facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#06 ผู้ชายที่ชื่อ​ รักษ์

ชื่อตอน : #06 ผู้ชายที่ชื่อ​ รักษ์

คำค้น : วิศวะ รักษ์ เมล น้ำ ท้อง อริ ปากหมา ดราม่า มหาลัย

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2563 20:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#06 ผู้ชายที่ชื่อ​ รักษ์
แบบอักษร

หลังจากวันนั้น​ ที่ฉันตกลงว่าจะให้น้ำเป็นพ่อของลูกฉัน​ น้ำเขาก็ดูแลฉันเป็นอย่างดี​ เขาคอยส่งข้าวส่งน้ำ​ ขับรถไปส่งเทียวไปเทียวมาระหว่างสองมหาลัยจนฉันรู้สึกเหนื่อยแทน​ วันนีี้ความจริงน้ำต้องมารับฉันที่มอ​ แต่คลาสฉันเลิกก่อนเวลา​ ฉันจึงแอบนั่งแท็กซี่​มารอน้ำที่มอเขาเอง​ เผื่อเขาจะได้มีเวลาพักหายใจบ้าง​ ไม่ใช่เอาแต่สนใจฉันอยู่ฝ่ายเดียว

"ไม่ต้องทอนนะคะ" ฉันหยิบแบงก์​ร้อยสองใบยื่นให้คนขับรถก่อนจะเดินออกมา​ คณะวิศวกรรมศาสตร์​ ตัวอักษรหลายสิบตัวที่ถูกเรียงกันเป็นระเบียบตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้าตึกทำให้ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความใจหาย​เล็กน้อย​ ฉันจะได้เรียนอีกสักกี่วันเชียว​ อีกสักพัก​ ถ้าท้องฉันโตขึ้น​ฉันคงต้องหยุดเรียนแล้ว​ วันนี้ฉันแวะไปเอาใบยื่นคำร้องดรอปเรียนมาแล้วด้วยสิ​ ฉันตั้งใจว่าจะดรอปก่อนที่ท้องจะโต​ และจะหลบไปอยู่ที่ไหนสักที่​ ที่ไม่มีคนรู้จัก​ หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกที​ ตอนนั้น​ แม้แต่น้ำ​ ฉันก็ไม่อยากให้เขารู้ว่าฉันจะไปอยู่ที่ไหน

"ผลไม้ไหมจ๊ะ​ ผลไม้เปรี้ยวๆจ้า" เสียงป้ารถขายผลไม้เจ้าประจำหน้าตึกวิดวะของน้ำดังขึ้น​ ฉันมองผลไม้นานาชนิดในตู้กระจกด้วยความน้ำลายสอ​ อีกตั้งเกือบชั่วโมงน้ำถึงจะเลิก​ ซื้อไปกินสักหน่อยละกัน

"ผลไม้ไหมจ๊ะหนู​ เอาอะไรดีจ๊ะ​ ถุงละ​ 20​ บาทจ้ะ"

"มะม่วงถุงนึงค่ะป้า"

" ได้จ้ะ​ เดี๋ยวป้าปอกลูกใหม่ให้นะ"

ฉึบ​ ฉึบ​ ฉันมองคุณป้าปอกมะม่วงอยู่เพลินๆ​ แต่ก็ต้องสะดุดกับเสียงของใครบางคนที่มานั่งอ้วกอยู่ข้างหลังฉันจนฉันแทบไม่อยากกินผลไม้อีก

"อ้วกกก​ เอือกกก​ อ้วกกก" เสียงอ้วกดังขึ้นเป็นระยะๆ​ จากด้านหลังฉัน​ เขาอ้วกอยู่อีกครั้งสองครั้ง​ ก่อนจะสบถกับตัวเองเบาๆ​ แต่ฉันกลับได้ยินซะนั่น

"เป็นเชี่ยไรวะกู​ ใกล้ตายแล้วไง อ้วกได้ทุกวี่ทุกวัน​ สัสเอ๊ย" น้ำเสียงหงุดหงิดของเขาทำให้ฉันนึกขำในใจ​ นายคงไม่ได้ใกล้ตายหรอก​ แต่คงเมาค้างมากกว่า​ ใครใครก็รู้ว่าพวกผู้ชายวิศวะกินเหล้าเหมือนกินน้ำ​ แดกไม่เมาไม่เลิกอ่ะ

ชู่วววว​ คนข้างหลังฉันเขาเปิดน้ำที่ใช้สำหรับรดน้ำต้นไม้มาล้างหน้าล้างตาตัวเอง​ ก่อนจะสะบัดไปมาจนกระเด็นมาโดนตัวฉันที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขาด้วย

