email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 19 ยอม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธ.ค. 2563 14:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 ยอม
แบบอักษร

บทที่ 19

 

ยอม

 

......ตั้งแต่วันนั้น วันที่ผมไปหาหมอคิวที่โรงพยาบาล จนมาถึงวันนี้ซึ่งก็คือวันต่อๆมา ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะทำตัวแปลกๆ ซึ่งตอนแรกก็แปลกมากพออยู่แล้ว แต่ตอนนี้มันแปลกกว่าเดิมคือเหมันต์ชอบเดินเข้ามาประคับประคองอย่างกับผมเป็นคนแก่ที่กลัวจะล้มอยู่ตลอดเวลา จะทำอะไรที่ไหนอย่างไรไอ้เจ้าคนตัวโตก็จะเข้ามาสอดส่องดูแลจนผมเริ่มนึกรำคาญ

 

ถึงมันจะดีที่มีคนดูแลแต่มันก็ไม่ควรจะขนาดนี้ไหม ตอนกินข้าวเหมันต์ก็จับผมนั่งตักอย่าง หน้าตาเฉยบอกว่าผมกินข้าวน้อยเกินไปเลยจะป้อนผมน่ะเหรอจะยอมง่ายๆ ถ้านั้นถามนี้ตลอดเวลา อีกฝ่ายก็เอาของเปรี้ยวๆมาให้กินบ่อยๆ พอผ่านไปสักพักนาฬิกาปลุกก็ดังมาจากไหนไม่รู้แล้วจากนั้นไม่นาน ก็มีคนเดินเข้ามาแล้วเอาน้ำขิงมาให้ ผมนี้แทบจะงงเป็นไก่ตาแตกเลย พอถึงตอนค่ำ เหมันต์ก็จะพูดประมาณว่า'ฝันดีนะ'แล้วก็ลูบท้องผมไปมาจนน่าขนลุกไปหมด

 

ทั้งที่คนอย่างเหมันต์ไม่เคยพูดแบบนี้เลยสักครั้ง มากสุดแค่จูบหน้าผากผมก่อนนอนทุกคืนเท่านั้นเอง นี้คงไม่พอช่วงนี้อาการหนาวผมจะไม่ค่อยชอบอาบน้ำหรือแช่น้ำนานๆ แต่อีกคนกะเวลาตื่นนอนผมได้เป๊ะมาก เตรียมน้ำรอผมแล้ว จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าผมไปตัังแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แล้วอุ้มผมลงไปในอ่างกว้างๆ ที่มีน้ำอุ่นๆอยู่ ผมที่งัวเงียเพิ่งตื่นขึ้นมา เลยรู้สึกสบายตัวขึ้นเมื่ออยู่ในน้ำอุ่นๆ  จนเกือบจะเผลอหลับไปอีกรอบ

 

วันนี้ไม่มีอะไรพิเศษแต่กับข้าวดูจะอร่อยขึ้นเป็นพิเศษทำเอาผมกินได้เยอะขึ้นเลยทีเดียว แถมยังมีของเปรี้ยวๆตบท้ายด้วยมะดัน กับ มะยม ซึ่งเมื่อก่อนผมไม่คิดที่จะกินมัน แต่ไม่รู้ทำไมพอกินเข้าไปแล้ว มันเหมือนอาหารชั้นเลิศที่เพิ่งรู้ว่ามันอร่อยขนาดนี้

 

"บัดดี้....หยุดกินได้แล้ว เดี๋ยวก็ปวดท้อง"

 

"นายเอามาให้ฉันเอง"

 

"เฮ้อ....แต่นายกินเยอะแล้ว พอก่อน"

 

เหมันต์ตำหนิบัดดี้ที่กินทั้งมะยม มะดัน จนจะหมดจานแล้ว ถ้าเกิดกินต่อไปคงต้องปวดท้องแน่ๆ ไอ้หมอมันบอกว่าไม่ควรกินเยอะด้วย ผมได้รับคำแนะนำจากไอ้หมอหลายอย่างเลย หลังจากที่รู้ว่าบัดดี้กำลังท้องได้สองเดือนแล้ว แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่รู้ตัว ดีที่ตอนบัดดี้แพ้ท้องผมค่อนข้างชอบสังเกต เวลาที่ฝ่ายจะกิน จะดมอะไรก็สังเกตไปซะหมดทุกอย่าง เลยดูแลอย่างไม่ตกบกพร่อง ไม่ได้กินอะไรผิดสำแดง หรือมีการเกิดอะไรที่ไม่ดีต่อลูกในท้อง 

 

และคงเป็นเรื่องที่ดี ช่วงที่บัดดี้ท้องได้เดือนกว่าผมกลัวว่าอีกคนจะนอนไม่หลับ เลยชอบให้คนรับใช้ในครัวทำโอวัลตินอุ่นๆ หรือนมอุ่นๆไว้ให้กินก่อนนอนทุกวัน เลยถือว่าบำรุงไปในตัว ส่วนเรื่องอย่างว่า....ผมไม่ค่อยได้ทำ หรือทำอะไรรุนแรงเพราะเห็นบัดดี้ทั้งอาเจียน ทั้งเหนื่อยอ่อนอยู่ เลยไม่อยากจะรบกวน แถมยังเพลีย หน้ามืดบ่อยผมเลยพักเรื่องนี้แบบยาวๆ

 

"วันนี้นายอยากจะไปไหนไหม"

 

"อยากไปเดินเล่นที่ไหนก็ได้"

 

"นายไม่กลัวเหนื่อยเหรอ"

 

"เหนื่อยอะไรของนายตอนนี้ฉันจะเป็นคนพิการแล้วเนี่ย! ไม่ได้ออกกำลังกายมานาน ฉันว่าจะไปลองวิ่งดูด้วย"

 

"ไม่ได้!"

 

เหมันต์ปฎิเสธไปแทบจะทันทีที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายจะได้วิ่ง บัดดี้ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจเพราะไม่รู้ว่าทำไมเหมันต์ต้องห้ามถึงขนาดขึ้นเสียงใส่ ทำเอาตนรู้สึกไม่พอใจมากๆ อีกฝ่ายมีสิทธิ์อะไรไม่ยอมให้ผมได้ออกกำลังกาย แค่นี้ปมก็ป่วยบ่อยจะตายอยู่แล้ว ยังจะมาห้ามอีกบ้ารึเปล่า!

 

"ทำไม"

 

บัดดี้ว่าออกไปด้วยน้ำเสียงหวนๆอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เหมันต์จะถอนหายใจออกมาทีหนึ่งที่ไม่ยอมบอกว่าอีกคนท้องเพราะกลัวว่าอีกคนจะรับไม่ได้ ว่าตัวเองท้องกับตนอยู่แล้วอีกอย่างถ้าเกิดรับไม่ได้ถึงขั้นซึมเศร้า แล้วคิดจะเอาเด็กออก ผม คงต้องเสียใจไปตลอดชีวิตอีกอย่างก็คือถ้าเครียดมากเกินไปอีกคนก็อาจจะแท้งได้ เพราะฉะนั้นคงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้อีกฝ่ายยอมรับผม แล้วเริ่มรักผมขึ้นมาสักที

 

"เฮ้อ.....ก็ได้  แต่ห้ามวิ่งนายยังไม่หายป่วยเลยจะไปวิ่งได้ยังไง"

 

"แค่นิดเดียวเอง..."

 

"เดินก็พอแล้ว...เดี๋ยวถ้าฉันเห็นว่านายพร้อมวิ่งเมื่อไหร่เดี๋ยวให้วิ่ง"

 

".....เอางั้นก็ได้"

 

บัดคิดทำท่าคิดตามอีกฝ่ายก่อนจะตอบตกลง เพราะช่วงนี้หน้ามืดบ่อย หมอยิ่งบอกว่าห้ามล้มด้วย ก็คงต้องทำแบบนี้ เหมันต์มองบัดดี้ก่อนจะพานำทางเดินไปที่รถเพื่อไปเดินเล่น เพราะวันนี้เป็นวันหยุด เลยมีเวลาได้ทำอะไรอย่างอื่นบ้าง

 

"อยากไปที่สวนไหน"

 

"สวนสัตว์....."

 

"ไหนบอกอยากไปเดินเล่นที่สวน"

 

"ก็นายบอกว่าวิ่งไม่ได้ไง จะให้ไปเดินเฉยๆได้ยังไงมันออกจะน่าเบื่อ"

 

ผมพูดออกไปแบบนั้นเพราะมันคือความจริงผมไม่อยากไปเดินห้างเท่าไหร่ เพราะเดินจนเบื่อแล้ว เลยคิดว่าการไปสวนสัตว์ก็ถือว่าเป็นการย้อนวัยดีเหมือนกัน ไปดูอะไรที่น่าตื่นเต้นบ้างก็ดี

 

"มันร้อนนะ นายไม่สบายอยู่! ถ้าเกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาจะทำยังไง ถึงจะมีฉันอยู่แต่ถ้าฉันช่วยรับไว้ไม่ทันจะทำยังไง ถ้าเกิดว่าได้กลิ่นเหม็นๆแบบนี้นายทนไม่ได้อีก ฉันเป็นห่วงนายนะถึงได้พูดแบบนี้ฉันอยากให้นายคิดใหม่เรื่องที่จะไปที่สวนสัตว์"

 

"อยากไป..."

 

บัดดี้ว่าเสียงอ้อมแอ้มทำปากขมุบขมิบ รู้สึกน้อยใจนิดๆ เมื่อได้ยินคำบ่นว่าของเหมันต์ถึงจะรู้ว่าคนตัวโตเป็นห่วง แต่ผมก็อยากไปอยู่ดี ไปสวนกับสวนสัตว์มันก็ไม่ได้ต่างกันมากสักหน่อย ทำไมต้องบ่นขนาดนี้ด้วย ผมอยากไปจริงๆนะ พอคิดได้แบบนั้นก็เงยหน้าขึ้น มองเหมันต์ด้วยสายตาที่อ้อนออดอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาของบัดดี้หรี่ลง ทำปากยื่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองดูแล้วเหมือนเด็กที่กำลังอ้อน จนเหมันต์ใจกระตุกกึก หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ สติสตังค์เริ่มกระเจิงเหมือนลืมคำพูดตัวเอง ทำอะไรไม่ถูก จนต้องรีบหันหน้าหนีไปมองทางด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

 

"นาย....จะไม่พาไปเหรอ"

 

บัดดี้เอ่ยขึ้นเสียงเบาน้ำเสียงคล้ายคนที่น้อยอกน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่บัดดี้จะก้มหน้ามองมือตัวเองคล้ายกำลังเศร้าอกเศร้าใจ เหมันต์เหลือบตามองไปมองบัดดี้ที่กำลังก้มหน้า ในใจ เริ่มใจอ่อนยวบลงทันตาเห็น รู้สึกแทบจะอยากซิ่งมุ่งตรงไปที่สวนสัตว์เดี๋ยวนี้เลย

 

"ก็ได้....แต่ไปสวนสัตว์น้ำดีไหม จะได้ไม่ร้อน"

 

"......อยากไปดูนก"

 

"เฮ้อ......"

 

เหมันต์ถอนหายออกมาอย่างยากลำบากไม่รู้จะพูดยังไงดีกับคนท้องอ่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอม อยู่ดี เพราะเข้าใจว่าคนท้องเอาใจยากเป็นที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะรักก็คงไม่ทำให้ขนาดนี้หรอกจริงไหม ผมเหลือบมองคนที่นั่งข้างๆเป็นระยะๆเหมือนเห็นว่าบัดดี้กำลังก้มหน้ามองผมอย่างรู้สึกผิด เมื่อเห็นว่าผมถอนหายใจออกมา

 

"เป็นอะไร..."เหมันต์

 

"ถ้านายไม่อยากไป ก็ไม่ต้องไป....ฉันไม่ได้ห้าม"

 

"เมื่อกี้นายยังขอร้องฉันอยู่เลย"

 

"ฉันไม่ได้ขอร้อง!"

 

บัดดี้ที่ได้ยินเหมันต์ว่าแบบนั้นก็ปฎิเสธออกไปทันควัน เพราะตัวเองไม่ได้ขอร้องเลยสักนิ๊ด ถ้าอีกฝ่ายลำบากใจที่จะพาผมไปขนาดนั้นก็ไม่เห็นต้องพาผมไปเลยนิ คนขับรถก็คืออีกฝ่ายอยู่แล้ว อยากพาไหนก็ไปได้นิ! นี้ก็ขับรถออกมาเกือบสิบนาทีแล้ว จะมามัวเถียงกันอยู่ทำไม!

 

"หึๆ.....ฉันจะพาไปก็ได้ นายช่วยให้อะไรแลกเปลี่ยนหน่อยไม่ได้เหรอ"

 

"อะไร!"

 

"หอมแก้มฉันหน่อย....ไม่มีแรงขับรถเลย"

 

"ฮึ! ไม่!"

 

"แน่ใจ...."

 

เหมันต์ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะขับรถมุ่งหน้าสู่สวนสัตว์ โดยการเปิดจีพีเอสไว้ให้สิริบอกทาง อีกฝ่ายที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว แต่ก็หุบยิ้มทันทีที่ผมเหลียวไปทางตรงกันข่ามที่จีพีเอสบอก

 

"ทำไมนายไม่ไปทางนั้น!"

 

"ก็นายไม่ยอมหอมแก้มฉันไง.....เร็วสิ ฉันรออยู่ ถ้าช้าอดนะ"

 

"......เหอะ! ฝากไว้ก่อนเถอะ"

 

บัดดี้พองแก้มตัวเองอย่างไม่พอใจ ก่อนจะทำท่าลังเลขึ้นมาอีกครั้ง เสียงสิริดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่ผมจะเลี้ยวไปในทางตรงข้ามเหมือนเดิม บัดดี้ทำท่าไม่พอใจ ทำเสียงฮึดฮัดจนผมได้ยิน ก่อนที่อีดฝ่ายจะหันมามองผมที่ขับรถอยู่ จนกระทั่งมาถึงทางที่ติดไฟแดง ซึ่งสิริก็บอกให้ผมเหลียวขวา คราวนี้ผมคิดจะเหลียวซ้ายแล้วเปิดไฟเหลียวไว้ 

 

"ฟอด......พอใจรึยัง ฉันกลัวหลง"

 

"หลงฉัน?"

 

"หลงทางเว้ย!"

 

บัดดี้ตะโกนตอบกลับขึ้นมาแทบจะทันทีเมื่อเจอลูกหยอดของเหมันต์เข้า ทำเอารู้สึกใจกระตุกทำอย่างกับว่ามันเป็นเรื่องจริงไปซะได้  คนตัวโตหัวเราะชอบใจก็จะตีไฟเหลียวอีกทาง แล้วเปลี่ยนเลนส์ที่จะเหลียว บัดดี้เสมองไปทางอื่นถึงจะโกรธ ที่อีกฝ่ายหัวเราะเยาะ แต่มันก็รู้สึกแปลกๆอยู่ในที

 

"ทำไมจอดนี้"

 

"จะไปซื้อยาดม กับยาอมให้นายสิ เดี๋ยวเป็นลมมาจะได้หายาดมทัน อยากกินอะไรไหม"

 

"..........."

 

"พูดช้าอด"

 

"เอาบ๊วยเค็ม......"

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

เฮ้อ.....ย่นเวลาอีกแล้วแม่! เค้ากำลังไปเที่ยว กัน(^・ェ・^)

 

ขอแจ้งเล็กน้อย น้องบัดดี้อาจจะไม่มีตอนพิเศษนะคะ ต้องขออภัยด้วย แต่ถ้าโมเม้นลูกไรท์ใส่ไว้ในตอนธรรมดานี้แหละ(*´﹃`*)

 

และเรื่องสุดท้ายที่จะบอกก็คือ วันนี้วันเกิด ไรท์!! เย้~~(*∩ω∩)(。>﹏<。)  แก่ขึ้นอีกปีแล้ว55555( ͡°з ͡°)

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว