ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

การแทรกแทรงและความไม่สบายใจ

ชื่อตอน : การแทรกแทรงและความไม่สบายใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 91.9k

ความคิดเห็น : 226

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ย. 2563 21:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การแทรกแทรงและความไม่สบายใจ
แบบอักษร

 

 

 

ตอนที่ 20 

การแทรกแทรงและความไม่สบายใจ 

[Mark Masa] 

  

  

อย่าทำให้ตัวเองลำบากใจ

นั่นคือคำพูดของแม่ที่บอกกับผมในวันที่ผมได้คุยกับท่าน คุยเรื่องไม่คาดคิดว่าจะได้คุย คุยเรื่องที่เคยอยู่ในหัวมาก่อนเลยสักนิด ผมถามแม่เรื่องการดูแลเด็กสักคน ส่วนแม่ถามผมเรื่องการดูแลความรู้สึกของตัวเอง ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นยังไง ความรู้สึกของผมตอนนั้นคือสงสารเด็กที่ควรจะได้ลืมตาดูโลก ผมเลยพยายามหนักแน่นและพูดออกไปให้ทุกคนเชื่อได้ ว่าผมจะไม่รู้สึกแย่กับการตัดสินใจครั้งนี้

พี่วีเองก็เชื่อผมแบบนั้น

และผมเองก็เชื่อแบบนั้น

“มึงนั่งเหม่ออีกแล้วนะ” เจมส์ว่าให้ผม

“เหม่ออะไร” ผมเลยตอบมันกลับ ผมไม่ได้เหม่อ ผมแค่กำลังคิดถึงพี่วี

“มึงบอกเขาเองป้ะวะว่ามึงโอเค” วินด์บอกผม 

“เฮ้อ~ ตอนนั้นกูบอกแบบนั้นแหละ” ผมว่ากลับ

ตอนนั้นผมบอกแบบนั้นจริงๆ แล้วทุกวันนี้มันก็มีบ้างที่ผมบอกแบบนั้นแต่ผมรู้สึกอีกแบบ มันมีนะที่ผมบอกว่าโอเคแต่ความจริงแล้วผมไม่ได้โอเคหรอก แล้วมันก็มีช่วงที่ผมบอกพี่วีว่าไม่เจอก็ได้ แต่ความจริงผมอยากเจอมากๆ แต่ไปหาไม่ได้ ช่วงที่ปิดเทอมที่ผมต้องฝึกงานแบบนี้ มันคือช่วงที่ทรมานมากๆ ของผม ผมมีงานต้องแก้ มีโปรเจ็กต์ต้องทำ ต้องไปทำงานให้ตรงเวลา แล้วพี่วีเองก็เป็นแบบนั้น มันทำให้ผมรู้ว่าถ้าเราเลือกใช้ชีวิตการทำงานแบบนี้เราคงไม่มีเวลาให้กันแน่ๆ

แล้วก็คงไม่มีเวลาดูแลเด็กคนนั้น

“แล้วตอนนี้มันเป็นยังไง” ฟิวส์หันมาถามผม

“ไม่โอเคเหรอวะ” คำผานถามต่อ

“โอเคก็เหี้ยละ” ผมตอบกลับ

ตอนนี้ผมกำลังฝึกงาน และผมทำงานจันทร์ถึงเสาร์ แม้ว่าพื้นที่ที่ต้องฝึกจะไม่ไกลกรุงเทพฯ แต่ผมก็ไม่มีเวลาเข้าไปที่บ้านได้ กลับเป็นพี่วีที่ต้องไปแทน ไปเพื่อดูแลพี่พลอย ใช่…แม่กับพ่อให้พี่พลอยอยู่บ้านผม ในช่วงเดือนแรกๆ พวกท่านให้พี่ๆ คอยดูแลช่วย ทั้งอาการของพี่พลอย การจัดแจงเรื่องฝากครรภ์ การดูแลครรภ์ แม่เองดูอยู่ห่างๆ ส่วนพ่อไม่ได้สนใจพี่พลอยกสักเท่าไหร่ 

ช่วงนั้นผมกับพี่วีไปๆ มาๆ แต่มันไม่ได้บ่อยขนาดนั้น เพราะผมเองก็สอบ ส่วนตอนนี้หลังสอบผมก็ต้องมาฝึกงาน เด็กในท้องของพี่พลอยมีอายุได้เกือบหกเดือนแล้ว อาการแพ้ท้องหายไปแล้ว แต่การดูแลแม่และเด็กมันก็ยิ่งสำคัญมากขึ้น พี่วีไปหาบ่อยแต่ผมไม่ได้ไปเลย ผมเฝ้ารอแค่เวลาการฝึกงานหมด ซึ่งมันอีกแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น แต่มันยากเกินไปจนต้องนัดเพื่อนมาหาที่ห้องของตัวเอง

“ไม่โอเคแล้วทำไมไม่ตามไปดูวะ” วินด์ถาม

“กูมีเวลาเหรอวินด์”

“ไม่มีเหี้ยอะไร มึงคุยกับพวกกูอยู่เนี่ย” ฟิวส์ว่ากลับ

“ก็พวกมึงอยู่ใกล้กว่า” ผมว่า

“ใกล้เหี้ยอะไร กูขับมาจากมอ” เจมส์บอก มันกับวินด์ยังไม่เข้าโปรแกรมฝึกงาน เพราะพวกมันจะไปฝึกตอนปีสี่เทอมสองแทน

“ก็นั่นแหละมึง ตอนนั้นกูบอกออกไปแบบนั้นนี่” ผมว่า

“แล้วตอนนี้มาคิดมากอะไร มึงไม่เชื่อใจพี่วีเหรอ?” คำผานถาม

“กูก็เชื่อ…” ผมว่าแล้วสบตาเพื่อน ตั้งแต่ที่มีพี่พลอยกับลูกเข้ามาพี่วีไม่ได้เปลี่ยนไป ความรู้สึกของเราสองคนยังเหมือนเดิม ผมคิดว่ามันเป็นอย่างนั้นเพราะผมสัมผัสได้ว่าพี่วียังเหมือนเดิม แม้ว่าตัวเองจะรู้สึกวุ่นวายและห่างเหินจากพี่วีนิดหน่อย แต่พี่มันก็พยายามเติมเต็มให้ผมกับลูกเหมือนเดิม

เหมือนอย่างวันนี้

วันนี้ที่เป็นตอนค่ำของวันอาทิตย์ ผมเพิ่งแก้ไขปัญหางานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ ส่วนพี่วีกลับบ้านผมเพื่อไปดูลูก แล้วการที่จะดูลูกก็ต้องไปเจอแม่ของลูก แม้ว่าพวกเขาสองคนจะบอกว่าไม่มีอะไร แม้ว่านั่นจะเป็นบ้านของผมเอง แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าอยากไปด้วย อยากตามติด และไม่อยากปล่อยพวกเขาไว้ด้วยกันแค่สองคน

“ถ้าเชื่อใจกัน มันก็จบแล้วนะมึง” วินด์ว่า

“อือ เข้าใจและเชื่อใจ” คำผานบอกย้ำ

เพื่อนรู้เรื่องของผม และเพื่อนพี่วีก็รู้เรื่องด้วยเหมือนกัน แต่ผมไม่รู้ว่าพวกพี่เขาว่ากันอย่างไรบ้างเพราะคนคุยด้วยคือพี่วี แล้วตอนนั้นผมไม่ได้อยู่ด้วย รู้เพียงแค่ว่าพี่วีบอกเพื่อนไปแล้วว่าจะเลี้ยงลูกของพี่พลอย น่าจะโดนพี่ยี่หวาด่าแต่พี่วีไม่ได้พูดอะไรแสดงว่ามันคงไม่ได้รุนแรงอะไร

“มึงก็ไปหาเรื่อง” วินด์บ่น

“เออ พวกมึงก็ไปว่ามัน เป็นกูกูก็จะทำแบบนั้น” ฟิวส์บอก

“มึงวางแผนเลี้ยงเด็กเหรอฟิวส์” เจมส์หันไปถาม

“อือ พี่อนาขอกู แต่คงอีกนานนะมึง” ฟิวส์ว่า

“แต่ของไอ้มาร์คมันเร็วไป” คำผานบอก

“มึงเข้าใจคำว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดไหมวะคำผาน” ผมตอบกลับ

“แล้วเหตุการณ์ตอนนี้ที่มึงเป็นอยู่เนี่ย มึงคาดคิดไว้ไหม?” เจมส์ถามกลับ

“ก็…” คาดว่าคงจะเกิดความรู้สึกกระวนกระวายแบบนี้ แค่ไม่คิดว่ามันจะมากขนาดนี้

“จะตามหรือไม่ตาม” เจมส์ถามอีกครั้ง

“กู…”

Rrrr~

“พูดถึงก็โทรมา” ฟิวส์ว่าหลังจากที่มองโทรศัพท์ของผม

“เออ รับซิ” คำผานบอก

“ก็ต้องรับอยู่แล้วป้ะ” ผมว่ากลับแล้วกดรับสายคนที่วิดีโอคอลมา

[อ้าว! มึงอยู่กับใครเนี่ย] พี่วีถาม แล้วผมก็เห็นว่าในกล้องมันติดแขนไอ้ฟิวส์ไป

“กับพวกมันเนี่ย” ผมบอกแล้วแพลนกล้องไปหาเพื่อน

[พวกเด็กเวร…]

“อย่าว่าพวกผ้มมม”

“พี่มาหาไอ้มาร์คบ้างหน่อย มันเหงาเนี่ย”

[เหงาเหี้ยอะไร แฟนกู] พี่วีว่ากลับมาเสียงดุทันทีที่ไอ้คำผานว่าผมเหงา

“ก็มันเหงาพี่ ไม่เหงาจะเรียกพวกผมมาเหรอ?” เจมส์ว่าต่อ

“เออ นี่ขับมาจากมอเลยนะ” วินด์บอก

[มึงเหงา?] พี่วีหันกลับมาหาแล้วเลิกคิ้วถามผม

“เปล่า เหงาอะไรกัน” ผมตอบกลับ

“อ้าว! ไอ้นี่ มึงบอกเหงา”

“พอเลยพวกมึง” ผมหันไปด่าเพื่อนก่อนจะลุกออกจากเตียง เดินไปที่ระเบียงห้องแล้วนั่งคุยกับพี่วีแค่สองคน

[เหงาแล้วทำไมไม่มากับกูวะ] พี่วีถาม

“งานเพิ่งเสร็จเลย” ผมว่ากลับ

[งานเหี้ยอะไรนักหนา] ผมมองดุ ไม่ดูตัวเองเลย เวลาที่พี่วีมีงานมันก็มีเหมือนกันแหละ แล้วผมกับเขามันเป็นอะไรไม่รู้ เวลาไม่เคยตรงกันสักที พอว่างหน่อยก็ไปดูลูก มันเลยไม่ค่อยมีเวลาได้เจอกันเลย แม้ว่าผมจะขยับเข้ามาฝึกงานใกล้พี่เขาแล้วก็ตาม

“แล้วทางนั้นเป็นไง” ผมถาม

[ก็ปกติ นี่กูเพิ่งกินข้าวกับแม่เสร็จ พ่อยังไม่กลับ แม่มึงดูเหงาๆ ว่ะมาร์ค แต่ดูเหมือนว่าท่านน่าจะรอเด็กเหมือนกัน ท่านน่าจะอยากเลี้ยง เด็กก็แข็งแรงดี พลอยก็แข็งแรงดี] พี่วีเล่าเรื่องราวของวันนี้เรื่อยๆ เล่าว่าถึงกี่โมง กินอะไรกับแม่บ้าง แล้วพี่พลอยเป็นยังไงบ้าง ลูกในท้องแข็งแรงดีแค่ไหน 

“แบบนั้นก็ดีแล้ว”

[นี่มึงดู อันนี้เป็นตัวแล้ว เด็กแข็งแรงดี นี่มึงเขาบอกว่าเด็กจะจำเสียงได้แล้วนะ ไว้มึงฝึกงานเสร็จอะ มาคุยด้วยบ่อยๆ เด็กจะได้จำเสียงมึงได้]

“จริงเหรอ?” ผมรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาซะงั้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นคนไปท้องเองแต่ก็กลับตื่นเต้นกับคำว่า ลูกในท้องกำลังจำเสียงได้

[อือ ตัวโตแล้วเนี่ย เห็นไหม?] พี่วีชี้ให้ดูแผ่นฟิล์ม แล้วผมก็พยายามเพ่งมองเข้าไปแม้ว่าจะมองไม่ออกก็ตาม

“อือ แล้วพี่พลอยเป็นไงบ้าง”

[ก็น้ำหนักขึ้น กินเยอะขึ้น แต่แม่ก็ดูอยู่] พี่วีบอกแล้วผมก็พยักหน้าตาม

[วี! ช่วยหยิบของให้พลอยหน่อยได้ไหม มันอยู่สูงอะ] เสียงที่ตะโกนเข้ามาทำให้ผมชะงักคำที่จะถาม พี่วีหันมามองหน้าผมแล้วผมก็เลยยิ้มให้

“พี่ไปหยิบของให้พี่พลอยก่อนเถอะ”

[เออ แป๊บนะ] พี่วีว่า เขาไม่ได้วางสาย แต่กลับตั้งโทรศัพท์ให้ผมเห็นทางที่เขาเดินไป เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่พี่วีแสดงให้เห็นว่ามันไม่มีอะไร ซึ่งผมก็ควรจะเชื่อใจและไว้ใจเขาแบบที่เพื่อนว่า

พี่วีเดินไปหยิบอะไรสักอย่างให้พี่พลอย แล้วพี่พลอยก็ยิ้มให้ เธอไม่น่าจะรู้ว่าผมคุยกับพี่วีอยู่ตอนนี้เพราะพี่พลอยชวนพี่วีคุยต่อ รอยยิ้มกว้างของพี่พลอยทำให้ผมรู้ว่าเธอมีความสุขและนั่นเป็นเรื่องที่ดีต่อลูกในท้องของเธอ พี่พลอยหัวเราะออกมาเมื่อพี่วีพูดอะไรสักอย่างแล้วมือน้อยก็จับมือพี่วีมาวางที่หน้าท้องของเธอ

ดูอบอุ่น ดูสมบูรณ์แบบ และเหมาะสม

“เฮ้ย! พวกกูจะไปซื้อ…”

“ไอ้เหี้ยวี…”

“เหี้ยอะไรเจมส์ อะไร?” ผมหันกลับไปถามเพื่อน มองจ้องมันเมื่อมันทำท่าจะเข้าไปตีพี่วีที่ลูบท้องพี่พลอยอยู่

“อะไรวะ มึงไม่รู้สึกอะไร?” เจมส์ถามกลับ

“ไม่รู้สึกก็เหี้ยละ มึงดูหน้ามัน” ไอ้วินด์ว่าแล้วชี้หน้าผม

“มาร์ค มึงจะเอายังไงก็เอาสักทีสิ มึงจะปล่อยไว้แบบนี้เหรอวะ” เจมส์บอก

“ก็เปล่า แล้วจะให้กูทำยังไง อีกหน่อยเขาก็คลอดแล้ว” ผมตอบกลับ

“อือ ถ้าคลอดแล้วทิ้งไว้แค่ลูกก็ดีสิ” เจมส์บอก

“ไอ้เจมส์” ผมเลยดุมัน

“ก็จริงไหมล่ะ มึงไม่คิดเหรอว่าถ้าพี่วีเกิดกลับไปชอบ…”

“มึงก็พูดไปเจมส์ พี่กูไม่ใช่คนแบบนั้น” ฟิวส์มันแย้งขึ้นมา

“เออ ขนาดไอ้มาร์คยังไม่อะไรมึงก็อย่าเพิ่งทำให้เพื่อนคิดมาก” คำผานว่าแล้วมองมาที่ผม

“อือ ดึกแล้วพวกมึงจะไปซื้ออะไรนะ” ผมถามกลับ

“กับแกล้ม” ไอ้ฟิวส์ว่ายิ้มๆ

“แกล้มเหี้ยอะไร ดึกแล้วก็นอน” ผมบอกกลับ

[อะไรพวกมึง] พี่วีเดินเข้ามาแล้วถาม

“แม่ง” ไอ้เจมส์เห็นแล้วก็หมุนตัวกลับไป

“เออๆ ไม่ก็ไม่” ไอ้ฟิวส์ว่าแล้วเดินกลับไปพร้อมกับคนที่เหลือ

[อะไรของพวกมัน]

“มันจะกินเหล้า”

[สามทุ่มเนี่ยนะ?]

“อือ”

[ควรนอน] พี่วีว่า

[น้องมาร์ค] พี่พลอยเดินเข้ามาข้างหลังพี่วี ยิ้มสวยถูกส่งมาให้ผมพร้อมกับเสียงหวานๆ ที่เรียกชื่อผม

“เป็นไงบ้างครับพี่พลอย” ผมถามไป

[ลูกมาร์คดิ้นแล้วนะ วันไหนจะว่างมาเนี่ย] พี่พลอยว่า

“อาทิตย์หน้ามั้งครับ ผมฝึกเสร็จพอดี” ผมบอก

[รีบๆ มาเลย ปล่อยวีไว้เนี่ยไม่ได้เรื่องเลย]

[อ้าว! ว่าอะไรวีล่ะพลอย] พี่วีหันกลับไปว่าพี่พลอย

[ก็วีแค่มาดูผลตรวจแล้วถามคุณน้านี่ ถ้าพลอยไม่บอกให้จับลูกก็ไม่จับหรอก] พี่พลอยว่าแล้วทำหน้าตาเหมือนงอน ส่วนพี่วีหันมาหาผมแล้วส่งยิ้มแบบที่ทำตัวไม่ถูกมาให้

[ไปนอนได้แล้วพลอย นอนดึกไม่ดี] พี่วีว่า

[โอเค มาร์ครีบมานะ] พี่พลอยว่าแล้วยิ้มให้ผม

“ครับ” ผมตอบกลับแล้วยิ้มตอบ

[มึง…คิดมากไหมวะ] พี่วีถามมา ผมเลยถอนหายใจออกมา

“นิดหน่อย” ผมตอบ

[มึงรู้ใช่ไหมว่ากู…]

“มันก็หวั่นไหวได้นะ” ผมว่าก่อนที่พี่วีจะว่าจบ

[เชื่อใจกูไหมเนี่ย] พี่วีถามกลับมา

“ก็เชื่อ แต่มัน…”

[กูจะกลับแล้วครับ มึงอย่าคิดมากสิ]

“พอพี่อยู่กับพี่พลอยมันดีนะ”

[มาร์ค] เสียงเข้มเรียกผมกลับ 

“ก็มันจริง”

[เมื่อไหร่มึงจะเลิกคิดเรื่องนี้เนี่ย ไอ้เหมาะสมไม่เหมาะสมอะไรนี่เลิกเถอะกูขอ] พี่วีว่ากลับมา

“…” แต่ผมก็ทำได้แค่ก้มหน้ามองคนในโทรศัพท์แค่นั้น

[กูบอกมึงกี่ครั้งแล้วว่าไม่มีอะไร มีแค่มึงมาตั้งนานแล้ว มึงคือดาวของกูมึงก็รู้] พี่วีบอกกลับมา ผมเลยพยักหน้ารับ

“ผมรู้”

[รู้แล้วทำไมยังคิดมาก] พี่วีถามกลับ

“ไม่รู้สิ มันคิดแบบนั้นเอง”

[เราผ่านอะไรกันมาบ้างแล้วมาร์ค กับพลอยเราก็ผ่านมันมาแล้ว มึงจะอะไรวะ] พี่วีว่า

“ไม่ได้อะไร”

[ไม่ได้อะไร แล้วคิดมากอะไรของมึง] 

“…” ผมเงียบ ไม่สามารถตอบอะไรออกไปได้เพราะมันก็จริงอย่างที่พี่วีพูด แต่ถ้าไม่รักมากผมก็ไม่คิดมากหรอกนะ

[มาร์ค]

“อือ”

[อือคือ?]

“เข้าใจแล้ว”

[ขอร้องได้ไหมวะ ขอให้เชื่อมั่นในตัวกูหน่อยได้ไหมวะ]

“พี่วี…”

[หรือที่ผ่านมาทั้งหมดกูไม่ได้ทำให้มึงเชื่อใจได้เลย] แค่เสียงที่พูดมามันก็ทำให้ผมเจ็บพอแล้ว สายตาที่ส่งมายิ่งซ้ำเติมความคิดของผมอีก ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาผมไม่เคยเชื่อใจพี่วี ผมเชื่อมาตลอดแต่มันก็ยังมีความกังวลก่อขึ้นในจิตใจผม แม้จะเล็กน้อยแต่มันก็ทำให้ผมไม่สบายใจ

“ผมเชื่อพี่” ผมได้แค่พูดออกไปแบบนี้ พยายามเก็บสายตาและความกังวลทั้งหมดไว้ให้แนบเนียน แต่พี่วีก็ยังคงเป็นพี่วีที่มองผมออกเสมอ 

[มึงแม่ง] สายตัดไปแบบนั้นพร้อมกับความกังวลที่มากกว่าเดิมของผมและความไม่เข้าใจระหว่างกันของเรา

ผมถอนหายใจออกมาเมื่อความไม่สบายใจมันมากเกินไป มากเกินกว่าผมจะรับมันไว้ได้ ตอนที่ตัวเองคิดเองคนเดียวมันก็ยากมากพอแล้ว ตอนนี้มารู้ว่าทำให้พี่วีต้องไม่สบายใจด้วย มันยิ่งรู้สึกแย่ไปใหญ่

“ยังไงล่ะพ่อคนเก่ง” ไอ้ฟิวส์เอ่ยทักทันทีที่ผมกลับเข้าไปในห้อง

“พี่วีโกรธไหมวะ” คำผานถาม

“ถ้าแค่โกรธกูจะไม่กลัวเลย” ผมว่าแบบนั้น

“มึงหาเรื่องเอง ถ้าจัดการดีๆ ตั้งแต่แรกก็จบแล้วมาร์ค” เจมส์ว่า

“มึงอย่าว่ามันเจมส์ มึงก็รู้ว่ามันไม่มีเวลา” วินด์ว่า

“มึงนี่ก็ปกป้องมันจัง ตอนมันเรียนพี่วียังตามมันตลอดเลย” 

“กูตามได้ที่ไหนเจมส์ ตามตอนนี้กูก็เรียนไม่จบสิ” ผมตอบกลับแล้วเสยผมไปด้านหลัง

“งั้นก็ปล่อยไว้แบบนี้ ทนไปอีกสามสี่เดือนนะ” เจมส์ว่า

“สามสี่เดือนเหี้ยอะไร กูทนถึงอาทิตย์หน้าแค่นั้นแหละ นอกนั้นกูตามเฝ้าเอง” ผมบอก

 

แล้วผมก็ทำให้ได้อย่างนั้นจริงๆ ผมสรุปข้อมูลและนำเสนอโปรเจคของการฝึกงานกับบริษัทเรียบร้อยภายในหนึ่งอาทิตย์ เรื่องข้อมูลผมเก็บมานานแล้ว และการนำเสนอครั้งนี้มันก็ผ่านไปด้วยดีจนตอนนี้ผมสามารถจบการฝึกงานของผมได้ เหลือแค่ไปพรีเซ็นต์ให้อาจารย์ที่คณะดูอีกที ซึ่งมันจะเป็นช่วงเปิดเทอมปีสี่เทอมหนึ่ง และเวลานั้นมันถูกเลื่อนเข้ามาใกล้กว่าเดิม

อีกสามวันผมก็เปิดเทอมแล้วและผมยังไม่ได้ไปบ้านเลยสักครั้ง

“ทำยังไงดีวะ” ผมปรึกษาไอ้คำผานที่ฝึกที่เดียวกันกับผม

“มึงจะเรียนให้จบหรือมึงจะเคลียร์เรื่องความรักของตัวเองให้จบล่ะ” มันถามกลับขณะที่กำลังเดินไปรถ

“ความรักจบอะไรล่ะ กูก็รักพี่วีเหมือนเดิม”

“มองตาแล้วบอกกูว่าเหมือนเดิม” คำผานจับหน้าผมให้หันไปหามัน

“ก็…”

“คนที่เปลี่ยนไปอาจจะไม่ใช่พี่วีก็ได้นะมาร์ค” คำผานมองผมนิ่งๆ แล้วว่าออกมา

“มึงหมายความว่ายังไงวะ”

“คนที่ไม่เหมือนเดิมอาจจะเป็นคนที่คิดว่าตัวเองเหมือนเดิม”

“…”

“พอคิดว่าตัวเองเหมือนเดิมมันก็เหมือนหลอกตัวเอง ทั้งๆ ที่ตอนนี้ใครๆ ก็ดูออกว่ามึงเชื่อใจพี่วีน้อยลง แล้วการที่เชื่อใจกันน้อยลงมันหมายความว่ายังไงวะ เมื่อก่อนรักมากก็เชื่อใจมาก แล้วตอนนี้รักกันน้อยลงเหรอ?” มันว่าออกมายาวกว่าทุกครั้ง และนี่ก็เป็นครั้งแรกในรอบสองปีที่คำผานยืนสอนผม

“กู…”

“แต่บางทีคนที่รักน้อยลงอาจจะเป็นมึง ไม่ใช่พี่วี”

“ไม่ใช่กู”

“คิดนะมาร์ค มึงจะไปหาพี่วีมึงก็ไปได้อย่างเพื่อนมึงว่า แค่ไม่กี่ชั่วโมงแต่เมื่อก่อนมึงโหยหาแค่ไหน แล้วตอนนี้ล่ะ” คำถามตอกเข้าที่หน้าผมอย่างจัง มันทำให้ผมชะงักและต้องทบทวนจริงๆ

“แล้วทำไมกูถึงเป็นแบบนี้วะ” ผมว่าออกมาช้าๆ

“มึงต้องถามตัวเองแล้วแหละ ว่าทำไมมึงถึงปล่อยให้พี่วีโกรธนานขนาดนี้” มันว่าแล้วชูโทรศัพท์ขึ้นให้ผมดู

 

Vee Vivis 

8 min 

ยังเหมือนเดิมอยู่ใช่ไหม 

341 Likes 34 Comments 

 

พี่วีอัปเดทสถานะเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว นั่นทำให้ผมคิดได้ว่ายังมีเรื่องค้างคากันอยู่ ผมปล่อยเรื่องนั้นไปเพราะรีบทำโปรเจกต์ส่ง แม้ว่ามันยังค้างคาอยู่บ้างแต่ผมก็พยายามหยุดความคิดนั้นไว้แล้วใส่ใจกับงานตรงหน้าแทน จริงอย่างที่คำผานว่า คำตอบของคำถามมันไม่ได้ยากเลย ผมเลือกอนาคตตัวเองมากกว่าเรื่องความรัก

แต่ความรักก็เป็นเรื่องหนึ่งในอนาคตผมเหมือนกัน

 

Yiwaa : พวกมึงมันหาเรื่อง 

Pandora : คราวนี้อะไรอีก 

ตุ๊ดซี่ลี่นี่เรียนเครื่องกล : กูตกข่าวอะไร 

Pond Pawee : มันหมายถึงใครก่อน 

 

คอมเมนต์ของพี่ปอนด์ทำให้นิ้วผมชะงัก มือผมส่งโทรศัพท์คืนให้เพื่อนแล้วหยิบของตัวเองออกมา ถ้านับเวลามันกก็หนึ่งอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้เห็นหน้าพี่วี ถ้าคิดจริงๆ ครั้งนั้นคือครั้งสุดท้ายที่ผมวิดีโอคอลกัน นอกนั้นเป็นข้อความแช็ตล้วนๆ โทรหาก็แค่ตอนที่บอกว่าแม่ติดต่อผมไม่ได้ 

“พี่วี…” ผมกลอกเสียงลงไปเมื่ออีกคนรับโทรศัพท์ ความเงียบเกิดขึ้นเมื่อพี่วีไม่พูดอะไร

[โปรเจ็กต์เสร็จแล้วเหรอ] พี่วีถาม

“เรียบร้อยแล้ว”

[อือ]

“…”

[…]

“ผม…”

[มึงไม่สบายใจตรงไหน ไม่เชื่ออะไรกู หรือมึงเป็นอะไร บอกกูตอนนี้ได้ไหมวะ] พี่วีว่าออกมา

“ผมแค่ไม่สบายใจที่พี่ใกล้เขา”

[แล้วกูจะทำยังไงได้ ในเมื่อมึงบอกเองว่าให้กูไปดูเด็กในท้องของพลอย ทั้งหมดของกูที่ทำไปมันก็แค่นั้น ไม่ได้มีอะไรเกินเลยสักนิด มีแค่มึงที่ยัดเยียดความเหมาะสมและภาพสวยงามของครอบครัวอะไรนั่นให้กู ทั้งๆ ที่มีแค่มึงกูก็พอแล้ว]

“พี่วี”

[เอาจริงๆ นะ เด็กนั่นไม่ต้องมีก็ได้ แค่มึงก็ได้] ผมเม้มปากแน่นเมื่อพี่วีว่าออกมาแบบนี้ 

“พี่”

[มึงอยากมี แล้วกูก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อซับพอร์ตมึงตรงนั้น ถ้าการทำแบบนี้ของกูมันทำให้มึงไม่เชื่อใจ การไปดูพลอยดูเด็กนั่นมันทำให้มึงไม่สบายใจ มึงจะให้กูทำทำไมวะ] พี่วีถามกลับมา

“ผมขอโทษ”

[มึงผิดอะไร มึงผิดตรงไหนยังไม่รู้เลยมาร์ค มึงจะขอโทษทำไม] พี่วีถามกลับ

“…” แล้วผมก็ตอบอะไรกลับไปไม่ได้เพราะผมไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองผิดตรงไหน ผิดตรงที่อยากช่วยพี่พลอย หรือผิดตรงกดดันพี่วีมากเกินไป หรือว่าผิดที่ความรักของผมมันไม่เหมือนเดิมจนต้องเกิดเป็นความไม่สบายใจแบบนี้

[อยากทบทวนตัวเองไหม?]

“ไม่” ผมตอบกลับทันทีที่พี่ถามมา 

[คิดแล้วเหรอที่พูด]

“พี่วี…” ผมเรียกชื่อพี่เขาแบบไม่รู้ว่าจะทำยังไง

[มึงถามตัวเองก่อนมาร์ค สำหรับกูกูมั่นใจว่ารักมึงมากๆ เหมือนเดิม ต้องการมึงมากๆ เหมือนเดิม และไม่เคยนอกใจมึงเลยสักครั้ง]

“ผมรู้” ผมตอบกลับ

[แล้วมึงล่ะ]

“ผม…”

[มึงรู้ว่ากูเหมือนเดิมแล้วมึงรู้หรือเปล่าว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนไป] พี่วีว่าก่อนที่ผมจะนึกคำพูดได้ด้วยซ้ำ

“ผมไม่ได้เปลี่ยนไป”

[แต่มึงไม่เชื่อใจกูเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่บอกว่ากูเหมือนเดิม] ประโยคง่ายๆ สองประโยคมันทำให้ผมรู้สึกตัว และนั่นมันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมต้องกลับมาทบทวนตัวเองจริงๆ จังๆ อย่างที่พี่วีว่า

ความรู้สึกผมเปลี่ยนไปจริงๆ เหรอ

ถ้ามันเปลี่ยนไปจริงๆ มันเกิดขึ้นตอนไหน มันลดลงตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วความสบายที่เกิดขึ้นมันเริ่มตอนไหน ตอนที่พี่วีไปรีบร้อนกลับไปหาพี่พลอยเพราะพี่พลอยท้อง ตอนที่รู้ว่าพี่วีเป็นห่วงพี่พลอยเพราะเคยคบกันมาก่อน ตอนที่พูดออกไปว่าจะดูแลลูกพี่พลอยเพราะกลัวพี่วีจะเป็นคนพูดเอง ตอนที่พาพี่วีกับพี่พลอยไปอยู่บ้านเพราะกลัวเขาไปอยู่บ้านพี่วี ตอนที่พี่วีเทียวไปเทียวมาระหว่างที่ทำงานกับบ้านผมเพราะผมกลัวที่จะไปเจอพี่พลอยเอง หรือตอนที่ผมสบตากับเด็กช่างกล้องคนนั้น คนที่บอกว่าอยากปีนต้นงิ้วเหมือนผม คนที่มองแล้วรู้สึกเหมือนเห็นตัวเองสะท้อนอยู่ในตาของมัน

“สรุปมึงจะไปกรุงเทพหรือกลับมอ” คำผานถาม แล้วผมก็ก้มมองโทรศัพท์ ถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วตอบเพื่อนด้วยเสียงที่ไม่มั่นคง

“กลับมอ”

 

 

 

#กลรักรุ่นพี่2 

19/11/2020 

ไม่มีคอมเมนต์ได้ไหม อุแง้~ เขาจะทะเลาะกันเหรอ ฮื้ออออ แต่ก็เข้าใจได้นะคะว่าช่วงเวลา สถานการณ์ และอะไรต่างๆ สามารถทำให้ความรู้สึกของคนเราเปลี่ยนไปได้ ไม่ใช่ไม่รัก แต่มันยังรักอยู่ ถึงจะลดน้อยลงแต่มันก็ยังเรียกว่ารักอยู่ คนอีกฝั่งอาจสัมผัสได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่ แต่คนที่เปลี่ยนนี่คงไม่รู้ตัวเองหรอกค่ะ อยู่ที่การประคับประคองกันแล้วแหละ 

Twitter : @pflhzt 

Facebook : faddist 

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว