ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ความผูกพัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 86.6k

ความคิดเห็น : 189

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2563 19:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความผูกพัน
แบบอักษร

 

 

 

 

 

ตอนที่ 19 

ความผูกพัน 

[Vee Vivis] 

  

  

  

  

 “กูเอาเอง ไอ้เหี้ย!” ผมมองหน้ามาร์คที่ตะโกนประโยคนั้นออกมา น้องมันตัวสั่นจนผมกลัวว่ามันจะเข้าไปชกไอ้ต้นนั่นอีก ผมโอบมาร์คไว้แล้วมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทุกคนเงียบ ห้องนี้เงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจหนักๆ ของมาร์คและเสียงสะอื้นของพลอย

“มาร์ค…” ผมเรียกมันเบาๆ แล้วมาร์คก็หันกลับมาหาผม น้องมันมองผมแค่แวบเดียวแล้วมองเลยไปที่พลอย

“เก็บเด็กไว้เถอะครับ ผมจะเซ็นรับรองให้เอง” 

“ฮึก! ฮืออออ” พลอยทำแค่ร้องไห้ แต่ครั้งนี้มันต่างจากทุกครั้งที่พลอยร้อง พลอยร้องเพราะโล่งใจ ร้องเพราะเหมือนจะเห็นทางออกของเรื่องนี้แล้ว ผมรู้ว่าพลอยไม่ใช่คนใจร้ายถึงขนาดจะทำร้ายลูกตัวเอง แต่ที่พลอยเป็นอยู่ทั้งหมดก็เพราะพลอยไม่มีใคร ไม่มีคนเตือนสติ ไม่มีใครให้ปรึกษา ส่วนคนที่อยู่ด้วย…ก็หน้าตัวเมียโคตรๆ

“มาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอะไรตรงนี้วะ ตัวเองยังเอาผัวอยู่เลย” ไอ้ต้นมันว่าออกมา และครั้งนี้ไม่ใช่ผมที่จับมาร์ค ไว้ เป็นน้องที่ดึงแขนผมแทน

“กูแม่งโคตรโมโหเลยว่ะไอ้เหี้ย หุบปากแล้วจะไปไหนก็ไป” ผมบอก

“แล้วไง กูถามหน่อย…มึงต้องรออีกแปดเดือนเก้าเดือนแล้วพลอยจะอยู่ยังไง เมียกูไอ้เหี้ย”

“เลิก! ถ้ามันยากนักก็เลิก ฮึก!” พลอยตะโกนออกมา

“พลอย! ไหนบอกว่าไม่อยากได้ไง ถ้าไม่อยากได้ก็แค่เอาออก จะไปฟังไอ้พวกที่ไม่เกี่ยวกับเราทำไม”

“ความคิดมึงนี่มัน…” มาร์คว่าออกมาแต่ไม่จบประโยค เพราะมาร์คมันคงหาคำไหนมาว่าไอ้เวรนี่ไม่ได้ ไม่ต่างจากผมที่ได้แต่ยืนมองอย่างไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่ามัน

“พวกตัวเสือกอย่างมึงอย่ามายุ่ง”

“พี่ต้น…พลอยไม่อยากได้ แต่จะให้พลอย…ฆ่าเขา พลอยทำไม่ได้” พลอยว่าออกมา มือเล็กปิดหน้าแล้วค่อยๆ ร้องไห้อีกครั้ง

“แล้วพลอยจะบอกบ้านพลอยว่าไง ว่าผัวเก่า หรือบอกว่าเมียผัวเก่าเป็นพ่อของลูกล่ะ” 

“ก็บอกว่ามึงนั่นแหละ แค่ต้องบอกต่อว่ามึงไม่รับผิดชอบ” มาร์คว่ากลับ

“อย่าเสือก!”

“พี่ต้น…อย่าว่าเขา”

“ทำไม! มันยังไง ไหนพูดซิ!” ต้นเดินเข้าไปหาพลอย แขนที่แข็งแรงกว่าพลอยหลายเท่าจับเข้าที่ต้นแขนพลอย ดึงคนตัวเล็กๆ นั่นเข้ามาหาตัวเองแล้วตะคอกถามเสียงดัง

“พลอยเจ็บ…”

“มาร์ค ปล่อยกูก่อน” 

ผลั่วะ! 

ผมต่อยเข้าที่หน้าของไอ้ต้นอีกครั้ง มันสะบัดพลอยออกแต่ดีที่มาร์คไปรับพลอยไว้ได้ทัน ส่วนไอ้บ้านี่กับผมกำลังดึงคอเสื้อมันแล้วจ้องหน้ามันจังๆ แล้วผมก็รู้ว่ามันก็แค่ไอ้คนเห็นแก่ตัว ที่ไม่อยากปล่อยพลอยไป และไม่อยากได้เด็กในท้องของพลอย 

“พี่พลอย ไปเถอะ” มาร์คว่าแล้วพยุงพลอยออกจากห้อง

ผมผลักไอ้ต้นออกแล้วค่อยหันมองหน้ามันอีกครั้ง ไอ้ตัวสูงนั่นก็มองมาที่ผมก่อนจะมองเลยไปที่พลอยกับมาร์ค เหมือนมันจะอาลัยอาวรณ์แต่มันก็ไม่ได้แสดงออกมามากเท่ากับความโกรธของมัน ผมไม่รู้ว่ามันจะโกรธอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมมันต้องโมโหแบบนี้ เพียงเพราะตัวเองดูแลอีกหนึ่งชีวิตไม่ได้ แต่ไม่อยากเสียอีกหนึ่งคนไปอย่างนั้นเหรอ

มันเห็นแก่ตัวมากๆ เลย

“พลอยไม่มีวันไปจากกู พลอยรักกู” นั่นคือคำที่มันพูดก่อนที่ผมจะออกจากห้อง มันพูดอย่างมั่นใจ 

“เรื่องนั้นกูไม่สนว่ะ กูสนแค่มาร์คที่อยากช่วยพลอย” ผมบอกแบบนั้น 

“เมียมึงน่ะเหรอ” มันถาม สายตาเหยียดแบบที่ผมอยากจะเดินเข้าไปต่อยอีกสักหมัด 

“อือ เมียกูนั่นแหละ” ผมบอกแบบนั้น มองมันนิดหน่อยแล้วค่อยเดินออกมา ปล่อยไอ้ต้นไว้ในห้องแล้วมาสนใจอีกสองคนที่ยืนรออยู่หน้าห้องแทน

“กลับเถอะ” มาร์คบอก ผมเลยพยักหน้าให้แล้วเดินนำ ปล่อยให้สองคนนั้นเดินตามมาเงียบๆ

ทุกอย่างยังคงเงียบ พลอยไม่ได้ร้องไห้แล้ว และลมหายใจของมาร์คก็สม่ำเสมอมากกว่าเดิม ผมเองก็ขับรถออกจากที่นี่ไปเรื่อยๆ ยังไม่มีจุดหมายสำหรับผม และคงไม่มีจุดหมายสำหรับพลอย ส่วนมาร์คที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมก็แค่มองออกไปนอกหน้าต่าง

มันจะยุ่งยากขึ้นหรือมันจะดีกว่าเดิม ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่มาร์คคิดอยู่ตอนนี้ กับคำพูดที่พูดออกไปตอนนั้น แล้วมันเพิ่งมาคิดถึงผลที่จะตามมา

“ไปไหนดี” ผมหันไปถามมาร์ค ถ้าเป็นปกติเราสองคนอยู่ด้วยกันในวันแบบนี้ วันเสาร์ตอนค่ำๆ ที่กำลังจะดึกมันควรจะได้นอนกอดกันอยู่ในห้อง ฟังเสียงหัวใจของกันและกันอยู่ในนั้น แล้ววันอาทิตย์ก็ไปส่งมาร์คกลับ หลังจากนั้นก็จมอยู่กับความคิดถึง รอเสาร์ถัดไปไปที่มาร์คอาจจะว่างมาหาหรือว่าผมอาจจะว่างไปหามาร์คเอง

แต่เสาร์นี้ไม่ใช่

การมาหาผมครั้งแรกของมาร์ค ไม่ใช่การมาเพื่อกินข้าวแล้วนอนกอดกันแบบที่เราคิดไว้สักนิด แต่ต้องมาทำอะไรก็ไม่รู้ แล้วจะทำยังไงก็ไม่รู้ แม้แต่คนที่เป็นที่มาของเรื่องก็ดูเหมือนจะไม่รู้ มาร์คไม่ได้ตอบผมในทันที มันหันกลับไปหาพลอยแล้วค่อยมองกลับมาที่ผม

“พลอย…กลับไปอยู่นั่นก็ได้” พลอยว่าออกมาช้าๆ

“แล้วถ้ามันกลับมาหา มันจะไม่ทำอะไรพี่ใช่ไหม?” มาร์คหันกลับไปถามพลอย 

“ก็...นั่นห้องพี่” พลอยว่าเสียงเบา

“อืม...งั้นเดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องฝากครรภ์อะไรๆ ก่อนแล้วค่อยกลับไปเรียน...”

“พี่ไม่อยากได้” มาร์คยังพูดไม่จบประโยคพลอยก็พูดขึ้นมา พูดขัดคนที่กำลังตั้งใจจะหาวิธีช่วย ทั้งๆ ที่คนจะช่วยคือเด็กปีสามที่กำลังเรียนอยู่

“ไม่อยากได้แล้วยังไงพลอย จะปล่อยไปเหมือนไอ้ต้นทำน่ะเหรอ” ผมถามกลับ

“พลอย...พลอยแค่...”

“พี่ทำให้เขาเกิดมาพี่ก็ต้องรับผิดชอบป้ะ ไอ้นั่นมันไม่เอาอะไรแล้ว พี่คนที่ทำด้วยกันกับมันก็ต้องรับผิดชอบหน่อยไหม ชีวิตคนๆ หนึ่งพี่จะทิ้งลงเหรอ?” มาร์คว่า เป็นประโยคยืดยาวที่หาได้ยากจากปากของมัน

“มาร์คพูดถูกนะพลอย”

“แต่พลอยไม่อยากเลี้ยง ไม่อยากท้อง...”

“แต่พี่กำลังท้อง” มาร์คหันกลับไปเสียงแข็งใส่พลอย

“มาร์คไม่เข้าใจหรอกว่าการอุ้มท้องมันยากแค่ไหน” แล้วคำตอบที่พลอยตอบกลับมา มันก็ทำให้คนของผมชะงักค้าง 

เรื่องแบบนี้มันจะมีผู้ชายที่ไหนรู้ดีเท่าผู้หญิงล่ะ เราไม่ได้ตั้งท้อง และเราไม่ได้อุ้มท้อง ถึงจะรู้ว่าเก้าเดือนสิบเดือนนั้นมันลำบากแต่ก็ไม่ได้ไปรับรู้ว่าลำบากแค่ไหน มันคือเรื่องที่มาร์คกับผมรู้ดี แต่เราสองคนก็กังวลและรู้สึกแย่เกินกว่าจะปล่อยให้พลอยทำแบบที่อยากทำ

“ใช่ ผมไม่เข้าใจ แต่พี่เข้าใจไหมว่าการทำร้ายชีวิตคนคนหนึ่งมันบาปแค่ไหน” มาร์คว่ากลับ

“พี่ไม่พร้อมจะมี ไม่พร้อมจะเลี้ยง แล้วพี่จะเอาไว้ทำไม” พลอยถามกลับ 

ต่างคนก็ต่างเสียงแข็ง ต่างคนก็ต่างมั่นใจว่าที่ตัวเองพูดมันเป็นเรื่องที่ถูกแล้ว แน่นอนว่าผมเห็นด้วยกับทั้งสองคน ถ้าไม่พร้อมจะมีก็ไม่ควรมี แต่ถ้าจะทิ้งหรือทำร้ายแบบนั้นก็สงสาร

ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อมาร์คไม่ได้ตอบกลับอะไร มันหันมามองผมเล็กน้อยก่อนจะหันออกไปมองกระจกอีกครั้ง ยามค่ำคืนมันมืดมิดแต่ในกรุงเทพมันก็ยังมีแสงสีอย่างที่ใครต่อใครบอกว่าสวยงามอยู่ดี สวยงามแต่กลับดูวุ่นวาย

“คืนนี้ไปบ้านผมก่อนแล้วกัน”

“มาร์ค” ผมหันกลับไปมองน้อง ซึ่งมันก็แค่พยักหน้ากลับมาให้ผม

“เอาตามนี้ก่อน บ้านผมใกล้สุด นี่ก็จะดึกแล้ว” มาร์คว่า ผมมองหน้ามันเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง แล้วมันก็มองกลับมาไม่ต่างจากครั้งที่ชวน 

อยากให้ไปจริงๆ และไปได้จริงๆ

นั่นคือความหมายของสายตามาร์ค เหมือนกับว่าน้องรู้ว่าตอนนี้ทุกคนกำลังอ่อนล้า และน้องมันเองก็เหนื่อยกับเรื่องนี้ มันถึงบอกออกมาแบบนั้น แบบที่ผมไม่คิดว่าน้องมันจะบอก จริงที่ว่าบ้านของมาร์คใกล้ที่สุดแล้ว ถ้าคิดระยะทางจริงๆ ให้วนกลับไปที่ทำงานมันคงดึกดื่นอย่างมาร์คว่า หรือถ้าให้กลับไปที่คอนโดพลอยมันก็คงไม่ดีสักเท่าไหร่ 

ผมเลี้ยวรถเข้าบ้านหลังสุดท้ายของหมู่บ้านนี้ ครั้งนี้ไม่ต้องให้มาร์คได้บอกว่าต้องเลี้ยวที่ไหน บ้านมาร์คที่เมื่อก่อนไม่ใช่เซฟโซนสำหรับมาร์ค แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ผมรู้สึกได้ว่าน้องมันเลือกมาที่นี่เพราะอยากพักเพื่อคิดอะไรสักอย่างจริงๆ เราต่างคนต่างไม่รู้ เราทั้งสามคนไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง พลอยไม่เคยท้อง ไม่เคยดูแลลูก ผมกับมาร์คก็ไม่เคย มันยุ่งยากตั้งแต่ฝากท้อง ดูแล การกิน การนอน การออกกำลังกาย หรืออะไรต่างๆ อีกมากมายสำหรับการดูแลเด็กคนนั้น มาร์คคงอยากจะถามแม่ หรือไม่มาร์คก็คงอยากคิดอีกทีว่าควรทำยังไง

“ใครมาดึกดื่นเนี่ย” คุณผู้หญิงคนเดียวของบ้านเดินออกมารับ สีหน้าแปลกใจของท่านไม่ได้หายไปไหนแม้ว่าผมจะมองเห็นความดีใจจากท่านอยู่ ท่านมองที่มาร์คแล้วมองมาที่ผม ก่อนจะมองเลยไปที่พลอย

“คุณแม่สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้ท่านเหมือนทุกครั้งและท่านก็ยิ้มรับเหมือนทุกที

“สวัสดีค่ะ...” พลอยเองก็ทักทายท่าน แม้ว่าแม่จะมองแปลกๆ และเสียงของพลอยจะสั่นๆ แต่ท่านก็ยังไม่พูดอะไร

“แม่ครับ ผมขอพักที่นี่ก่อนนะ ผมเข้ามาทำธุระกับพี่วีแล้วมันดึกมาก” มาร์คบอก

“หืม? ขอพักอะไรกันล่ะ แวะมาแม่ก็ดีใจมากแล้ว” แม่บอก

“ขอโทษที่มาแบบไม่ได้บอกก่อนนะครับ” ผมว่า แล้วแม่ก็ยิ้มให้ผมอย่างใจดีเหมือนเคย

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ ว่าแต่สาวสวยคนนี้นี่เพื่อนใครเอ่ย” แม่ถามแล้วมองไปที่พลอย

“นี่...พี่พลอย” มาร์คเป็นคนแนะนำ ตาสวยของแฟนผมมองไปที่แม่ตัวเองก่อนจะหรุบลงต่ำเมื่อแม่มองอย่างสงสัย หน้าสวยของท่านที่ผมคิดว่าใจดีมองไปที่พลอยด้วยสายตาแปลกๆ

“พลอย?” ท่านทวนถาม ผมไม่รู้ว่าแม่จะรู้เรื่องของมาร์คกับผมมากแค่ไหน ตอนนั้นมาร์คเล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟังมากเท่าไหร่ หรือยังไง แต่ถึงมาร์คมันจะไม่พูดออกไปทั้งหมดผมก็เชื่อว่าแม่สามารถไปสืบเรื่องราวเมื่อคราวนั้นได้ เพราะมันหลายคนทั้งเจมส์ วินด์ หรือแม้แต่แฟนเก่าของมาร์คอย่างไอ้พี่แพ็คอะไรนั่น

“ครับพี่พลอย...นั่นแหละ”

“มาสะ นี่มันอะไรกัน” ความใจเย็นของท่านคือสิ่งหนึ่งที่ผมนับถือ ท่านถามย้ำอีกครั้งและรอคำตอบด้วยความใจเย็น แม้ว่าสายตาท่านจะมองพลอยอย่างสำรวจแล้วก็ตาม

“ผม...ขอให้พี่เขาพักที่นี่ก่อน แล้วผมขอคุยกับแม่นะครับ” มาร์คว่าแต่แม่ไม่ได้ตอบมาร์คในทันที ท่านมองกลับด้วยสายตาไม่ต่างจากผมในตอนแรก ตอนที่รู้ว่ามาร์คจะรับผิดชอบเด็กในท้องของพลอย สายตาที่เป็นห่วงทั้งความรู้สึกและจิตใจของมาร์ค แต่พอมาร์คมองกลับด้วยสายตาที่มั่นใจในความรู้สึกและคำพูดตัวเองแบบนั้น ท่านก็เลยพยักหน้า

“พลอยพักห้องรับรองแล้วกัน ส่วนวีก็ห้องมาร์คเหมือนเดิมใช่ไหมคะ” ท่านถาม

“ครับผม” ผมตอบกลับ

“งั้นก็ตามนี้ค่ะ มาสะมาคุยกับแม่ด้วยนะ”

“พี่พาพี่พลอยไปก็แล้วกัน” มาร์คหันมามองผมนิดหน่อยแล้วเดินตามแม่ออกไป 

ส่วนผมพาพลอยไปที่ห้องรับรองโดยมีแม่บ้านของคุณแม่เดินนำมา เขาพามาส่งแล้วจัดแจงเช็กความเรียบร้อยให้ก่อนออกไป ตรงนี้เหลือแค่ผมกับพลอย แต่เราไม่ได้พูดอะไรออกมา ยังคงจมอยู่ในความเงียบกันทั้งสองคน เหมือนกับยังอยู่ในความคิดของตัวเองกันทั้งคู่

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ผมเคารพการตัดสินใจของมาร์ค ถ้ามาร์คบอกว่าจะเอา มาร์คบอกว่าอยากได้ ผมจะไม่ห้ามอะไรสักนิด แม้ว่ามันจะดูแปลกไปหน่อยที่ผมต้องมาเลี้ยงลูกแฟนเก่ากับแฟนใหม่ของเธอ แถมยังเลี้ยงกับแฟนใหม่ของผมที่เคยมีปัญหากันมาก่อน คนอื่นคงไม่เข้าใจหรือคงคิดในทางที่ผิดเพี้ยน แต่ผมไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นกับพลอยแล้ว

ความสัมพันธ์ที่เรียกว่าแฟนเก่ามันได้หายไปแล้ว พลอยเป็นเหมือนคนคนหนึ่งที่ผมรู้จัก เป็นเหมือนคนคนหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ตอนนี้พลอยเดือดร้อนแล้วผมเองก็ไม่สามารถใจดำกับคนรู้จักจนปล่อยเรื่องนี้ไปได้ ความตั้งใจของผมคือไปปลอบพลอย ไปดึงสติพลอย แล้วก็ไปคุยกับพลอยให้พลอยเข้าใจเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น แต่พลอยไม่เข้าใจและอารมณ์อ่อนไหวเกิดกว่าจะรับฟังอย่างอื่น ผมเองก็ไม่มีความอดทนมากพอในการอธิบาย ส่วนมาร์คก็พูดออกไปแบบนั้น ผมไม่รู้ว่ามันคิดดีแล้วหรือพูดออกไปเพราะความโมโห แต่ไม่ว่าจะยังไงผมก็จะอยู่ข้างมาร์คอยู่ดี

“วี”

“หืม?” ผมหันกลับเมื่อพลอยเรียกไว้ ทั้งๆ ที่กำลังจะออกจากห้องอยู่แล้วแต่ก็ยังหันกลับมามองคนที่ยืนอยู่ปลายเตียงนั่น

“พลอยขอโทษนะ ขอโทษที่ทำให้วีกับมาร์คลำบากกัน” พลอยบอกออกมา สายตาที่ส่งมาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด แต่ผมก็ยิ้มตอบกลับไป

“ไม่เป็นไรพลอย ถ้าเป็นคนอื่นวีก็ช่วย” ถ้าเป็นคนอื่นผมก็ปล่อยไปไม่ได้เหมือนกัน ถ้าเขามาขอให้ช่วยเหลือในสถานการณ์แบบนี้ผมก็คงไม่รอช้าที่จะช่วยเขา

“พลอย…วีอยากเก็บเด็กคนนี้ไว้จริงเหรอ?” พลอยถาม

“วีแล้วแต่มาร์ค” ผมเองก็ตอบกลับตามความคิดของตัวเอง

“แล้วแต่มาร์คเหรอ…” คำที่ทวนกลับมาเหมือนจะเป็นคำถามแต่มันก็ไม่ใช่ ในเมื่อคนที่พูดไม่ได้อยากได้คำตอบจากมัน

“อือ”

“แล้วใจวีล่ะ” พลอยถามกลับมา

“ถ้าวีบอกว่าไม่อยากได้พลอยจะเอาออกเหรอ?” ผมถามกลับ

“พลอย…”

“มาร์คทำได้พลอย วีเชื่อว่ามาร์คจะดูแลเด็กคนนี้ได้ถ้าน้องมันบอกว่าจะทำ” ผมเชื่อแบบนั้นจริงๆ ทำไมมาร์คจะทำไม่ได้ มาร์คทำได้และทำมันออกมาได้อย่างดีด้วย ตอนที่น้องบอกว่าจะอยู่กับผมน้องก็อยู่ข้างผมตลอด ตอนที่บอกว่าจะทำให้ผมเลิกรักพลอยน้องก็ทำได้เหมือนกัน ตอนที่บอกว่าจะทำให้ผมรักน้องก็ทำให้ผมรักได้จนขนาดนี้ ขนาดที่ว่าไม่อยากเลิกรักเลยสักนิด

“พลอย…”

“แต่นี่ก็ลูกพลอย มาร์คจะพูดยังไงวีจะพูดยังไงมันก็เท่านั้น ถ้าพลอยจะไม่สงสาร เราสองคนก็ทำอะไรไม่ได้หรอก” ผมพูดช้าๆ แล้วพลอยก็ชะงักไป สักพักตาสวยก็รื้นน้ำอีกครั้ง 

“พวกวีเป็นใคร ฮึก…ทำไมถึงต้องดีกับเด็กคนนี้ขนาดนี้” พลอยว่า ผมเองก็คิดแบบนั้น มาร์คมันเป็นใครทำไมจิตใจมันถึงได้ดีขัดกับบุคลิกเย็นชาของมันขนาดนั้น ทำไมถึงได้ดีถึงขั้นเอ่ยปากออกมาว่าจะรับผิดชอบเด็กคนนี้

“วีเป็นแค่คนคนหนึ่งที่ไม่ได้ดีอะไรมากมายเลย ส่วนมาร์คเป็นคนที่ดีมากๆ” ผมบอกพลอย แล้วพลอยก็ค่อยๆ สบตากับผม

“มาร์ค…ดูแลวีดีใช่ไหม” 

“มาก…” มากจนบางทีผมก็รู้สึกผิดไม่หายที่เคยทำไม่ดีกับมาร์คไว้

“…”

“วีขออะไรได้ไหม?”

“อะไรคะ”

“เด็กคนนั้น…ถ้ามาร์คอยากได้ยกเขาให้มาร์คเถอะนะ” ผมว่าแล้วมองไปที่ท้องของพลอย

“แต่พลอยไม่อยาก…”

“ถ้ามาร์คอยากได้ พลอยช่วยดูแลเด็กคนนั้นสักเก้าเดือนได้ไหม หลังจากนั้นวีจะช่วยมาร์คดูแลเขาเอง” ผมบอกกลับก่อนที่พลอยจะพูดจบด้วยซ้ำ

“วี…”

“วีขอได้ไหมพลอย” ผมถามย้ำอีกครั้ง แล้วคนที่ถูกถามก็น้ำตาไหลอาบแก้ม ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีการฟูมฟาย มีเพียงใบหน้าที่ขยับขึ้นลงช้าๆ 

“พลอย…ฮึก! รู้สึกผิดต่อเขาที่ดูแลเขาไม่ได้ แล้วถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ฮึก! พลอยจะทำตามที่วีขอนะ”

“อืม” ผมบอกกลับในลำคอแล้วเดินเข้าไปหาพลอย ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้คนที่ร้องไห้อยู่แล้ววางมือบนหัวสวยนั่นเพื่อให้กำลังใจ

“วี ฮึก!” พลอยขยับเข้ามากอดผม เสียงสะอื้นดังขึ้นอีกครั้งพร้อมๆ กับแรงสั่นของคนตัวเล็กที่อยู่กับอกผม ผมไม่ได้กอดปลอบแต่ก็ไม่ได้ผลักพลอยออก ปล่อยให้พลอยร้องไห้อยู่กับผมอีกสักพักก็คงได้

“พี่วี…” เสียงเรียกอยู่หน้าห้องทำให้ผมผละออกจากพลอย

“มาร์ค…มึงฟัง…”

“อือ กลับห้องกัน พี่พลอยจะได้พักผ่อน” มาร์คว่าแล้วผมก็พยักหน้าให้

“พักผ่อนนะพลอย” ผมบอกคนตัวเล็กที่ตาแดงแล้วแดงอีก พลอยพยักหน้าให้ผมแล้วมองเลยไปที่มาร์ค

“มาร์ค พี่…”

“พักผ่อนเถอะครับ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน” มาร์คบอกแล้วเดินนำผมออกไป

ห้องของมาร์คเป็นเหมือนห้องของเรา แต่มันต่างจากเดิมตรงที่ตอนนี้มันเงียบกว่าเดิม มาร์คมองมาที่ผมและผมเองก็มองไปที่มาร์ค เราสบตากันและผมก็เห็นความเหนื่อยล้าในสายตาน้องมันชัดเจน ชัดจนผมรู้สึกผิดที่พามันมาเจออะไรแบบนี้

“กอดไหม?” ผมถามออกมาแล้วมาร์คมันก็พยักหน้า

“พี่วี…” มันเดินเข้ามากอดผม ในขณะเดียวกันผมก็เดินเข้าไปกอดมาร์ค

“ตัวแค่นี้ทำไมเก่งจังวะ” ผมว่า

“พี่แม่ง…”

“กูอะไรอีก” ผมขยับออกมา ยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นคนเก่งกำลังจะงอแง

“ก็ไปรู้จักกับเขาอะ” มันว่าออกมา

“ก็รู้จักไปแล้ว” ผมว่ากลับ

“ผมเลยพูดออกไปแบบนั้นเลย” 

“มึงพูดแล้วความผิดกู?” ผมแกล้งว่าทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าทั้งหมดคือความผิดของตัวเอง

“ของพี่สิ ก็พี่รู้จักพี่พลอย”

“ครับ ของกูก็ของกู” ผมบอกแล้ววางมือบนหัวของมาร์ค

“แม่บอกว่าแล้วแต่ผม” มาร์คว่าออกมาหลังจากที่ผมยีผมสวยๆ ของมันเล่นสักพัก

“กูก็เหมือนกัน” 

“เหมือน?”

“เหมือนแม่อะ แล้วแต่มึงเลย” ผมบอก

“แล้วถ้าผมอยากให้พี่ตัดสินใจช่วยล่ะ” มาร์คว่าต่อแล้วหันหลังเดินไปนั่งที่ปลายเตียง

“กูก็จะบอกมึงว่าเรายังเด็ก เราควรจะ…”

“พี่ไม่สงสารเด็กคนนั้นเหรอ?”

“มึงฟังกูยังไม่จบเลยมาร์ค” ผมว่าแล้วยิ้มให้มัน

“ยังไงล่ะ” หน้าเล็กนั่นกำลังจะงอแต่ผมก็ยังยิ้มหยอกมันก่อนจะพูดต่อ

“เราควรจะขอให้พ่อกับแม่ช่วย ไม่บ้านมึงก็บ้านกู” 

“หรือไม่ก็ทั้งสองบ้าน” มาร์คว่า

“อือ…กูเลี้ยงเด็กไม่เป็นนะบอกก่อน” 

“ผมเลี้ยงเป็น เมื่อก่อนผมเลี้ยงเยอะ”

“ว่าไงนะ?”

“หึ!...ก็เมื่อก่อนเด็กเยอะ” มาร์คว่าหน้าตาเฉย 

“แต่ตอนนี้มึงเด็กกู กูหาเงินเลี้ยงอยู่เนี่ย” ผมว่า

“ก็นี่ไง ไม่น่าจะต่างกันป้ะ” มันว่ากลับ

“นั่นแม่งเพิ่งเกิดเลยนะ”

“พี่พูดไม่เพราะว่ะ กับเด็กก็ไม่เว้นอะ” 

“ช่างกูเถอะ แม่ไม่ว่าอะไรเลยเหรอ?” ผมถามกลับ

“ว่า”

“ว่า?”

“ว่าผมจะรับได้ไหม” มาร์คบอก

“แล้วมึงตอบว่าไง มึงโอเคจริงๆ เหรอ?” ที่แม่ถามมันก็คือคำถามเดียวกันกับที่ผมอยากถาม มาร์คมันโอเคจริงๆ เหรอ ไม่ได้คิดมากอะไรใช่ไหม หรือมันรู้สึกอะไรหรือเปล่า

“ตอนนี้ไม่รู้สึกอะไร นอกจากสงสารเด็กคนนั้น” 

“อืมมม มึงตอบแม่แบบนี้เหรอ?” ผมพยักหน้าเมื่อได้รับคำตอบ 

“ผมบอกว่าผมจะรับให้ได้”

“กูถามหน่อย” ผมว่าแล้วแตะที่แก้มมาร์คเบาๆ ขยับเล่นกับหน้ามันไปเรื่อยๆ แล้วสำรวจไปด้วย

“ถามก็ถามดีๆ สิ” มาร์คบอกแล้วจับนิ้วผมไปกุมไว้

“มึงอยากมีลูกเหรอ?” ผมถาม

“ผมไม่เคยคิดว่าจะมี” 

“แล้วทำไมมึงทำแบบนี้” 

“ก็ถ้ามีมันก็ดีไม่ใช่เหรอ? เราเติมเต็มให้เด็กคนนั้น แล้วเด็กคนนั้นก็เติมเต็มให้เรา” มาร์คตอบกลับ

ถ้าจะมองหรือคิดแบบนั้นมันก็จริง เด็กคนนั้นต้องการความอบอุ่นและการดูแลจากาพ่อแม่ ผมกับมาร์คอาจจะทำได้ไม่ดีขนาดนั้นแต่ผมเชื่อว่ารอบตัวเราจะคอยสอนเราให้เราดูแลเขาได้ แต่ถ้ามาร์คจะบอกว่าเด็กคนนั้นจะเข้ามาเติมเต็มเราได้ มันก็ต้องหมายความว่ามาร์คมันคิดเรื่องลูกป้ะวะ

“ก็หมายความว่ามึงเคยคิดเรื่องลูก”

“คิดสิ บ้านผมมีลูกชายคนเดียว บ้านพี่มีสองคนแต่ไม่ชอบผู้หญิง แล้วพี่จะไม่ให้ผมคิดได้ไง” มาร์คว่า 

แล้วผมก็เข้าใจว่าสิ่งที่มันคิดมันเกิดจากครอบครัวฝั่งผม มาร์คมันใช้ชีวิตแบบไม่ได้สนใจพ่อแม่หรืออย่างอื่นมาก่อนหน้านี้ แสดงว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะอยู่ในหัวมัน จนมันมาเจอกับผมที่วางแผนครอบครัวไว้ในหัวแบบที่มีพ่อ แม่ และลูกมาก่อน มันถึงได้รู้สึกผิดที่ทำให้ผมขาดอีกอย่างหนึ่งไป

“มาร์ค…”

“หืม?”

“กูโคตรโชคดีเลยที่มีมึง” ผมบอกคนที่กำลังเงยหน้าสบตากับผมอยู่ บอกทางคำพูดและบอกทางสายตาที่กำลังจ้องมองตอบกลับมัน

“ก็ผมนี่” มันว่ากลับด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้สดใสแต่ก็ดูจะมั่นใจมากขึ้น “แล้วพี่อยากมีไหม?” มาร์คถามกลับ

“เมื่อก่อนอยาก แต่ตอนมีมึงก็ไม่อยาก” ผมว่าแล้วนั่งลงข้างๆ มาร์ค

“แล้วพี่พลอยจะยอมไหม” 

“กูขอพลอยแล้ว”

“ขอว่า?” มาร์คเอียงคอมองผม

“ว่าถ้ามึงอยากได้ก็ยกให้เถอะ” 

“แล้วพี่พลอยก็โอเค” ผมพยักหน้าตอบ แล้วมาร์คเองก็พยักหน้าให้ผมอย่างเข้าใจ

“พลอยก็ขอบคุณ ขอโทษด้วย” 

“พี่วี…”

“หืม?”

“ถ้าเลี้ยงลูกเขาจริงๆ พี่จะคิดถึงแม่ของลูกไหม?” มาร์คถาม แล้วผมก็ยิ้มให้มัน

“ถ้าเราเลี้ยงลูกก็ต้องลูกของเราไหม?” ผมบอกออกไปแบบนั้นเพราะผมคิดแบบนั้นและผมก็เข้าใจว่ามาร์คคิดอย่างไร แต่จะให้ผมอธิบายความคิดและความรู้สึกของผมเป็นคำพูดมันคงทำได้ยาก ผมเลยทำได้แค่มองหน้ามาร์ค แล้วพยายามถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดออกไปให้มันรับรู้

ไม่รักเขาแล้วแน่ๆ

ไม่รู้สึกอะไรอีกแล้วสักนิด

“แต่ผม…ท้องไม่ได้”

“แม่อะ ไม่ต้องท้องก็เป็นได้” ผมบอก แล้วมาร์คก็ขมวดคิ้วใส่ผม “ก็เป็นแม่ที่ดูแลเขาไง”

“ทำไมผมต้องเป็นแม่” มาร์คว่ากลับ

“ก็กูคือพ่อวี”

“แต่ผมจะไปเซ็นรับรองเป็นพ่อนะ”

“แล้วถ้าเซ็นชื่อในทะเบียนสมรสมึงจะเซ็นเป็นอะไร” ผมถามกลับ ส่วนคนที่ถูกถามก็หน้าแดงแล้วทำหน้าไม่ถูก

“พี่วี…”

“ฝากไว้ให้คิดนะ เก็บเงินแต่งเมียได้เมื่อไหร่จะถามอีกที” 

 

 

 

#กลรักรุ่นพี่2 

16/11/2020 

ก็กูเป็นพ่อวีอะ เป็นพี่วีอะมาร์คก็ต้องเป็นแม่ป้ะ ฮื้ออออ สรุปคนพูดก็คือน้อง หายใจหายคอไม่สะดวกกันมาหลายวันตั้งแต่ วี พลอยท้อง มาจนถึง กูเอาเอง ตอนนี้ทุกคนคงหายใจสะดวกไปเปลาะหนึ่งแล้ว เหลือแค่พี่พลอยเขาจะเอายังไงกับคำขอของน้อง น้องก็ดีเกินดี ส่วนพี่วีก็คือพร้อมซับพอร์ตทุกฝ่ายจริงๆ อยู่ให้รอดจนถึงวันแต่งเมียนะพ่อนะพ่อ 

Twitter : @pflhzt 

Face book : faddist 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว