email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 ความสงบสุข (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ความสงบสุข (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 98

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2564 11:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ความสงบสุข (2/2)
แบบอักษร

เสี่ยนเจียนหลิวชงกาแฟอีกแก้วเพื่อที่คืนนี้จะได้อยู่ทำงานได้จนถึงเช้า ไม่สัปหงกแล้วเผลอหลับจนหน้าผากกระแทกกับโต๊ะเสียงดังลั่นแบบเมื่อครู่นี้อีก เวลานี้มีเจ้าหน้าที่ไม่เยอะ คิดในทางที่ดี เขาไม่ต้องอับอายขายหน้ามากสักเท่าไหร่

“ผ้าเย็นค่ะ” เจ้าหน้าที่อีกคนที่เป็นรุ่นน้องของเขา ยื่นผ้าเย็นมาให้เขาประคบรอยบนหน้าผากที่ยังแดงอยู่ เสียงที่ดังจนทุกคนถึงกับหันมองนั้นน่าจะกระแทกแรงมาก เธอเป็นห่วงว่าเดี๋ยวจะเป็นรอยนูนหายช้าไม่ทันเช้านี้แน่

“ขอบใจซีหมิ่น” เขารับมาแกะห่อพลาสติกออกแล้วพับผ้าให้มีขนาดเล็กพอจะกำบนมือแล้วแปะไว้บนหน้าผากได้ “ฉันคงทำให้ทุกคนตื่นเลยล่ะสิ”

“ไม่หรอกค่ะ ดีซะอีก...เป็นการปลุกทุกคนให้รู้สึกตัวว่าตอนนี้ยังอยู่ในเวลางานอยู่” เสี่ยนเจียนหลิวสังเกตว่าที่โต๊ะของซีหมิ่นมีเอกสารกองอยู่มากมาย ทั้งๆ ที่ปกติโต๊ะเธอจะมีเอกสารน้อยมาก

“ที่กองอยู่บนโต๊ะนั่นคืออะไร?”

“เอกสารคดีเก่าๆ ค่ะ หัวหน้าเขาอยากให้ฉันจัดการใส่ไว้ในฐานข้อมูลเอาไว้ เวลาค้นหาจะได้หาง่ายๆ ไม่ต้องไปรื้อกองเอกสารออกมา มีตรงมุมนู้นกับในตู้เอกสารข้างๆ กันอีก...ถ้ามีเรื่องฉันคงจะไม่ได้ไปลงพื้นที่ด้วยสักพักใหญ่เลยค่ะ พี่คงต้องหาคู่หูทำงานใหม่แล้วนะคะ”

“อืม...ไม่ต้องห่วงหรอก มีคนอยากทำงานเป็นคู่หูฉันตั้งหลายคน แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่เห็นจะมีอะไรให้ต้องปวดหัวนะ ออกจะสงบสุขดีจะตาย รู้สึกเหมือนมาอยู่ว่างๆ หลายวันแล้วด้วย”

เสี่ยนเจียนหลิวอยู่ที่เมืองนี้มาก็หลายปี ไม่ค่อยมีเรื่องอะไรให้หน้าปวดหัว หรือคดีที่ซับซ้อนชวนปวดหัวสักเท่าไหร่ หนักที่สุดที่เขาเคยเจอก็แค่การฆ่ากันตายเนื่องด้วยผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว ทุกอย่างชี้ไปที่คนร้ายชัดเจน ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ เขาแค่รู้สึกว่า ณ ช่วงเวลานี้เหมือนคลื่นใต้น้ำที่มองผิวเผินอาจดูสงบ แต่หากเผลอเมื่อไหร่มีเรื่องใหญ่ตามมาอย่างแน่นอน

แล้วอาจจะรับมือยากก็ได้

“เจ้าหน้าที่เสี่ยน” หัวหน้าเปิดประตูออกมาจากห้องทำงานของเขา แล้วมองหาลูกน้องที่เขาต้องการพบ ก่อนจะกวักมือเรียกให้ชายหนุ่มเข้ามาพบที่ห้อง

เสี่ยนเจียนหลิวเลื่อนเก้าอี้นั่งลงตรงข้ามผู้บังคับบัญชา หัวหน้ายื่นเอกสารคำสั่งแต่งตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าทีมสืบสวน จากผลงานที่ผ่านมาของชายหนุ่ม เวลานี้ก็เหมาะสมแล้วที่จะเลื่อนขั้นให้เขา ชายหนุ่มเปิดเอกสารดูด้านหลังแฟ้มมีป้ายประจำตัวใหม่ที่มีชื่อเขาพร้อมกับตำแหน่งที่สูงขึ้น

“เดี๋ยวจะมีพิธีแต่งตั้งอีกไม่กี่วันนี้ ยินดีด้วยกับพยายามของนาย”

“ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้ มือผมสั่นไปหมดแล้วครับเนี่ย”

“หึๆ วันนี้มือสั่นไปเลย แต่วันจริงอย่ามือสั่นต่อหน้าผู้บังคับบัญชา ไม่อย่างนั้นภาพที่บันทึกในวันนั้น นายจะดูตลกมาก เข้าใจมั้ยเจ้าหน้าที่เสี่ยน”

“รับทราบครับ” เสี่ยนเจียนหลิวยืนขึ้นทำความเคารพแล้วออกจากห้องไปพร้อมกับเอกสารแต่งตั้งในมือของเขา หัวหน้าก็เข้าใจคิดที่บอกให้เขารู้ในวันนี้เวลานี้ เป็นไปได้รึเปล่าที่ได้ยินเสียงหัวโขกโต๊ะของเขา เลยหาเรื่องตื่นเต้นให้เขามีกำลังใจทำงาน จะได้ไม่หลับในเวลางานอีก

วันหลังต้องโยนเวรดึกให้คนอื่นซะแล้ว

อันเป่าอ้ายดูคลิปสอนแต่งหน้าอยู่บนรถตู้ส่วนตัวของเธอ โดยมีว่านหนิงนั่งอยู่ข้างๆ กำลังคุยโทรศัพท์สามีของเธอเอง หญิงสาวอาศัยช่วงเวลาว่างๆ ที่มีอยู่เสพความสนุกจากคลิปต่างๆ ที่มีบนโลกออนไลน์ ช่วงนี้เธอสนใจเรื่องการแต่งหน้าที่มีแรงบันดาลใจจากสิ่งต่างรอบตัวเล่นเรื่องการใช้สีสันและศิลปะบนใบหน้าคล้ายๆ สไตล์แดร็กควีน อยากจะลองแต่งแบบนี้เองบ้าง แต่ฝีมือเธอคงไม่ถึงขั้นอย่างในคลิป

“พี่ว่านหนิง” เมื่อเห็นว่าผู้จัดการสาววางสายจากสามีของเธอแล้ว ก็รีบยื่นคลิปในมือถือของเธอให้อีกฝ่ายดู “ถ้ามีงานให้ฉันแต่งแบบนี้พี่รีบรับเอาไว้เลยนะ ฉันอยากลอง”

“ถ้าอยากลองจริง ติดต่อไปหาเจ้าของคลิปแล้วเธอไปถ่ายคลิปร่วมกับเขาดีกว่ามั้ยล่ะ”

“ไอเดียนี้ดี ทำได้มั้ยอะ” ว่านหนิงเปิดแท็บเล็ตดูตารางงานของหญิงสาว เลื่อนดูไปเรื่อยๆ เดือนแล้วเดือนเล่าจนหาวันที่ว่างได้ “น่าจะให้คิวเขาได้อีกสองปีสามเดือนข้างหน้า เธอรอไหวมั้ยล่ะเป่าอ้าย”

บางทีอันเป่าอ้ายก็นึกถึงช่วงเวลาก่อนที่เธอจะมีชื่อเสียงขึ้นมาขนาดนี้ ตอนนั้นยังมีเวลาได้ทำอะไรที่ตัวเองอยากลองเยอะแยะไปหมด แต่ถ้าให้เลือกชีวิตตอนนั้นกับชีวิตตอนนี้แล้วล่ะก็…

ขอเลือกแบบตอนนี้ดีกว่า

“วันนี้ฉันขอนะ...อย่าให้อารมณ์ทำงานพัง”

“ไม่รับปากแล้วกันนะ ถ้าหมอนั่นไม่มายียวนกวนอวัยวะเบื้องล่างของฉันก่อน...”

วาไรตี้ที่อันเป่าอ้ายต้องไปทำงานในวันนี้ เป็นรายการกึ่งทอล์คโชว์จะพูดถึงเรื่องราวของตัวเองในอดีตตามหัวข้อที่จับสลากได้ แล้วจากนั้นจะมีการแสดงตอนสั้นๆ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ตลก ไม่ต้องจำบทหรือแสดงตามบทบาทแบบจริงจังมากสักเท่าไหร่

เมื่อเธอมาถึงทีมงานจัดการซับหน้าเตรียมความพร้อมทั้งเสื้อผ้าหน้าผมของเธอให้เรียบร้อย เมื่อได้พบกับแขกรับเชิญในวันนี้ หนึ่งในนั้นคือชางไห่ ผู้ชายที่ทำตัวน่ารำคาญในสายตาเธอนั่นเอง และเป็นคนที่เธอไม่ยอมรับปากว่านหนิงที่อาจจะเผลอทำอะไรไม่ดีออกสื่อไปก็ได้

ไม่รู้ว่าทีมงานจัดการเองหรือเป็นความต้องการของชางไห่ที่จะกวนเธอกันแน่ ถึงจัดให้เขามานั่งอยู่ข้างๆ เธอ แถมยังมายิ้มเพื่อปั่นประสาทเธออีก “ถามจริงๆ ชางไห่ ฉันปฏิเสธนายขนาดนี้ ทำไมยังต้องมาวุ่นวายกับฉันอีกกับคนอื่นๆ ถ้าผ่านมาหลายวันขนาดนี้ นายก็เปลี่ยนเป้าหมายแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“แล้วทำไมเธอไม่คิดว่าฉันคิดจะจริงจังกับเธอดูบ้างล่ะ”

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เขาคงเลิกสนใจอันเป่าอ้ายไปนานแล้ว แต่เธอทำให้เขาค้นพบอะไรบางอย่างว่าเขาควรจะให้ความสำคัญกับใครสักคนถ้าไม่อยากใช้ชีวิตอย่างเดิมแบบที่ผ่านมา ผู้หญิงหลายๆ คนที่ผ่านมาไม่เคยทำให้เขาได้เจอคำตอบนี้ มีแค่อันเป่าอ้ายคนเดียว

“เพราะความคิดแบบนั้นมันเพ้อเจ้อ แล้วคนอย่างนายไม่มีทางที่คิดกับใครจริงจังหรอก” อันเป่าอ้ายขยับเก้าอี้ให้ออกมาห่างๆ จากชางไห่ เขาไม่ใช่คนที่เลวร้ายจนเธอรังเกียจขนาดนั้น แต่เธอไม่ชอบการกระทำของเขาในช่วงนี้ เขามาเกาะแกะเธอจนน่ารำคาญก็เท่านั้นเอง

“เป่าอ้าย…ฉันจะแสดงให้เธอดูว่าฉันจริงจังกับเธอแค่ไหน แล้วถ้าวันที่เธอเห็นความจริงใจของฉัน เธอจะต้องตกลงคบกับฉัน โอเคมั้ย?”

“นายลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดไปรึเปล่า?” อันเป่าอ้ายถามกลับ

“อะไร?”

“ต่อให้ฉันเห็นความจริงใจของนาย ฉันก็ไม่ได้รักไม่ได้ชอบนายแบบนั้นอยู่ดี เพราะฉะนั้นฉันไม่ต้องทำตามเงื่อนไขที่นายตั้งไว้ ไปแสดงความจริงใจให้ผู้หญิงคนอื่นดีกว่านะ อย่ามาเสียเวลากับฉันเลย”

“ตอนนี้ก็ทำเป็นพูดไปเถอะ สักวันถ้าเธอเปลี่ยนใจ ฉันจะทำเป็นจำไม่ได้ว่าเธอพูดแบบนี้ละกันนะ”

ทีมงานเข้ามาจัดการเล่าภาพรวมของงานในวันนี้ บอกไทม์ไลน์การดำเนินรายการว่าจะให้ไปในทิศทางไหนบ้าง รวมถึงบทบาทที่จะได้เล่นในช่วงท้ายของรายการ อันเป่าอ้ายรับบทเป็นนางร้ายของเรื่อง ส่วนชางไห่รับบทเป็นพระเอก ส่วนพิธีกรหลักของรายการและแขกรับเชิญคนอื่นๆ จะแสดงเป็นเดินเรื่องที่เน้นตลกโปกฮา ตามคอนเซ็ปต์ของรายการ

ว่านหนิงคอยดูอยู่เบื้องหลังพร้อมกับเก็บภาพระหว่างทำงานให้อันเป่าอ้ายเอาไว้เผื่อเธออยากจะเอาลงในโซเชียลมีเดีย การที่อันเป่าอ้ายและชางไห่ได้มาเจอกันในรอบนี้เป็นผลมาจากกระแสก่อนหน้าที่ฝ่ายชายแสดงออกเหมือนจะเริ่มต้นสานสัมพันธ์กับอันเป่าอ้าย ถือเป็นกระแสที่ดีทำให้มีฐานแฟนคลับมากขึ้น ส่งผลให้มีงานมากขึ้นที่พอจะแทรกแซงตารางงานเดิมได้อยู่บ้าง ตั้งแต่ต้นจนจบงานผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีเรื่องให้ว่านหนิงต้องปวดหัว ว่านหนิงแทบจะกราบเท้าขอบคุณที่นักแสดงสาวไม่ได้ก่อเรื่องอะไรเลย

ว่านหนิงขนกระเป๋าเสื้อผ้าและของใช้เข้ามาในห้องของอันเป่าอ้าย ช่วงสองถึงสามวันนี้เธอจะมาอยู่ด้วยชั่วคราว เนื่องจากสามีของเธอต้องไปดูงานที่ต่างเมืองและไม่อยากให้ว่านหนิงต้องอยู่ที่บ้านพักคนเดียวตามลำพัง ก่อนจะใช้ชีวิตร่วมกันว่านหนิงมาพักอยู่ที่นี่บ่อยๆ สามีของเธอจึงไว้ใจให้เธอมาอยู่ที่นี่

“พี่ไม่ได้มาค้างกับฉันนานแค่ไหนแล้วนะ หนึ่งปีหรือสองปี?” อันเป่าอ้ายช่วยขนกระเป๋าเข้ามาแล้วลองถามผู้จัดการสาวดู

“อืม...ปีหนึ่งได้ล่ะมั้ง” ห้องที่เป็นเหมือนห้องนอนแขกที่ว่านหนิงเคยใช้ เมื่อเธอเปิดประตู พบว่ามีราวแขวนกับเสื้อผ้าแขนอยู่เต็มไปหมดจนแทบจะไม่มีทางเดิน “เธอทำอะไรกับห้องนอนของฉันเนี่ยเป่าอ้าย”

“แค่...ฝากไว้ชั่วคราวเอง ถ้าอย่างนั้นวางกระเป๋าไว้ในห้องนั่งเล่นก่อนละกัน เราค่อยมาช่วยกันจัดห้องเนอะ”

สองสาวช่วยกันจัดห้องนอนแขกใหม่ให้กลับมาเป็นห้องนอนเช่นเดิม ส่วนเสื้อผ้าของอันเป่าอ้ายในห้องนั้น ถูกแจกแจงตามโซนเสื้อผ้าหรือโซนวอล์คอินโคลเซ็ท ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งเสื้อผ้าส่วนใหญ่ได้มาจากสปอนเซอร์ส่งมาให้เธอสวมใส่เป็นการทำการตลาดทางอ้อมผ่านคนดัง คนที่มีความสุขออกหน้าออกตาเวลามีของจากสปอนเซอร์ส่งมานั้นคงมีแค่อันเป่าอ้ายคนเดียว คนอื่นเขาไม่เห็นจะดีใจอะไรเท่าผู้หญิงคนนี้เลย

“ใครโทร.มา” อันเป่าอ้ายเอื้อมไปหยิบมือถือของตัวเองมาเมื่อมีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นมา บนหน้าจอปรากฏเพียงแค่หมายเลขแต่ไม่ขึ้นชื่อ “สวัสดีค่ะ”

"นึกว่าจะตัดสายทิ้งแล้วซะอีก" หญิงสาวได้ยินเสียงปลายสายแล้วเปิดลำโพงให้ว่านหนิงฟังด้วย เพราะเธอรู้ทันทีว่าเขาคือใคร

“ไปเอาเบอร์ฉันมาจากไหนชางไห่ ฉันจำได้นะว่าไม่เคยให้เบอร์ของฉันกับนาย”

"ฉันไปขอมาจากเหยียนเหยียน ฉันบอกว่าจะจีบเธออย่างจริงใจและจริงจัง เหยียนเหยียนเลยยอมให้มา"

เหยียนเหยียน ทำไมถึงโดนหลอกง่ายขนาดนี้ล่ะ!?

“โอเค...อันนี้คือเบอร์ของนายใช่มั้ย? ฉันจะได้กดบล็อก แค่นี้นะ”

"เป่าอ้าย..." เขาไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เธอก็กดวางสายไปแล้วบล็อกเบอร์ชายหนุ่มคนนั้นไปทันที

“ตื๊อหนักเหมือนกันนะเนี่ย เป่าอ้าย...ฉันว่าลองคุยกับชางไห่มันก็ไม่เสียหายนะ มันดีกับงานของเธอที่กำลังจะเข้ามาในอนาคตด้วย” ว่านหนิงลองเสนอหนทางที่จะทำให้มีเงินเพิ่มมากขึ้น

“ไม่เอา ตอนนี้งานกับเงินก็มีเยอะพอแล้ว ยิ่งถ้าฉันไปยุ่งกับชางไห่มากขึ้น มันจะไม่กลายเป็นว่าฉันเปิดโอกาสให้เขาเหรอ?”

“ทำไมล่ะหรือว่ากลัวใครจะเข้าใจผิดหรือไง”

“ไม่ได้กลัวใครเข้าใจผิด เฮ้อ! แค่ไม่อยากเปิดโอกาสให้ชางไห่เข้าใจผิดไปมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ พี่เข้าใจมั้ยเนี่ย”

“จ้าๆ ไปทำอาหารกันเถอะ ถ้ามัวแต่คุยกันอย่างนี้ เที่ยงคืนก็คงจะไม่ได้นอนง่ายๆ หรอก” ว่านหนิงจับไหล่อันเป่าอ้ายแล้วดันให้เธอเดินไปที่ครัวเพื่อจะได้ทำอาหารสักที โดยไม่ได้คาดคิดเลยว่าค่ำคืนอันแสนสงบสุขเหมือนทุกวันได้เปลี่ยนไปแล้ว

ทีมสืบสวนรีบมายังที่เกิดเหตุหลังจากที่ได้รับแจ้งจากแม่บ้านของเหยื่อพบเจ้าของห้องพักเสียชีวิตอยู่ในอ่างอาบน้ำในห้องของเขาเอง สภาพศพของเหยื่อนอนจมอยู่ในอ่างน้ำที่เติมน้ำเต็มอ่าง ยังคงใส่เสื้อผ้าทั้งตัวแสดงว่าเขาไม่ได้เสียชีวิตขณะที่กำลังอาบน้ำ หลังจากเก็บภาพในที่เกิดเหตุเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ยกศพออกไปจากที่เกิดเพื่อส่งไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง หัวหน้าทีมสืบสวนตรวจสอบที่พักอย่างละเอียด เขาตัดประเด็นที่ว่าเหยื่อจะฆ่าตัวตายออกไปและมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นการฆาตกรรม

“ไม่มีรอยงัดแงะตรงประตู ส่วนทางระเบียงด้านนอกก็ไม่มีร่องรอยอะไรเลย เป็นไปได้ที่เหยื่อจะเปิดประตูให้คนร้ายเข้ามาเอง...” เสี่ยนเจียนหลิวเดินไปทั่วห้องเพื่อพยายามหาความเป็นไปได้ที่น่าจะเกิดขึ้น เสียงเอะอะที่ด้านนอกห้องเรียกความสนใจของเขา ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามจะเคลื่อนย้ายร่างของเหยื่อลงไป

นักข่าวพยายามจะบุกเข้ามาในห้องเพื่อทำข่าวให้ได้ ถ้าเป็นคนธรรมดาถูกฆาตกรรมนักข่าวคงจะไม่แห่มาเป็นกองทัพขนาดนี้ แต่คนที่เสียชีวิตนั้นเป็นถึงคนดังแล้วยังเป็นขวัญใจของใครอีกหลายๆ คน ชวนให้ตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

‘พระเอกเจ้าเสน่ห์ที่เพิ่งได้รับรางวัลขวัญใจมหาชนเมื่อต้นปีอย่างชางไห่ ถูกพบเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพักของเขาเองในเช้าวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเป็นการฆาตกรรม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้...’

 

ความคิดเห็น