"อะแฮ่ม" ฉันแกล้งกระแอมไอเตือนเขาว่าอย่าสะบัดแรง​ มันโดนฉันที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขา​ และน้ำนี่คงเข้าตู้ผลไม้ของป้าแกหมดแล้วมั้ง​เนี่ย​ อ้วกหน้าคณะไม่พอ​ ยังใช้น้ำก๊อกล้างหน้าไปอีก​ ผู้ชายวิศวะนี่มันเถื่อนจริงๆ

"โอ๊ะ​ โทษทีว่ะเธอ​ น้ำมันแรงไปหน่อย" เขาพูดขึ้น​ ก่อนจะปิดน้ำลงและสาวเท้ามายืนข้างฉัน

"ป้า​ วันนี้ผมขอที่เปรี้ยวที่สุด​ ร้อยนึง​ คละๆกันก็ได้ครับ" พรึ่บ! ฉันหันมามองคนข้างๆอย่างแปลกใจ​ ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจกว่าเดิม​ โลกมันไม่ได้กลมไปหรอก​ แต่โลกมันแคบเกินต่างหาก​ ถึงได้เหวี่ยงให้ฉันมาเจอเขาอยู่ร่ำไป​

คนข้างฉันพูดเสร็จเขาก็หันมามองฉันบ้าง​ นัยน์ตา​สีนิลเบิกกว้างเล็กน้อย​ จู่ๆใบหน้าที่เคยขาวซีดของเขาก็เริ่มมีสีแดงระเรื่อบนใบหน้าเขา​ แต่เพียงแค่วูบเดียวเท่านั้นเขาก็แปรเปลี่ยน​เป็นสีหน้าเรียบเฉย​ แววตาที่สั่นระริกเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง​ชวนให้ใจฉันเริ่มรู้สึกผิดกับเขาไปด้วย​

ขวับ! เขาหันกลับไปมองป้าปอกมะม่วงต่อโดยไม่ได้หันมาสนใจฉันอีก​ ฉันจึงแอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาอย่างเงียบๆ ใบหน้าคมหล่อเหลาขาวสะอาดสะอ้าน​ ประกอบกับผมยาวปรกหน้าผากสีดำเปียกน้ำนั่นทำให้เขาดูดีมาก​ เรื่องคืนนั้นมันเป็นความผิดพลาดของทั้งเขาและฉัน​ ถ้าจะต้องมีชีวิตใครพังลงเพราะเรื่องนี้​ ก็ขอให้เป็นชีวิตฉันคนเดียวก็พอ เขาเองก็คงไม่ได้ตั้งใจหรอก​ และน่าจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฉันคือใครในคืนนั้น ขอให้ลูกฉันที่จะเกิดมาได้ยีนส์​ดีดีจากเขามาเยอะๆด้วยก็พอแล้ว จะได้โตมาหน้าตาดีแบบเขา

" ได้จ้ะพ่อรักษ์​ ว่าแต่อุดหนุนป้าทุกวันไม่เบื่อบ้างเหรอจ๊ะ"

"ไม่หรอกฮะ เวลาเรียนแล้วหนังตามันชอบตก​ กินไว้ถ่างตากำลังดีเลยฮะ"

"ป้าว่าป้าคิดถูกที่มาขายที่วิศวะนะ​ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลย​ ฮ่าๆ"

"แหงสิครับ​ ดูเพื่อนผมแต่ละคน​ กว่าจะนอน​ กว่าจะแหกตาตื่นมาเรียน​ได้​ เดี๋ยว​นี้กาแฟเอาพวกมันไม่อยู่​แล้วนะฮะ มันต้องผลไม้ป้าเท่านั้น"

" หูยย พูดดีแบบนี้่​ อ้ะ​ ป้าแถมให้ เอามะม่วงไปกินแก้ง่วงนะจ๊ะ​ พ่อรักษ์​สุดหล่อ​ 100​ นึงจ้ะ"

" นี่ครับ​ ขอบคุณ​มากครับป้า"

อะ อ้าว​ ป้า​ นั่นมันมะม่วงฉันไม่ใช่เหรอ​ ทำไมแถมไปกับเขาได้ล่ะ

" อุ๊ย​ ขอโทษนะหนู​ เดี๋ยว​ป้าปอกให้ใหม่" คุณป้ารีบกระวีกระวาดปอกมะม่วงลูกใหม่ให้ฉันอย่างเร็วรี่​ ส่วนคนที่ได้ก่อนก็เดินยิ้มสบายใจเฉิบไปโน่นแล้ว​ ไม่รู้​ฉันคิดไปเองรึเปล่า​ แต่ก่อนไป​ ฉันว่าฉันเห็นเขาแอบอมยิ้มน้อยๆแถมยักคิ้วท้าทายฉันด้วยนะ

"นี่จ้ะ​ 20​ บาทจ้า"

" ขอบคุณ​ค่ะ​" ฉันยื่นธนบัตร​สีเขียวให้ป้าไป​ ก่อนจะค่อยๆเดินมารอน้ำใต้ตึกเรียนของเขา​ แต่แทนที่ใต้ตึกมันจะว่างเปล่า​ ไร้ซึ่งผู้คน​ แต่มันกลับมีร่างหนึ่งกำลังนั่งกินผลไม้ที่เขาเพิ่งซื้อมาอยู่น่ะสิ​ ฉันมองไปมารอบๆตึกเรียน​ มันไม่มีโต๊ะอื่นว่างแล้ว​ คงต้องนั่งรวมโต๊ะกับเขาแล้วล่ะ

ตุบ​ ฉันค่อยๆนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา​ สายตาคมชำเลืองขึ้นมามองฉันเล็กน้อย​ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินของตัวเองต่ออย่างไม่สนใจโลกอีก

"....." ความเงียบค่อยๆเข้ามาปกคลุมรอบตัวเรา​ แต่มันไม่ได้อึดอัดมากนัก​ เพราะไอ้คนตรงข้ามฉันมันเคี้ยวตลิงปลิงด้วยน้ำเสียงกรุบกรอบเสียงดัง​เป็นระยะๆ

"สบายดีนี่" เขาเอ่ยขึ้นอย่างยียวน​ ไม่บอกก็รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร

"อืม​ ก็ไม่ได้ตาย​ ยังหายใจอยู่"

"ดูท่าเชี่ยน้ำ​ มันคงดีใจน่าดูที่ได้เป็นพ่อคนทั้งที่ยังเรียนไม่จบ"

กึก​ ฉันสะอึกกับคำพูดเขา​ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาพูดมันออกมาได้โดยไม่รู้อะไรเสียบ้างเลย

"นายไม่ได้บอกใครเรื่องฉันใช่ไหม"

"ทำไมต้องบอก​ เราไม่ได้รู้จักกันนี่" เขาเอ่ยขึ้น​ด้วยน้ำเสียงยียวนแต่สายตากลับดูเศร้าผิดปกติ

" ก็นายบอกน้ำ"

ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมามองฉันด้วยสายตาขุ่นๆ

"คนเป็นพ่อ​ มันสมควรต้องรู้อยู่​แล้วป่ะ​วะ ทำด้วยกันก็ต้องรับผิดชอบด้วยกันดิ แมนๆ" เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังพลันทำหน้าขึงขังไปด้วย​ ใจฉันปวดหนึบข้างในอย่างช่วยไม่ได้​ เสียดายที่นายไม่ทีโอกาสที่จะได้รู้ว่าคนที่เป็นพ่อของเด็กคนนี้ ไม่ใช้น้ำ แต่เป็นนายต่างหาก

" ขอบคุณ​นะ​ ถ้าไม่ได้นาย​ วันนั้นฉันอาจ.."

"ตาย"

"อืม"

" รู้ตัวก็ดี​ เกิดมาทั้งทีใช้ชีวิตให้ดีดิวะ วางใจได้​ เรื่องเธอ​คงไม่มีใครรู้จากปากฉันอีกแล้วล่ะ"

" ก็ดี​ ฉันไม่อยากให้คนรู้มาก​ เพราะไม่นานฉันคงต้องดรอปแล้ว​ และคงไม่มาแถวนี้อีก" ฉันเปิดปากบอกเขาในสิ่งที่ไม่ได้บอกน้ำ​ เพราะจู่ๆฉันก็กล้าเปิดใจกับเขา​ และเชื่อว่าเขาคงไม่เอาไปบอกน้ำหรือใครใครแน่

" ทำไมต้องดรอปวะ? "เขาขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

" ก็ฉันท้อง​ นายจะให้ฉันมาเรียนได้ไง"

" คนท้องมาเรียนไม่เห็นจะแปลก​ เดี๋ยว​นี้สังคมแม่งเปิดกว้างจะตาย อย่ายึดติดกับความคิดเดิมๆที่ว่าท้องแล้วต้องออกดิ โบราณว่ะ"

"ก็พูดได้ดิ​ นายไม่ได้ท้องเองนีี่"

" ถ้ากูท้อง​ กูก็จะมาเรียน หรือถ้าเมียกูท้อง​ กูก็จะให้เธอทำตามใจตัวเอง​ ถ้าเธออยากเรียน เธอก็แค่มาเรียน ไม่จำเป็นต้องสนใจคนอื่น​ คนอื่นเขาช่วยเธอเลี้ยงลูกซะที่ไหนล่ะ"

กึก​ ฉันสะดุดกับคำพูดไม่กี่คำของเขา​ ที่เขาพูดมันก็ใช่​ แต่ยังไงเขาก็พูดได้อยู่แล้ว​ ในเมื่อผู้ชายมันท้องไม่ได้อยู่แล้ว

" ไม่รู้​สิ​ ขอคิดก่อนละกัน"

".... "ร่างสูงยักไหล่อย่างต้องการจะบอกว่าแล้วแต่​ แล้วเขาก็ก้มหน้าก้มตากินมะยมต่อ​

" แปลกว่ะ​ หายแล้วมั้ง"

"อะไรหายเหรอ" ฉันถามเขาออกไป​เมื่อได้ยินเสียงพึมพำอะไรสักอย่าง​ คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยก่อนจะพูดสิ่งที่ทำให้ฉันต้องแปลกใจเมื่อได้ยินออกมา

"อ้วกไง เดี๋ยวนี้แม่งเป็นไรไม่รู้ อยากอ้วกตลอดเวลา ไอ้พวกเนี๊ยมันพอบรรเทาอาการได้ แต่ก็ไม่ได้หายขาด แต่วันนี้หลังกินมะยมเสร็จ แม่งหายเลยว่ะ "

"อ่อ ไปหาหมอดิ"

"ไม่เอาว่ะ เกลียดกลิ่นโรงบาล"

"มีงี้ด้วย"

"เธอลองมามีครอบครัวที่เป็นหมอทั้งโคตรเหง้าดูดิ แล้วเธอจะเกลียดกลิ่นโรงบาล"

"ทำไมนายไม่เป็นหมอเหมือนที่บ้านไปเลยล่ะ"

"ไม่ล่ะ อยากแตกต่าง" ร่างสูงยิ้มกว้างพลางยักคิ้วข้างเดียวให้ฉันอย่างกวนประสาท ฉันส่ายหัวเบาๆกับความทะเล้นของเขาอย่างอดไม่ได้

ครืดดด เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูในมือของเขาส่งเสียงดังขึ้น เขาหยิบมันมาดูก่อนจะรีบหยิบผลไม้ทั้งหมดใส่ปากจนหมดในทีเดียว ร่างสูงรีบเก็บขยะทั้งหมดก่อนจะโบกมือให้ฉันและรีบลุกออกจากโต๊ะไป ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยใจที่รู้สึกแปลกประหลาด แปลก ที่พอได้คุยกับเขา แล้วรู้สึกสบายใจแปลกๆ

"เธอ..." เขา ที่ฉันคิดว่าเขาไปไกลแล้ว กลับวิ่งมาอีกครั้งด้วยอาการกระหืดกระหอบ ก่อนจะยื่นมือมาด้านหน้าระหว่างฉันกับเขา

" หือ? มีอะไรรึเปล่า"

"กูอ่ะ ชื่อรักษ์นะ"

"อื้ม เราเมล" ฉันยื่นมือไปจับมือหนาของเขาด้วยความรู้สึกยินดีแกมเจ็บปวด ไม่รู้ว่าการที่เรารู้จักกันมันจะดีกว่าหรือการที่เราไม่รู้จักกันมันจะดีกว่ากันแน่

หลังจากที่เราจับมือกันครู่หนึ่ง เขาก็ผละมือออก ก่อนที่นัยน์ตาสีนิลจะเริ่มจ้องมองมาที่ฉันเหมือนมีอะไรที่อยากจะถาม แต่ก็ไม่ได้ถามอยู่ดี

"......"

"มีอะไรรึเปล่า"

"เปล่า" เขายกยิ้มให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป ฉันมองตามแผ่นหลังนั้น ก่อนจะลูบหน้าท้องตัวเองเบาเบาด้วยความรู้สึกปวดหนึบในใจ เขา เป็นผู้ชายที่ดีนะ แต่ไม่รู้ว่าเขาดีเพราะเขารับรู้ว่าคนที่เป็นพ่อของลูกเป็นคนอื่นไม่ใช่เขารึเปล่า ถ้าเขารู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ให้กำเนิดชีวิตชีวิตนั้นขึ้นมา เขาจะยังดีเหมือนเดิมอยู่อีกรึเปล่า

 

ตัวอย่าง​ ep​ 7

 

"ถ้ามึงเหนื่อยมาก​ มึงไม่ต้องพยายามก็ได้นะเว้ย​ เพราะยังไงเด็กนี่ก็ไม่ใช่ลูกของมึงอยู่ดี"

 

"......"

 

"ความจริงแล้ว​ เมลรู้ว่าพ่อเด็กคือใคร"

 

หนึ่งสาวหนึ่งหนุ่มกำลังพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียด​ โดยไม่อาจรู้เลยว่ามีใครคนหนึ่งกำลังแอบฟังพวกเขาอยู่เงียบๆในห้องนั้นด้วย

ความคิดเห็น