ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่4 [นัดชี้ชะตา] 40% อัพแล้วค่า

ชื่อตอน : บทที่4 [นัดชี้ชะตา] 40% อัพแล้วค่า

คำค้น : มีเด็ก ตบจูบ มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 812

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2564 17:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่4 [นัดชี้ชะตา] 40% อัพแล้วค่า
แบบอักษร

 

บทที่4 

[นัดชี้ชะตา] 

 

       แม้นาฬิกาจะบอกเวลาว่าตีสองครึ่งทว่าพริสายังคงไม่หลับ เธอมองอาทิตยาที่กำลังหลับสบายไม่รู้เรื่องอะไรหรือไม่รู้แม้แต่ชะตากรรมของการแข่งขันวันพรุ่งนี้ เวลานี้พริสากำลังตกอยู่ในความกังวลและกลัวเป็นอย่างมาก ตลอดสามวันที่ผ่านมา เธอเอาแต่จดจ่อกับการเล่นหมารุก และพบว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ชื่นชอบ แม้ผลที่ออกมา จะไม่สามารถเอาชนะแม็กนิอัสได้เลย ผลงานดีที่สุดแค่เกือบเท่านั้น ทว่าคาร์เตอร์ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเนื่องด้วยคนสอนเป็นถึงแชมป์ระดับประเทศและเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว ขอแค่เอาชนะเฮกเตอร์ได้เพียงคนเดียวก็พอแล้ว เขาได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าที่ผ่านมาหลังเกิดเรื่องลอบสังหาร เฮกเตอร์เล่นหมากรุกนับครั้งได้ ยิ่งใกล้วันเดิมพัน เขากลับไม่แตะเลย เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งท้อแท้หรือหมดหวัง หากชายหนุ่มประมาทเดินหมากพลาดเพียงตัวเดียว นั่นอาจกลายเป็นชัยชนะของเธอก็ได้ พริสาคาดหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น  

       “อย่าเพิ่งหมดหวังตั้งแต่ยังไม่ได้ลงสนามสิพริสา... คิดถึงซันนี่และคนอื่นเข้าไว้ ไม่ใช่แค่เธอที่จะเดือดร้อน คนอื่นจะโดนไล่ออก และถ้าเราพ้นจากบ้านหลังนี้ ก็ต้องหนีอีก... เดนเซลไม่ยอมปล่อยเรากับซันนี่แน่นอน”  

       เธอถอนหายใจพรู ปัญหาอย่างหลังดูจะหนักหนาสาหัสกว่าบทลงโทษของเฮกเตอร์เสียอีก เพราะนั่นหมายถึงชีวิต อิสรภาพ อดีตอันแสนเลวร้ายที่ผู้ชายคนนั้นได้มอบให้แก่เธอกับอาทิตยา ตามหลอกหลอนไม่อาจลืมเลือน ผู้ชายที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์กระทำเด็กอย่างไร้ความปรานี  

       ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาเมื่อคิดถึงวันที่ได้อาทิตยากลับมาในอ้อมกอดอีกครั้ง เธอส่ายหน้าเรียกสติ ไม่อยากคิดไปไกล แม็กนิอัสบอกว่าเธอมีฝีมือพอสมควร มีโอกาสชนะเฮกเตอร์ได้ ไม่ใช่แค่เขา แต่รวมถึงทุกการแข่งขัน ศัตรูเก่งแค่ไหนย่อมพ่ายแพ้ได้ด้วยความประมาท อีกทั้งเขายังเตือนว่าการเดินหมากของนักธุรกิจหนุ่มเป็นประเภทจู่โจมทีเผลอ อีกทั้งยังฉลาดพอสมควร ให้เธอมีสติเข้าไว้ ดังนั้นก่อนถึงเวลาการแข่งขัน พริสาไม่ปรารถนาจะใช้เวลาไปกับการพักผ่อน เลือกใช้เวลาไปกับการเล่นหมากรุกเพียงลำพัง 

       ทางด้านเฮกเตอร์ไม่ได้สนใจคิดจะทบทวนการเล่นแต่อย่างใด ด้วยมั่นใจมากอยู่แล้วว่าสามารถเอาชนะได้ เขาจิบเหล้ายืนเหม่อมองออกนอกหน้าต่างบานใหญ่ มีเพียงความมืดกับแสงไฟที่สาดส่องสนามหญ้า มีหลายเรื่องให้ต้องคิด แม้ที่ผ่านมามีเพียงเรื่องเดียวที่เขาคิดมาตลอดคืออลาโน แต่เมื่อพริสาก้าวเข้ามา เธอกลับมีอิทธิพลอย่างน่าประหลาดที่ไม่อาจสลัดได้หลุด อีกทั้งทุกคนรอบตัวต่างช่วยกันปิดบัง โดยเฉพาะคาร์เตอร์และซัพพอร์ตเรื่องเด็กทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ชอบแค่ไหนนั่นทำให้ผู้เป็นนายมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ลูกน้องมีต่อผู้หญิงคนนี้ 

       ใบหน้าเรียวรีรูปไข่แสนหวานที่ดูไร้เดียงสา ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า ทว่าบางครั้งก็แสดงออกถึงความไม่พอใจ ริมฝีปากอวบอิ่มได้รูปที่มักพูดไม่หยุดจนน่ารำคาญและความสดใส มองโลกในแง่ดีที่ทำให้เขาหงุดหงิดได้เสมอ โดยรวมทั้งหมดที่พริสาเป็นกลับแจ่มชัดในความทรงจำ ตลอดสามวันที่ให้หญิงสาวได้ฝึกฝนในการเตรียมแข่งขัน ทว่าผู้หญิงดื้อรั้นก็ยังคงปรากฏตัวให้เขาได้เห็น ยังคงทำหน้าที่อย่างการเสิร์ฟกาแฟตอนเช้า จัดเตรียมอาหารและหายไปตลอดวัน กลับมาอีกทีคือช่วงเวลาอาหารกลางวันและเย็น  

       หากวันพรุ่งนี้เขาเป็นฝ่ายชนะ เธอพ่ายแพ้ ทุกอย่างจะเป็นตามต้องการ เขาจะไม่ต้องทนเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีก แต่จังหวะนั้นแทนที่จะพึงพอใจ ทว่าเฮกเตอร์กลับเกิดความรู้สึก “เสียดาย” อย่างน่าประหลาด ลองจินตนาการว่าจะไม่ได้เห็นเธอพูดเจื้อยแจ้วหรือต่อปากต่อคำ แทนที่จะรู้สึกดี แต่เปล่าเลย ในอกวูบโหวงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เขาก็ปัดทุกอย่างทิ้งไปเมื่อนึกถึงเงื่อนไขข้อที่สาม 

       “ให้เลี้ยงเด็กน่ะเหรอ... ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่ฉันยังไม่ทำเลย!  เพราะฉะนั้นฉันไม่มีวันแพ้”  

 

       วันรุ่งขึ้นพริสาตื่นมาในสภาพใต้ตาดำคล้ำนั่นทำให้โซอี้ อันยาและสาวใช้รายอื่นมองด้วยความเป็นห่วง ใบหน้าอันแสนงดงามไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางยิ่งทำให้ดูขาวซีดกว่าปกติ ผมยาวสลวยสีดำมัดรวบตึงอย่างเรียบร้อย หญิงสาวไม่ได้สวมยูนิฟอร์มเหมือนทุกที ทว่าเลือกสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมสองเม็ดเผยให้เห็นเสื้อซับในตัวบางสีเดียวกัน ด้านล่างเป็นกางเกงเดนิมแนบไปกับเรียวขายาว ส่วนอาทิตยาที่อยู่ในอ้อมแขนสวมเสื้อยืดสีขาวและทับด้วยเอี๊ยมกระโปรงยีนส์ ผมสีน้ำตาลมัดจุกตรงกลางและติดด้วยกิ๊บสีแดง ยังคงมีรอยยิ้มสดใสไม่ได้รู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อนั่งลงตรงโต๊ะอาหาร โซอี้รีบเข้ามาเสิร์ฟอาหารเช้าจานใหญ่ประกอบด้วย แพนเค้กสามชิ้น เบคอน ขนมปังปิ้ง ไข่ดาวสองฟอง ส่วนของหนูน้อยเป็นแพนเค้กราดด้วยเมเปิ้ลไซรับ ท็อปปิ้งด้วยสตรอเบอรรี่และกล้วยของโปรด 

       “ทำไมวันนี้อาหารเยอะจังคะ” หญิงสาวอดถามไม่ได้ 

       “วันนี้วันสำคัญ ต้องกินเยอะๆ เพิ่มพลังค่ะ คุณดูไม่ค่อยดีเลย” โซอี้เอ่ยบอก 

       พริสายิ้มเจื่อน “ฉันเล่นหมากรุกทั้งคืนเลยค่ะ... ขอบคุณสำหรับอาหารเช้านะคะ อาจเป็นมื้อสุดท้ายของฉันที่นี่” 

       “พูดอะไรอย่างนั้นคะ พวกเราเชื่อว่าคุณต้องทำได้ แม้... เอ่อ... จะยากไปสักหน่อย” อันยาเป็นคนพูดประโยคนี้แล้วแสดงสีหน้าไม่ค่อยมั่นใจนัก ด้วยรู้ดีว่าเฮกเตอร์เก่งแค่ไหน 

       “แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราเอาใจช่วยคุณค่ะ” โซอี้บอกด้วยรอยยิ้ม 

       พริสามองแม่บ้านคนอื่นต่างพยักหน้า ส่งยิ้มกว้าง ทำเอาเธอตื้นตันใจ มองด้วยแววตาขอบคุณ แม้เธอจะทำงานที่แห่งนี้เป็นเวลาเกือบเดือนทว่าผูกพันเหมือนอยู่ร่วมกันมานาน เป็นครอบครัวเดียวกัน 

       “ขอบคุณนะคะ ฉันจะไม่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน ฉันจะสู้ให้เต็มที่ เพื่อพวกเราทุกคนค่ะ!” 

       “มัมจู้!” เด็กน้อยชูช้อนขึ้นแล้วบอกเสียงดัง 

       พริสาหัวเราะหันไปถามลูกสาว “ให้กำลังใจมัมหรือยังจ๊ะ” 

       “ซันนี่หม่ำอยู่” อาทิตยาผู้เป็นของกินมาก่อนก็เอ่ยบอกอย่างไร้เดียงสา 

       พริสายิ้มกว้างแสร้งว่า “เห็นของกินสำคัญกว่ามัม... มัมเสียใจน้า” 

       “งื้อ... ซันนี่จุ๊บๆ จุ๊บเลย มัมมา... แก้มมา” เด็กน้อยพูดทีละคำ สั่งการ 

       โซอี้กับอันยามองพริสากับอาทิตยาผลัดกันจุ๊บแล้วหัวเราะเสียงใส ไม่ปฏิเสธเลยว่า ทั้งสองคนทำให้บ้านเป็นบ้าน รู้สึกสดใสขึ้นมาเยอะเพราะก่อนหน้านี้ ทุกคนรับรู้ได้ถึงพลังงานของเฮกเตอร์ที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน เกรี้ยวกราด สาวใช้บางคนเคยกลัวเขามากจนเป็นลมมาแล้ว  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว