email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 46 แพ้ท้องแทนเมีย

ชื่อตอน : บทที่ 46 แพ้ท้องแทนเมีย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2563 19:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 46 แพ้ท้องแทนเมีย
แบบอักษร

บทที่ 46

 

แพ้ท้องแทนเมีย

 

...มาตินมองอัคคีสลับกับอันดาที่กำลังจ้องหน้ารอคำตอบจากตน เค้กก็อยากกินแต่ก็ยังเห็นใจคนที่เป็นห่วง นี้ผมควรทำยังไงดี ชักจะเลือกไม่ถูกแล้วแฮะ ผมทำท่าคิดหนักก่อนจะจ้องมองพี่อัคคีที่ทำท่าทางเหมือนเป็นห่วงผมมากๆ ดู อาลัยอาวรณ์ทั้งที่ผมแค่จะไปกินเค้กใกล้นี้เองนะ จะห่วงไปไหน

 

ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปทางคุณอันดาที่รอคำตอบอยู่ ผมไม่ได้ใจอ่อนหรอกนะ แค่เห็นว่าคุณพี่เขาทำงานหนักแถมยังต้องมากังวลเรื่องเขาอีก ดูแล้วมันก็น่าสงสารมากเลยใช่ไหมล่ะ

 

"ผม...ขอ-"

 

"หนูตินอีกไม่นานพี่ก็จะกลับแล้วนะ ถ้าหนูไม่ไปกับพี่วันนี้ ปล้วพี่ตะได้กินกับเราอีกวันไหน"

 

คุณอันดาเธอทำตาเศร้าส่งมาให้กับผม เมื่อคิดได้ว่าอีกสองวันคุณอันดากับคุณคิมหันต์ก็จะกลับไปแล้ว คิดว่าเจอกันอีกทีคงเป็นตอนที่ผมคลอด แล้วแบบนี้ผมควรจะทำยังไงดี ไปวันเดียวเองคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะคงจะไม่มีใครคิดจะหาเรื่องผมได้ทุกครั้งที่ผมอยู่คนเดียวกับการ์ด แถมยังอยู่กับคุณอันดาด้วย

 

"พี่อัคคือ-"

 

"มาติน...นายก็รู้ว่าเวลานายหายไป ฉันก็จะไม่มีสมาธิทำงาน แต่ตอนนี้ฉันก็มีงานที่ต้องจัดการให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ ถ้านายมีเรื่องอีกจะทำยังไง นายไม่ได้ตัวคนเดียวนะ"

 

ผมนิ่งเงียบอีกครั้งและเริ่มคิดตามคำพูดของคุณพี่ สายตาที่ส่งมาให้บ่งบอกได้ว่าเป็นห่วงผมมาก แถมในท้องผมมีเจ้าตัวเล็กอยู่ด้วยไม่รู้ทำไมพอเป็นเรื่องลูกแล้วรู้สึกเริ่มคิดหนักทุกที จะปฏิเสธคุณอันดาก็ไม่ได้ จะปฏิเสธคนที่เป็นห่วงก็ไม่ได้ โธ่~เกิดเป็นมาตินนี้ก็ลำบากเหมือนกันนะ

 

"เฮ้อ~ผมไม่ไปก็ได้"

 

"หึ...."อัคคี

 

"......"

 

อัคคีแสยะยิ้มขึ้นมาอย่างผู้ชนะเมื่อมาตินหันไปหาอันดาที่รอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ อันดาทำหน้าเศร้าให้มาตินเห็นใจอีกครั้งพอมองไปที่น้องชายในใจรู้สึกอยากต่อยคนเป็นน้องที่บังอาจยิ้มเยาะให้กับตน

 

"แต่....ผมอยากกินเค้กกับคุณอันดา ผมว่า น่าจะให้เขามาส่งได้"

 

"หึ...."อันดา

 

"....."อัคคี

 

มาตินหันหน้าไปหาอัคคีด้วยแววตาจริงจัง ราวกับว่าถ้าไม่ให้เอาขึ้นมากินในนี้ก็จะลงไปกับ อันดา  อันดาจ้องมองน้องชายฝาแฝดก่อนจะแสยะยิ้มออกมา ทำเหมือนกับที่อัคคีเคยทำให้ อย่างน้อยก็ได้กินกับมาติน เธอจะทำให้เจ้าอัคมันหึงหวงจนอยากกระอักเลือดเลยคอยดูเธอก็แค่อยากให้น้องฝาแฝดรู้สึกอิจฉาเท่านั้นเอง

 

......

