ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่2 [ความลับแตก] 100% อัพแล้ว

ชื่อตอน : บทที่2 [ความลับแตก] 100% อัพแล้ว

คำค้น : มีเด็ก ตบจูบ มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 938

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2564 17:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่2 [ความลับแตก] 100% อัพแล้ว
แบบอักษร

 

พริสากลับมายังห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้า มือก็ถูริมฝีปากตัวเอง “อยากจะบ้าตาย ฉันเผลอจูบเขาได้ยังไง” 

       “เป็นอะไรไปคะ” โซอี้ที่เห็นพริสายืนบ่นก็ถามขึ้น 

       “เอ่อ... เปล่าค่ะ”  

       ว่าแล้วก็หยิบขนมปังเบเกิลสอดไส้เบคอน ตามด้วยน้ำเปล่า กาแฟดำอีกหนึ่งแก้ว แม้จะมีอาหารเช้าหลายอย่างทว่าโซอี้บอกว่าเจ้านายหนุ่มรับประทานเพียงเท่านี้  

       “คุณเก็บของหรือยังคะ”  

       พริสารู้ว่าหมายถึงเรื่องอะไร ตั้งใจจะทำให้เขาอารมณ์ดีแต่ก็ผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เขาคงโกรธเธอมากและคงไม่ยอมรับฟังอะไรแน่นอน แต่เธอไม่มีทางเลือกอย่างไรก็ต้องหาทางคุยให้ได้ 

       “ฉันอยากคุยกับเขาก่อนค่ะ” 

       “ฉันว่าคุณควรทำตามคำสั่งนะคะ ไม่ต้องห่วงซันนี่ เราช่วยกันดูแลได้และ...” 

       “ฉันไม่อยากแยกจากแก... คุณเข้าใจใช่ไหมคะ แกเป็นลูกสาวของฉัน”  

       โซอี้ได้ยินก็ถอนหายใจ “เข้าใจค่ะ แต่คุณคิดว่าคุณเฮกเตอร์จะยอมเหรอคะ เขาหาเรื่องแกล้งคุณอยู่ อะไรที่คุณจะขอ เขาไม่มีทางให้” 

       “ทำไมเขาต้องแกล้งฉันด้วยก็ไม่รู้” 

       “เพราะไม่มีใครเป็นเหมือนคุณ ที่ขัดคำสั่งและไม่เชื่อฟัง” 

       “นี่เป็นเรื่องดีหรือไม่ดีคะเนี่ย” เธอถามกลับตามตรง 

       “เป็นเรื่องไม่สมควรทำค่ะ” 

       “แต่บางอย่างที่เขาทำหรือพูดก็ไม่ถูกต้องนะคะ ฉันควรปกป้องตัวเองบ้าง” พริสาบอกต่อ 

       “กับคนอื่นคุณทำได้ค่ะ แต่ไม่ใช่กับคุณเฮกเตอร์ ถ้าคุณยิ่งพยศ เขาจะยิ่งตอบโต้ด้วยความรุนแรง เขาจะแกล้งจนคุณทนไม่ได้ และฉันไม่อยากให้มันเกิดขึ้น... ฉันอยู่ที่นี่มานาน ฉันเป็นห่วงคุณเฮกเตอร์ ฉันรู้ดีว่านิสัยของเขาไม่น่ารัก แต่ทุกอย่างมีที่มาที่ไปค่ะ และเขาไม่ใช่คนไม่ดี เขาผ่านอะไรมาเยอะกว่าที่คุณคิด” แววตาของโซอี้หม่นแสงลง ขนาดเธอเป็นเพียงคนนอกที่ได้รับรู้เรื่องราวยังหดหู่ ทว่าเฮกเตอร์ที่ประสบพบเจอด้วยตัวเองจะบอบช้ำแค่ไหน 

       “เขาควรจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง และ...” 

       “ไม่เคยมีใครเปลี่ยนเขาได้หรอกค่ะ... และเขาจะไม่ยอมเปลี่ยน” 

       “ฉันเชื่อว่าต้องมีสักคนค่ะ... อาจจะภรรยาในอนาคตที่จะเปลี่ยนเขาได้... รู้ไหมคะ ความรักเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง” พริสาส่งยิ้มหวานแววตาเคลิ้มฝัน เธอเชื่อเสมอว่าความรักมีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้เกิดสิ่งต่างๆ ทั้งเรื่องดีและไม่ดี 

       “ไม่มีทางเกิดขึ้นหรอกค่ะ เขาไม่เชื่อในความรัก และไม่ชอบการผูกมัด” 

       “แต่ว่าเขาเคยแต่งงานและ...” 

       ติ๊ดๆ 

       เสียงเตือนจากนาฬิกาเรือนหรูดังขัดจังหวะ มาจากลูอิสที่ระบุตำแหน่งเฮกเตอร์กำลังอยู่ในห้องทำงาน  

       “คุณรีบไปเถอะค่ะ” 

       พริสาไม่มีทางเลือกรีบยกถาดอาหารไปยังห้องทำงาน แม้รู้ว่าร่างสูงคงแทบไม่แตะต้อง แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่ จะกินหรือไม่ควรยกไปก่อน พอมาถึงตั้งใจจะเข้าไปในห้องทว่าถูกขวางโดนลูอิสที่ยืนประจำการด้านหน้า ตามติดเฮกเตอร์เสมือนเงาก็ว่าได้ 

       “แค่กาแฟดำแก้วเดียวก็พอครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มบอกเสียงเข้ม 

       “แต่เขาต้องกินอาหารเช้านะคะ และ...” 

       “เชื่อผมเถอะครับมิสถ้าไม่อยากโดนดุ” 

       “ฉันรู้ค่ะ แต่นี่คือหน้าที่ของฉัน ที่จะต้องดูแล ฉันต้องการให้เขามีสุขภาพที่ดี และมื้อเช้าก็สำคัญ เขาไม่ควรมองข้าม ขอตัวก่อนนะคะ” พริสาพูดจบก็เดินเข้าไปทันที 

       ลูอิสได้แต่ส่ายหน้าให้กับความดื้อดึง ถึงแม้จะทำงานกับเฮกเตอร์มาไม่กี่ปี แต่เขารู้จักนิสัยผู้เป็นนายดี ว่าไม่ชอบพูดซ้ำ และไม่ชอบคนขัดคำสั่ง ไม่เชื่อฟัง ทว่าพริสากลับเป็นทุกอย่าง 

       เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง พริสามีอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัด เห็นร่างสูงกำลังอ่านเอสการอยู่ พลางคิดว่าเขาร่ำรวยขนาดนี้ทำงานหนักยิ่งกว่าพนักงานเสียอีก เธอเดินเข้าไปใกล้ วางถาด เริ่มเสิร์ฟอาหารเช้า 

       เฮกเตอร์ตวัดสายตามอง ยังขุ่นเคืองกับคำพูดก่อนหน้านี้ จึงหยิบกาแฟดำมาถ้วยเดียว สนใจเอกสารตรงหน้าต่อ คิดว่าเธอคงยอมออกไปแต่โดยดี นาทีต่อมากลับรู้ตัวว่าคิดผิด ยังคงรู้สึกได้ว่าพริสายังอยู่ กำลังจะหันกลับไปตวาด แต่ภาพที่เห็นก็ทำให้เขาพูดไม่ออก เมื่อเธอกำลังหยิบขนมปังเบเกิลไส้เบคอนของเขา เข้าปาก กัดกินอย่างหน้าตาเฉย  

       “ทำบ้าอะไรเนี่ย!” 

       เสียงดังนั้นทำให้พริสาสะดุ้ง ขนมปังเกือบติดคอรีบตอบ “เมื่อวานคุณบอกเองว่า กลัวคนอื่นวางยาพิษ หน้าที่ของฉันต้องดูแลความปลอดภัยด้วย ฉันก็เลยลองเทสให้ก่อน... ปลอดภัยดีค่ะ คุณกินได้เลย” ” 

       “นี่ฉันต้องกินของเหลือจากเธอหรือไง” เขาถามเสียงเข้ม 

       “ก็ฉันทำตามหน้าที่นี่คะ หรือว่าอยากให้ฉันไปหยิบมาใหม่” เธอถามกลับ 

       เขากลอกตา ผู้หญิงคนนี้จะทดสอบความอดทนเขาไปถึงไหน “ออกไป”  

       “ฉันมีเรื่องจะพูดกับคุณค่ะ” 

       “ฉันไม่อยากฟัง ออกไป” 

       เมื่อเห็นเขาปฏิเสธท่าเดียว พริสาเริ่มหงุดหงิดบ้าง “คุณควรจะฟังฉันบ้าง” 

       “แต่ไม่ใช่หน้าที่ของฉันที่ต้องฟังเธอ อย่าให้พูดซ้ำ ออกไปซะ”  

       “ฉันอยากจะพูดเรื่องย้ายมาอยู่ที่นี่ ฉันไม่สะดวกค่ะ” พริสาคิดว่าถ้ารอให้เขาอนุญาต คงไม่ได้พูด พอเห็นร่างสูงนิ่งก็รีบพูดต่อทันที 

 “ฉันรู้ว่าคุณอาจจะเรียกใช้งานตอนกลางคืน แต่ฉันมาได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ที่สำคัญ ฉันเป็นลูกจ้าง และคุณก็ไม่ชอบหน้าด้วย จะมาอยู่ตึกเดียวกันคงไม่เหมาะสม จริงไหมคะ”  

เขาหรี่ตาจับจ้องผู้หญิงตรงหน้าอย่างสงสัย “คำสั่งคือคำสั่ง เหมาะสมหรือไม่ฉันตัดสินใจเอง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเธอจะสะดวกหรือไม่ แต่ปัญหาคือฉันไม่ต้องการรอใคร เข้าใจไหม”  

       “แต่ว่า...” 

       “หรือเธอมีอะไรปิดบัง” ร่างสูงจ้องเขม็ง คิดว่าพริสากับคาร์เตอร์มีบางอย่างที่ไม่อยากให้เขารู้ และเขาเชื่อในสัญชาติญาณของตัวเอง  

       หญิงสาวกลืนน้ำลายหลบตา “เอ่อ ไม่มีค่ะ” 

       “มองตาฉันสิ”  

       เธอไม่มีทางเลือกจำต้องเงยหน้าสบกับนัยน์ตาสีเทา ทันทีที่มองก็เกิดความรู้สึกหวาดกลัว แววตาของเขาเหมือนจะรีดความลับจากเธอออกมาได้ แต่เมื่อนึกถึงคำเตือนของคาร์เตอร์ พริสารีบหลุบตามองต่ำทันที  

       “ฉันไม่ได้ปิดบังอะไรจริงๆค่ะ” 

       เฮกเตอร์ลุกจากเก้าอี้เดินเข้าไปหาพริสาช้าๆ เมื่อเธอถอยหลัง เขาก็เดินเข้าไปอีกจนกระทั่งแผ่นหลังบางชนกับผนัง ร่างสูงถือโอกาสใช้มือหนายันกำแพง กักตัวหญิงสาวไว้ เป็นอีกครั้งที่ได้อยู่ใกล้กัน จนได้กลิ่นกายหอมหวาน ทว่าผสมกลิ่นของแป้งเด็ก คิ้วเข้มขมวดแทบชนกัน เคยได้กลิ่นอย่างนี้จากตัวของหลานสาวมาก่อน แต่ความงดงามของผู้หญิงตรงหน้ากลับดึงดูดความสนใจแทนที่เรื่องอื่น  

       “ถ้าไม่มีอะไรปิดบัง... ทำไมเธอถึงไม่ย้ายมาที่นี่”  

       พริสายังไม่กล้าสบตา “เอ่อ... คะ คือว่า...” 

       “ตอบมาสิ!” เขาตวาดถาม 

       เธอสะดุ้งโพล่งขึ้น “ฉันนอนกรน... ใช่ค่ะ ฉันนอนกรน ดังมาก ต้องรบกวนคุณแน่” 

       เขาขมวดคิ้ว “เธอไม่ได้นอนเตียงเดียวกับฉันสักหน่อย จะกวนฉันได้ยังไง” 

       เธอกลืนน้ำลาย ก็จริงอย่างที่เขาว่า แต่แถมาขนาดนี้ต้องแถต่อ “แต่ก็ยังดังอยู่ดี เมื่อก่อนตอนที่ฉันอาศัยอยู่หอพักระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย ฉันนอนกรนดังมาก จนได้ยินกันทั้งชั้นเลย จริงๆนะคะ” 

       “คิดว่าฉันโง่หรือไง จะมีใครที่ไหนกรนดังจนได้ยินทั้งชั้น แบบนั้นเธอคงต้องปรึกษาหมอแล้ว ฉันไม่เชื่อหรอก” เฮกเตอร์ตอบเสร็จถอยห่างเพราะรู้สึกว่ายิ่งอยู่ใกล้พริสามากเท่าไหร่ ยิ่งไม่ดีต่อร่างกายเท่านั้น 

       “ย้ายมาที่นี่คืนนี้ ฉันมีงานให้เธอทำ อย่าลืมว่าเธอเป็นผู้ช่วยส่วนตัวฉันยี่สิบสี่ชั่วโมง” 

       “แต่ว่า...” 

       “ฉันไม่ไล่เธอออก เพราะไม่อยากจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับผู้หญิงอย่างเธอ แต่ไม่ได้แปลว่าฉันจะหักเงินเดือนเธอไม่ได้จริงไหม... ออกไปซะ ฉันไม่พูดซ้ำ ไปขนของเธอมา” ชายหนุ่มสรุป 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว