facebook-icon

ฝากคอมเม้นเป็นกำลังใจและขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

บทที่ 5 เพื่อนเก่า

ชื่อตอน : บทที่ 5 เพื่อนเก่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2563 12:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 เพื่อนเก่า
แบบอักษร

ยิ้มลงชื่อเป็นตัวแทนลงแข่งบาสของคณะในกีฬาเฟรซชีจึงต้องเข้ามาซ้อมพร้อมกับเพื่อนในกลุ่มอย่างเรียวและภูผาตามที่รุ่นพี่นัดเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไปเมื่อยิ้มรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เห็นอยู่พอสมควรกับสิ่งที่เห็นอยู่ในสนามบาสในระหว่างที่เธอนั่งดูกลุ่มเพื่อนชายของเธอลงซ้อมกับรุ่นพี่ที่เป็นผู้ดูแลทีมอยู่ 

แปลกใจตั้งแต่รุ่นพี่ปีสองแจ้งว่าจะมีรุ่นพี่ปีสามลงมาดูแลทีมบาสปีหนึ่ง ยิ่งพอเห็นว่ารุ่นพี่ปีสามที่ว่าคือใครก็ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีก 

คนป่วยอาการหนักที่ไข้ขึ้นสูงถึงจนเธอกลัวว่าอาจจะชักเลยต้องเทียวเช็ดตัวให้ทั้งคืนนั้นตอนนี้กำลังวิ่งตัวปลิวอยู่ในสนามเลี้ยงลูกบาสหลบหลีกฝ่ายตรงข้ามแล้วกระโดดชู๊ตลูกลงห่วงอย่างสวยงามไม่เหลือคราบคนป่วยเมื่อคืนเลยแม้แต่น้อย  

เซนรับรู้ถึงสายตาที่มองเขาอยู่อย่างไม่วางตา พอเดาได้ว่าเจ้าของสายตาคู่นั้นกำลังคิดอะไรอยู่ อาการป่วยทำให้คนที่ไม่ค่อยหลับลึกอย่างนายสิรายุหลับสนิทตลอดคืนขนาดที่ยิ้มเช็ดตัวให้สองสามรอบก็ยังไม่รู้สึกตัว เซนไม่ใช่คนป่วยง่ายหรือป่วยบ่อยหากแต่ว่าได้ป่วยนั้นก็จะเป็นหนักแต่ก็จะหายเร็วเช่นเดียวกันขอเพียงได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่เท่านั้นร่างกายก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนไม่เคยป่วยมาก่อน 

คนที่ได้ชื่อว่าเบ๊ออกจากห้องของเซนไปตั้งแต่เช้ามืดเลยไม่ทันได้เห็นสภาพคนป่วยตอนตื่นนอนว่าสดชื่นและดูแข็งแรงแค่ไหน 

สิ่งที่ทำให้เซนกลายมาเป็นผู้ดูแลทีมบาสทั้งที่ปีสามไม่เคยก้าวก่ายการทำงานของปีสองมาก่อนก็คงจะเป็นอาหารเช้าที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารของเซนเมื่อเช้านี้ ความสงสัยเกิดขึ้นไม่ใช่เพราะว่ายิ้มเตรียมมื้อเช้าเอาไว้ให้เขา หากแต่เป็นเพราะภาชนะที่ใส่อาหารนั้นต่างหาก 

ย้อนกลับไปเมื่อเช้า หลังจากที่เซนตื่นมาพร้อมกับอาการป่วยที่หายเป็นปลิดทิ้งก็อาบน้ำแต่งตัวเพื่อมามหาวิทยาลัย ออกมาเจอชามข้าวต้มและจานรองที่เซนมองปราดเดียวก็รู้ได้ในทันทีว่ามันไม่ใช่ของในห้องของเขา เดิมทีคิดว่ายิ้มลงไปซื้อมาไว้ให้เพราะเห็นคีย์การ์ดห้องของตนที่วางอยู่ข้างชามข้าวแต่คิดไปคิดมาให้ทำเองคงเป็นไปไม่ได้เพราะในห้องของเขาไม่มีวัตถุดิบ ยิ่งพอเห็นภาชนะที่ใส่ก็ต้องเปลี่ยนความคิด เซนไม่เคยมาจานชามลายนี้เพียงแต่ว่าเขาก็จำได้ว่าเคยเห็นจานชามลายนี้ที่ไหน มันไม่ใช่ลายที่จะหาซื้อได้ทั่วไปหรือมีใช้กันทั่วไปเพราะมันเป็นของที่สั่งทำขั้นมาเป็นพิเศษและน้อยคนจะรู้ 

เซนออกจากห้องของตัวเองเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าห้องๆ หนึ่งที่อยู่ชั้นเดียวกันเพื่อไขข้อสงสัยของตัวเอง ยืนรออยู่ไม่นานหลังกดกริ่งประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกันการปรากฏตัวของเจ้าของห้อง 

ร่างเล็กของหญิงสาวไซส์มินิผมสั้นประบ่าหน้าตาน่ารักราวตุ๊กตาที่ดูบอบบางน่าถนอมเอาไว้ในตู้โชว์ยืนอยู่หลังบานประตูและเอ่ยทักเซนอย่างคุ้นเคย 

"มีอะไรรึเปล่าคะ" 

"อยู่คนเดียวรึเปล่าครับ" 

"ค่ะ" 

"งั้นเฮียเข้าไปได้ไหม" 

เจ้าของห้องพยักหน้าแล้วเบี่ยงตัวหลบให้เซนเข้าไปด้านใน ถ้วยข้าวต้มแบบเดียวกับที่อยู่ในห้องของเซนวางอยู่บนโต๊ะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าของห้องที่เดินกลับไปนั่งทานต่อหลังจากถูกเขาขัดจังหวะ 

"ข้าวต้มร้านไหนครับน่าอร่อยจัง" 

เซนยิ้มถามคนตัวเล็ก มองแค่แว้บเดียวเขาก็รู้แล้วว่าข้าวต้มในชามกับที่อยู่ในห้องของเขาน่าจะมาจากหม้อเดียวกันและแน่นอนว่าไม่ใช่ฝีมือของเจ้าของห้องแน่เพราะเธอทำอาหารไม่เป็น 

"ไม่ใช่ร้านไหนหรอกค่ะ พอดีเพื่อนไอร์มาขอยืมครัวทำข้าวต้มไปให้คนป่วยก็เลยทำเผื่อไว้ให้ไอร์ด้วย" 

'ไอร์' เด็กสาวร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มที่ใครเห็นก็คงจะคิดว่าอายุคงยังไม่ถึงสิบห้าเอ่ยตอบเซน 

"เพื่อน?" 

ไม่ได้แปลกใจกับคำตอบของเด็กสาวแต่คำว่า 'เพื่อน' สำหรับคนตรงหน้านี้มีฐานะไม่ธรรมดาเพราะเธอไม่ใช่คนที่จะคบหาใครเป็นเพื่อนแล้วให้เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวได้โดยง่าย 

"อ๋อ พี่ข้างบ้านไอร์ตอนนั้นไงคะที่ชอบปีนข้ามรั้วมาเล่นกับไอร์บ่อยๆ ไอร์บังเอิญไปเจอที่ที่เรียนพิเศษก็เลยได้คุยกัน" 

ไอร์ยิ้มตอบอย่างไม่ปิดบัง หากเป็นคนนี้เซนก็คงไม่สงสัยว่าทำไมไอร์ถึงได้คบหาและสนิทด้วยถึงขั้นให้มาถึงห้อง แต่กลับเป็นเซนเองที่ถึงกับใจกระตุกเมื่อได้ยินไอร์เอ่ยถึงเด็กข้างบ้านของไอร์คนนั้น... 

เมื่อฝ่ายชายซ้อมเสร็จก็ถึงคราวของฝ่ายหญิงลงซ้อม ในขณะที่วิ่งอยู่ในสนามบาสยิ้มรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างเมื่อรู้สึกว่าสายตาคู่หนึ่งที่เธอเคยลอบมองตอนอยู่ในสนามก่อนหน้านี้กำลังจ้องมองเธออย่างไม่วางตา พยายามไม่คิดแต่พอเหลือบตาไปมองทีไรก็พบว่าสายตาคู่นั้นยังคงจดจ้องมาที่เธอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่ที่บังเอิญต้องอยู่ในรัศมีสายตาของกันอีกฝ่ายไม่เคยสนใจจะมองมาที่เธอเสียด้วยซ้ำหากว่าเธอไม่พาตัวเองเข้าไปในสายตาของอีกฝ่าย 

แต่สายตาของเซนก็มีหลายคนในสนามที่แอบเข้าข้างตัวเองคิดไปว่าเขากำลังมองตัวเองอยู่จนไม่ทันสังเกตเห็นว่าสายตาของรุ่นพี่หนุ่มคนดังนั้นจะเคลื่อนตามใครบางคนอยู่ตลอดเวลา กระทั่งคนที่อยู่นอกสนามก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ ยกเว้นก็แต่เพื่อนสนิทอย่างเจอาร์ที่มีเรดาร์จับได้ถึงความผิดปกติของเซนแล้วติดสอยห้อยตามมาในครั้งนี้ด้วยถึงได้ลอบเห็นพฤติกรรมของเพื่อน 

พลั่ก! 

ตุ้บ! 

"โอ้ย!" 

เพราะมัวคิดเรื่องของเซนทำให้ยิ้มไม่ทันระวังถูกเพื่อนที่กำลังวิ่งตามแย่งลูกบาสอยู่วิ่งเข้ามาชนอย่างแรงจนล้มลงกับพื้นสนามทำให้การฝึกซ้อมหยุดชะงักลงทันทีพร้อมกับที่เพื่อนในกลุ่มของยิ้มที่วิ่งเข้ามาดู 

"ขอโทษทียิ้มเราไม่ได้ตั้งใจ" 

"ไม่เป็นไรเราไม่ทันมองเอง" 

'เหมียว' คนที่วิ่งมาชนยิ้มเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิดที่เห็นว่ายิ้มล้มไปอย่างแรงก่อนจะเข้ามาช่วยพยุงยิ้มลุกขึ้นพร้อมกับที่เรียวและภูผาที่เข้ามาถึงตัวของยิ้มแล้วช่วยพยุงยิ้มด้วย 

"เป็นอะไรมากไหม" 

รุ่นพี่หนุ่มปีสามตำแหน่งพี่ว้ากและผู้ควบคุมทีมบาสกิตติมาศักดิ์ที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ข้างสนามบาสรุดเข้ามาดูอาการของร่างเล็กโดยที่ไม่ทันมีใครสังเกต กลุ่มนักบาสหญิงหลายคนที่แอบปลื้มเซนอยู่แทบจะกลั้นกรี๊ดไม่อยู่เมื่อได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชายหนุ่มในระยะประชิด 

"เอ่อ ไม่ค่ะ" 

"คุณเข้าไปพักก่อนส่วนที่เหลือไปซ้อมต่อ" 

กลุ่มรุ่นน้องผู้หญิงหันกลับไปซ้อมต่อส่วนยิ้มถูกเรียวกับภูผมหิ้วออกมานอกสนามโดยมีเซนเดินตามหลังมาเงียบๆ มือบางของยิ้มที่มีรอยแผลเป็นตรงข้อมือยื่นไปลูบคลำที่ข้อเท้าของตัวเองเพื่อเช็คอาการเซนที่มองอยู่ตั้งแต่แรกแววตากระตุกวูบหนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีแล้วเดินไปนั่งที่เดิม 

ทุกปฏิกิริยาของเซนล้วนอยู่ในสายตาของคนช่างสังเกตอย่างเจอาร์นั่นทำให้เจอาร์เกิดคำถามในหัวขึ้นมากมายแต่ก็เลือกที่จะเก็บเอาไว้ก่อนแล้วคอยสังเกตอยู่เงียบๆ ต่อไปเพราะรู้ว่าหากกระโตกกระตากอะไรออกไปจะทำให้เซนรู้ตัวแล้วครั้งต่อไปเซนก็จะระมัดระวังตัวมากกว่านี้จนเขาอาจจะไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้อีก 

เซนกับเจอาร์ไม่ได้อยู่ดูการซ้อมจนเสร็จเพราะต้องเข้าไปว้ากน้องต่อพอว้ากน้องเสร็จก็แยกย้ายกันกลับไม่ได้นัดกันไปต่อเหมือนทุกวันแต่ในระหว่างที่เซนกำลังจะเปิดประตูขึ้นรถเสียงเรียกคุ้นหูก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้ชายหนุ่มหยุดชะงักแล้วหันกลับไปมองอย่างเสียไม่ได้ 

"พี่เซน" 

เซนหันกลับไปมองเจ้าของเสียงด้วยสายตาเรียบนิ่งเพื่อรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรซึ่งก็ไม่ได้เหนือจากที่เขาคาดเดาเอาไว้นัก 

"พอดีเมื่อเช้าฉันตื่นสายเลยขี่พี่วินมาขอติดรถพี่กลับหน่อยนะคะ" 

"ฉันไม่ใช่แท็กซี่" 

"โถ่พี่คำว่าน้ำใจน่ะรู้จักไหม" 

"ตกลงว่าใครเป็นเบ๊ใครกันแน่" 

"เอ๊า เบ๊ไรนี่ยังไม่ถึงสองทุ่มเราก็เป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันป่ะ" 

"แล้วทำไมฉันต้องไปส่งเธอ" 

"พี่จะใจจืดใจดำกับรุ่นน้องของตัวเองได้ลงหรอ" 

ยิ้มก็ยังตอบโต้เขากับมาได้ทุกประโยคแบบทันควันเหมือนทุกคำตอบได้ถูกป้อนเอาไว้ในระบบแล้วพอเขาถามไปก็ตอบกลับมาแบบอัตโนมัติจนน่าหงุดหงิด 

"แล้วไม่มีเพื่อนคบหรือไง สองคนที่อยู่สนามบาสไปไหนแล้วล่ะ" 

"นี่ถ้าเราเป็นแฟนกันฉันจะคิดว่าพี่หึงฉันแล้วนะ"  

ยิ้มพูดออกมาแล้วกลั้วหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องขำขันแต่กลับทำให้เซนยิ่งรู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม  

"ประสาท" 

"ไม่รู้แหละ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำแปปเดี๋ยวมา พี่รอฉันด้วย" 

ไม่ทันที่เซนจะได้ตอบรับเลยด้วยซ้ำร่างบางของยิ้มก็ผละออกไปทางห้องน้ำอย่างที่บอกแถมก่อนไปยังเอากระเป๋าผ้าที่สะพายอยู่มายัดใส่มือของเซนเอาไว้อีกต่างหาก เซนมองตามหลังยิ้มด้วยแววตาที่หลากหลายความรู้สึกจนแทบจะแยกไม่ออกไม่รู้ว่าเธอจะจำเขาได้ไหมแต่เขากลับจำเธอได้ไม่เคยลืม 

"เป็นเธอจริงใช่ไหม...ยัยโหด" 

 

********** 

**มัวแต่ปั่นจนไม่ได้มาอัพ ว่าจะมาอัพให้แต่ป่วยซะก่อน ไข้หวัดแดรก แต่กำลังจะหายละขอโทษด้วยน้าที่หายไปนาน 

***ตอนนี้เปิดพรีเล่มแล้วน้า รายละเอียดในเพจ Duble R. (กระซิบว่ามีของขวัญให้คนที่จองภายในสิ้นปี เอ๊ะ! นั่นมันวันนี้ต้องขอโทษด้วยที่แจ้งช้ารรป่วยค่ะในเพจก็วานน้องจัดการให้) 

ขอบคุณที่ติดตาม หายป่วยแล้วจะกลับมาอัพให้ต่อให้เนื่องอย่าโกรธกันน้า 

ความคิดเห็น