email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ ยิ้มเยาะ

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ ยิ้มเยาะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2563 20:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ ยิ้มเยาะ
แบบอักษร

ตอนพิเศษ

 

ยิ้มเยาะ

 

.....ผมทอดมองดูหน้าตาของแต่ละคน ที่ไม่ได้ พูดอะไรเพียงแค่ทำหน้ายิ้มๆ เฉยๆ ส่วนคุณผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ผม เมื่อเห็นว่าผมเปลี่ยนที่นั่งกับคุณสามี ก็ทำหน้าบึ้งตึงคล้ายกับคนไม่พอใจ พร้อมกับส่งสายตาไปทางคุณป้าหรืออา ที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกับผม ป้าแกดูจะไม่ได้สนใจกับท่าทางของเธอและยกน้ำชาขึ้นมาดื่ม ผมมองดูเงียบๆ พยายามสังเกตแต่ละคนไป ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ผมดูท่าทางแล้วคงจะเอาแต่ใจอยู่ไม่น้อย ดูเด็กน้อยยังไงก็ไม่รู้

 

"ฉันจะไม่พูดอะไรให้มากความหรอกนะ แต่จะแนะนำทุกคนให้รู้จักกันก่อน นี้....ลูกชายของฉันและนี้คือผัวมันเอง ส่วนเมื่อกี้ก็เป็นหลานชายทั้งสองคนของฉัน"ตาแก่

 

ตาแก่พูดออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับกอดอกยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ผมมองภาพนั้นด้วยสายตาที่ เอือมระอา เพราะคิดว่าทุกคนในนี้คงจะรู้จักผมกันหมดแล้ว เพราะคนในนี้ผมดูจะคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ไม่น้อย คิดว่าคงได้เจอกันตอนงานแต่งงานของผมกระมั้ง

 

"ไอ้ลูกชาย นี้คือย่าแก ส่วนนี้คืออาสะใภ้ของแกถัดไปคือ ลุงแล้วก็อาทั้งสองคน......"

 

ตาแก่มาโคโตะแนะนำผมให้รู้จักก่อนจะหันไปแนะนำญาติๆ ฝั่งตรงข้ามก่อน แล้วหันมาแนะนำคนที่อยู่นั่งฝั่งเดียวกันกับผม คุณผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมคือ คุณหนูที่เป็นลูกของอาสะใภ้หรือก็คือที่นั่งอยู่ข้างๆของคุณย่านั้นเองครับ ส่วนญาติที่อายุไล่เลี่ยกับคุณหนูที่นั่งอยู่ข้างๆ ผม ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และบางคนก็ติดงานด่วนมากๆ ส่วนตาแก่ที่คิดว่าการบอกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้สำคัญอะไรมาก (สำหรับตาแก่) ก็ได้บอกว่าเดี๋ยวค่อยบอกเรื่องนี้ทีหลัง

 

ส่วนคนที่อยู่ถัดไปคือลุงของผม และถัดไปอีกคนสุดท้ายก็เป็นป้าสะใภ้ ซึ่งแต่งงานกับคุณลุงที่นั่งอยู่ข้างคุณหนู ผมไม่ได้พูดอะไรมากมายก็แค่พยักหน้ารับรู้เท่านั้น

 

"ถึงเวลาที่ต้องเข้าเรื่องกันแล้ว นี้ก็ผ่านมาหลายปีแล้วที่ฉันได้มานั่งเป็นผู้นำตระกูลใหญ่ ฉันขอมอบหน้าที่นี้ให้กับเจ้าลูกเขยของฉันดูแลต่อก็แล้วกัน มีใครจะคัดค้านอะไรไหม? "

 

ทุกคนยังนั่งนิ่งไม่พูดอะไรคล้ายกับว่ายอมรับที่จะให้พี่อัคดูแลหน้าที่นี้ต่อ ทุกคนไม่คัดค้านอาจจะเพราะคิดว่ามันเป็นงานที่น่าเบื่อ ถึงจะมีอำนาจยังไง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรตามใจตนเองได้เหมือนกัน ตาแก่คงวางแผนไว้เป็นอย่างดีแล้ว คงได้ตั้งกฎอะไรบางอย่างเอาไว้ และให้ ส่วนแบ่งรายได้ไว้อย่างชัดเจน ที่เหลือก็แค่รอให้คนรุ่นใหม่มารับตำแหน่งต่อเท่านั้นเอง

 

"ถ้างั้นก็ถือว่า ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว งั้นฉัน ขอตัวไปหาหลานๆ ก็แล้วกัน ส่วนพวกแกสองคนก็อยู่คุยกับลุง ป้า น้า อาไปละกัน"

 

คนที่เป็นผู้อาวุโสหันมาพูดภาษาไทยกับผมและพี่อัค แล้วเดินออกไปทันที ผมไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้ารับ แล้วหันไปมองทุกคนที่จ้องมาทางผมแล้วก็พี่อัคเป็นตาเดียวกัน ผมเองก็จ้องกลับแบบไม่คิดอะไรมาก ถึงจะมีบางสายตาที่ค่อนข้างจะไม่ค่อยเป็นมิตรเสียเท่าไหร่ ผมเลยส่งสายตาที่ไม่เป็นมิตรกลับไปเช่นกัน พี่อัคเองคงไม่ต้องพูดถึงเพราะรายนี้ไม่ยอมใครแน่นอนอยู่แล้ว แถมสายตาก็น่ากลัวมากอีกด้วย

 

"หึ....ไม่นึกเลยว่าฉันจะได้เจอหลานที่แทบจะไม่รู้เลยว่ามีตัวตนอยู่ ถ้าหากไม่ได้ดีเอ็นเอฉันก็คงจะไม่คิดจะเชื่อเรื่องนี้สักเท่าไหร่ แถมการศึกษายังถือว่าน้อยอีก"ย่า

 

"ผมเองก็ไม่คิดเหมือนกันครับว่าจะได้เจอพ่อ และญาติที่ไม่รู้ว่าเคยมีกับเขาด้วย แล้วอีกอย่างผมก็ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็นคนที่มีความสามารถอยู่ด้วยตัวคนเดียวได้โดยไม่ต้องมีพวกคุณ"

 

ผมตอบออกไปตามความจริงและพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง ราวกับว่าไม่ได้รู้สึกรู้สากับคำพูดของย่าที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนกำลังดูถูกผมอยู่ในที พี่อัคนั่งเงียบเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ผมรีบชิงตัดหน้าเสียก่อน คุณย่าดูเหมือนจะไม่พอใจกับคำตอบของผมเล็กน้อย ก่อนที่จะมีคุณอาสะใภ้ที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น

 

"อย่าคิดว่าตัวเองเป็นใหญ่แล้วจะมาพูดจาแบบนี้กับคุณย่าของเธอได้นะ"

 

"แหมๆ คุณอาก็ว่าเกินไปนะครับ เป็นยงเป็นใหญ่อะไรกัน ตอนก่อนหน้านี้ที่ผมไม่ได้เป็นก็สามารถทำให้ตระกูลล่มได้เช่นกัน ผมไม่ได้คิดจะอวยตัวเองหรอกนะครับ หึหึ"

 

ผมกล่าวยิ้มๆ พูดออกมาอย่างน่าหมั่นไส้ แต่ดูเหมือนคนที่หน้าเสียเริ่มเก็บอาการความเรียบนิ่งไม่ได้จะมีแค่คุณอากับคุณย่า แล้วก็คนที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมด้วยอีกหนึ่งคน คิดจะรุมด่าผมงั้นเหรอช่างกล้ามากเลยนะครับ ต่อให้หัวหงอกแต่ถ้าพูดจาไม่เข้าหูผมก็คงไม่อยากไว้หน้าหรอกนะครับ

 

"นี่! ...ต่อให้นายกลายเป็นนายท่านของที่นี่แล้ว แต่อย่าคิดนะว่าพวกเราจะยอมรับน่ะ"คุณหนู

 

"งั้นเองเหรอครับ...ถ้าคุณไม่อยากจะยอมรับผมก็ช่วยไปบอกคุณพ่อที่ให้ตำแหน่งนี้กับผมได้เลยนะครับ"

 

ผมว่าพรางยิ้มด้วยสีหน้าที่ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร ก็นะ...จะเป็นหรือไม่เป็นผมก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไร ผมก็อยู่ของผมดีๆ ไม่ได้ไปทำอะไรใครนิครับ นอกจากที่จะเข้ามาหาเรื่องผมเอง ผมถึงได้โต้ตอบกลับไปบ้าง แม่คุณหนูมองผมพร้อมกับกำหมัดแน่น ต่างจากลุงๆ ที่นั่งนิ่งๆ ไม่พูดไม่จา ไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลยสักนิด ทำเอาอดรู้สึกแปลกใจเสียไม่ได้

 

"แก....."

 

คุณหนูที่เธอได้ยินแบบนั้นก็กัดฟันแน่น ทั้งยังดูเหมือนจะโมโหมากถึงขนาดเก็บอาการไม่ค่อยอยู่ ผมที่เห็นเธอมีท่าทีแบบนั้น ก็หันไปมองพร้อมกับแสยะยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ 

 

คุณหญิงย่าที่ตอนแรกหัวเสียเล็กน้อย ก็พยายามมองพฤติกรรมของคนที่ได้ชื่อว่าหลานชายที่เธอไม่ได้เจอมานานมากแล้ว ครั้งล่าสุดที่เธอเจอคือตอนงานแต่งของหลานชายที่คิดว่าหายสาบสูญไปแล้ว เพราะพ่อเจ้าตัวบอกกับเธอไว้แบบนั้น เธอได้เจอหลานชายครั้งแรกตอนอายุเพียงแค่สามขวบปีเท่านั้น และหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจออีกเลยเพราะผู้เป็นพ่อได้กีดกันที่จะไม่ให้พบเจอเธอรู้สึกเสียใจมากที่ตอนนั้น เธอพูดออกไปว่าจะไม่ยอมรับลูกสะใภ้ที่มาจากสามัญชน และขู่ว่าถ้าพ่อของหลานชายไม่ยอมรับตำแหน่งผู้นำตระกูลเธอจะฆ่าหลานชายของเธอ

 

แต่นั้นมันเป็นเพียงคำขู่พล่อยๆของคนแก่เท่านั้น ไม่คิดเลยว่าคนเป็นพ่อจะกล้าทิ้งตระกูลแล้วหนีไปอยู่ที่ไทย ผ่านมาหลายปีเธอพยายามขู่และพยายามลักพาตัวหลานชายตนเองเพื่อกดดันคนเป็นพ่อ และมันก็ได้ผลลูกชายของเธอยอมทิ้งภรรยา และลูกไว้ที่ประเทศไทย แล้วยอมเข้ารับตำแหน่งอย่างง่ายดาย แต่แล้วกับมีเสียงคัดค้านจากฝั่งตระกูลรองที่เป็นตระกูลที่มีอิทธิพลในตอนนั้น ทำให้พ่อของหลานชายต้องใช้เวลานานหลายปีจึงกลายเป็นที่ยอมรับและตัดขาดจากตระกูลรองอย่างสมบูรณ์

 

แต่เพราะใช้เวลานานเกินไป หลานชายของเธอได้กลายเป็นหนุ่มเต็มตัว จนผู้เป็นพ่อไม่อาจแบกหน้าหนาๆไปเจอ ทำได้เพียงให้คนเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆและคอยส่งคนให้สืบข้อมูลการใช้ชีวิตของลูกชายตัวเองอยู่เรื่อยมา เธอที่เป็นแม่ที่เห็นลูกชายต้องทำหน้าเศร้า แบกรับชะตากรรมต่างๆเอาไว้ได้แต่รู้ผิดที่ทำให้ลูกชายตัวเองต้องเสียใจพอมาถึงวันนี้ที่เธอได้คุยกับหลานชายสิ่งที่เธอพูดออกไปแบบนั้นก็แค่อยากรู้ว่าหลานของเธอเก่ง พอและสามารถเอาชีวิตรอด และดำรงอยู่ในฐานะที่สูงส่งมองกว่าที่อีกฝ่ายคิดเอาไว้

 

ตระกูลของเรานั้นยิ่งใหญ่จนไปถึงหูของราชวงศ์แล้ว ไม่ช้าก็เร็วเราอาจจะต้องเป็นศัตรูหรือมิตรสหายที่ต้องพึ่งพาอาศัยผลประโยชน์ของกันและกัน ไม่แน่ว่าเหลนของเธออาจจะต้องทำหน้าที่นี้แทน เพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลเอาไว้

 

"หึ หึ.....สมแล้วที่เป็นหลานฉัน เชื่อไม่ทิ้งแถวจริงๆ "ย่า

 

"คุณย่า! "

 

"มิสึฮะ...อย่าโวยวาย"อาสะใภ้

 

ผมทำหน้างงๆเมื่อเห็นว่าคุณย่าเริ่มเปลี่ยนน้ำเสียงพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฎอยู่บนใบหน้า เธอมองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปก่อนที่จะยกชาขึ้นมาดื่ม เธอเป็นคนที่มีอายุมากแล้ว คิดว่าคงมีเหตุผลบางอย่างที่สามารถเปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างฉับพลันราวกับเป็นไบโพลาร์ขนาดนี้

 

"..???.."

 

"เฮ้อ.....เอาเถอะ ฉันไม่มีอะไรจะพูดต่อหรอกนะ เอาเป็นว่าฉันยอมรับที่หลานกับสามีจะมาดำรงตำแหน่งนี้ ยังไงฉันก็ขอฝากตระกูลของเราเอาไว้ด้วยก็แล้วกัน"

 

"ครับ....ผมจะดูแลอย่างดีไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลย"พี่อัค

 

พี่อัคตอบรับคำของคุณย่า ก่อนที่บทสนทนาจะเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง จากที่ตอนแรกเริ่มเขม็งใส่กันก็เริ่มคุยกันเรื่องสารทุกข์สุขดิบกัน ส่วนพวกลุงๆที่เป็นผู้ชาย ก็เริ่มที่จะเข้าบทสนทนาด้วย บอกว่าเคยเจอผมครั้งแรกตอนที่ไปคฤหาสน์ของพี่อัค คิดว่าจะเข้าไปเจรจาเรื่องที่ตาแก่หายไง แล้วก็บอกว่าตอนนั้นผมดูเด็ดเดี่ยว เด็ดขาด แล้วก็กล้าหาญมาก เลยยอมรับให้ดำรงตำแหน่งตั้งนานแล้ว 

 

บทสนทนาของครอบครัว ญาติ พี่ น้อง ได้ดำเนินไปอย่างมีความสุข ยกเว้นใครบางคนที่ทำหน้าบึ้งตึงคล้ายกับไม่พอใจเอามากๆคนหนึ่ง

 

............

 

ผ่านไปราวๆ 2 ชั่วโมง ผมและพี่อัคก็ได้ขอตัวออกมาเพื่อที่จะไปหาลูกๆที่รออยู่สวนกระต่าย ก่อนที่จะมีใครบางคนที่เดินมาชนไล่เขาเข้า อย่างจัง

 

"โอ๊ย!....."

 

"ฮึ!...อย่าได้ใจไปเชียว แค่นี้มันไม่พอหรอก"

 

ยัยคุณหนูที่เอาแต่ใจเดินออกมาจากห้องแล้วก็เดินมาชนไหล่เขาเข้าอย่างจัง จนเซไปหาพี่อัคที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะเดินหนีผม ผมใช้โอกาสที่เธิกำลังเดินไปเตะเข้าที่ข้อพับเข้าอย่างจังจนเธอล้มลงไปคุกเข่าอยู่อย่างนั้น  ผมมองเธอด้วยสายตาเหยียดๆ พร้อมกับเดินไปอยู่ตรงหน้า

 

"หึ.....เธอนี้มันน่าสงสารจริงๆ ไม่มีใครเอาแล้วยังทำอะไรหน้าด้านๆอีก อย่าคิดว่าไม่เห็นนะ ว่าทำอะไรไว้"

 

"แกมันก็แค่คนชั้นต่ำ ไม่คู่ควรกับผู้ชายแบบนี้หรอก สู้เอามาให้ฉันเสียดีกว่า"

 

"ได้....เอาไปสิ ฉันให้  ถ้าพี่เขาอยากได้เธอนะ"

 

ผมพูดยิ้มๆพร้อมกับหันไปหาพี่อัค เธอเห็น แบบนั้นก็แสยะยิ้ม แล้วลุกขึ้นยืน เธอมองผมด้วยหางตาก่อนจะเดินเข้าไปหาพี่อัคที่ยืนมองดูอยู่ แม่คุณหนูเธอคงรอโอกาสนี้มานาน ถึงได้เห็นผู้ชายแล้ววิ่งเข้าใส่ขนาดนี้ สงสัยของขาดมานาน หึ หึ

 

เธอเข้าไปใกล้กับพี่อัคก่อนจะพูด ประโยคๆหนึ่งพร้อมกับเอานิ้วจิ้มลงไปที่อกของคุณพี่ แล้วทำจิ้มไป จิ้มมา ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย ผมมองกอดอกไม่พูดอะไร แล้วก็ไม่พูดอะไรเพียงแค่ยิ้มอ่อนๆให้กับคนพี่ อยากรู้จริงๆว่าจะตอบว่าอะไร

 

"คุณพี่ค่ะ....เมียพี่อนุญาตแล้ว เราจะไปต่อด้วยกันดีไหมคะ? ไม่ว่าพี่จะให้ฉันทำอะไร ฉันก็ ยอม"

 

"น่าขยะแขยง ออกไปไกลๆตัวฉันเดี๋ยวนี้สกปรก  ไปกันเถอะมาตินลูกคงรอแล้ว"

 

"ได้ยินรึยังว่าเขาไม่เอา ฮ่าฮ่าฮ่า"

 

มาตินที่เห็นภาพนั้นพร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังรู้สึกบาดลึก ก่อนจะหัวเราะเยาะอย่างซะใจ คุณพี่ยังเป็นคนที่พูดจากับคนอื่นได้แย่เหมือนเดิม ก่อนจะหันมาพูดกลับเขาด้วยน้ำเสียงและคำพูดต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่พอยังเดินเข้ามาโอบกอดเขาอย่างสนิทสนม จนผมไม่ลืมที่จะยิ้มเยาะให้อีกฝ่าย อีกครั้ง 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

ว้าว~ สองผัวเมียคู่นี้ ก็พอๆกันเลยนะคะ555 ทิ้งไรท์ไปรึยังอ่ะทุกคน อยู่รึเปล่า˙˚ʚ(´◡`)ɞ˚˙

 

ไรท์ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ(≡^∇^≡)

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว