facebook-icon

ฝากคอมเม้นเป็นกำลังใจและขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

บทที่ 2 ชอบก็จีบ

ชื่อตอน : บทที่ 2 ชอบก็จีบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2563 17:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ชอบก็จีบ
แบบอักษร

กีฬาเฟรซชี่เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงก่อนสอบปลายภาคของเทอมแรก นอกจากการคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาปีหนึ่งชายหญิงของคณะเพื่อเข้าประกวดดาวเดือนแล้ว แต่ละคณะก็ต้องคัดเลือกปีหนึ่งเพื่อลงแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ ที่จะมีการแข่งขัน 

ความกดดันจะไม่เกิดขึ้นหากว่ารุ่นพี่ไม่พูดขึ้นมาว่าในปีที่ผ่านมานั้นได้รับรางวัลอะไรมาบ้าง ชนะกีฬาประเภทไหนบ้างและทำทุกอย่างเอาไว้ได้ดีแค่ไหน  

"ขึ้นชื่อว่ากีฬาย่อมมีแพ้มีชนะเป็นธรรมดาพวกผมเข้าใจ แต่พวกคุณจะแพ้ได้ก็ต่อเมื่อพวกผมเห็นว่าพวกคุณทำเต็มที่แล้วหรือคู่ต่อสู้ของคนเจ๋งจริง" 

คำกล่าวของเคนไม่ได้ผิดเลยแม้แต่น้อย จะแพ้ได้ก็ต่อเมื่อทำเต็มที่แล้วแต่ว่าอีกฝ่ายเก่งกว่าเท่านั้นถึงจะสมศักดิ์ศรีของชาววิศวะ  

ปีหนึ่งทุกคนในคณะต่างมีหน้าที่เป็นของตัวเองตามความสมัครใจที่ได้ลงชื่อเอาไว้และตามที่รุ่นพี่เห็นถึงความเหมาะสม คนที่ลงกีฬา เชียร์หลีดเดอร์จะได้รับการอนุโลมไม่ต้องเข้ารับน้องในช่วงที่ตารางฝึกซ้อมชนกับเวลาที่รุ่นพี่นัด ซึ่งยิ้มเป็นหนึ่งในจำนวนคนที่ลงกีฬาทำให้วันนี้เธอไม่ต้องเข้าซ้อมเชียร์เพราะรุ่นพี่นัดซ้อมตรงกันพอดี 

หลังซ้อมเสร็จยิ้มก็ตั้งใจพาตัวเองออกไปรอรถที่หน้ามหาวิทยาลัย แต่ระหว่างที่เดินออกจากคณะไปหน้ามหาวิทยาลัยกลับสะดุดตาเข้ากับร่างสูงของใครคนหนึ่งที่กำลังเดินมาขึ้นรถ ยิ้มจะไปเดินเข้าไปหาเลยหากว่าคนๆ นั้นไม่เอามือกุมที่ท้องด้านหนึ่งและไม่ใช่คนที่เธอเคยช่วยเอาไว้อย่างเซน 

"พี่ไปทำอะไรมา" 

ยิ้มตรงเข้าไปหาเซนแล้วเปิดเสื้อดูแผลที่เคยนั่งมองเขาเย็บสดจนเสร็จอย่างถือวิสาสะก่อนจะเห็นว่าที่ผ้าปิดแผลนั้นมีเลือดซึมออกมา 

"เธออีกแล้วหรอ" 

เซนเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่มีนิสัยประหลาดตรงหน้า ใช่ว่าเซนจะไม่เคยมีผู้หญิงเข้าหา ผู้หญิงเข้าหาเขาเยอะมาก แต่เหตุผลในการเข้าหาล้วนเพราะหน้าตาของเขา ดังนั้นผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาหาเซนเขาจึงให้เพียงแค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปไม่เคยสร้างสัมพันธ์ใดใดกับใครให้เสียเวลา  

แต่พอเป็นผู้หญิงตรงหน้าที่มักจะเข้าหาเขาด้วยสถานการณ์ที่ต่างออกไป ไม่เคยทำอะไรที่แสดงออกว่าต้องการเข้าหาเขาเพราะเรื่องชู้สาว ไม่มีมารยาแต่กลับเดินโต้งๆ เข้ามาหาในเวลาที่เขากำลังแย่ เสนอตัวช่วยเหลือเขาทั้งที่ไม่ได้ขอ เข้าไปในพื้นที่ของเขาอย่างไม่ออกอาการดี๊ด๊าดีใจ ขอนอนด้วยอย่างหน้าตายที่สุดและจากไปโดยไม่บอกลาสักคำหรือเรียกร้องอะไร 

ผู้หญิงคนนี้เป็นคนแบบไหนกัน? 

"ทำไมมาอยู่ตรงนี้?" 

"ฉันเป็นนักกีฬาเลยไม่ต้องเข้าเชียร์ วันนี้พี่เขาเลิกซ้อมเร็ว" 

"ลงอะไร?" 

"บาสค่ะ" ยิ้มตอบตรงๆ "บนรถพี่มีอุปกรณ์ทำแผลไหม" 

ที่ยิ้มถามเพราะรถของเซนวันนี้ไม่ใช่กระบะสี่ประตูคันเดิมที่ยิ้มเคยขับแต่เป็นฮอนด้าซีวิคสีดำที่เธอเห็นว่าเซนขับคันนี้มาเรียนทุกวัน 

"มี...แต่ทำที่นี่ไม่ได้" 

ยิ้มเข้าใจในความหมายของเซนเพราะครั้งที่แล้วเซนกำชับกับยิ้มเอาไว้ว่าห้ามบอกหรือพูดเรื่องที่เซนบาดเจ็บกับใคร 

"งั้นก็ไปทำที่ห้องฉันก็ได้ ไม่ไกลเท่าห้องพี่" 

ยิ้มเสนอแล้วฉวยกุญแจรถจากมือของเซนเดินไปเปิดประตูขึ้นนั่งในตำแหน่งคนขับโดยไม่รอคำตอบรับจากเซนที่ถึงกับพูดไม่ออกทำได้เพียงเดินไปขึ้นทางฝั่งข้างคนขับแทน  

เขาสนใจและอยากจะรู้จักยิ้มให้มากกว่านี้อีกแล้ว 

"ชวนผู้ชายขึ้นห้องแบบนี้ไม่กลัวรึไง" 

เซนถามออกไปเมื่อยิ้มทำเหมือนไม่เดือดร้อน กังวลหรือกลัวอะไรเลยทั้งที่พาเขาเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ตอนมาถึงคอนโดของยิ้มเซนก็เสนอให้นั่งทำแผลบนรถก็ได้แต่ยิ้มก็เป็นฝ่ายบอกให้ขึ้นมาทำบนห้อง ทีแรกเซนก็คิดว่าเธออาจจะอยากอ่อยเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่นเลยลองเล่นตามเธอ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเธอเพียงแต่ทำแผลให้เขาไม่ได้สนใจอะไรเลยด้วยซ้ำแม้แต่จริตจะก้านก็ไม่มี เธอทำตัวสบายจนเป็นเซนเองที่รู้สึกหงุดหงิดและเกร็งขึ้นมาแทน 

"ฉันก็เคยบอกพี่แล้วว่าถ้ามีปัญญาก็เชิญฉันไม่ว่า แต่ฉันก็ขอบอกไว้ก่อนว่าฉันจะไม่อยู่เฉยให้พี่รังแกฉันแน่ หันว่าพี่เจ็บอยู่หรอกถึงให้ขึ้นมาถ้าไม่ได้เป็นอะไรฉันคงไม่ชวนขึ้นมาหรอก แล้วที่ชวนให้ขึ้นมาทำแผลบนห้องเพราะขืนทำบนรถคนก็ได้สงสัยกันพอดีว่าเราทำอะไรกันอยู่บนนั้นถึงไม่ลงมาจากรถสักที ถึงฉันจะบริสุทธิ์ใจแต่ก็พอมียางอายอยู่บ้าง ฉันยังไม่อยากถูกคนในคอนโดมองด้วยสายตาแปลกๆ หรอกนะ" 

ยิ้มเงยหน้าขึ้นมาตอบแล้วก้มลงไปเปลี่ยนผ้าปิดแแผลให้เซนต่อ  

ถามว่าทำไมเธอถึงต้องช่วยเซนเธอก็ตอบได้เลยว่าเพราะสัญชาตญาณนักกู้ภัยของมูลนิธิที่เธอทำมาหลายปี  

ถามว่าทำไมเธอถึงกล้าพาเซนมาที่ห้องของเธอ...แล้วทำไมเธอจะไม่กล้าในเมื่อห้องของเซนเธอก็เคยไปนอนมาแล้ว 

หากว่าผู้ชายคนนี้จะทำอะไรเธอจริงก็ทำได้ตั้งแต่วันนั้นแล้วแต่ยิ้มก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นนอกจากที่เขาบอกว่าห้ามบอกเรื่องของเขากับใคร ตอนอยู่มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ทำอะไรที่เหมือนรู้จักกันให้คนอื่นรู้ 

จากที่เคยคุยกันมาทำให้เซนพอรู้ว่ายิ้มมักจะพูด ถามหรือบอกอะไรสั้นๆ โดยไม่คิดจะอธิบาย แต่พอเป็นเรื่องที่จะสื่อไปในเชิงว่าเธอพิสวาทเขายิ้มก็จะอธิบายออกมาให้เขาหายข้องใจทันทีเหมือนอย่างตอนที่เธอขอค้างที่คอนโดของเขา 

"แล้วทำไมครั้งก่อนถึงกล้านอนค้างที่คอนโดของฉัน" 

เซนอยากจะรู้ว่ายิ้มไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้กล้าไปนอนในห้องของผู้ชายที่แทบจะไม่รู้จักกันนอกจากว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในคณะ 

"แล้วทำไมฉันต้องไม่กล้าด้วย...ฉันไม่ได้ซื่อบื้อถึงขนาดที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีหรอกนะ" ยิ้มตอบ "ถึงพี่จะไม่รู้จักฉันแต่ฉันก็พอจะรู้จักพี่อยู่บ้าง ก็ทำให้พอจะรู้ว่ากลุ่มของพี่ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร มีผู้หญิงเข้าหาพวกพี่ไม่ขาดเลยด้วยซ้ำพวกพี่คงไม่ขาดของถึงขนาดที่จะต้องรังแกฉันให้เสียชื่อตัวเองหรอกมั้ง แล้วอีกอย่างที่ฉันค้างห้องพี่ฉันก็บอกเพื่อนฉันเอาไว้แล้ว เพื่อนฉันอยู่คอนโดเดียวกับพี่เพียงแต่ว่าตอนนั้นยังไม่กลับห้องแล้วฉันก็ง่วงมากเลยขี้เกียจรอเลยนอนห้องพี่ก็เท่านั้น" 

"เธอนี่น่าสนใจจริงๆ" 

พอได้ฟังคำอธิบายของยิ้มก็ยิ่งทำให้เซนสนใจในผู้หญิงคนนี้ เดิมทีคิดว่าเธอทำอะไรแบบไม่คิดแต่ที่ไหนได้ทุกอย่างล้วนผ่านการคิดไตร่ตรองมาอย่างดี 

"น่าสนใจก็จีบ ฉันโสดพึ่งเลิกกับแฟนจีบได้" 

"ห๊ะ!" 

"ตกใจอะไรของพี่" 

"ฉันไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนหน้าตายแบบเธอมาก่อนเลย มีอย่างที่ไหนมาบอกให้ผู้ชายจีบตัวเองโต้งๆ แบบนี้ รู้จักอายบ้างไหมเนี่ย" 

"ก็แค่บอกให้จีบไหมพี่ไม่ได้บอกให้ปี้จะอายทำไม" 

"เธอ!" เซนหมดคำจะพูดกับผู้หญิงตรงหน้าจริงๆ  

"ยิ้มค่ะ ฉันชื่อยิ้ม เรียกเธอๆ อยู่ได้"  

ยิ้มต่อปากต่อคำกับเซนเมื่อรู้สึกสนุกขึ้นมา ตอนนี้เธอรู้สึกว่ากำลังได้เห็นอีกมุมของเซนที่ไม่เคยเห็น มุมที่ต่างไปจากตอนเซนทำหน้าที่พี่ว้ากและต่างไปจากตอนแรกที่เจอกันครั้งแรก  

"ฉันล่ะปวดหัวกับเธอจริงๆ ฉันกลับดีกว่า" ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่ยอมตามมาให้เธอทำแผลให้ 

"กลับไหวไหมคะหรือจะให้ฉันขับรถไปส่ง"  

"แล้วเธอก็จะขอค้างที่ห้องฉันอีกอ่ะนะ" 

"บ้าน่าพี่ ยังไม่ดึกฉันยังไม่ง่วงหรอกไม่ต้องค้าง แล้ววันนี้เพื่อนฉันก็อยู่ห้องด้วยคงไม่ต้องรบกวนพี่ แต่ถ้าหากว่าพี่สนใจฉันจนอยากจะจีบแล้วอยากจะให้ฉันค้างเดี๋ยวฉันคิดดูอีกทีก็แล้วกัน"  

ยิ้มพูดทีเล่นทีจริงจนเซนเริ่มจะแยกไม่ออกว่าอันไหนเธอพูดจริงอันไหนเธอพูดเล่น ครั้งแรกตีมึนจนเซนตั้งรับไม่ทันมาครั้งนี้เธอกวนเขาจนไปแทบไม่เป็น 

"ใครจะจีบเธอกัน ประสาท" 

เซนชักจะปวดหัวกับยิ้มเลยรีบเดินออกมาจากห้องของรุ่นน้องคนดังกล่าวไม่วายได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจของหญิงสาวดังอยู่เบื้องหลัง พอหันกลับไปมองก่อนออกจากห้องกลับได้เห็นสีหน้าที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นจากยิ้ม 

เธอเป็นคนยังไงกันแน่...ยิ้ม 

ความคิดเห็น