 

ผ่านไปไม่ถึง 20 นาที เค้กที่สั่งก็มาอยู่ตรงหน้าของมาตินและอันดา อันดาที่เห็นแบบนั้นก็รีบเข้าไปนั่งเบียดๆกับมาตินพร้อมกับลูบท้องป่องๆที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยๆ ด้วยความหลงไหล  ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรแค่สนใจเค้กหลายๆชิ้นตรงหน้าที่ทุกอย่างมันดูน่ากินไปหมด

 

"มาติน~พี่คนนี้ไม่ค่อยรู้เลยว่าเค้กตัวไหนอร่อย ป้อนพี่หน่อยได้ไหมจ่ะ?"

 

"ได้ครับ....เดี๋ยวผมป้อน"

 

ผมที่ไม่คิดอะไรมากก็ได้แต่ทำตามคำสั่งของคุณอันดา อัคคีที่นั่งอยู่ตรงทำงานตาลุกเป็นไฟจ้องมองไปที่อันดาด้วยความอิจฉาเดิมทีแค่นั่งติดกันมันก็มากพออยู่แล้ว ไหนจะมาอ้อนขอให้คนของเขาป้อนให้อีกมันจะไม่เกินไปหน่อยรึไงกัน

 

มาตินไม่เคยป้อนอะไรให้ตนเลยสักครั้ง เห็นแบบนั้นในใจรู้สึกน้อยใจเป็นอย่างมาก ทำไมคนนั่งอยู่ไม่ใช่เขากัน! 

 

"อุ๊ย! มันเลอะอ่ะ หยิบทิชชู่ให้พี่หน่อย"

 

"อ่อ.....ครับ"

 

มาตินตอบรับทั้งที่ทิชชู่มันอยู่อีกฝั่งหนึ่งแต่ก็ ยอมเอื้อมมือไปหยิบให้ ในใจเริ่มคิดว่าคุณอันดามีแผนอะไรบางอย่างอยู่ ไม่รู้ว่าแผนนั้นคืออะไร ผม หยิบทิชชู่ให้คุณอันดาเธอทำท่าเช็ดๆ แต่เช็ดไม่ถูก

 

"มันอยู่ตรงไหนเหรอ พี่ไม่มองไม่เห็น"

 

คุณอันดาเธอเช็ดข้างที่ไม่มีเค้กเปื้อนผมเลยยกยิ้มอย่างขบขัน ก่อนจะเช็ดให้เธอในที่สุด คุณอันดาแสยะยิ้มจางๆให้กับคนที่นั่งบนโต๊ะทำงาน มันเริ่มทำให้ผมนึก เอะใจ ก่อนจะหันไปเจอคนที่ทำหน้าบูดบึงแผ่รังสีออกมาจางๆ เอกสาร งานต่างๆ ไม่ได้ก้มลงไปอ่านแต่กลับจ้องมองมาที่พวกผม คิ้วเข้มขมวดเข้าหาดูแล้วเหมือนกำลังไม่พอใจเป็นอย่างมาก

 

"เอ่อ....."

 

"ฉันก็หิวเหมือนกัน"

 

อัคคีทำเสียงน้อยใจพร้อมกับต้องมองมาอย่างไม่วางตา ทำเอาผมอดจะรู้สึกสงสารอีกคนเสียไม่ได้ พี่อัคค่อยๆคล้ายคิ้วที่ขมวดเข้าหากันแน่นออก พร้อมกับจ้องมองมาทางผมอย่างอ้อนวอน ทำเอารู้สึกใจอ่อนปวกเปียกไปหมด

 

"ก็มากินด้วยกันสิครับ"

 

ผมบอกออกไปไม่ได้ว่าอะไรมาก ก่อนจะอมยิ้มให้ ที่จริงคนตัวโตก็น่าจะมากินด้วยกันอยู่แล้วเพราะยังไงซะ ผมก็ไม่ได้หวง เค้กที่สั่งมามันเยอะเกินไป ถ้าผมกินหมดนี้ได้กลายเป็น เบาหวาน แน่ๆถึงจะรู้ว่าตัวเองต้องกินหมดอย่างแน่นอนก็เถอะ

 

"พี่อัค...."

 

"ป้อนหน่อย....แขนยังไม่หายดีเลย ปวดแขนแล้ว"

 

พี่อัคเดินมานั่งข้างๆผม จนตอนนี้ทั้งซ้ายขวาไม่มีที่ว่างแล้ว นั่งเบียดจนผมตัวลีบหมด ที่นั่งมีตั้งเยอะตั้งแยะ พวกคุณก็ไม่ไปนั่งกัน มานั่งเบียดคนท้องกันทำไมครับเนี่ย 

 

"อืม...อร่อย"

 

อัคคีว่าเมื่อผมป้อนไปคำแรก ก่อนจะเอาหน้าซบที่ไหล่ พร้อมกับปัดมือคุณอันดาออกจากท้องของผมและเป็นฝ่ายลูบเองซะงั้น นี้วิญญาณเด็กเข้าสิงสองคนนี้เหรอครับถึงได้กินเองกันไม่ได้ ต้องให้ผมมาป้อนให้

 

"หนูติน~เจ้าอัคมันปัดมือพี่"

 

"มาติน~ ฉันหิวมาก ตาลายหมดเลย รีบป้อนหน่อยเร็ว"

 

คุณอันดามองหน้าผมพร้อมกับทำน้ำตาซึม คล้ายกับเด็กโดนแกล้ง ส่วนคุณพี่อัคนี้ก็อีกคน ทำหน้าเหมือนเด็กไม่ได้รับความเป็นธรรม รีบเร่ง ให้ผมตักเค้กตรงหน้าเข้าปาก อีหยังว่ะ! พวกสูเป็นอีหยัง!! วิญญาณเด็กน้อยเข้าสิงบ่! 

 

"เฮ้อ....ผมอิ่มแล้วครับ พวกคุณก็กินกันเองแล้วกัน ผมจะไปเข้าห้องน้ำ"

 

ผมถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายๆ พร้อมกับลุกพรวดออกมาจากตรงนั้นทันที ถ้าอยู่ต่อมีหวังได้ปาเค้กใส่หน้าทั้งสองคนแน่ๆ โตๆกันแล้วนะครับ มาทำท่าเด็กน้อยใส่ผมแบบนี้ได้ยังไง ถึงจะรู้สึกใจอ่อนจนแทบอยากจะลูบหัวปลอบ แต่อายุปูนนี้แล้ว ทำไปมีหวังหน้าแตกแง้ๆ

 

"เพราะนายเลยน้องสะใภ้ฉันถึงเดินหนี"

 

"อย่ามากล่าวหากันมั่วๆสิ เพราะเธอเอาแต่ใช้คนของฉันต่างหาก!"

 

"เหอะ! เป็นน้องก็หัดแบ่งปันสิ!"

 

"ฮึ! เป็นพี่ก็รู้จักด้วยว่าของใครของมัน!"

 

"แก!...."

 

"ก็มาสิ!"

 

ทั้งสองยังทะเลาะกันเหมือนเด็กประถมก่อนที่จะเริ่มมีปากเสียงกันดังมากส่วนผมก็ขอไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยแล้วกันครับ ผมฟังบทสนทนาไป เรื่อยๆ ก่อนจะจบลงด้วยเสียงปิดประตูดังลั่น ผมผู้เฝ้าดูสถานการณ์ก็ได้เดินออกมา และได้พบกับใครบางคนที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา

 

"พี่อัค...."

 

"มานั่งนี่"

 

พี่อัคกวักมือเรียกผมให้ไปนั่งใกล้ แววตาดูเรียบนิ่ง ผมนั่งลงข้างๆ ก่อนที่พี่แกจะเอียงคอมาผิงบ่าของผมเอาไว้ ผมไม่ได้เอ่ยอะไรนอกจากนั่งนิ่งให้คนตัวโตพิง

 

"ป้อนหน่อย"

 

"อ่า...ครับ"

 

ผมตกเค้กที่วางอยู่ตรงหน้าก่อนจะตักเข้าปากคนตัวโต  ผมมองอย่างเงียบพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย ทำไมช่วงนี้อีกคนดูอ้อนผมจังแฮะ พออ้อนแล้วทำตัวไม่ถูกเลย มันดูน่ารักถึงคนอื่นจะมองว่าน่ากลัวก็เถอะ

 

"อะ!"

 

"อ้วนขึ้นแฮะ"

 

คนตัวโตจับผมมานั่งตักคว้าเอวผมไว้แน่นแล้วลูบท้องผมไปมา ผมไม่ได้ว่าอะไรเพราะทำแบบนี้เป็นประจำ ถึงบ้างครั้งเริ่มจะลามปามไปหน่อยก็เถอะ 

 

"ไม่อยากทำงานเลย....นายช่วยฉันหน่อยได้ไหม"

 

"อะไรครับ..."

 

ผมทำหน้างงๆก่อนจะโดนจับให้นอนลงแล้ว อุ้นเป็นท่าเจ้าสาวไปที่โต๊ะทำงาน ผมมองอย่างไม่เข้าใจแล้วก็เพิ่งกระจ่างในไม่กี่วิต่อมา คุณพี่จับผมนั่งตักแล้วทำงานในท่านั้นเลย นี้เหรอครับที่บอกว่าให้ช่วย เฮ้อ....บ้าจริงๆ

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

ไม่กี่อาทิตย์ต่อมา ผมต้องมาตรวจครรภ์กับลุงหมอซึ่งกลายมาเป็นแพทย์ประจำตัวผมเรียบร้อยเพราะไม่ไว้ใจคนอื่นให้มาทำหน้าที่นี้

 

"เอาสมุดอันนั้นมาด้วยรึเปล่า"

 

"เอามาครับ"

 

มาตินตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่กังวลเล็กน้อย เพราะตนไม่ได้แพ้ท้องมาเกือบๆ 2-3 อาทิตย์แล้ว แต่อาการอย่างอื่นยังเหมือนเดิม ส่วนพี่อัคก็กินของที่ไม่เคยได้กินมาก่อน อย่างเช่นมะม่วงเปรี้ยวจี๊ด เค้กที่เอาแต่ใจ ที่ผมว่าแบบนั้นเพราะพี่แกจะไม่กินถ้าผมไม่ใช่คนที่ป้อนให้ เลยได้ชื่อว่าเค้กที่เอาแต่ใจ

 

ส่วนครอบครัวของพี่อัคเริ่มทะยอยกลับไปทีละคน สองคน เพราะต้องรีบกลับไปสะสางงานต่อ ส่วนเรื่องสินสอด ทองหมั้นอะไรเถือกนั้นคงต้องเป็นอีกสองเดือนข้างหน้า เพราะยังหาตัวคุณพ่อแท้ๆของผมเองนั้นไม่เจอ เรื่องนี้นั้นมีผมคนเดียวเท่านั้นที่รู้ 

 

"อืมมมม..ดูแล้วน่าจะมีคนแพ้ท้องแทนนะเนี่ย หึ หึ"

 

"จะไม่เป็นไรแน่นะครับ คุณลุง"

 

"ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่เป็นอะไรหรอก เคสแบบนี้ใช่ว่าจะไม่เคยมีสักหน่อย รอดูผลตรวจของเจ้าเสือก่อนแป๊บเดียวเดี๋ยวรู้เลย"

 

ลุงหมอว่าพรางหัวเราะลั่นทำเหมือนกับว่ากำลังซะใจอยู่ยังไงไม่รู้ นี้ผมคงคิดไปเองหรอกมั้ง ไม่มีอะไรหรอก ตอนนี้พี่อัคก็กำลังไปตรวจร่างกายอยู่เพื่อดูว่าเป็นอะไรไหม เพราะมันก็หลายวันแล้วที่พี่แกอาเจียน อย่างกับคนท้อง

 

"ไงเจ้าเสือ เป็นยังไงบ้าง"

 

"ไม่มีอะไรเลยครับ ทางนั้นบอกว่าปกติดีทุกอย่าง"

 

"นั่นไง!! ว่าแล้วเชียวว่ามันต้องเป็นแบบนี้"

 

ลุงหมอร้องออกมาด้วยท่าทางดีใจ เดี๋ยวๆ นี้ดีใจที่พี่อัคไม่เป็นไร หรือว่าดีใจเพราะอย่างอื่นกันแน่ ผมทำท่าทางงงงวยไม่เข้าใจ ก่อนที่คนตัวโตจะเดินมาใกล้แล้วลูบหัวผมไปมา นี้พี่เขาเป็นอะไรกับหัวผมกันครับ

 

"สรุปแล้ว...พี่เขาเป็นอะไรเหรอครับ?"

 

"จะอะไรล่ะ...ก็แพ้ท้องแทนเราไง!"

 

"ห่ะ?"

 

ผมยังทำท่างงไม่เลิกอาการแพ้ท้องแทนเมียนี้มันมีด้วยเหรอ แต่ผมเป็นคนท้องนะ หรือว่าที่จริงแล้วผมไม่ได้ท้อง คนที่ท้องคือพี่อัค เฮ้ย! นี้มันจะพีคเกินไปแล้ว แล้วพี่อัคไปมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นเหรอ แถมยังเป็นฝ่ายโดนเสียบ! บ้าไปแล้ว! มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆเลย

 

"เป็นอะไร.?...นี้อย่าเพิ่งคิดว่าฉันท้องเชียวนะ"

 

"ปะ...เปล่านิครับ คะ...ใครมันจะไปคิดกันบ้ารึเปล่า"

 

ผมว่าก่อนจะหลบตาเสมองไปทางอื่นทันที ในใจยังคิดไม่เลิกเลยว่าใครเป็นคนทำให้พี่อัค ท้อง มันต้องเป็นคนที่ไม่ธรรมดาแน่เลย แล้วแบบนี้ผู้ชายคนนั้นเขารู้เรื่องรึยัง ไม่นะ เด็กในท้องของพี่อัคจะไม่มีพ่อไม่ได้!

 

"เฮ้อ....พี่อัคครับ"

 

มาตินหันมาสบตากับอัคคีที่ด้วยความจริงใจ ผมรักพี่มากจริงๆ ต่อให้พี่ท้องให้คนอื่นผมก็รักพี่ ผมอยากดูแลพี่และลูกที่อยู่ในท้องของพี่ด้วย อัคคีมองมาตินที่มีดวงตาที่ลึกล่ำมีความตั้งใจแน่แน่อย่างมึมงง แต่ก็เข้าใจอยู่ว่าอีกคนกำลังคิดอะไร ส่วนลุงหมอมองมาตินก็เข้าใจทันทีว่ามาตินกำลังไม่เชื่อ เพราะขนาดรู้ว่าตัวเองท้องยังทำท่าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แล้วพอมาเจอเรื่องนี้เข้า ก็คงคิดว่าตัวเองไม่ได้ท้องจริงๆซะละมั้ง

 

"ผมจะดูแลลูกในท้องของพี่เองครับ ไม่ต้องห่วงนะ ส่วนพ่อของเด็กในท้องของพี่ ผมจะออกตามหาให้เอง!"

 

"..?"

 

ผมจับมือพี่อัคเอาไว้แน่นพร้อมกับแววตาที่แน่วแน่! ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาคนฟังต้องนิ่งตะลึงค้างด้วยมึนงง ส่วนลุงหมอที่ได้ยินประโยคนั้นถึงกลับกลั้นขำเป็นว่าเล่น คิดไว้แล้วเชียวว่าหลานสะใภ้จะไม่เชื่อเรื่องนี้ แต่ไม่นึกเลยว่าจะคิดอะไรแบบนี้ ช่างเป็นรักแท้ที่หาได้ยากยิ่ง ฮ่าฮ่าฮ่า

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

น้องงงงง น้องอยู่กับอีพี่ตลอดเวลาใครมันจะไปทำให้พี่อัคท้องกันล่ะครับ!  ตอนแพ้ท้องน้องนึกว่าตัวเองเป็นโรคร้าย พอมาคราวนี้กลายเป็นว่าพี่อัคเป็นคนท้องไปได้จะใด5555 

 

ปล.เรื่องนี้อาจจะไม่มีความสมเหตุสมผลนะคะ ไรท์แต่งเพื่อความสนุกเฉยๆ ตามอารมณ์ และหารายได้จากความสนุก อย่าเพิ่งด่าไรท์~~555(〃゚3゚〃)

 

รักรี้ดทุกคนนนน(≧∇≦)/(*°∀°)=3

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว