email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 จำเลยสังคม (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 จำเลยสังคม (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 87

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2564 19:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 จำเลยสังคม (2/2)
แบบอักษร

“เราเป็นแค่เพื่อนที่หวังดีต่อกันค่ะ” อันเป่าอ้ายตอบ ท่านประธานจึงเบนสายตาไปยังผู้จัดการของเธอแทน แต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะจะถามในคำถามเดียวกัน

“ดีแลนเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารร้านหนึ่งที่กำลังจะเซ็นสัญญากับอันเป่าอ้ายให้เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ในโฆษณาโปรโมทร้านค่ะ”

“เฮ้อ! บ้าจริง” ท่านประธานถึงกับกุมขมับ ในฐานะคนทำงานด้านนี้พวกเขาไม่คิดถึงเรื่องเล็กน้อยอย่างความสัมพันธ์ที่อาจจะสานต่อ แต่กับคนทั่วไปที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วนั้น...พวกเขาไม่คิดแบบนั้นแน่ “ตั้งแต่วันนี้พวกเธอคอยตัวติดเป่าอ้ายเอาไว้ ห้ามให้ช่วงคลาดสายตาไปเป็นอันขาด จนกว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เข้าใจมั้ย”

“เข้าใจค่ะ” ว่านหนิงและจินเซียงรับปากหนักแน่น

“ส่วนเป่าอ้าย...ช่วงนี้ยังไม่ต้องเคลื่อนไหวอะไรทั้งในโซเชียลฯ และในชีวิตจริง สนใจแค่งานเท่านั้นพอ เรื่องแก้ข่าวให้เป็นหน้าที่ของบริษัทเอง”

“ค่ะ ต้องขอโทษนะคะที่ฉันเป็นต้นเหตุให้มีเรื่องอีกแล้ว” อันเป่าอ้ายพูดออกมาตรงๆ ช่วงนี้เธอคงจะดวงตกล่ะมั้ง มีเรื่องเข้ามาไม่เว้นช่วงให้ได้พักหายใจหายคอเลย

“เธอเจอแบบนี้เพราะเธอเป็นคนดัง เป็นคนมีชื่อเสียงและหน้าที่ของค่ายต้นสังกัดคือการดูแลปกป้องศิลปินและนักแสดงของตัวเองอย่างสุดความสามารถ ดังนั้นเธอไม่จำเป็นต้องมาขอโทษฉัน เรื่องนี้เธอไม่ได้ทำอะไรผิด ดังนั้นไม่ต้องโทษตัวเอง”

 

เสี่ยนเจียนหลิวนั่งจัดการเอกสารที่เป็นสำนวนที่จำเป็นต้องส่งให้พนักงานอัยการในเร็วๆ นี้อยู่ที่สถานีมาหลายวันแล้ว ไม่ได้รับรู้ถึงโลกภายนอกอะไรทั้งนั้น ตอนเช้าเขามาทำงานปกติ ตอนเย็นก็กลับบ้านพักผ่อน เป็นแบบนี้มาหลายวันจนบางทีเขาก็อยากออกไปเก็บหลักฐานคดีอื่นๆ เหมือนลูกน้องของเขาบ้าง

“เฮ้อ! เสร็จสักที” เสี่ยนเจียนหลิวเตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อมเป็นขั้นตอนสุดท้าย จากนั้นจึงส่งอีเมล์สำนวนทั้งหมดไปให้พนักงานอัยการได้ทำหน้าที่ต่อจากเขา จะสามารถเอาผิดได้รึไม่ อยู่ที่ความสามารถของเขาแล้ว “ซีหมิ่น”

“คะ?”

“วันนี้ฉันต้องทำอะไรอีกรึเปล่า”

“ฉันจะรู้ด้วยมั้ยล่ะ ฉันไม่ใช่เลขาฯ ส่วนตัวของพี่ซะหน่อย” ซีหมิ่นแอบประชดนิดหน่อย “ถ้าทำสำนวนเสร็จแล้วก็น่าจะเหลือคดีที่ยังทำไม่เสร็จนั่นแหละค่ะ คดีของชางไห่กับหลินฉี เราโดนกดดันอยู่ด้วยนี่”

“ก็มันยังไม่มีอะไรที่น่าจะเป็นหลักฐานเพิ่มเติมเลย แถมยังเบาะแสอื่นๆ ที่เชื่อมโยงตัวคนร้ายไม่เจอด้วย จะให้ทำยังไงล่ะ”

“พี่ทำงานกับเอกสารมาตั้งหลายวัน วันนี้กลับเร็วหน่อยไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถือว่าไปพักสมองก่อนกลับมาลุยงานต่อ ถ้ามีใครถามหาพี่เดี๋ยวฉันรับหน้าให้เอง”

“สนับสนุนให้โดดงานอีก ฉันโดนเด้งแน่คราวนี้” ปากบอกแบบนั้นแต่มือกลับหยิบเสื้อตัวนอก ปิดคอมพิวเตอร์ให้เรียบร้อยเตรียมพร้อมในการออกไปข้างนอกแล้ว

“จริงสิ! ไหนๆ ก็กลับเร็วแล้วพี่แวะไปหาเพื่อนนักแสดงของพี่หน่อยก็ดีนะ ช่วงนี้กระแสในโลกออนไลน์ของเธอไม่ค่อยดีเลย” ซีหมิ่นเห็นโฆษณาของอันเป่าอ้ายแล้วนึกขึ้นได้ เสี่ยนเจียนหลิวยุ่งอยู่กับงานมาตั้งหลายวันน่าจะไม่รับรู้ข่าวของเพื่อนเลย

“เป่าอ้ายเหรอ”

“ใช่! แถมรอบนี้ดูน่าจะหนักด้วย มาเป็นข่าวกับคู่หมั้นของเพื่อนที่เพิ่งจากไป คนเล่นข่าวก็ช่างคิดจริงๆ เลย”

เสี่ยนเจียนหลิวกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อน จึงนัดเจอกับอันเป่าอ้าย แต่เธอยังไม่ได้ตอบว่าจะเจอกันเมื่อไหร่ตอนไหน เขาเดาว่าเธอน่าจะยังทำงานอยู่ เขาจึงหาข่าวเกี่ยวกับเธอในช่วงนี้อ่านเพื่อหาข้อมูลไปก่อน เนื้อหาที่ทุกคนสนใจมันเป็นเรื่องใหญ่อย่างที่ซีหมิ่นว่าจริงๆ

ภาพหลุดที่เหมือนตั้งใจหลุดออกมานั้นอยากให้คนเข้าใจผิด ซึ่งต้นเหตุมาจากไหนเขาก็ไม่รู้ เพราะเรื่องมันเกิดมาหลายวันแล้ว กระแสส่วนใหญ่กระทบมาทางอันเป่าอ้ายมากกว่า

ถึงขนาดขุดบางเรื่องที่เกิดขึ้นนานมากแล้วมาเพื่อต่อว่าเธอเลยก็ยังมีให้ได้เห็นอยู่!

บริษัทที่ดูแลเธอก็ออกมาแก้ต่างให้แล้ว รวมถึงดีแลนเองก็ออกมาแก้ข่าวให้เช่นกัน กระแสด้านลบลดน้อยลงในระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้หายไปซะทีเดียว

ไม่อย่างนั้นผู้คนคงจะพูดถึงเรื่องอื่นแทนเรื่องนี้ไปตั้งนานแล้ว

เสี่ยนเจียนหลิวส่งข้อความหาเพื่อนของเขา กะว่าจะถามไถ่ว่าเธอสบายดีมั้ย ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง กลายเป็นว่าอันเป่าอ้ายส่งข้อความมาหาเขาก่อนซะอย่างนั้น

AnPao : มาหาฉันหน่อยสิ

SianJ : อยู่ที่ไหน

AnPao : J.D.Club

 

 

เจ้าหน้าที่หนุ่มเดินทางมาถึงคลับชื่อดังที่มีคาสิโนเปิดอย่างถูกกฎหมายอยู่ชั้นที่สองของอาคารขนาดกลางที่มีความสูงห้าชั้น จากการตกแต่งและการให้บริการ หลายๆ คนจะเข้าใจว่าที่นี่เป็นอาคารขนาดใหญ่เสมอเมื่อได้เห็น เสี่ยนเจียนหลิวเคยมาตรวจดูแถวนี้บ้าง แต่ไม่บ่อยเพราะธุรกิจในเครือจินต้งกรุ๊ปไม่ค่อยสร้างปัญหาอะไรสักเท่าไหร่ ต่อให้เกิดปัญหาขึ้นมา พวกเขาสามารถจัดการปัญหาได้ดีไม่ต้องพึ่งเจ้าหน้าที่อย่างพวกเขาด้วยซ้ำ

เสี่ยนเจียนหลิวขึ้นมาที่ชั้นสองที่เป็นโซนคลับ คลับของที่นี่ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัว ไม่ได้มีคนพลุกพล่าน เป็นบาร์ที่เน้นการดื่มและพักผ่อนมากกว่า เขามองหานักแสดงสาวที่ต้องการพบเขา เดินไปจนเกือบทั่วทั้งชั้นแล้วก็ยังไม่เจอตัวสักที เขาจึงตัดสินใจโทรหาเธอ เสียงเรียกเข้ามือถือนั้นกลับดังอยู่ทางขวามือของเขาซะงั้น

อันเป่าอ้ายฟุบหลับอยู่ตรงเคาน์เตอร์ที่เป็นบาร์ยาวมีบาร์เทนเดอร์คอยให้บริการเครื่องดื่มให้ตลอด ตรงหน้าเธอมีแก้วขนาดเล็กที่ไร้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์วางเรียงกันอยู่หลายใบ ตรงนี้มีเธอนั่งคนเดียวของไม่ต้องถามว่าแก้วพวกนั้นเป็นของใคร

“เป่าอ้าย” เขาสะกิดให้เธอรู้ตัวก่อน หญิงสาวผมยาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองว่าเขาเรียกเธอ เธอมองเขานิ่งๆ เพื่อดูชัดว่าเป็นใคร

“มาจริงด้วย นายเป็นคนแรกเลยนะเนี่ยที่ฉันเรียกให้มาก็มา” อันเป่าอ้ายชี้ให้เขานั่งลงข้างๆ กันแล้วบอกบาร์เทนเดอร์ให้เตรียมเครื่องดื่มให้เธอเพิ่มอีกรวมถึงส่วนของชายหนุ่มข้างๆ นี้ด้วย

“แล้วมาที่นี่คนเดียวรึไง ผู้จัดการเธอไปไหน”

“พี่ว่านหนิงทำงานอยู่ ส่วนจินเซียง...หมดเวลาทำงานแล้ว ฉันเลยไม่อยากกวน สองคนนั้นเหนื่อยเพราะฉันมาหลายวันแล้ว เลยคิดว่าไม่กวนดีกว่า” อันเป่าอ้ายเท้าแขนกับโต๊ะ หมุนแก้วเล่นเพลินๆ ยังไม่อยากดื่มเข้าไปรวดเดียวตอนนี้ “นายน่าจะเห็นข่าวของฉันแล้วสินะ”

“อืม”

“ตอนนี้คงมองฉันเหมือนคนอื่นด้วยใช่มั้ย” อันเป่าอ้ายถามเขาตรงๆ

หลายวันที่ผ่านมาตอนที่เธอไปทำงาน บอกตามตรงว่าเธอไม่มีความสุขเลย ทั้งทีมงาน ทั้งเพื่อนร่วมงานหลายๆ คนมองเธอเหมือนเธอไปทำอะไรผิดมาที่ร้ายแรง

แต่ข้อกล่าวหาที่ว่า ‘เป็นชู้กับคนของเพื่อน’ มันก็ผิดร้ายแรงมากจริงๆ

แต่ว่าเธอไม่ได้ทำแบบนั้นน่ะสิ!

“เธอจะมารู้ดีกว่าตัวฉันได้ยังไงว่าฉันคิดอะไรอยู่” เสี่ยนเจียนหลิวถามกลับ “ตอนนี้เธอกำลังคิดแทนคนอื่น จนลดคุณค่าตัวเอง รู้ตัวมั้ย”

“แต่มันจริงนี่ ตอนนี้จะมีใครมาคิดเรื่องดีๆ กับฉันกันล่ะ” อันเป่าอ้ายกระดกแอลกอฮอล์สีอำพันเข้าปากทีเดียวหมดแก้ว แล้วนำแก้วมาวางเรียงต่อจากใบก่อนหน้านี้

“เธอต้องจัดการความคิดตัวเองใหม่นะเป่าอ้าย ยิ่งเธอคิดแบบนี้ สุขภาพจิตของเธอมีปัญหาจริงๆ แน่”

“นี่! เจียนหลิว นายมาเพื่อจะเทศน์ฉันใช่มั้ยเนี่ย”

“ฉันไม่ได้เทศน์ ฉันพูดความจริง” เขาสังเกตว่าอันเป่าอ้ายยังคงมีเรื่องไม่สบายใจอย่างอื่นอีก เหมือนเธอกำลังพยายามทำให้ตัวเองดูไม่เป็นอะไร “เรียกฉันมาเพราะอยากระบายใช่มั้ย...วันนี้พูดมาให้หมดเลยก็ดีนะ เผื่อว่าข้างในมันจะได้เบาขึ้นมาบ้าง”

“ไม่รู้จะพูดอะไรน่ะสิ เรื่องมัน...เยอะไปหมดเลย”

“งั้นก็เล่ามาเรื่อยๆ ฉันมีเวลาฟังเธอทั้งคืน”

อันเป่าอ้ายมองหน้าชายหนุ่มแบบที่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ “แล้วนายไม่ไปทำงานต่อหรือไง”

“ฉันทำงานติดกันมาตั้งหลายวันยังไม่ได้พักเลย โดดงานมาดื่มเป็นเพื่อนเธอก็ไม่เลวเหมือนกัน” เขายกแก้วจิบทีละนิดแล้วมองมายังเพื่อนสมัยเด็กของเขา “ว่ามาสิ ฉันฟังอยู่”

อันเป่าอ้ายเริ่มสาธยายปัญหาที่เธอเจอแล้วไม่รู้ว่าจะจัดการมันอย่างไรดี ตั้งแต่เรื่องใหญ่อย่างสปอนเซอร์ที่ถอนออกไป ทำให้บริษัทและชื่อเสียงของเธอยิ่งเสียหายเข้าไปอีก จนถึงปัญหาเล็กๆ อย่างการทำงานบ้านที่เดินผ่านโต๊ะทีไร เธอก็เดินเตะขาโต๊ะทุกที

“เดี๋ยวนะ...ขาโต๊ะก็นับเป็นปัญหาของเธอเหรอ”

“นายไม่เคยเดินเตะขาโต๊ะหรือไง มันเจ็บมากจนยืนไม่ไหวเลยนะ ฉันเคยได้ยินว่ามีคนเดินเตะจนกระดูกหักเข้าเฝือกด้วย ถ้าหากวันหนึ่งฉันเป็นแบบนั้นขึ้นมา ฉันจะไปทำงานของฉันได้รึเปล่าล่ะ”

อันเป่าอ้ายเล่าไปกระดกแก้วไปจนพนักงานต้องมาทำความสะอาด เก็บแก้วไปแล้วหนึ่งรอบ นักแสดงสาวคนนี้ก็ยังสั่งมาและดื่มไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหรือเมาด้วยซ้ำ ขณะที่เสี่ยนเจียนหลิวยังอยู่แก้วแรก

“ถ้าอย่างนั้นเธอก็เปลี่ยนโต๊ะเป็นแบบขาเดียวตรงกลางด้านใน หรือไม่ก็แบบโต๊ะลอยติดกับผนังไปเลยสิ จะได้ไม่เดินเตะขาโต๊ะ”

“นั่นสิ! ทำไมฉันคิดไม่ได้นะ” อันเป่าอ้ายหยิบมือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์สิ่งที่เสี่ยนเจียนหลิวเพื่อแนะนำเมื่อสักครู่ พอเธอหลับแล้วตื่นขึ้นมากลัวตัวเองจะลืม

“เธอดื่มไปขนาดนั้นแล้วไม่รู้สึกมึนหรือเวียนหัว หรืออยากจะอ้วกบ้างเลยเหรอ”

“ไม่นี่” อันเป่าอ้ายยังคงพิมพ์ข้อความไว้บนมือถืออย่างคล่องแคล่ว “เพราะฉันดื่มบ่อยล่ะมั้งเลยรู้สึกไม่ค่อยเมาเท่าไหร่ คิดไม่ถึงล่ะสิว่าฉันจะคอแข็งแบบนี้”

“ก็แหงสิ ตอนเด็กๆ แค่กินนมวันละกล่อง เธอก็ทำหน้ามุ่ยแล้ว”

“ตอนนั้นมันไม่อร่อยนี่ แถมนมยังกลิ่นแรงด้วย ฉันก็เลยไม่ค่อยชอบ” อันเป่าอ้ายนึกอะไรบางอย่างที่สนุกๆ ออก ตอนนี้เธอรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้นอยู่ แต่ก็คิดว่ามันคงอยู่ได้ไม่นานแน่ หลังจากที่เธอตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ เธอคงจะเจออะไรแบบเดิมๆ อีก “ไหนๆ เราก็มาที่นี่กันแล้ว มาดวลกันแก้วต่อแก้วมั้ย ใครน็อคก่อน คนนั้นจ่าย”

“แน่ใจนะที่ท้ากันแบบนี้”

“ไม่แน่จริง ฉันไม่ท้าหรอกน่า”

 

อันเป่าอ้ายถึงกับคอพับคออ่อนจนเดินขาไขว้เป็นเลขแปดส่งผลให้เธอไม่สามารถขับรถของตัวเองกลับได้ คนที่นั่งรถประจำทางมาอย่างเสี่ยนเจียนหลิวเลยต้องเป็นคนที่ขับรถเธอพาไปส่งให้ถึงที่พัก

เขาประคองเธอให้เข้าไปในรถนั่งฝั่งข้างคนขับดีๆ ดึงเข็มขัดมาคาดให้เรียบร้อย เขาเห็นว่าเบาะด้านหลังมีเสื้อของเธอแขวนไว้อยู่หลายตัวเลยหยิบมาคลุมร่างกายเอาไว้ให้ก่อน อันเป่าอ้ายสวมเสื้อแขนกุด ถ้าโดนอากาศเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศนานๆ เข้า เป็นหวัดขึ้นมาไปทำงานไม่ได้ เดี๋ยวจะโวยวายทีหลังอีก

เสี่ยนเจียนหลิวขับมาจอดที่ลานจอดรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตำแหน่งที่หญิงจะจอดรถเป้นประจำกับเขา พอเขาขับมาจอดก็เห็นว่ามีลิฟต์โดยสารที่สามารถใช้เพื่อขึ้นไปยังห้องพักด้านบนได้เลย ไม่จำเป็นต้องเดินผ่านล็อบบี้ด้านหน้าก็ได้

“เป่าอ้าย...”

“ฮึก!” เสี่ยนเจียนหลิวถึงชะงักไปเลย ที่อยู่ๆ เธอก็ร้องไห้ออกมาทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่อย่างนั้น น้ำตาไหลออกหางตาทั้งสองข้างอย่างต่อเนื่อง อันเป่าอ้ายไม่ได้ลืมตาหรือพูดอะไรต่อทั้งนั้น เธอแค่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น เธอร้องหนักมากขึ้นเรื่อยๆ จนตื่นขึ้นมาเอง

อันเป่าอ้ายมองไปรอบตัว เธอไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหนแล้วทำอะไรลงไปบ้างระหว่างที่หลับ เธอฝันว่าทุกคนที่เธอรู้จักทอดทิ้งเธอเพียงเพราะเรื่องที่เกิดขึ้น มันคือสิ่งที่เธอกลัวที่สุดว่าจะเกิดขึ้น ในฝันเธอร้องไห้ออกมา อันเป่าอ้ายรู้สึกเหนียวที่ใบหน้า พอจับดูแล้วมีน้ำตาเธอติดมือมาด้วย

เธอร้องไห้ออกมาจริงๆ เหรอเนี่ย

“สบายใจขึ้นแล้วล่ะสิ” เสี่ยนเจียนหลิวที่นั่งมองอยู่เงียบๆ พูดขึ้นมา คนที่เพิ่งตื่นเลยรีบใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำตาออก เธอรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ร้องไห้แล้วน่าเกลียดมาก

จะให้ใครเห็นใบหน้าตอนร้องไห้ไม่ได้!

“...”

“ร้องออกมาบ้างมันก็ดีนะ”

“...”

เสี่ยนเจียนหลิวหยิบปลายแขนเสื้อที่คลุมตัวเธอขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาให้ตรงที่เลอะผสมกับเครื่องสำอางของเธอ “อดทนได้มาถึงตอนนี้ เก่งมากแล้วล่ะ หลังจากนี้อะไรๆ มันก็จะดีขึ้นเอง”

“มันจะดีขึ้นจริงๆ งั้นเหรอ?” อันเป่าอ้ายถามกลับ

“บอกว่าดีก็ดีสิ คำพูดของฉันเชื่อถือได้นะ”

ความคิดเห็น