ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่7 [เมื่อซันนี่ป่วย] 140% อัพแล้ว

ชื่อตอน : บทที่7 [เมื่อซันนี่ป่วย] 140% อัพแล้ว

คำค้น : มีเด็ก ตบจูบ มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 871

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2563 10:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่7 [เมื่อซันนี่ป่วย] 140% อัพแล้ว
แบบอักษร

 

ถึงแม้จะไม่ชอบใจแต่เพื่อตัดความรำคาญเลยยอม ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานเดินมานั่งลงหัวโต๊ะ มองดูเบเกิลเนื้อน่ากินส่งกลิ่นหอม ส่วนอาทิตยาเป็นไก่ทอดกับสลัดผักนิดหน่อย ตามด้วยผลไม้หนึ่งถ้วยและน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว ของเขาเครื่องดื่มเป็นชาร้อน และเธอก็รู้ทันด้วยการเสิร์ฟเหล้ามาด้วยแต่ในปริมาณที่น้อยมาก ดื่มทีเดียวก็หมด 

       “เติมอีกสิ” 

       เธอรู้ทันสายตาก็ส่ายหน้า “เท่านี้พอแล้วค่ะ สำหรับมื้อเที่ยง” 

       “พริสา! ฉันบอก…” 

       “ฉันรู้ค่ะ” 

       เขาขมวดคิ้ว “เธอรู้ทุกอย่างที่ฉันจะพูดเลยหรือไง”  

       “แน่นอนค่ะ ไม่อย่างนั้นฉันจะเป็นผู้ช่วยคุณเหรอคะ” พริสายิ้มกว้างตอบโต้กลับ 

       รอยยิ้มนั้นทำเอาร่างสูงนิ่งไป ยังไม่ทันตอบโต้ เวลานั้นเสียงของอาทิตยาก็ดังขึ้น 

       “เตอร์ป้อน...” 

       “ไม่ได้ค่ะเด็กดี หนูโตแล้วนะลูก ต้องหม่ำๆเองค่ะ” พริสาบอกอย่างอ่อนโยน จริงอยู่อยากให้เขาทำแต่กลัวว่าจะกลายเป็นสร้างความเคยชินให้แก่ลูกสาว 

       “อยากให้เตอร์ป้อน!” อาทิตยาเอาแต่ใจ 

       “เตอร์ก็ต้องหม่ำๆเหมือนกัน ถ้าป้อนหนูแล้วเตอร์จะหม่ำยังไงล่ะจ๊ะ... หรือว่าซันนี่อยากให้เตอร์หิวจนไม่สบายน้า” เธอสนทนากับลูกสาวอย่างใจเย็น 

       ชายหนุ่มเห็นเธอเป็นห่วงเป็นใยอีกทั้งยังให้อาทิตยากินเอง จู่ๆหัวใจแกร่งที่ด้านชาก็อุ่นวาบขึ้นมาซะอย่างนั้น เธอเห็นความสำคัญของเขามากกว่าเด็กน้อยนั่นทำให้เขาพึงพอใจ 

       “อื้อ... เตอร์ไม่ฉบาย ซันนี่ไม่เอา” 

       “เพราะฉะนั้นซันนี่โตแล้วต้องหม่ำเองนะคะ ตกลงไหม” 

       “อื้อ!... เตอร์ ซันนี่หม่ำเองนะ” 

       ชายหนุ่มเห็นเด็กน้อยยิ้มให้ก็พอใจ “ดี” 

       แม้จะเป็นการตอบสั้นๆ ทว่าพริสาสังเกตจากสีหน้าและแววตาเห็นรอยยิ้มมุมปากก็ลอบส่ายหน้า ผู้ชายคนนี้นิสัยเด็กชะมัด เธอมองทั้งสองรับประทานอาหารกลางวันก่อนที่เสียงทุ้มเข้มของผู้เป็นนายจะดังขึ้นอีก 

       “แล้วเธอ... ไม่กินอะไรหรือไง ยืนพูดมากอยู่ได้” 

       พริสาหันไปหาแล้วส่งยิ้มให้ “เป็นห่วงฉันใช่ไหมล่ะ” 

       “ทำไมฉันต้องเป็นห่วงเธอด้วย... แค่ไม่อยากให้ใครบ่นว่าฉันดูแลพนักงานของตัวเองไม่ดี อดข้าวอดน้ำ จนเป็นลมหรอกนะ” เขาแสร้งว่าตีหน้าขรึม 

       “อ๋อ... ถ้าอย่างนั้นเจ้านายก็สบายใจได้นะคะ ฉันกินอิ่มเรียบร้อยแล้ว” 

       “ก็ไม่แปลกใจ ผู้หญิงอย่างเธอไม่น่าจะรอใครอยู่แล้ว” 

       พริสาหน้าบึ้ง “คุณนี่! รีบกินไปเลยค่ะ กินให้หมดด้วยนะ” 

       “ทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งเธอด้วย” 

       “ไม่ใช่คำสั่ง... แต่เป็นการขอ... นะคะ กินให้หมดนะ” พริสาคะยั้นคะยอด้วยน้ำเสียงอ่อนลง การรับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อเป็นเรื่องสำคัญ เฮกเตอร์ไม่ควรเลี่ยง  

       เมื่อเจอพริสาโหมดออดอ้อนอีกทั้งปลายประโยคติดจะเสียงหวานด้วยซ้ำทำเอาร่างสูงไปไม่เป็น หลบสายตาแล้วคว้าเบเกิลมากัดกินคำใหญ่ ก่อนจะลอบมองหญิงสาวที่กำลังดูแลอาทิตยา จู่ๆ หัวใจของเขาก็เต้นแรงซะอย่างนั้น บางทีอาจเป็นเพราะไม่ค่อยได้ดื่มแอลกอฮอล์แน่ๆ คิดแล้วก็คว้าแก้วเหล้ามากระดกดื่มทีเดียวหมดเกลี้ยง อยากดื่มอีกแต่ดูท่าผู้หญิงคนนี้คงไม่ยอม เขาคงต้องแอบเอาขวดเหล้ามาซ่อนไว้ที่นี่บ้างแล้ว 

       ช่วงบ่ายพริสาหายตัวไปอีกครั้งทิ้งเขาเอาไว้กับอาทิตยา ที่วันนี้คึกไม่ยอมนอนกลางวันสักที ระหว่างที่กำลังตรวจเอกสารเพื่อเข้าประชุมช่วงเย็นผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จู่ๆ เด็กน้อยก็วิ่งตรงเข้ามาหาอีกรอบพร้อมกับดึงขากางเกง  

       “นั่งตักเตอร์”  

       “ไม่เอา... เดี๋ยวเธออึใส่ฉันอีก” 

       เด็กน้อยส่ายหน้า “ซันนี่อึแล้ว” 

       “ไม่เอาอยู่ดี ไประบายสีหรือหาอะไรทำก็ได้... อ้อ... ดูการ์ตูนสิ ดูไหม” เฮกเตอร์เอ่ยถามเด็กน้อย 

       อาทิตยาแววตาเป็นประกาย “ดูตูน ดูตูนๆ” 

       เขาส่ายหน้าพลางคิดว่าเด็กก็มีแค่นี้ ก่อนจะเรียกลูอิสเข้ามาพร้อมสั่งการ เพียงสองนาทีก็เห็นคนสนิทจูงมือเด็กน้อยไปยังด้านหน้า ใกล้กับจอที่มักใช้ประชุม แล้วเปิดการ์ตูนให้ดูแต่ไม่ลืมอุปกรณ์สำคัญเพราะเฮกเตอร์กำชับว่าอย่าเสียงดังนั่นแปลว่าอาทิตยาจะต้องดูพร้อมกับใส่หูฟังไปด้วย ทีแรกเด็กน้อยไม่ค่อยเข้าใจ พยายามดึงออก แต่พอได้ยินเสียงออกมาและภาพเคลื่อนไหวบนจอ ก็จดจ่อกับการดูทันที  

       เฮกเตอร์พึงพอใจ นั่งทำงานต่อ แต่ความสงบกินระยะเวลาเพียงห้านาทีเท่านั้น แม้จะใช้วิธีใส่หูฟังเพื่อไม่ให้เสียงการ์ตูนดังแทรกออกมาแต่คงลืมไปว่าไม่อาจปิดปากของอาทิตยาได้ ดังนั้นเสียงหัวเราะดังก้องห้องกว้างทำเอาร่างสูงสะดุ้งเซ็นเอกสารพลาด 

       “ให้ตายสิ” เขาสบถพยายามสนใจงานต่อแต่เสียงของอาทิตยายังดังต่อเนื่อง คราวนี้ไม่ใช่เสียงหัวเราะแต่มาเป็นเสียงร้องเพลงกันเลยทีเดียว 

       “เอ บี ซี ดี อี เอฟ จี...” 

       นักธุรกิจหนุ่มกัดฟันกรอดผลักเอกสารไปอีกทางอย่างหงุดหงิดแล้วลุกขึ้นเดินไปหาอาทิตยาก่อนจะเอาหูฟังออก ถามเสียงเข้ม “ดูเงียบๆไม่ได้หรือไง” 

       “เตอร์ๆ ซันนี่ร้อง” อาทิตยาอวด 

       เขากลอกตา “ดูแบบเงียบๆ ไม่ร้องได้ไหม เสียงเธอดังมาก ฉันทำงานไม่ได้เลย” 

       อาทิตยาเอียงศีรษะทำหน้าสงสัย “ซันนี่ไม่มีงาน ซันนี่ดูตูน” 

       “โอ๊ย ฉันอยากจะบ้าตาย!” 

       เมื่อสบตาอาทิตยาที่ยังไม่รู้เรื่องแถมยังร้องเพลงต่อ เขาก็คิดไอเดียบางอย่างขึ้นมาได้ ขอเพียงปากไม่ว่างเสียงก็ย่อมไม่ออกมาเลยถามกลับ “อยากกินอะไรไหม” 

       แววตาของอาทิตยาเป็นประกาย “เตอร์ หม่ำติมๆ หม่ำติมค่ะ” 

       เขากระตุกยิ้ม “ได้สิ แถมเค้กให้อีกสองชิ้นเลย” 

       อาทิตยายิ้มกว้างกระโดดโลดเต้น “เย้ๆ เตอร์น่ารัก ซันนี่กินเค้กช็อกแอด” 

       เขาขมวดคิ้ว “อะไรคือช็อกแอด” 

       “ช็อกโกแอด หวานๆ”   

เขาได้แต่ลอบถอนหายใจกับความพูดไม่ชัด จึงใส่หูฟังให้อีกหนแล้วสั่งการลูอิสที่ยืนอยู่หน้าห้อง จากนั้นกลับไปนั่งที่เดิม เพียงห้านาทีแม่บ้านก็มาพร้อมถาดที่ใส่ไอกรีมทั้งกล่องกับขนมเค้กช็อกโกแลตสองชิ้น ชายหนุ่มสั่งให้ไปเสิร์ฟอาทิตยา จากนั้นเสียงร้องเพลงก็ไม่มีอีก เพราะปากไม่ว่างแล้วนั่นเอง 

       “เด็กก็มีอยู่แค่นี้ อยากให้สงบ ก็หาอะไรให้กินก็หมดเรื่อง” เขากระตุกยิ้ม 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว