facebook-icon

ฝากคอมเม้นเป็นกำลังใจและขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

บทที่ 3 ข้อเสนอเจ้าเล่ห์

ชื่อตอน : บทที่ 3 ข้อเสนอเจ้าเล่ห์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2563 11:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ข้อเสนอเจ้าเล่ห์
แบบอักษร

ลานเกียร์ 

เป็นวันที่มีนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่สามมารวมตัวกันมากที่สุดวันหนึ่งเพื่อให้ปีหนึ่งได้เข้ามาทำความรู้จักแล้วให้รุ่นพี่เซ็นชื่อลงในสมุดพกให้ โดยกว่าจะได้ลายมือของรุ่นพี่แต่ละคนก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่ปีหนึ่งจะต้องทำตามที่รุ่นพี่คนนั้นต้องการ 

บางคนเข้าหารุ่นพี่คนเดียว บางคนมาเป็นคู่หรือพากันมาเป็นกลุ่มอย่างกลุ่มของยิ้มกับเพื่อนที่รวมตัวกันเจ็ดคนเดินวนเข้าหารุ่นพี่ทีละคนทีละกลุ่ม อย่างน้อยการมีเพื่อนก็ช่วยลดความอายลงได้บ้างหากต้องทำอะไรประหลาดตามคำสั่งของรุ่นพี่ 

กิจกรรมการรับน้อง ซ้อมเชียร์ ซ้อมกีฬาต่างๆ ถูกระงับไว้ชั่วคราวเพื่อเพื่อให้ปีหนึ่งได้ทำความรู้จักกับรุ่นพี่ในคณะที่มารวมกันที่ลานเกียร์ เสียงร้องเพลง โห่ร้อง หัวเราะหรือแม้แต่นับเลขดังไปทั่วลานเกียร์เมื่อตอนที่ปีหนึ่งถูกรุ่นพี่สั่งให้ทำอะไรเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน 

"ไปหาใครต่อดี?" 

"นั่นไง"  

ยิ้มตอบคำถามของปริมพลางพยักพเยิดหน้าไปทางรุ่นพี่ผู้ชายกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ด้วยกัน 

"เอาจริงดิ?"  

ไวท์ไม่มั่นใจในความคิดของยิ้มเท่าไหร่นักที่จะเดินเข้าไปหากลุ่มรุ่นพี่ในชุดช็อปสีแดงกลุ่มนั้น  

"ก็ดูคนน้อยสุดแล้วอ่ะ ดูพี่กลุ่มอื่นสิโดนรุมเต็มขนาดนั้นก็ต้องรอคิวอีกอ่ะ" 

เพื่อนของยิ้มมองไปดูรอบๆ ก็เป็นอย่างที่ยิ้มว่า นอกจากรุ่นพี่กลุ่มที่ว่าไม่ว่าจะมุมไหนที่มีรุ่นพี่อยู่ก็มีปีหนึ่งรุมล้อมอยู่จนแทบไม่มีที่ว่าง การหาโอกาสที่จะเจอรุ่นพี่ปีสามอยู่พร้อมกันแบบนี้ไม่ใช่ง่ายๆ ดังนั้นปีหนึ่งแต่ละคนก็พยายามจะเก็บลายเซ็นของปีสามให้ได้เร็วและมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

"สวัสดีครับ/ค่ะ" 

ยิ้มกับเพื่อนกล่าวทักทายเมื่อเดินไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้ารุ่นพี่หนุ่มทั้งเจ็ดที่นั่งทำหน้านิ่งกันอยู่หลังจากที่กลุ่มล่าสุดพึ่งจะเดินออกไปด้วยสีหน้าคิดหนัก  

"สวัสดีครับ" 

เคนผู้เป็นเฮดว้ากปีสามกล่าวทักทายรุ่นน้องอีกกลุ่มที่กล้าเข้ามาทำความรู้จักพวกเขา จะเรียกว่ากล้าก็คงไม่ถูกทั้งหมด เพราะที่รุ่นน้องไม่ค่อยเข้าหาไม่ใช่เพราะความกลัวแต่เป็นเพราะยังไม่อยากเสี่ยงเข้ามาหาพวกเขาให้ยุ่งยากเสียเวลาในการไปขอลายชื่อของรุ่นพี่คนอื่นเลยเลี่ยงที่จะยังไม่เข้ามาหาพวกเขาก็เท่านั้น 

"พวกผมจะมาให้พวกพี่เซ็นชื่อให้ครับ" 

เรียวเป็นหัวหน้ากลุ่มของเพื่อนเอ่ยปากกับรุ่นพี่ก่อนที่ยิ้มจะได้เอ่ยอะไรออกไป ยิ้มแอบเหลือบตามองเซนที่นั่งเงียบอยู่ในกลุ่มเพื่อนและจ้องมาทางเธอ 

"มีอะไรมาแลกครับ...ลายมือพวกผมมีค่านะพวกคุณรู้ไหม" 

เจอาร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ลายมือพี่ระเบียบไม่ว่าจะปีสามหรือปีสี่หนึ่งคนมีค่าเท่ากับรายชื่อรุ่นพี่ห้าชื่อ เพราะแบบนี้มันเลยคุ้มที่รุ่นน้องหลายคนจะเสี่ยงเข้ามาหาพวกเขา 

"..." 

คำถามของเจอาร์นั้นกลุ่มของยิ้มไม่ได้คิดมาด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าไม่มีความจำเป็นต้องคิดมาเพราะไม่ว่ายังไงฝ่ายที่จะเสนอข้อแม้ก็เป็นรุ่นพี่อยู่ดี 

"เอาแบบนี้ดีไหม พวกคุณมีกันเจ็ดคน พวกผมก็มีเจ็ดคนพอดี พวกผมจะก็มอบภารกิจให้พวกคุณกันคนละอย่าง ถ้าคนไหนทำสำเร็จพวกผมทั้งเจ็ดคนก็จะเซ็นชื่อให้คนนั้นตกลงไหม" 

เบียร์เสนอขึ้นมาเมื่อนึกอะไรได้กับจำนวนที่เท่ากับแบบพอดิบพอดีของกลุ่มพวกเขาและรุ่นน้องที่เข้ามา พอหันไปขอความเห็นจากเพื่อนแต่ละคนก็เห็นด้วย  

"ทำไมกูรู้สึกว่าไอ้เซนมันเงียบไปป่าววะ"  

ทัพไทหันไปกระซิบกับเจอาร์เสียงเบาเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคนเมื่อได้ยินข้อเสนอออกจากปากของเบียร์แทนที่จะเป็นเซน เจอาร์ปรายตาไปมองเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ระหว่างเลโอและเคนก็ยกยิ้มมุมปากอย่างพอจะคาดเดาอะไรได้ก่อนจะหันไปกระซิบตอบทัพไทเสียงเบาเช่นกัน 

"กูเห็นมันจ้องน้องกลุ่มนี้ตั้งแต่ยังไม่เดินเข้ามาแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่ามันเล็งน้องคนไหนอยู่" 

การกระทำของเซนอยู่ภายใต้สายตาของเจอาร์ที่บังเอิยเหลือบไปเห็นโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นทำให้เจอาร์เห็นว่าเซนเทียวมองไปที่กลุ่มของยิ้มตั้งแต่ก่อนหน้านี้นานแล้ว ยิ่งพอมายืนอยู่ตรงหน้าเซนก็จ้องนิ่งๆ แทบไม่กระพริบตา แถมจากที่ชอบพูดมากก็เงียบไปจนผิดปกติ เพียงแต่ว่าเจอาร์ยังไม่มั่นใจว่าเซนมองน้องคนไหนอยู่ระหว่าง แคท ปริมหรือยิ้มที่ยืนอยู่ระหว่างสี่หนุ่มที่ยืนประกบฝั่งละสองคน 

"ก็ดีนะ" เคนเห็นด้วยกับเบียร์ "พวกคุณว่าไง...ตกลงไหม?" 

"ครับ/ค่ะ" 

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของรุ่นพี่ทำให้กลุ่มของยิ้มรู้สึกเสียวสันหลังกับคำสั่งที่จะได้รับแต่ก็ต้องตอบรับข้อเสนอเพราะยังไงก็ไม่มีทางเลือก 

"เลือกน้องกันเลยไหม ใครจะสั่งน้องคนไหน" 

"พวกคุณจะให้พวกผมเลือกว่าจะสั่งพวกคุณคนไหนหรือว่าพวกคุณจะเลือกเองว่าจะให้พวกผมคนไหนสั่ง" ทัพไทเสนอทางเลือกให้กับรุ่นน้อง 

"พวกฉันเลือกค่ะ" ยิ้มตอบขึ้นทันทีที่จบประโยคของทัพไท ก่อนจะฉีกยิ้มหันไปหาเป้าหมายที่เล็งเอาไว้ "ฉันเลือกพี่...ชื่ออะไรนะคะ" 

เซนถึงกับหางตากระตุกเมื่อยิ้มหันมาทางเขา ชื่ออะไรนะคะ? ถามมาได้ทั้งที่เธอก็รู้ว่าเขาชื่ออะไร แบบนี้แสดงว่าเธอจงใจกวนเขาชัดๆ 

อากัปกิริยาของเซนกับยิ้มอยู่ภายใต้สายตาของเจอาร์ นั่นทำให้ชายหนุ่มรู้แล้วว่าใครคือคนที่เซ็นเล็งอยู่ เจอาร์ยกยิ้มมุมปกอย่างนึกสนุกก่อนจะเอ่ยขึ้นมา 

"อ้าว...แบบนี้ผมว่าคุณต้องโดนซ่อมแล้วล่ะครับ" 

"ไม่ต้อง"  

เซนท้วงขึ้นทันทีโดยที่ยังจ้องตาอยู่กับยิ้มอย่างไม่มีใครยอมใครไม่ได้หันมามองหน้าตาเจ้าเล่ห์ของเจอาร์เลยสักนิด  

"เดี๋ยวกูจัดการเอง" เซนบอกเพื่อนโดยไม่ละสายตาไปจากยิ้ม "ส่วนคุณ...ตามผมมา"  

กลุ่มพี่ว้ากหันมองสบตากันอย่างสื่อความหมายต่างจากลุ่มของเพื่อนยิ้มที่มองตามเพื่อนเดินตามเซนออกไปอย่างเป็นห่วงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะตัวเองก็ต้องโดนไม่ต่างจากยิ้มและความรู้สึกของพวกเขาก็บอกว่าคนที่น่ากลัวที่สุดในกลุ่มพี่ว้ากนั้นไม่น่าจะใช่เซนที่พึ่งเดินนำยิ้มออกไป 

สองคนเดินมาหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งเรียกสายตาของคนในลานเกียร์ได้ไม่น้อย ปีสองหันมามองด้วยความสนใจไม่ต่างจากปีหนึ่งที่กำลังลุ้นกันว่ายิ้มจะโดนอะไร โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าหากลุ่มพี่ว้ากปีสามก่อนหน้าที่ได้รับคำสั่งแปลกๆ ยากๆ จากเซน 

กลุ่มที่ผ่านมานั้นเป็นเซนกับเจอาร์ที่จัดการมอบหมายภารกิจให้รุ่นน้องทั้งหมด แต่พอเป็นกลุ่มของยิ้มเซนกลับเงียบนั่นทำให้เพื่อนของเซนรู้สึกถึงความผิดปกติ เพียงแต่เจอาร์กับทัพไทนั้นเอ่ยมันออกมาด้วยแต่ที่เหลือเลือกจะเงียบไว้ก็กันเท่านั้น 

"ไม่รู้จักชื่อผมงั้นหรอ?" 

"ก็พี่บอกไม่อยากให้ใครรู้..." 

"บอกมาว่าไม่ได้กำลังกวนผมอยู่" 

เซนเอ่ยดักเพราะรู้ว่ายิ้มจะพูดอะไร เขาเคยบอกกับเธอว่าไม่ให้เธอบอกใครเรื่องที่เขาบาดเจ็บ เรื่องที่เธอเคยไปค้างที่ห้องของเขาหรือที่เขาเคยไปห้องของเธอ รวมถึงอย่าทักเขาเวลาอยู่ข้างนอกถ้าหากเขาไม่ได้ทักก่อนแต่ก็ไม่ได้ให้เธอมาแกล้งไม่รู้จักเขาแบบนี้ 

"ก็พี่บอกเองว่าห้ามทำเหมือนเราสนิทกัน" 

"นี่เราสนิทกัน?" 

"ถึงขั้นขึ้นห้องกันแล้วนะพี่ก็ต้องสนิทป่ะพี่ ขนาดเพื่อนในกลุ่มฉันยังไม่มีใครเคยไปเลยนะ มีแต่คนสนิทเท่านั้นล่ะที่เคยไปอ่ะ" 

"ก็เลยเหมารวมว่าเราสนิทกัน?" 

"แล้วพี่ยอมให้คนที่ไม่สนิทค้างที่ห้องรึเปล่าล่ะ" 

"ไม่!" 

"ก็นั่นไง" 

เซนหมดคำจะแย้งยิ้มเมื่อเธอตอบทุกอย่างออกมาได้อย่างหน้าตายที่สุด แต่ทั้งหมดที่เธอพูดมาเขาก็ไม่สามารถแย้งได้เพราะมันจริงอย่างที่เธอพูด สองคนยืนคุยกันโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตกเป็นเป้าสายตาของคนค่อนคณะ 

"โอเค ผมขี้เกียจเถียงกับคุณแล้ว" 

"เดี๋ยวฉันเดี๋ยวผม ตกลงจะแทนตัวเองว่าอะไรกันแน่คะ เลือกสักอย่าง" 

"ตอนนี้ผมอยู่ในหน้าที่" เซนบอกเสียงเรียบ 

"อ้อ...ต้องคีพลุคนี่เอง" 

"เลิกเล่นสักที ตกลงจะเอาไหมลายเซ็นผมกับเพื่อนเนี่ย" 

"เอาสิคะ" ยิ้มว่า "ว่าแต่ฉันขอเปลี่ยนเงื่อนไขอีกอย่างได้ไหม" 

"ยังไง?" 

"ฉันขอเป็นฝ่ายเสนอเงื่อนไขแทนได้ไหมคะ แล้วพี่ค่อยตัดสินใจอีกทีก็ได้ว่าตกลงไหม"  

เซนเลิกคิ้วอย่างสนใจ ยิ้มมักจะมีอะไรมาให้เขาได้แปลกใจเสมอ นั่นทำให้เขาตกลงยอมให้เธอเป็นคนเสนอเงื่อนไขที่จะใช้แลกกับลายเซ็นของเขากับเพื่อนและนั่นก็ทำให้เขาต้องแปลกใจอีกรอบกับข้อเสนอของยิ้ม 

"เป็นเบ๊?" 

"ค่ะ ฉันจะเป็นเบ๊ให้พี่เจ็ดวันหนึ่งสัปดาห์วันละสิบสองชั่วโมงสองทุ่มถึงแปดโมงเช้า" 

"สองทุ่มถึงแปดโมงเช้า?"  

เซนแปลกใจกับเวลาที่ยิ้มเสนอแทนที่จะเป็นช่วงกลางวันอย่างแปดโมงเช้าถึงสองทุ่ม 

"ก็ช่วงกลางวันฉันต้องเรียน หลังจากนั้นก็ต้องเข้าเชียร์ไม่ก็ต้องไปซ้อมบาสคงไม่มีเวลามาเป็นเบ๊พี่หรอก แต่หลังสองทุ่มฉันว่างอยู่แล้วแค่อาทิตย์เดียวเอง พี่เรียกใช้ฉันได้" 

เซนครุ่นคิดกับข้อเสนอของยิ้ม ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายของเธอ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่หรือจะเกิดอะไรขึ้นหากเขาตอบรับข้อเสนอของเธอซึ่งเขาก็ไม่ได้กังวลอะไรกับตรงนี้ออกจะอยากรู้ด้วยซ้ำว่ายิ้มจะทำอะไรบ้าง เพียงแต่ว่าเขาเองก็มีเหตุจำเป็นบางอย่างที่กำลังขบคิดอยู่ 

"หรือว่าพี่มีอะไรที่ไม่สะดวกรึเปล่าคะ" 

ยิ้มเห็นเซนนิ่งไปเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่างเธอเลยเอะใจขึ้นมาว่าเขาอาจจะไม่สะดวก 

"ถ้าพี่ไม่สะ..." 

"ผมตกลงแต่..." 

"แต่อะไรคะ?" 

"ห้ามให้คนอื่นรู้ข้อตกลงของเราเด็ดขาดไม่ว่าใครก็ตาม ถ้ามีคนรู้ถือว่าข้อตกลงของเราเป็นโมฆะคุณจะไม่ได้ลายเซ็นจากผมหรือเพื่อนของผมแม้แต่คนเดียว" 

"ทำไมล่ะคะ?" ยิ้มทำหน้างงอย่างไม่เข้าใจ 

"แล้วคุณคิดว่าคนอื่นจะมองยังไงถ้ารู้ว่าคุณเป็นเบ๊ให้ผมให้เวลากลางคืน" 

"เออใช่...งั้นก็ดีลค่ะ"  

ร่างบางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์กับสิ่งที่คิดเอาไว้ในหัวและลายเซ็นที่จะได้รับจากกลุ่มพี่ว้ากโดยที่เธอไม่ต้องเสียเวลาเหนื่อยทำอะไรแปลกๆ แผลงๆ ที่รุ่นพี่สั่งให้ต้องอับอายหรือปวดหัว  

ความคิดเห็น