email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 ประตูที่ถูกเปิดไว้

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 ประตูที่ถูกเปิดไว้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2564 17:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 ประตูที่ถูกเปิดไว้
แบบอักษร

ตอนที่ 11 ประตูที่ถูกเปิดไว้ 

 

1 ชั่วโมงหลังจากที่เว่ยเชียนเฉินและหมิงจวงจากไป เฉินอันหลานจึงตัดสินใจที่จะเอนหลังพักผ่อนบนดาดฟ้าเรือสักครู่ แต่แล้วเขากลับต้องถูกปลุกขึ้นมาด้วยเสียงเครื่องยนต์ของเรือสปีดโบ้ทลำหนึ่งที่แล่นฉิวตัดผ่านสายน้ำตรงเข้ามาหาเรือวิกตอเรีย ไม่นานเรือลำนั้นก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอยู่บริเวณด้านข้างของเรือวิกตอเรีย กัปตันเรือรวมทั้งพนักงานบนเรือหลายคนต่างรีบร้อนวิ่งขึ้นไปต้อนรับผู้มาเยือนบนดาดฟ้าโดยทันที ตอนแรกเฉินอันหลานคิดว่ามีบุคคลที่ไม่ธรรมดาอะไรนั่นมาเยือนอีกแล้ว แต่เมื่อเห็นคนในเรือสปีดโบ้ทที่ถูกรับขึ้นเรือใหญ่มา เขากลับต้องเปลี่ยนความคิดอย่างกะทันหันเพราะผู้ที่นำทีมก้าวขึ้นเรือมาคือเจียงหยาง  

เฉินอันหลานจ้องมองไปทางหัวหน้าของเขา ในขณะที่เจียงหยางเองก็สังเกตเห็นเฉินอันหลานเช่นเดียวกัน ทั้งคู่สบตาอย่างรู้กัน จากนั้นเจียงหยางก็เดินเข้าไปภายในชั้นโดยสารของเรือโดยมีกัปตันเป็นผู้นำทาง ดูเหมือนจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นจริงๆ  

เฉินอันหลานรีบคว้าตัวพนักงานที่กำลังจะเดินตามเข้าไปมาสอบถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทันที 

“คนที่ขึ้นมาเมื่อสักครู่คือใครครับ?” 

“คือ.........” 

“พวกเขาจะไม่กระทบต่อความปลอดภัยของคนบนเรือใช่ไหมครับ?” 

เมื่อได้ยินเฉินอันหลานพูดแบบนี้ พนักงานจึงรีบโบกมือทันที จากนั้นจึงกวาดสายตาไปรอบๆ และเมื่อเห็นว่าคนบนดาดฟ้าลดน้อยลงไปพอสมควรแล้ว เขาจึงยื่นหน้าเข้ามาแล้วกระซิบบางอย่างกับเฉินอันหลาน 

“มีแขกเกิดอุบัติเหตุเมื่อคืนครับ กัปตันเลยติดต่อไปยังตำรวจในท้องที่ให้พวกเขารีบเข้ามาตรวจสอบ ที่คุณเฉินเห็นเมื่อสักครู่นี้คือตำรวจในท้องที่ครับ” 

คนที่อยู่บนเรือล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลสำคัญทั้งสิ้น ถ้าเป็นเรื่องทั่วไปไม่มีทางที่ตำรวจท้องที่จะมายุ่งเกี่ยวด้วยแน่นอน เว้นเสียแต่ว่า... 

“คนที่เกิดอุบัติเหตุเป็นใครครับ?” 

“คุณเฉิน กัปตันบอกว่าไม่อนุญาตให้เปิดเผยเรื่องนี้ครับ” 

"งั้นผมเดาว่าคุณคงไม่อยากให้คนบนเรือรู้ว่ามีคนตายบนเรือใช่ไหมครับ" 

พนักงานที่ได้ยินอย่างนั้นก็เบิกตากว้างทำหน้าตื่นตกใจขึ้นมาทันที เมื่อเห็นเฉินอันหลานต้องการที่จะรู้ให้ได้ พนักงานคนนั้นจึงไม่สามารถปิดบังต่อไปได้อีก เขาก้มหน้าลงและพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิม 

“เป็นคุณชายของตระกูลเวลฟ์ครับ” 

ตระกูลเวลฟ์ 

เครือข่ายของตระกูลเอสเต? 

เฉินอันหลานรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาในทันที ดูเหมือนว่าที่นี่จะต้องเกิดเรื่องขึ้นอีกเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน... 

“คุณเฉินครับ คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” 

“ไม่เป็นไร ขอบคุณครับ” 

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” 

เฉินอันหลานพยักหน้า 

พนักงานคนนั้นโค้งศีรษะให้กับเฉินอันหลาน จากนั้นจึงรีบวิ่งขึ้นไปบนชั้นโดยสารทันที 

คนที่เจียงหยางพาขึ้นเรือมานั้นมีจำนวนไม่เยอะ แต่ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นในสถานที่ใหญ่ อย่างไรก็ไม่มีทางปกปิดข่าวคดีฆาตกรรมครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นคนบนเรือลำนี้ล้วนแล้วแต่เป็นพวกผู้มีอิทธิพลที่มีอำนาจเงินล้นมือด้วยกันทั้งนั้น การจะหาข่าวสักข่าวย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสำหรับพวกเขา แต่ดูเหมือนว่าชีวิตของโอเมก้าคนหนึ่งจะมีค่าน้อยกว่าแก้วแชมเปญที่อยู่ในมือของพวกเขาเสียอีก แม้จะรู้ว่ามีชีวิตของคนคนหนึ่งจากโลกใบนี้ไป แต่ในเมื่อนั่นไม่ใช่เรื่องของตน คนเหล่านี้ก็ยังคงลอยหน้าลอยตาและสังสรรค์รื่นเริงกันได้อย่างเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เจียงหยางก็ส่งเรื่องเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นให้กับเฉินอันหลานผ่านกล้องสอดแนมตัวเล็กที่เขาพกมาด้วย เฉินอันหลานเรียกพนักงานมาเก็บโต๊ะ ส่วนตัวเองก็ลงจากดาดฟ้าและตรงไปยังห้องพักอย่างเร่งรีบ 

เมื่อปิดประตูห้องและตรวจเช็คความเรียบร้อยแล้ว เฉินอันหลานจึงนำภาพที่ได้รับมาจากเจียงหยางฉายลงบนกำแพงที่ว่างเปล่า เมื่อหน้าจอขยายใหญ่ขึ้น เหตุการณ์ฆาตกรรมก็ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเฉินอันหลาน  

ผู้ตายคือคุณชายตระกูลสูงศักดิ์ตระกูลหนึ่ง ลักษณะทางกายภาพของเขาเป็นโอเมก้าเลือดบริสุทธิ์ ก่อนตายเขากำลังมีอะไรกับอัลฟ่าคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะกำลังอยู่ในสภาวะฮีทอย่างบ้าคลั่ง ผู้ตายจึงยังคงแสดงสีหน้ามีความสุขก่อนตาย... 

เดี๋ยวนะ 

เฉินอันหลานรีบโทรศัพท์หาเจียงหยางทันทีที่นึกอะไรขึ้นได้ เขาขอให้เจียงหยางถ่ายรูปประตูห้องส่งมาให้ เจียงหยางไม่รอช้าเดินออกไปด้านนอกห้อง จากนั้นก็ถ่ายรูปลักษณะทางเดินรวมถึงหมายเลขห้องทั้งหมดส่งไปทางกล้องสอดแนมให้เฉินอันหลาน ด้านเฉินอันหลานที่เห็นภาพที่ถูกส่งมาก็เบิกตากว้าง 

นั่นเป็นระเบียงทางเดินชั้นดีลักซ์ที่เขาเดินผ่านเมื่อคืน และเป็นห้องที่เขาได้กลิ่นฟีโรโมนหอมหวานของโอเมก้าฟุ้งออกมา แต่เพราะในตอนนั้นเขาไม่อยากสนใจเรื่องของคนอื่น และคิดแต่เรื่องการค้นหาที่อยู่ของเวลส์ เขาจึงไม่ได้อยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่นัก 

นึกไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นแบบนี้ 

เฉินอันหลานรีบติดต่อกลับไปหาเจียงหยางทันที 

“เมื่อคืนผมเดินผ่านประตูห้องนี้ ในนั้นนอกจากฟีโรโมนที่แพร่กระจายออกมาจากตัวผู้ตายแล้ว ผมยังได้กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าที่มีอะไรกับเขาด้วย” 

(นายแน่ใจนะ?) 

“แต่บนเรือมีแต่บุคคลสำคัญทั้งนั้น พวกเขาไม่มีทางยอมให้ตำรวจแฝงตัวเข้าไปตรวจสอบแน่” 

(งั้นก็ปิดคดีไม่ได้น่ะสิ?) 

“ทางเดียวตอนนี้คงได้แค่รอสินะ รอให้อัลฟ่าคนนั้นปรากฏตัวขึ้นมาเอง” 

(แต่ถ้าเขาไม่ได้มีอะไรกับโอเมก้าคนอื่น หรือว่าซ่อนฟีโรโมนของตัวเองเอาไว้จนเราหาไม่เจอล่ะ?) 

“งั้นก็...โชคดีนะครับหัวหน้า” 

(อะไรนะ? นายจะไม่ช่วยเหรอ? ฮัลโหล ฮัลโหล ฮัลหละ...) 

ไม่รอให้อีกฝ่ายประท้วงจนจบ เฉินอันหลานก็ตัดสายไปในทันที 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากภายนอกห้อง เฉินอันหลานรีบปิดหน้าจอฉายภาพนั้นลง จากนั้นก็จัดชุดสูทให้เรียบร้อยและเดินออกไปเปิดประตู 

เมื่อประตูถูกเปิดออกเขาก็พบว่าเป็นพนักงานนำอาหารเที่ยงมาเสิร์ฟ 

เฉินอันหลานเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างเพื่อให้พนักงานนำอาหารเข้ามาวางในห้อง ในตอนนั้นเองที่เขาชำเลืองไปเห็นประตูห้องของคุณชายตระกูลเอสเตคนนั้นเปิดอยู่โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เขาไม่เห็นใครเข้าหรือออกจากห้องนั้น เหมือนพวกเขาลืมปิดประตูก่อนออกจากห้องไป  

“คุณเฉิน อาหารเที่ยงของคุณพร้อมแล้วครับ หากต้องการอะไรเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราได้ทันทีนะครับ” 

“ขอบคุณครับ” 

เมื่อส่งพนักงานเรียบร้อยแล้ว เฉินอันหลานก็ไม่วายมองไปทางห้องที่เปิดอยู่อีกครั้ง แม้จะมีความสงสัยปรากฏขึ้นในใจมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องของชาวบ้านเท่าใดนัก เฉินอันหลานจึงตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในห้องและจัดการอาหารกลางวันของตัวเองให้เรียบร้อย แต่หลังจากทานเสร็จและเรียกพนักงานให้มาเก็บจานไป เฉินอันหลานก็ยังคงเห็นประตูห้องนั้นเปิดไว้อยู่  

เฉินอันหลานรู้สึกแปลกใจมากทีเดียว ตั้งแต่ที่คุณชายตระกูลเอสเตขึ้นเรือมาเมื่อคืน ประตูห้องของเขาก็มักจะปิดสนิทอยู่เสมอ แต่วันนี้กลับแง้มไว้แบบนี้ เขาไม่กลัวว่าจะมีคนอื่นเข้าไปข้างในหรือไงกัน ส่วนผู้ติดตามสองของโอดินก็ดูเป็นพวกแปลกๆไม่แพ้เจ้านายของพวกเขา หลังจากเห็นหน้าเมื่อเช้าเฉินอันหลานก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของทั้งคู่อีกเลย เขาคิดว่าเว่ยเชียนเฉินจะต้องมาวุ่นวายกับเขาอีกแน่นอน แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะเงียบมากขนาดนี้... 

เป็นเจ้านายและลูกน้องที่แปลกมากจริง ๆ  

เดิมทีเฉินอันหลานเองก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาหลังเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นแบบนี้ด้วยแล้ว ดังนั้นเฉินอันหลานจึงกลับเข้าไปในห้องของตัวเองและนอนพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวออกไปหาเบาะแสอีกครั้งคืนนี้หลังจากงานเลี้ยงเริ่มขึ้น  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว