email-icon facebook-icon Twitter-icon

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

ตอนที่ ๑ - จากัวร์ ดีไวเลอร์

ชื่อตอน : ตอนที่ ๑ - จากัวร์ ดีไวเลอร์

คำค้น : omegaverse,AlphaXAlpha,เมะxเมะ,Mpreg,20+,18+,NC20+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2564 23:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๑ - จากัวร์ ดีไวเลอร์
แบบอักษร

ตอนที่ ๑ - จากัวร์ ดีไวเลอร์ 

  

- เหตุการณ์ก่อนหน้า - 

  

วี๊ดดดด~ 

เสียงคลื่นความถี่สูงดังขึ้นในโสตประสาทรับรู้ปลุกให้ดวงตาคมเข้มราวเหยี่ยวเปิดขึ้นมองเพดานห้องขังสูงสุดสายตา อัลฟ่าหนุ่มร่างสูงใหญ่สวมเพียงกางเกงขายาวชุดนักโทษตัวโคร่งสีดำเปลือยเปล่าท่อนบน ตรงชายโครงมาถึงสีข้างด้านซ้ายมีรอยสักขนาดใหญ่ เขายันตัวขึ้นจากโพรงนอนเพราะเสียงสัญญาณทางเข้ารบกวน บางทีอาจถึงเวลาได้ออกไปสูดอากาศในรอบอาทิตย์ 

แต่แล้วเขาก็ต้องผิดหวัง เมื่อสอดส่องสายตาผ่านประตูห้องขังกลับเห็นเป็นนักโทษรายใหม่ถูกยัดเข้าไปในห้องฝั่งตรงข้ามที่ว่างมานานก่อนหน้านี้ ท่าทางจะไม่ใช่คนธรรมดาเพราะเขตแดนนี้ไม่ใช่สถานที่กักขังนักโทษทั่วไป ใครบางคนในนั้นสังเกตเห็นเขาและส่งเสียงทักขึ้นมา 

“ไงมึง” 

‘จากัวร์’ ไม่ได้ตอบรับ อยู่ที่นี่ไม่จำเป็นต้องสร้างมนุษย์สัมพันธ์กับใคร มาใหม่ก็แบบนี้คงคิดว่ามาเที่ยวเล่นมั้ง 

“นั่นใช่คนไหมวะ ตอบรับหน่อย”

ร่างหนาผมสีเข้มดำสนิทเสยไปด้านหลังอันเดอร์คัทด้านข้าง คนตัวสูงใหญ่กลับหลังหันร่างกายแข็งแร็งกระโดดกลับขึ้นไปยังโพรงนอนเช่นเดิม มองผิวเผินลักษณะร่างกายแข็งแกร่งเหมือนกับสือจากัวร์ไม่มีผิด

“เฮ้ย!”

นั่นคือเสียงสุดท้ายที่อัลฟ่าหนุ่มได้ยินก่อนจะเบนสายตากลับไปยังท้องฟ้าครึ้มผ่านเพดานกระจกของคุกแห่งนี้ เขาถูกขังในนี้มาหนึ่งเดือนเต็มแล้ว

จากัวร์ ดีไวล์เลอร์ คือชื่อของเขา เพศหลักชาย เพศรองอัลฟ่า อายุยี่สิบห้าปีเต็มเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้วก่อนถูกจับเข้าคุกด้วยการถูกล่อซื้อยาเสพติดล็อตใหญ่ผ่านเครือข่ายของเขาเอง จากัวร์เป็นมือขวาคนสำคัญของนักการเมืองคนหนึ่งมีอิทธิพลมากในเมืองนี้ ดังนั้นการเข้าคุกก็เป็นเพียงการพบปะเพื่อนเก่าเท่านั้น เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนรู้จัก แม้แต่ในคุกการมีเส้นสายคือสิ่งที่การันตีว่าคุณจะอยู่รอด 

ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องสานสัมพันธ์กับคนอื่นที่ไม่ได้ช่วยให้การเป็นอยู่ที่นี่ดีขึ้น

-

“อะไรของมันวะ จองหองสัส”

‘เซเวียส’ สบถเสียงต่ำกับตัวเองเขายันฝ่าเท้าเปล่าถีบประตูห้องคุมขังอย่างอารมณ์เสีย คุกบ้าอะไรมีห้องขังไม่ถึงสิบเงียบกริบอย่างกับป่าช้า แล้วเขตแดนห่าเหวนี่มันคืออะไรกันแน่ ตั้งแต่ถูกจับด้วยข้อหาแทงคนตายโดยไม่เจตนายังไม่มีโอกาสได้สู้คดีด้วยซ้ำ คอยดูเถอะซักวันเขาต้องแหกคุกเวรนี่ออกไปให้ได้ 

บุ๋ง บุ๋งง บุ๋งงง~ 

แต่เพียงแค่คิดจะหนีในใจเสียงน้ำจากใต้พื้นห้องขังก็ดังขึ้นก่อนน้ำเย็นเฉียบจะดันออกมาจากท่อข้างใต้ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วทีเดียวถึงหัวเข่า อัลฟ่ามาใหม่เบิกตากว้างอย่างตั้งตัวไม่ทันยิ่งคิดว่าจะต้องหนีน้ำมันก็ท่วมขึ้นมามิดหัวอย่างรวดเร็วจนเขาสำลักน้ำ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ! เซเวียสตะเกียกตะกายว่ายน้ำทุบกระจกห้องขังอย่างคนรนราน 

“เลิกคิดที่จะหนีซะ ไม่งั้นมึงจมน้ำตายก่อนได้หนี” 

น้ำเสียงเย้ยหยันนั้นดังขึ้นมาเตือน แต่ว่าเสียงใคร? 

“อยากตายในคุกตั้งแต่วันแรกก็ตามใจ” 

ทำไมถึงได้ยินชัดนัก ทั้งที่จมน้ำอยู่ ร่างโปร่งของเซเวียสตะเกียกตะกายเอาตัวรอด เขากลัวน้ำลึกเสียยิ่งกว่าสิ่งใด แต่เขาต้องเอาชนะความกลัวให้ได้ สัญชาตญาณมันบอกแบบนั้น ดวงตาคู่เฉี่ยวค่อย ๆ ลืมขึ้นมองทุกอย่างรอบกายหลังจากสูดลมหายใจลึก 

...ไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียว ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่ได้เปียกแม้แต่น้อย 

“นี่มันอะไรกัน” 

“หึ กลัวน้ำลึกสินะ” 

เสียงหัวเราะเย้ยหยันในลำคอดังลอดมาจากห้องขังฝั่งตรงข้าม หรือว่าเสียงที่เขาได้ยินในหัวเมื่อครู่คือเสียงไอ้ห้องตรงข้ามนั่น เซเวียสพยายามมองไปยังห้องขังฝั่งตรงข้ามเห็นเพียงร่างสูงใหญ่ตระหง่านยืนพิงกำแพงในเงามืด เขามองไม่เห็นหน้าอีกคน 

“ผ่านแดนแรกรับมาไม่มีใครบอกมึงหรือไงว่าแดนนี้คือแดนอะไร” 

“อาจจะบอก แต่กูไม่ได้ใส่ใจฟัง” 

ใครมันจะมีกะจิตกะใจฟังวะ ไม่ว่าอยู่แดนไหนแม่งก็คือคุกอยู่วันยังค่ำ เซเวียสถอนหายใจพลางมองไปยังพื้นใต้ฝ่าเท้าเปล่าอย่างระแวงว่ามันจะมีน้ำดันขึ้นมาอีกรึเปล่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่นี้คือเรื่องจริงหรือประสาทหลอนไปเอง เขาหันไปมองทางห้องขังฝั่งตรงข้ามอีกครั้งแต่คราวนี้หมอนั่นไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว 

แต่ช่างแม่งเหอะ... 

ร่างสูงโปร่งทิ้งตัวนั่งลงพิงห้องขังคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน สิ่งอัปยศที่นำพาเขามายังสถานที่คุมขังแห่งนี้และเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง 

เซเวียส เฮย์ส เพศหลักชาย เพศรองอัลฟ่า อายุยี่สิบห้าปี ทำงานเป็นโฮสต์อยู่ในคลับดังย่าน Road King อันเลื่องชื่อ ยังไม่ผูกพันธะและยังไม่มีคู่ แม้ว่าจะมีเบต้าและโอเมก้ามาติดพันเขาอยู่ไม่น้อย เซเวียสเป็นคนดังและเก่งเรื่องเซ็กส์อย่าบอกใคร เขาถูกจองตัวด้วยเรตราคาสูงลิ่วเพื่อไปปรนเปรอโอเมก้ารวยๆ ในช่วงฮีท 

เมื่อสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน เขาเพียงเข้าไปห้ามด้วยสัญชาตญาณ ขณะเกิดเหตุชุลมุนเขาหันคมมีดไปอีกทางแต่โอเมก้าชายคนหนึ่งที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ดันเดินผ่านมาพอดี คมมีดปลายแหลมปักเข้าอวัยวะส่วนสำคัญทำให้เสียเลือดมาก เคราะห์ซ้ำยิ่งไปกว่านั้นโอเมก้าคนนั้นกำลังตั้งท้อง เสียชีวิตทั้งแม่ทั้งลูก ญาติคนตายเป็นคนมีเส้นสายใหญ่ทำให้เขาถูกจับเข้าตารางโดยที่ไม่มีโอกาสร้องขอทนายด้วยซ้ำ

เซเวียสถูกผู้คุมปลุกด้วยเสียงคีย์การ์ดที่แตะหน้าห้องขังจนประตูเปิดออกเขายันตัวลุกทันที

“ถึงเวลารับวัคซีนเข็มแรก”

“วัคซีน วัคซีนอะไร?”

คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันพุ่งตัวออกมาจากห้องขัง หัวไหล่เขาชนกระแทกไหล่แข็งของใครบางคนที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามจนรู้สึกชา เสี้ยววินาทีนั้นหางตาคมกริบดูหยิ่งทระนงตวัดมองมายังเซเวียสจนเผลอสบสายตาเย็นชาอยู่แวบหนึ่ง ก่อนอีกฝ่ายจะเลื่อนมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเดินผ่านหน้าไปโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา

“ไหล่หรือก้อนหินวะ แข็งสัส”

เซเวียสบ่นพลางกุมหัวไหล่ตัวเองและเดินตามหลังอีกคนไปอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวจนมาถึงห้องหนึ่ง กลุ่มนักโทษราวสิบคนจากแดนเดียวกันทยอยเดินเรียงแถวรับการฉีดวัคซีนจากคนที่สวมชุดกาวน์ เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าด้านหลังคอทุกคนมีเลขประจำตัวและสัญลักษณ์ประจำแดนขัง

“เซเวียส เฮย์ส เลขประจำตัว 422882” 

“ครับ ผมเอง”

จากัวร์มองไปยังคนมาใหม่ที่เพิ่งถูกวัคซีนเข็มแรกฉีดเข้าไปยังต้นแขนข้างที่เพิ่งชนกระแทกกับไหล่เขาเมื่อครู่นี้ขณะที่วัคซีนเข็มใหญ่อีกเข็มก็ถูกฉีดเข้ามาที่ไหล่ตัวเองเช่นกัน แต่เขาไม่ได้ใส่ใจกับมันนักเพราะเข็มนี้นับว่าเป็นเข็มที่ห้าแล้วตั้งแต่มาอยู่ที่นี่

“นั่นเด็กใหม่หรอวะ”

“อืม”

คนถูกทักหันไปส่งเสียงตอบ ‘บรู๊คลิน’ เจ้าหน้าที่คุมขังอายุเท่ากันที่รู้จักมาตั้งแต่ตอนมันยังไม่ถูกสั่งย้ายให้มาทำงานที่นี่ ก็อย่างที่บอกเส้นสายในคุกเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตรอด

“กูได้ข่าวว่าเป็นโฮสต์อยู่แถวโรดคิงส์ ย่านคนมีอันจะแดก”

“ดูจากท่าทางก็คงงั้น”

“คงไม่เคยตกระกำลำบาก มึงว่าจะอยู่แดนนี้ได้สักกี่วัน”

“กูให้เต็มที่สามคืน”

อันที่จริงโดนวัคซีนเข็มแรกไปคืนเดียวก็รู้เรื่องแล้ว จาร์กัวคิดในใจพลางมองไปยังคนที่ตกเป็นเป้าการสนทนา

“คนที่เข้ามาก่อนมึงยังไม่เหลือสักคน ไม่ตายคาคุกก็โดนผลข้างเคียงยาจนร่างกายสาหัสต้องย้ายไปพักฟื้นแดนอื่น ตื่นมาก็โดนล้างสมองจำอะไรไม่ได้”

“แล้วมึงมีข่าวอะไรมาอัพเดทบ้าง คงไม่ได้มาทักกูเฉยๆ”

อัลฟ่าหนุ่มเดินออกมาหลบมุมคุยเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่เขาและเพื่อนต่างสงสัยว่าแดนนี้มันคือแดนอะไรกันแน่ถึงได้มีคนตายจากการทดลองยาไม่เว้นแต่ละวัน

“เพื่อนกูที่วิจัยยาอยู่แล็บกลางส่งข่าวมาบอกว่ารัฐบาลกำลังเร่งพัฒนาวัคซีน กลุ่มทดลองยามีแค่อัลฟ่าชายที่ร่างกายปกติผลเลือดอยู่ในค่าดีถึงดีมากไม่มีโรคประจำตัวเท่านั้นถึงจะเข้าเกณฑ์ผู้ทดลอง”

“หมายความว่าแดน X คือพวกเข้าเกณฑ์”

“ใช่ แต่เรื่องวัคซีนอะไรกูก็ยังไม่รู้ว่ะ”

“ถ้ามึงมีอะไรอัพเดทก็มาบอกกูด้วยแล้วกัน”

“กูรีบมาบอกมึงอยู่แล้ว” บรู๊คลินตบไหล่เพื่อน “ส่วนนี่คีย์การ์ดมึง อย่าเพ่นพ่านนอกเวลาจนเดือดร้อนถึงกูก็พอไอ้ห่า”

“เออ ขอแค่กูได้ออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง”

จากัวร์รับคีย์การ์ดสีน้ำเงินที่มีตรา X อยู่ตรงกลางนั่นมาและเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง บอกแล้วไงการมีเส้นสายมันดีอย่างนี้ อีกอย่างเขาไม่เคยแหกกฏที่นี่จนต้องเดือดร้อนใคร ก็แค่ต้องการออกไปหาอากาศบริสุทธิ์หายใจแถวป่าลึกด้านหลังเขตแดนนี้เท่านั้น มีคีย์การ์ดนี่อันเดียวก็เข้าออกที่นี่ได้อย่างไม่ต้องกังวล

กฎของเขตแดนนี้จะปล่อยให้นักโทษออกมาทำกิจกรรมตามอัธยาศัยตั้งแต่หลังเวลาอาหารเย็นและกลับเข้าห้องขังก่อนเวลาสามทุ่มตรง เนื่องจากมีนักโทษอยู่เพียงสิบคนในแดนนี้ นับว่าน้อยที่สุดจากทุกเขตแดน

-

ในช่วงอาหารเย็นเซเวียสเลือกที่จะกินแค่ขนมปังกับนมจืดแล้วเดินแยกออกมานั่งคนเดียวแถวใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างจากโรงอาหารไปนิดหน่อย เขายังปรับตัวกับที่นี่ไม่ได้ ก่อนเข้าคุกเซเวียสไม่เคยลำบาก อยู่คอนโดหรูราคาแพงนอนเตียงอย่างดี มีแม่บ้านคอยทำความสะอาด หิวก็มีคนหาอาหารให้ อิ่มก็แค่กองๆ ไว้

“กินแค่นั้นจะเอาอะไรมาอิ่ม”

คนที่งับขนมปังไว้ที่ปากหันมองยังต้นเสียงแหบต่ำของใครบางคน เซเวียสมองตามร่างหนาที่ปีนขึ้นไปนั่งบนต้นไม้ได้อย่างว่องไวปานเสือก่อนจะควักบุหรี่ไฟฟ้าออกมาจุดสูบหน้าตาเฉย

“มึงไปเอาไอ้นั่นมาจากไหน ที่นี่ดูดได้ด้วยเหรอวะ”

“ไม่ได้”

“อภิสิทธิ์ชนสัส”

เซเวียสส่งเสียงเหอะออกมาจากลำคออย่างไม่พอใจนัก ที่เขาถูกจับยัดตารางอยู่นี่ก็เพราะไอ้อภิสิทธิ์ชนที่มันทำตัวเหนือกฏหมายใช้เส้นสายจนคนด้อยกว่าต้องมาจบลงที่คุก เขาล่ะเกลียดคนประเภทนี้ที่สุด

“ไปอยู่ที่ไหนมึงก็ต้องอยู่ให้เป็น”

จากัวร์พ่นควันสีเทาออกมาจากปากและปลายจมูกโด่ง เขาตวัดสายตามองอีกคนที่ยัดขนมปังใส่ปากทีเดียวหมดอันแล้วยกกล่องนมกรอกปากดื่มเอาๆ จนไหลลงมาตามมุมปาก จนกระทั่งมือเรียวยกขึ้นปาดเช็ดลวกๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาที่นั่งอยู่บนต้นไม้

“จะบอกว่ามึงอยู่เป็นว่างั้น?”

ร่างหนายักไหล่ตอบอย่างไม่ยี่หระ ขณะที่เซเวียสรู้สึกไม่ถูกชะตากับอีกคนสักเท่าไหร่นัก ตั้งแต่ครั้งที่ห้องขังนั่นหมอนี่มันจองหองใส่เขา เป็นบุคคลประเภทที่ไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย

“ชื่ออะไร”

“เซเวียส”  

“กูจากัวร์”  

จากัวร์? หรือว่าหมอนี่คือ จากัวร์ ดีไวเลอร์ 

เมื่อคืนนี้ตอนผลตรวจเลือดออกแล้วเขาถูกทำเรื่องย้ายเข้าเขตแดนใหม่ เซเวียสได้คุยโทรศัพท์กับลูอิสเพื่อนโฮสต์เรื่องถูกย้ายมายังแดน X มันก็ทำเสียงไม่ค่อยดีแล้วบอกว่าให้เขาไปหาใครสักคน แต่ตอนนั้นเซเวียสไม่ได้ใส่ใจฟังเท่าไหร่เพราะเจ้าหน้าที่เอาแต่จะแย่งโทรศัพท์คืน 

“มึงต้องไปอยู่แดน X งั้นเหรอวะไอ้เวียส”  

“เออ”  

“แดนนั้นแม่งไม่ตายก็กลับออกมาไม่ครบสามสิบสอง”  

“หมายความว่ายังไงวะลูอิส”  

“เอาเป็นว่าถ้ามึงเข้าไปข้างในนั้นไปหาคนชื่อ จากัวร์ ดีไวเลอร์ กูช่วยได้แค่นี้”  

ได้คุยเท่านั้นก็หมดเวลาใช้โทรศัพท์ เซเวียสเพิ่งนึกขึ้นได้ตอนอีกฝ่ายแนะนำตัว เขาลืมไปเสียสนิทเรื่องที่เพื่อนบอก นั่นยิ่งทำให้ความสงสัยในตัวคนตรงหน้าเพิ่มมากขึ้นอีก เท่าที่เห็นเมื่อตอนเที่ยงหมอนี่คุยกับเจ้าหน้าที่คุมขังอย่างสนิทสนมแถมไม่มีใครกล้าทำอะไร 

มันก็ชัดแล้วไหมว่าอีกคนต้องมีเส้นสายใหญ่บางอย่างในคุกนี่แน่ 

- 

กลางดึกคืนนั้นอยู่ดี ๆ เซเวียสก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกอยากลุกไปโก่งคออ้วก ห้องขังกำลังหมุนเป็นลูกข่างอยู่ในหัว ข้างขมับเต้นตุบ ๆ อาหารมื้อเย็นที่มีแค่ขนมปังและนมจืดขึ้นมากองอยู่ตรงคอพร้อมจะขย้อนออกมาที่พื้น ไหนจะไอ้อาการหนาว ๆ ร้อน ๆ รู้สึกถึงอุณหภูมิในร่างกายที่เหมือนจะมีไข้ อาจเพราะตกดึกอากาศเย็นขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วผ้าห่มที่มีให้มันก็บางนิดเดียว คิดถึงผ้าห่มที่บ้านชิบหายเลย 

เขาพยายามข่มตาหลับแต่ทำยังไงก็หลับไม่ลง ยิ่งไปกว่านั้นเสียงร้องโอดครวญโหยหวนราวคนกำลังจะขาดใจจากห้องขังที่ห่างออกไปไม่กี่ห้องก็ดังขึ้นมาสร้างความจิตตกอีก ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่มีอาการบางอย่าง นักโทษคนอื่นก็มีอาการ และดูเหมือนจะหนักกว่าเพราะเจ้าหน้าสองคนหามเปลเอาร่างนักโทษห้องที่ว่าผ่านหน้าห้องไปด้วยสภาพชักตัวเขียวน้ำลายฟูมปากเหมือนจะขาดใจตาย 

“อึ่กก...” 

เซเวียสเท้ามือกับผนังห้องห่อไหล่โก่งคออาเจียนออกมาจนหมดกระเพาะ กว่าจะดีขึ้นก็เล่นเอาน้ำหูน้ำตาไหลหมดแรงยืน นึกถึงใครบางคนที่เอ่ยปากเตือนเมื่อเย็นว่ากินแค่ขนมปังกับนมจะไปอิ่มได้ยังไงแล้วได้แต่หัวเราะในลำคอออกมาพลางยกหลังมือขึ้นมาปาดคราบเลอะเหม็นออกจากมุมปาก 

เหมือนหมอนั่นรู้อยู่แล้วว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น 

“ไหวไหมเด็กใหม่” 

“มึง...” 

เซเวียสทำหน้าเหยเกเพราะรสชาติในปากตัวเองพลางหันไปมองอีกคนที่กอดอกมองจากห้องขังฝั่งตรงข้ามมายังเขาที่สภาพดูไม่ได้ แถมอยู่ดี ๆ แม่งก็ถอดเสื้อแขนกุดที่สวมอยู่ออกจากหัวแล้วเหวี่ยงมันมาทางเขาผ่านประตูห้องขัง 

“เช็ดพื้นซะ ถ้าไม่อยากนอนดมอ้วกทั้งคืน” 

“มึงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” 

คนถูกถามเท้ามือกับห้องขังตัวเองเผยช่วงบนเปลือยเปล่าแข็งแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เซเวียสสังเกตเห็นลายสักใหญ่แถวชายโครงลงมาถึงช่วงเอวหนา 

“ผลข้างเคียงยา” 

จากัวร์เอ่ยตอบขณะที่อีกคนเอื้อมมืออกมารับเสื้อเขาไปเช็ดพื้นตามที่บอกก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนพื้นมองมาทางเขารอคำตอบ ตาคมเผลอเลื่อนมองตามหลังมือเรียวที่เลื่อนถูริมฝีปากตัวเองไปมาเพราะนิ้วเรียวสวยนั่นมันค่อนข้างดึงดูดสายตา 

“แต่ละคนมีอาการข้างเคียงไม่เหมือนกัน แต่คืนแรกก็อ้วกแตกแบบนี้ทุกคน” 

“หรือว่ายาที่ฉีดเมื่อกลางวันนั่น...” 

“หึ คราวนี้เข้าใจรึยังล่ะว่าแดนนี้คือแดนอะไร” 

เซเวียสปะติดปะต่อข้อมูลในหัวแล้วคิดตามก็พอเข้าใจคร่าว ๆ แล้วว่าแดนนี้คือแดนที่จับนักโทษบางส่วนมาขังเพื่อทดลองยาอะไรบางอย่าง และคนที่ถูกหามออกไปนั่นก็คนที่ถูกผลข้างเคียงของยาเล่นงานเอา 

“พอจะเข้าใจ แต่ยังมีอีกเรื่องที่กูสงสัย” 

คิ้วเข้มเลิกขึ้นมองใบหน้ามีเสน่ห์ประมาณว่าเรื่องที่สงสัยน่ะมันเรื่องอะไร 

“กูอยากรู้ว่ามึงเป็นใครกันแน่” 

“มีทางเดียวที่มึงจะได้รู้ คือต้องไม่ตายเพราะวัคซีนนั่นไปซะก่อน” 

รอยยิ้มเย้ยเยาะมุมปากนั่นทำให้เซเวียสรู้สึกเหม็นขี้หน้าเจ้าของเสื้อที่เช็ดอ้วกตัวเองแทบบ้า ถ้าไม่ติดว่าเขายังไม่อยากตายเพราะยาเข็มต่อไปนั้นเขาคงไม่เอาชีวิตตัวเองเข้าไปยุ่งกับแม่งแน่ ๆ 

  

#คุกทดลองอัลฟ่า 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว