email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 เรื่องที่น่าเบื่อหน่าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 เรื่องที่น่าเบื่อหน่าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2564 18:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 เรื่องที่น่าเบื่อหน่าย
แบบอักษร

ตอนที่ 4 เรื่องที่น่าเบื่อหน่าย 

 

มยิจีนา (Myitkyina)

เมืองหลวงของรัฐคะฉิ่นทางตอนเหนือของประเทศเมียนมาร์

 รถออฟโรดสีดำหลายคันกำลังขับเคลื่อนอยู่บนถนนสติลเวลล์ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวบนเทือกเขาสูง เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ฐานลับใจกลางหุบเขาที่ครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่ เวลาล่วงเลยไปนานเท่าใดไม่อาจทราบ จนกระทั่งรถทั้งหมดทยอยขับเข้ามาในฐานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทหารชาวเมียนมาร์ที่ยืนประจำการอยู่บนหอสังเกตการณ์ก็เป่าแตรเสียงดังเป็นสัญญาณว่ามีแขกที่คุ้นเคยมาเยือนยังฐานแห่งนี้และเป็นการบอกทหารยามด้านหน้าให้ปล่อยขบวนรถเหล่านั้นเข้ามา

ใช้เวลาไม่นานรถทั้งหมดก็เข้ามายังฐานที่มีการเพาะปลูกยาเสพติดซึ่งครอบครองพื้นที่หลายหมื่นเฮกตาร์ ในพื้นที่โล่งกว้างห่างออกไปไม่ไกลนักมีกองกำลังติดอาวุธชาวเมียนมาร์จำนวนหนึ่งกำลังรออยู่ ในมือของทหารแต่ละคนถืออาวุธปืนหนักคอยคุ้มกันและรอต้อนรับแขกผู้มาเยือน

ทันทีที่รถออฟโรดทุกคันจอดสนิทบนพื้นที่ว่างเปล่าแห่งนั้นแล้ว บอดี้การ์ดชุดดำหลายคนต่างทยอยกันลงมาจากรถคันด้านหลังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแยกกันไปตั้งแถวเรียงรายอยู่ข้างรถที่จอดอยู่เป็นคันที่สอง และในเวลาเดียวกันนั้นคนที่อยู่ภายในรถคันแรกก็ลงมาพร้อมปากกระบอกปืนที่เล็งไปทางด้านหน้าของตัวรถ เพื่อเว้นระยะห่างจากพวกทหารอาวุธครบมือเหล่านั้นและป้องกันไม่ให้พวกเขาเข้าใกล้นายเหนือหัวของตน

สักพักใหญ่ ประตูรถคันที่สองก็ถูกเปิดออก บอดี้การ์ดชุดดำที่ยืนประจำตำแหน่งอยู่ด้านข้างต่างก้มศีรษะลงด้วยความยำเกรง ไม่มีใครกล้ามองหน้าชายที่อยู่ภายในรถโดยตรง

“Welcome” ผู้เป็นหัวหน้าของกองกำลังติดอาวุธนั้นกางแขนทั้งสองออกแสดงการต้อนรับ 

“My dear friend ,Odin” 

ชายที่ถูกเรียกว่า ‘โอดิน’ นั้นยังคงนั่งนิ่งอยู่ภายในรถ แววตาคมกล้าภายในดวงตาสีดำสนิทดุจท้องฟ้ายามรัตติกาลคู่นั้นเต็มไปด้วยความอันตราย 

เมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบสนองที่ไร้มารยาทของฝ่ายตรงข้าม สีหน้าของ ‘ดานุ’ ถึงกับกระตุกไปหนึ่งทีด้วยโทสะที่แทบจะกลั้นไว้ไม่อยู่ 

“พ่อ ให้ผมสั่งสอนไอ้หมอนั่นสักหน่อยมั้ยครับ” เป็น ‘อังชา’ ลูกชายของดานุที่กล่าวขึ้นพร้อมกับหยิบปืนขึ้นมาถือไว้ในมือแน่น

ดานุยกมือขึ้นขวางลูกชายของตนไว้ แล้วส่ายหน้าไปมา

เห็นดังนั้นอังชาจึงได้แต่ถอยไปอยู่อยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าไม่พอใจ จากนั้นก็จ้องเขม็งไปทางรถคันนั้นด้วยดวงตาวาวโรจน์

“โอดิน ทุกคนก็เป็นเพื่อนเก่ากันทั้งนั้น ไว้หน้ากันหน่อยนะ” 

“อยากได้ของอะไรก็บอกมาได้เลย เห็นแก่หน้าเพื่อนเก่า เรื่องราคาเราต่อรองกันได้เสมอ” 

จบประโยคนั้นของดานุ ความเงียบงันก็ปรากฏขึ้นภายในรถ แขกผู้มาเยือนยังคงไม่เอ่ยปากตอบอะไรกลับมา

ใบหน้าของดานุมืดครึ้มลงทันที ก่อนที่เขาจะกวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อประเมินกำลังคนที่อีกฝ่ายพามาด้วยอย่างช้าๆ จากนั้นจึงหันไปกล่าวกับชายที่อยู่ในรถอีกครั้ง

“โอดิน ฉันรู้ว่าก่อนหน้านั้นเป็นฉันเองที่ผิดคำพูด ยาเสพติด 3 ตันที่ตกลงกันไว้ ฉันเป็นคนขายมันให้กับเวลส์เอง แต่บางเรื่องก็ต้องยอมรับนะ ว่าราคาที่เวลส์ให้สูงกว่านายถึงสามเท่าและฉันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ขายให้กับเขา”

“เวลส์” ชายที่นั่งอยู่ในรถเอ่ยปากขึ้นมาอย่างกะทันหัน น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กล่าวออกมา ทำให้ทุกคนในที่นั้นพลันเกิดความรู้สึกกดดันขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า 

“ส่งไปที่ไหน?”

ตัวดานุเองนั้นแม้จะเคยติดต่อค้าขายและได้พบปะกับชายหนุ่มภายในรถคันนั้นอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งตัวเขายังมีอายุห่างจากคนตรงหน้าหลายรอบ แต่เขากลับมิวายถูกชายหนุ่มรุ่นลูกคนนี้กดข่มอยู่ร่ำไป และทุกครั้งที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้มันทำให้เขารู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นเพียงมดปลวกที่สามารถถูกบดขยี้ให้ตายได้อย่างง่ายดาย

การกดข่มโดยธรรมชาติของอัลฟ่า...โดยเฉพาะอัลฟ่าตระกูลเอสเตด้วยแล้ว ตระกูลที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งอัลฟ่าตั้งแต่กำเนิด

แต่ถึงจะเป็นราชาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ดานุไม่สามารถบอกข้อมูลของลูกค้าได้ เขาเกิดความลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไป

“ต้องขอโทษด้วย แต่นี่เป็นความลับของลูกค้า ฉันไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใด ๆ ได้”

“งั้นฉันจะถามอีกครั้ง เวลล์ส่งของไปที่ไหน?”

“โอดิน เรื่องนี้ฉันไม่สามารถเปิดเผยได้”

“คนที่คิดต่อต้านฉัน จุดจบของมันเป็นยังไง นายรู้ดีที่สุด ดานุ” 

เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตระกูลเอสเตคนนี้ไม่คิดไว้หน้าเขาอีกแล้ว ดานุจึงกล่าวออกไปด้วยความเดือดดาล

“ฉันผิดเองที่ไม่ได้ส่งของให้นายภายในเวลาที่กำหนด แต่นายอย่าลืมนะว่าของนั่นเป็นของฉัน และฉันจะขายมันให้กับใครก็ได้ ไม่มีใครมีสิทธิ์มาก้าวก่ายทั้งนั้น รวมทั้งนายด้วย โอดิน!”

ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ จากนั้นเสียงของคนที่อยู่ภายในรถก็ดังขึ้น

“งั้นก็ช่วยไม่ได้”

จบประโยคนั้นคนของทั้งสองฝ่ายต่างยกอาวุธปืนในมือขึ้นเพื่อเตรียมเอาชีวิตของอีกฝ่ายโดยทันทีแต่แล้วชั่วระยะเวลาเพียงเสี้ยวลมหายใจที่ทุกคนกำลังคิดไตร่ตรองอยู่นั้น ดานุและอังชาลูกชายของเขาที่หลบซ่อนอยู่กลางหน่วยทหารติดอาวุธนั้นพลันถูกมือปริศนาดึงออกมาจากที่ซ่อนอย่างคาดไม่ถึง ก่อนที่จะผลักทั้งสองไปกระแทกกับข้างประตูรถอย่างแรง ในตอนที่ดานุและหน่วยทหารติดอาวุธของเขายังคงสับสนมึนงงและไม่ทันตั้งตัวอยู่นั้นพลันปรากฏร่างเงาของคนสองคนร่วงลงมาบนพื้นอย่างรวดเร็ว เจ้าของร่างทั้งสองคนนั้นเป็นชายหนุ่มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก เพียงแต่คนหนึ่งสวมชุดสีขาวล้วนทั้งตัว ส่วนอีกคนสวมชุดหนังสีดำรัดกุม

หน่วยทหารของดานุพลันได้สติ แต่ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจเหนี่ยวไกเพื่อปลิดชีวิตของบุรุษทั้งสองนั้น พวกเขากลับต้องหยุดชะงักในทันทีที่สังเกตเห็นปลายกระบอกปืนจากชายชุดดำจ่ออยู่ที่ขมับของดานุผู้เป็นหัวหน้า

“แก พวกแกเป็นใครกัน!?” ดานุที่ต้องการปกป้องลูกชายของตนตัดสินใจคุกเข่าลงบนพื้นอย่างช้าๆ พร้อมกับลอบสังเกตคนทั้งสองที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันด้วยความหวาดเกรงและระแวดระวัง

“หมิงจวง”

“เว่ยเชียนเฉิน”

ชายชุดขาวและชุดดำพูดขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“อะ อะไรนะ?” ดานุไม่เข้าใจ

“น่าเบื่อจริง” เว่ยเชียนเฉินที่สวมชุดหนังสีดำยื่นมือออกมาคว้าคอเสื้อของอังชาขึ้นมาจากพื้น กวาดสายตาพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วโยนร่างนั้นลงไปบนพื้นราวกับขยะเปียกชิ้นหนึ่ง

“ก็แค่อัลฟ่าเศษสวะคนหนึ่ง กล้ามายุ่งกับนายน้อยของเรา ไม่เจียมตัวเลยจริง ๆ หมิงจวง ไอ้ขยะนี่ฉันยกให้นาย”

หมิงจวงที่สวมใส่ชุดสีขาวทั้งตัวใช้มีดแทงลงไปบนหัวใจของอังชาโดยไม่พูดไม่จา เขาแทงมีดลงไปจนมิดด้ามก่อนจะบิดมันอย่างรวดเร็ว ร่างของอังชาเกร็งกระตุกอยู่พักหนึ่งก่อนจะแน่นิ่งไปและสิ้นใจตายยังที่ตรงนั้นโดยที่ไม่มีโอกาสได้รู้ตัวว่าศัตรูเข้าใกล้และลงมือกับตนตั้งแต่ตอนไหน

พริบตานั้นบรรยากาศพลันเปลี่ยนเป็นกดดันขึ้นมาในทันที ทหารของดานุเริ่มหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตรงหน้า 

ทันทีที่เห็นลูกชายสุดที่รักตายลงต่อหน้าต่อตา ดานุจึงตัดสินใจยกปืนขึ้นมายิงหมิงจวงเพื่อระบายความเจ็บปวดและความคั่งแค้นในจิตใจของตน และวินาทีที่เขาลั่นไกปืนออกมานั้น กระสุนที่ไม่รู้ว่าพุ่งออกมาจากไหนก็ทะลุหว่างคิ้วของเขาไปในทันที ดานุเบิกตากว้างด้วยความตกใจ 

ตึง!

ร่างของดานุล้มลงไปบนพื้นและตายลงในที่สุด

“ไอ้เศษสวะ” เว่ยเชียนเฉินชำเลืองมองร่างนั้นด้วยสายตาเย็นชา เขาโยนปืนในมือทิ้งแล้วเดินไปขึ้นรถที่สตาร์ทไว้ ก่อนจะก้มศีรษะลงให้กับชายที่อยู่ในรถด้วยความเคารพ 

“นายน้อย เศษสวะน่ารังเกียจสองคนนั้นถูกจัดการเรียบร้อยแล้วครับ เอายังไงกับคนที่เหลือดีครับ”

จบคำของเว่ยเชียนเฉินเหล่าทหารทั้งหมดที่อยู่ตรงนั้นต่างคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อร้องขอชีวิต ชายสองคนตรงหน้าของพวกเขานี้ไม่ต่างอะไรกับมัจจุราชที่กำลังจะมาพรากเอาชีวิตไป

 “ฆ่าทิ้งให้หมด” น้ำเสียงอันแสนหนักแน่นดุจขุนเขาดังก้องในจิตใจของทุกคน 

เว่ยเชียนเฉินโค้งตัวลงเพื่อรับคำสั่งของผู้เป็นนาย จากนั้นเขาก็มองไปทางหมิงจวง ก่อนจะยกยิ้มด้วยท่างทางสบายๆ

“เสี่ยวหมิงหมิง ในที่สุดเราก็มีงานที่ต้องทำอีกแล้ว”

หมิงจวงกลอกตามองไปทางเว่ยเชียนเฉิน จากนั้นก็ก้มลงไปดึงมีดที่ปักอยู่กลางอกของอังชาและเริ่มลงมือเข่นฆ่าศัตรูอย่างโหดเหี้ยม

“เหลือให้ฉันด้วย”

“นายช้าเอง”

“ขี้เหนียว!”

เว่ยเชียนเฉินยิ้มออกมา จากนั้นก็ลงไปเข้าร่วมกับสงครามนองเลือดในครั้งนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เลือดของพวกเขา

ชายที่อยู่ภายในรถหลับตาลงท่ามกลางเสียงคร่ำครวญโหยหวนที่ดังอยู่ด้านนอก เขาเอนตัวลงกับเบาะรถและฟังเสียงนั้นด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว