว่า จะบอกว่ายุคนี้ประชาชนสามารถขุดหลักฐานเก่งกว่าตำรวจคงจะจริง มีคนเชื่อมโยงทฤษฎีที่ว่าคนร้ายคือคนเดียวกัน แล้วอธิบายให้เห็นว่าทั้งสามคนมีอะไรเกี่ยวข้องกันบ้าง

เธอกังวลไม่น้อยถ้าหากว่าอันเป่าอ้ายอาจจะเป็นหนึ่งในเหยื่อของคนๆ นั้น

“พี่ดูกังวลมากเลยนะ มีอะไรรึเปล่า”

“เป่าอ้าย...เธอย้ายไปอยู่กับฉันชั่วคราวมั้ย?”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว