ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่5 [พี่เลี้ยงจำเป็น] 80% อัพแล้ว

ชื่อตอน : บทที่5 [พี่เลี้ยงจำเป็น] 80% อัพแล้ว

คำค้น : มีเด็ก ตบจูบ มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 836

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2563 11:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่5 [พี่เลี้ยงจำเป็น] 80% อัพแล้ว
แบบอักษร

 

ร่างสูงเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง หยิบเอกสารขึ้นมาตรวจสอบดู รายการสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ และแผนการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องบินรบ ระบบตรวจจับไม่ได้ ยังมีโปรเจกต์อีกมากที่แบล็กฟอร์ดคอมพานีกำลังพัฒนาเพื่อรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งให้มั่นคง เขาไม่สนใจอาทิตยาที่ยังนั่งเล่นอยู่ตรงโต๊ะประชุมเดิม เมินเฉย ประหนึ่งเธอไร้ตัวตน แต่พอจรดปากกาเซ็นเอกสารได้เพียงฉบับเดียว เสียงเล็กก็ดังขึ้น 

       “เตอร์อุ้ม”  

       ชายหนุ่มยังนิ่ง นาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงเรียกที่มาพร้อมกับเสียงตบโต๊ะ “เตอร์อุ้มโหน่ย”  

       “ไม่... เธอลืมกฎที่ฉันพูดไปแล้วหรือไง และตอนนี้ฉันไม่ว่าง” 

       “ซันนี่ออก เตอร์อุ้ม!” เด็กน้อยพยายามขยายความให้ได้มากที่สุดแต่เพราะยังเรียนรู้คำศัพท์ไม่เยอะการสื่อสารจึงออกมาเป็นบางคำและห้วน 

       เมื่อสบกับดวงตากลมโตที่จ้องแป๋ว เขาก็กระแทกนิ้วไปยังปุ่มผู้ช่วยส่วนตัวทันที ไม่นานก็ปรากฏร่างของพริสา  

       “ลูกเธอบอกให้อุ้ม” 

       หญิงสาวขมวดคิ้ว “บอกฉันทำไมคะ หน้าที่ของคุณนี่นา”  

       “แต่ฉันไม่เคยอุ้มเด็ก!” 

       “แต่คุณอุ้มแกสองครั้งแล้วนะคะ... ไม่ใช่สิ... หิ้ว... อ๋อ อุ้มไม่เป็นใช่ไหมคะ มานี่ค่ะ ฉันจะสอนให้ ไม่ยากเลย” พริสากวักมือเรียกร่างสูง 

       “คิดว่าฉันมีเวลาว่างให้เธอสอนอุ้มเด็กหรือไง” เขากัดฟันกรอดถามกลับ 

       “แต่คุณต้องเลี้ยงแกเจ็ดวัน ฉันไม่มีเวลาวิ่งมาอุ้มให้คุณทุกครั้งหรอกนะคะ ฉันเองก็มีงานทำเหมือนกัน”  

       “งานเธอคือการช่วยเหลือฉัน ชื่อก็บอกอยู่ เพราะฉะนั้นนี่คือหน้าที่โดยตรง ทำซะ” 

       “ถ้าอย่างอื่นฉันยอมรับนะคะ แต่ไม่ใช่เรื่องนี้ เป็นเงื่อนไขที่เราตกลงกันแล้ว มาสิคะ ฉันจะอุ้มให้ดู”  

       “ไม่!”  

       “คุณนี่จริงๆเลย” หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วอุ้มอาทิตยาออกจากเก้าอี้เด็ก เดินตรงไปหาร่างสูงที่กำลังนั่งทำงานอยู่ก่อนจะวางเด็กน้อยลงบนตัก ตามด้วยเสียงทุ้มเข้มดังขึ้น 

       “อะไรเนี่ย” 

       ด้วยความตกใจนักธุรกิจหนุ่มรีบลุกขึ้นส่งผลให้เด็กน้อยหล่นจากตักเสียหลักจะตกเก้าอี้ ผู้ใหญ่สองคนตกใจ ตามด้วยปฏิกิริยาอันรวดเร็วด้วยการช้อนสะโพกของอาทิตยาเอาไว้ ดังนั้นเวลานี้ใบหน้าของคนทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ มือของทั้งสองประสานกันอยู่ใต้สะโพกเล็ก นับเป็นการช่วยเหลือได้ทันเวลาก่อนที่เด็กน้อยจะตก 

ดวงตากลมโตสบกับนัยน์ตาสีเทาที่เห็นถึงประกายความร้อนแรงบางอย่างพาลให้แก้มนวลร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก เธอหลบสายตาทันที หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่รู้เป็นเพราะเขา หรือเพราะตกใจเรื่องอาทิตยากันแน่ 

กลิ่นหอมหวานชวนฝันเตะจมูกอีกหน เฮกเตอร์ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพริสาคือผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ชายหนุ่มจะเผลอจินตนาการเวลาที่อยู่ร่วมกันบนเตียง และใช่ เขาอยากนอนกับเธอ ตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ที่ฟันผู้ช่วยส่วนตัวมานับไม่ถ้วน ยิ่งเธอไม่ยอมแถมยังปรามาสก่อนหน้านี้ยิ่งเป็นการท้าทาย ถึงจะไม่ชอบแต่มันคือความ “ต้องการ” ไม่ได้มาจากความรู้สึก แต่พอรู้ตัวว่าคิดไปไกลเขาก็สะบัดทิ้งด้วยรู้ว่าผู้หญิงพูดมากแบบนี้ เธอจะทำลายอารมณ์ของเขาหมดสิ้น 

แรงขยับของอาทิตยาทำให้คนทั้งคู่ได้สติแล้วเป็นพริสาที่ดึงมือออกก้าวถอยหลังจึงเหลือเพียงเฮกเตอร์ที่กำลังช้อนสะโพกอาทิตยาอยู่ จึงกลายเป็นท่าอุ้มที่แปลประหลาดที่สุด  

“เอ่อ... ฉันยังทำงานไม่เสร็จ ขอตัวก่อนนะคะ”  

“เดี๋ยวสิ ยัยเด็กนี่ล่ะ... พริสา... พริสา! โธ่เอ้ย” 

เขาส่ายหน้ามองดูเด็กน้อยในอ้อมแขนที่เงยหน้าจ้องตาแป๋ว “อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ฉันไม่ได้ใจดีอย่างที่เธอคิดหรอกนะ” 

“เตอร์เล่นกะซันนี่นะ” เด็กน้อยยังพูดประโยคเดิมเพราะอยากมีเพื่อนเล่น 

“ไม่เล่นอะไรทั้งนั้น” 

ชายหนุ่มพูดเสร็จก็จัดการ “หิ้ว” อาทิตยาอีกหนด้วยการจับเสื้อเอี๊ยมทางด้านหลัง และนั่นก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยหัวเราะเสียงดัง “เตอร์ฉูงๆๆ ฉูงอีกค่า” 

“ยัยเด็กแสบชอบอะไรแบบนี้เหรอเนี่ย” ถึงปากจะบ่นแต่ท่อนแขนแกร่งกลับยกขึ้นสูงอยู่หลายครั้ง เสียงหัวเราะของอาทิตาดังกังวานไปถึงด้านนอก ทำเอาลูอิสต้องชะโงกหน้าเข้ามาดู แทบไม่อยากเชื่อสายตา นี่จะเรียกว่าเฮกเตอร์กำลัง “เล่น” กับเด็กอยู่หรือเปล่าแม้หากคนปกติมาเห็นคงกรีดร้องกับการเล่นที่แสนจะพาดโผน 

“เตอร์อีก ฉูงๆ ซันนี่ชอบ” 

“จะเอาสูงแค่ไหน พอแล้ว ฉันปวดแขน ตัวก็ไม่ได้เบาๆ หนักเป็นบ้า แต่ไม่แปลกใจ ตัวแค่นี้กินแพนเค้กเกือบสามชิ้นจนหมด” ชายหนุ่มบ่นแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะกระจกก่อนจะวางอาทิตยาตรงโซฟาแล้วเปิดกระเป๋ากระต่ายสีชมพู เททุกอย่างออกมาแทนที่จะหยิบ เลยเห็นสมุดระบายสีหนึ่งเล่มกับกล่องสีเก่าๆ หนึ่งอัน  

“ระบายซะให้พอใจแล้วเงียบด้วยล่ะ” พูดจบก็เห็นอาทิตยายิ้มกว้างปีนลงจากโซฟาแล้วหยิบสมุด เปิดกล่องสีก่อนจะนั่งระบายตรงพื้นพรม เฮกเตอร์พึงพอใจที่เด็กน้อยไม่กวนเขาอีก แต่ยังแอบระแวง จึงชำเลืองมองเป็นระยะ เห็นยังสงบเรียบร้อยดีก็จดจ่อกับเอกสารต่อ  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว