email-icon facebook-icon

สวัสดีค่ะ บุษบาไพลิน หรือไรท์บุษ นะคะ ฝากติดตามผลงานด้วยค่า ^0^

ตอนที่ 3 บุคคลสาธารณะ (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 บุคคลสาธารณะ (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 167

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2564 14:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 บุคคลสาธารณะ (2/2)
แบบอักษร

ไอร้อนจากหม้อชาบูที่อยู่กลางห้องลอยขึ้นมาทันทีที่เปิดฝาออก ลั่วมู่เฝิงรีบแย่งเนื้อกับช่วงเหยียนเหยียนทันที ขณะที่อีกสองสาวนั่งมองทั้งสองคนพร้อมกับหยิบมือถือมาถ่ายคลิปความวุ่นวายของทั้งสองสาวเอาไว้ นานๆ ทีจะรวมตัวกันได้ มีเรื่องให้คุยเยอะแยะไปหมด

“ทีมสไตล์ลิสส่งชุดมาให้ฉันเลือกว่าอยากได้ชุดไหน” หลินฉีหยิบแท็บเล็ตมาเปิดภาพชุดแต่งงานที่ออกแบบเสร็จซึ่งเป็นภาพวาดมาให้เธอ หญิงสาวตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกชุดไหนดี เพราะทุกชุดดูสวยแตกต่างกันไปหมด จึงคิดว่าเพื่อนเจ้าสาวทั้งสามคนนี้น่าจะช่วยเธอตัดสินใจได้

“แล้วมีในใจไว้มั้ย ที่เธอชอบเป็นพิเศษน่ะ” อันเป่าอ้ายวางถ้วยกับตะเกียบไว้บนโต๊ะเมื่ออีกฝ่ายถามความเห็น

“มีชุดเกาะอกสีขาวปักลายนกกระเรียนตัวเสื้อด้านบนนี้มีหางปลาตัวนี้ กับชุดเปิดไหล่สีครีมที่มีกลิตเตอร์เป็นประกาย มีผ้าคลุมเป็นผ้าแก้วยาวลากพื้น” หลินฉีลุกขึ้นยืนให้เพื่อนที่นั่งฝั่งตรงข้ามได้ดูด้วย “คิดว่าชุดไหนฉันใส่แล้วสวยและเหมาะกับฉันที่สุด”

“ฉันชอบสีครีมนะ สถานที่ที่จัดเป็นโบสถ์ด้วย ถ้าเลือกสีขาวแล้วฉันกลัวมันจะถ่ายรูปออกมาไม่ค่อยสวย” ช่วงเหยียนเหยียนเงยหน้าขึ้นมามองเพียงแวบเดียวก็เลือกให้เพื่อนทันที

“อีกอย่างชุดสีขาวมันทำให้รูปร่างดูสั้นลงด้วย” ว่าที่ประธานนิตยสารแฟชั่นชื่อดังเริ่มวิเคราะห์จากสิ่งที่เห็น แล้วกว่าจะถึงตอนนั้นหลานของฉันก็จะโตขึ้นมากกว่านี้ ชุดสีขาวมันจะรัดทำให้คุณแม่อย่างเธออึดอัด หายใจลำบากด้วย เป่าอ้ายว่ายังไง”

อันเป่าอ้ายยกนิ้วโป้งให้ เธอเห็นด้วยกับที่เพื่อนว่า หลินฉีจึงนั่งลงเหมือนเดิมแล้วส่งข้อความบอกความต้องการของตัวเองให้กับหัวหน้าทีมได้เริ่มจัดการเตรียมงานได้เลย “เหยียนเหยียน หิวมาจากไหนเนี่ย? กินไม่มีวางตะเกียบเลย”

“ฉันไม่ได้กินเนื้อมาเป็นอาทิตย์แล้ว แล้ววันนี้ได้กินของโปรดด้วย มันหยุดคีบไม่ได้” นักแสดงสาวผมสีอ่อนที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวยังคงใช้ตะเกียบคีบเนื้อและผักในหม้ออย่างต่อเนื่อง “อีกอย่างนะเสี่ยวอ้าย...เธอก็กินได้ไม่เยอะ มู่เฝิงก็อิ่มเนื้อแล้ว ส่วนฉีฉีก็อิ่มนานแล้ว รอล้างถ้วยล้างหม้อแล้วเนี่ย”

“ฉันไม่ได้อิ่ม แต่ฉันคุมน้ำหนักอยู่ ช่วงนี้ฉันยังต้องทำงานอยู่นะจ๊ะ” หลินฉีแก้ต่างให้ตัวเองทันที

“อ้าว! ฉันนึกว่าเธอพักงานไปแล้วซะอีก พอรู้ตัวว่าตัวเอง…”

“ตอนแรกก็คิดนะว่าจะพักไปเลยดีมั้ย แต่ถ้าอยู่ว่างๆ ที่ห้องเป็นเดือนๆ มันก็...น่าเบื่ออะ”

“แล้วดีแลน...เขาคิดว่ายังไง” ลั่วมู่เฝิงถามถึงว่าที่สามีในอนาคตอันใกล้ของหลินฉี เธอเคยได้สัมภาษณ์เขาอยู่ไม่กี่ครั้ง ก่อนจะรู้ว่าเขาเป็นคนรักของเพื่อน ทัศนคติและการวางตัวแม้เขาจะเป็นคนที่ไม่จำเป็นต้องสนใจคนอื่นก็ตาม ในความคิดของลั่วมู่เฝิง เขาเป็นผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ดีและเป็นสไตล์ที่ผู้หญิงทุกคนต้องชอบโดยพื้นฐานอยู่แล้ว

“เขาก็ให้ยกเลิกคิวงานที่ต้องทำงานผาดโผนไปเลย ไม่รู้ว่าแอบไปตกลงกับผู้จัดการของฉันตอนไหน รู้อีกทีวันหนึ่งทำงานแค่ไม่กี่งานเอง นึกแล้วก็เสียดายรายการหนึ่งที่รับไว้ เป็นงานที่ฉันอยากลองทำมากๆ เลย แต่คงต้องรอไปก่อนอีกหลายเดือนเลย”

หลินฉีชื่นชอบภาพยนตร์และหนังสือเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว และเธอได้มีโอกาสทาบทามเข้าร่วมรายการวาไรตี้กึ่งเรียลริตี้ที่จะเกี่ยวกับการสืบคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น แต่รายการยังไม่มีใครส่งรายละเอียดอะไรมา ผู้จัดการจึงตัดงานตรงนี้ออกให้หลินฉีอัตโนมัติ

“เอาน่าๆ ไว้โอกาสเหมาะ ค่อยรับงานใหม่ก็ได้”

ลั่วมู่เฝิงเลื่อนมือถือดูข่าวกระแสการตอบรับบทสัมภาษณ์ออนไลน์ของนิตยสารของเธออยู่ แถบด้านข้างมีความเคลื่อนไหวของคลิปวิดีคลิปหนึ่งที่คนให้ความสนใจอยู่ ณ ตอนนี้ เธอกดเข้าไปดูแบบที่ไม่คิดอะไร ก่อนจะมาสะดุดกับหญิงสาวที่อยู่ในคลิปนั้นบังเอิญสวมชุดเหมือนกับเพื่อนของเธอที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้เลย

นี่มัน...อันเป่าอ้ายไม่ใช่เหรอ!?

“เป่าอ้าย อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลย!” ลั่วมู่เฝิงหันมือถือมาทางคนที่เธอคิดว่าใช่ ทุกคนมองคลิปที่กำลังเล่นอยู่อย่างตั้งใจ อันเป่าอ้ายถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะมีคนถ่ายวิดีโอตอนนั้นเอาไว้จริงๆ แถมยังเอามาลงในโลกโซเชียลอีกด้วย เธอกำลังจะแย่งมือถือนั้นมาปิดแต่ลั่วมู่เฝิงรู้ทัน จึงเก็บมือถือเอาไว้ก่อน “แอบซุกหนุ่มเอาไว้ไม่ยอมบอกเพื่อนเหรอ?”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ พวกเธอฟังฉันพูดก่อน”

“ว่ามาสิ” ช่วงเหยียนมองหญิงสาวอย่างจับผิด ถ้าหากว่าอันเป่าอ้ายโกหกล่ะก็ พวกเธอจะไม่ปล่อยเอาไว้แน่

“นั่นน่ะ เพื่อนฉันเอง” อันเป่าอ้ายพยายามเรียบเรียงคำพูดให้กระชับมากที่สุด ไม่อยากเล่าเรื่องให้ยาวเกินไป เดี๋ยวมันจะกลายเป็นเหมือนข้อแก้ตัว “เหยียนเหยียน เธอก็เคยเจอเขา เจ้าหน้าที่ที่มาสอบถามพวกเราที่กองถ่ายไง”

“คนนั้นเองเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ไม่แปลกแล้วล่ะที่จะดูสนิทสนมกัน”

“พวกฉันเข้าใจเธอนะ แต่ต้นสังกัดกับผู้จัดการเธอเขาจะเข้าใจเหมือนพวกฉันรึเปล่า” หลินฉีบอกด้วยความเป็นห่วง

“พี่ว่านหนิงเข้าใจอยู่แล้วกับท่านประธานไม่น่าจะมีปัญหา...ถ้าเขาฟังเหตุผลของฉันดีๆ ก็น่าจะเข้าใจอยู่แล้วล่ะ”

“ให้มันจริงเถอะ อย่าให้ฉันเห็นนะว่าเธอต้องมาจัดแถลงข่าวเพื่อตอบคำถามเรื่องคลิปนี้ทีหลัง”

อันเป่าอ้ายโดนจับตามองมาทั้งเดือนแล้ว หลังจากที่เรื่องของชางไห่เงียบลงบ้างแล้ว มาเจอประเด็นกับหนุ่มปริศนาใหม่อีก แล้วในคลิปถ้าจะปฏิเสธว่าไม่ใช่เธอก็คงไม่ได้ เสี้ยววินาทีช่วงหนึ่งเห็นใบหน้าด้านข้างชัดมาก ปิดตาดูข้างเดียวก็รู้ว่าผู้หญิงในคลิปคืออันเป่าอ้าย

ว่านหนิงมองหญิงสาวข้างกายของเธอแล้วถอนหายใจออกมาอีกรอบหนึ่ง เพิ่งได้พักหายใจหายคอจากเรื่องของชางไห่มาได้ไม่ถึงอาทิตย์มาเจอกับประเด็นใหม่ที่ไม่ได้ใหญ่มากก็จริง แต่ก็ทำให้พวกเธอโดนท่านประธานเข้าไปตักเตือนชุดใหญ่ เรียกว่าเป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นอันเป่าอ้ายโดนเรียกเข้าห้องท่านประธาน

“เฮ้อ! เพื่อนคนนี้อีกแล้วนะเป่าอ้าย” ว่านหนิงไม่เข้าใจว่ามันเป็นเพราะคนของเธอเองหรือว่าเป็นคนทางนั้นกันแน่ที่พยายามจะทำให้ตัวเองมีกระแสกับเพื่อนวัยเด็กอย่างอันเป่าอ้าย ไม่รู้ว่ามีครั้งไหนที่บังเอิญไปเจอกันแล้วมีคลิปบันทึกหลักฐานเอาไว้อย่างนี้อีก

“พี่ว่านหนิง...มันแค่เรื่องบังเอิญเฉยๆ เจียนหลิวไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นเธอที่ผิด ที่ไปทำตัวสนิทสนมกับเขามากเกินไป” ว่านหนิงหันมาคุยกับหญิงสาวอย่างจริงจังคราวนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่องไปเลย “ตอนนี้เธอเป็นบุคคลสาธารณะแล้ว จะทำอะไรต้องระวังหน่อย ต่อให้คนๆ นั้นจะเป็นเพื่อนหรือเป็นคนรู้จักของเธอก็ตาม แม้ว่าเธอจะบริสุทธิ์ใจไม่มีอะไรทั้งนั้น แต่คนอื่นเขาไม่ได้คิดเหมือนกันกับเธอ โดยเฉพาะคนที่จ้องจับผิดอย่างนักข่าวหรือพวกที่ชอบป่วนก็ตาม ชีวิตส่วนตัวของเธอ ทุกคนเขาให้ความสนใจอยู่เสมอไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาในวงการนี้มันสูญเปล่าอย่างนั้นเหรอ?”

อันเป่าอ้ายฟังแล้วคิดตาม ว่านหนิงพูดกับเธอด้วยความหวังดีก็จริง รถหรูค่อยๆ เคลื่อนออกจากลานจอดรถของบริษัทเพื่อไปทำงานต่อ แม้จะไม่มีคิวถ่าย แต่ตารางงานการอยู่หน้ากล้องก็แน่นตั้งแต่เช้ายันเย็นเหมือนเดิม “ฉันเข้าใจที่พี่พูดนะ หลังจากนี้ฉันจะระวังไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นอีกนะคะ”

งานสุดท้ายของวันนี้คือการเข้ามาพูดคุยรายละเอียดรายวาไรตี้กึ่งเรียลริตี้เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน โดยที่อันเป่าอ้ายจะไม่รู้เลยว่าจะมีใครบ้างที่เข้าร่วมรายการนี้ แต่ก็พอเดาได้อยู่บ้างว่ามีใครอย่างคนหนึ่งที่หลุดออกมาโดยไม่รู้ตัวคือหลินฉี แต่เธอน่าจะถอนตัวไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าทางรายการให้ใครมาแทนได้หรือยัง

พวกเขาจะเริ่มดำเนินรายการในเดือนหน้าอย่างจริงจัง โดยจะขอทำการแอบติดตั้งกล้องในที่พักของเธอ รวมถึงจะมีทีมงานคอยตามเก็บภาพตอนที่เธออยู่ในที่ต่างๆ แต่จะไม่รบกวนการทำงานของเธออย่างแน่นอน ให้เธอตัวตามปกติไม่ต้องสนใจว่ากล้องจะอยู่ที่ไหน

“ขอโทษนะคะ...ก่อนหน้านี้ได้มีการให้คนแอบตามถ่ายภาพของฉันเอาไว้ก่อนด้วยหรือเปล่าคะ”

“ยังนะคะ พวกเราเพิ่งจะคุยรายละเอียดงานทั้งหมดว่าจะดำเนินการทำงานอย่างไรบ้างเมื่อไม่นานมานี้เอง แล้วจึงนัดคุณอันมาพบที่นี่ค่ะ” อันเป่าอ้ายสรุปในใจว่าก่อนหน้านี้เธอคงจะคิดมากไปเองว่ามีคนตาม ดีที่เรื่องนี้เธอยังไม่ได้บอกให้ใครรู้ ไม่อย่างนั้นคงมีคนหาว่าเธอหลอนไปเองแล้ว

อันเป่าอ้ายอ่านรายละเอียดซ้ำอีกครั้งว่ามีอะไรที่เธอควรจะต้องถามให้ชัดเจนมากขึ้นอีก ถ้าหากจะทำให้มีปัญหาในอนาคตเธอจะได้จัดการวันนี้ให้จบ ว่านหนิงคอยมองดูอยู่ตลอด เห็นอันเป่าอ้ายจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองได้แล้วเธอจึงออกมาด้านนอกเพื่อคุยโทรศัพท์กับท่านประธาน

“ฉันตัดสินใจแล้วนะ ว่าจะดูแลเด็กที่ท่านประธานยื่นข้อเสนอมาให้ฉันเพิ่มอีกคนหนึ่ง” ระหว่างที่ว่านหนิงไปส่งหญิงสาวที่คอนโดมิเนียมหรู อันเป่าอ้ายได้ยินแบบนั้นแล้วก็หันไปหาคนที่กำลังขับรถอยู่ทันที

“จริงเหรอ”

“อืม...ฉันมั่นใจในระดับหนึ่งว่าเธอสามารถจัดการงานของตัวเองได้ โดยที่พี่ไม่ต้องเข้าไปช่วยก็ได้” ว่านหนิงพูดไปตามตรง “แต่ฉันไม่ปล่อยเธอไปคนเดียวหรอก ฉันขอให้ท่านประธานส่งเด็กฝึกงานมาช่วยดูแลเธอด้วย”

“พี่ไม่กลัวเหรอว่าฉันอาจจะออกนอกลู่นอกทางตอนที่พี่ไม่อยู่”

“เธอไม่ทำหรอก เพราะมีความผิดติดตัวให้ฉันหยิบขึ้นมาอ้างเป็นเหตุผลในการต่อรองกับเธออยู่ จริงมั้ย?” อันเป่าอ้ายถึงกับสลด เอาเข้าจริงเธอก็ไม่อยากทำอะไรว่านหนิงปวดหัวอีกแล้ว กลัวผู้จัดการของเธอจะเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกซะก่อน

“ฉันไม่ให้พี่เอาเรื่องนั้นมาต่อรองฉันอีกแน่นอน หลังจากนี้ฉันจะเป็นเด็กดีของพี่ ไม่ดื้อไม่ซนไม่เถียงอะไรอีกแล้ว” อันเป่าอ้ายเอนตัวไปซบไหล่ออดอ้อนผู้จัดการสาวของเธอ ว่านหนิงใช้ปลายนิ้วดันศีรษะเธอออกห่างๆ เธอขับรถอยู่เดี๋ยวเกิดอะไรขึ้นมาระหว่างนั้นมันจะแย่กันทั้งคู่

“เด็กใหม่ที่จะมาดูแลเธอ อย่าหาเรื่องให้เขาปวดหัว พี่แค่ให้เขามาคุมตัวเธอแทนเวลาที่พี่ไม่ได้ไปด้วยเท่านั้น เข้าใจมั้ย?”

“เข้าใจแล้วค่า”

รถหรูมาจอดเทียบอยู่ที่ด้านหน้าทางเข้า หญิงสาวลงจากรถแล้วกลับเข้าที่พักของตนเองทันที ขณะที่เธอยืนรอลิฟต์อยู่ อันเป่าอ้ายรู้สึกว่าถูกมองจากด้านข้าง เธอสำรวจรอบตัวแล้วก็ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ เธอเลยสักคน นึกถึงเรื่องที่ว่าจะมีทีมงานแอบตามเก็บภาพเธอ

อันเป่าอ้ายเข้าไปในลิฟต์กดชั้นของตนเอง ประตูกำลังจะเลื่อนปิดอัตโนมัติ แต่กลับเปิดอีกครั้งเพราะมีคนมากดลิฟต์จากด้านนอกแล้วเดินเข้ามาอยู่ในลิฟต์ตัวเดียวกันกับเธอ อีกฝ่ายไม่ได้กดเลือกชั้นที่ต้องการ เพียงแค่ยืนอยู่ข้างๆ เธอเท่านั้น หรือว่าเขาจะอยู่ชั้นเดียวกับเธอ

แต่คนที่อยู่ชั้นเดียวกับเธอมีแต่ผู้หญิงแล้วเธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้เลย!

แล้วก็ไม่เคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้มาก่อนด้วย!

หญิงสาวหยิบมือถือขึ้นมาแกล้งทำเหมือนว่ามีใครบางคนโทรมา เธอเลือกทำเป็นคนกับผู้จัดการอยู่ แต่ไม่ได้โทรออกจริงๆ ตอนนี้ว่านหนิงน่าจะกำลังขับรถกลับบ้านอยู่ รับสายตอนขับรถอยู่มันไม่ดี นอกจากจะทำผิดกฎจราจรแล้ว เผลอๆ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุด้วย

“อ้าว! ฉันลืมรองเท้าเหรอ...ไม่เป็นไรพี่เดี๋ยวฉันลงไปรับของเอง” อันเป่าอ้ายกดชั้นที่ใกล้ที่สุดเพื่อให้ลิฟต์เปิด เธอจะได้ออกมาตั้งหลักก่อน ไม่รู้ว่าคนๆ นี้จะเป็นคนดีหรือคนไม่ดี เธอขอป้องกันความปลอดภัยของตัวเองเอาไว้ก่อน

เมื่อลิฟต์เปิดแล้วเธอกำลังจะเดินออกไปแต่ผู้ชายคนนั้นกลับมายืนขวางเอาไว้ไม่ยอมให้เธอออกไป อันเป่าอ้ายจึงผลักเขาให้ออกห่างแล้วรีบวิ่งออกจากลิฟต์ไปทันที เธอวิ่งหนีออกมาตามทางเดินไปจนถึงทางหนีไฟที่อยู่ขอบสุดของชั้น คนๆ นั้นยังคงวิ่งตามมา เธอจึงไม่ลังเลที่จะวิ่งลงไปตามบันไดหนีไฟเพื่อลงไปยังชั้นล่างสุด อย่างน้อยๆ ก็มีพนักงานที่อยู่ด้านล่างช่วยเธอได้ หากเขาคิดจะทำอะไรเธอ

วิ่งมาได้ไม่กี่ชั้น อันเป่าอ้ายสะดุดขาตัวเองกลิ้งตกลงบันไดมา โชคดีที่เหลืออีกไม่กี่ขั้นก็ถึงชั้นพักพอดี หญิงสาวมองขึ้นไปชั้นบน มือของคนที่ตามเธอมาไล่วนมาตามราวบันไดแล้วใกล้จะถึงจุดที่เธออยู่แล้ว หญิงสาวกลั้นใจจับบันไดเดินให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ออกจากตรงนี้ ร้องให้คนช่วยเธอได้ทัน

หมับ!

เอวบางถูกรวบไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างผลักเข้าชิดกำแพง คนๆ นั้นมองเธอด้วยแววตาที่น่ากลัวเหมือนกำลังโกรธเธออยู่ ข้อมือทั้งสองข้างถูกตรึงแน่นกับกำแพง อันเป่าอ้ายพยายามจะออกแรงผลักเขาออกแต่กลับไม่ได้ผลเลย

“คุณทำแบบนั้นได้ยังไง!? ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ผมจะไปฆ่ามัน!” เขาออกแรงกดข้อมือเธอแรงมากขึ้น อันเป่าอ้ายจึงลองใช้วิธีหลอกล่อให้เขามันระมัดระวังเธอจะทำอะไรบางอย่างได้ถนัด

“พะ...พูดถึงเรื่องอะไร?”

“ในคลิปนั่น...คุณไปพูดคุยกับผู้ชายคนอื่นแบบนั้น ทำไมถึงทรยศผมแล้วไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่น คราวก่อนเรื่องของชางไห่ผมพอเข้าใจได้ เพราะหมอนั่นมันตายไปแล้ว แต่รอบนี้...อ๊าก!” อันเป่าอ้ายกระแทกเข่าใส่จุดกึ่งกลางร่างกายของเขาจนเขาปล่อยมือจากเธอ แล้วทรุดตัวนั่งลงกับพื้น อันเป่าอ้ายผลักประตูออกไปแล้วรีบไปหาพนักงานที่อยู่ด้านล่างให้ช่วยเหลือเธอ

ผู้ชายคนนั้นโซซัดโซเซตามออกมา ก่อนจะถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยจับเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนหรือเข้ามาทำร้ายนักแสดงสาวอีก เขาพยายามดีดดิ้นจากการจับกุมแล้วจะพุ่งตัวไปหาอันเป่าอ้ายให้ได้ รอไม่นานเจ้าหน้าที่ก็เข้าจับกุมผู้ชายคนนั้นไปที่สถานีตำรวจ ซึ่งอันเป่าอ้ายต้องไปด้วยเช่นกัน เธอติดต่อให้ว่านหนิงไปเจอกันที่นั่น หากปล่อยให้เธอมารู้เรื่องทีหลังจะโดนคาดโทษหนักจากผู้จัดการคนเก่งอีก

ให้ตายสิ! แค่เดือนนี้เดือนเดียว เธอไปที่นั่นรอบที่สามแล้วนะ!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว