ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่1 [กลั่นแกล้ง] 40% อัพแล้ว

ชื่อตอน : บทที่1 [กลั่นแกล้ง] 40% อัพแล้ว

คำค้น : มีเด็ก ตบจูบ มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 924

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2564 17:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่1 [กลั่นแกล้ง] 40% อัพแล้ว
แบบอักษร

บทที่1 

[กลั่นแกล้ง] 

 

นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา   

 

      หกโมงเช้าบนถนนสายหลักของนิวยอร์ก คาดิลแลกสามคันกำลังมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์เพื่อผู้กุมบังเหียนบริษัทแบล็กฟอร์ดคอมพานีอย่างเฮกเตอร์ วัยสามสิบเจ็ดปีกลับไปพักผ่อนโดยสวัสดิภาพ หลังเดินทางไปคุยธุรกิจที่วอชิงตันดีซี ถึงสองวันและเพิ่งลงจากเครื่องบินเมื่อเช้านี้ เขาคือนักธุรกิจที่ขึ้นชื่อเรื่องความร่ำรวยมหาศาล สิ่งที่บรรพบุรุษสร้างเอาไว้ คือรากฐานอันมั่นคงที่หลายคนต่างแสวงหา ในวงการค้าอาวุธของประเทศและระดับโลกไม่เคยมีใครโค่นล้มแบล็กฟอร์ดได้ ไม่เคยมีใคร “กล้า” ยกเว้นเพียงคนเดียว ศัตรูทางธุรกิจอย่างอลาโน เกรย์แฮม ที่กล้าลองดีถึงขั้นลอบสังหาร ทายาทของตระกูลทั้งสองคนและหนีลอยนวลไปอย่างน่าเสียดายด้วยความผิดพลาดของเฮกเตอร์เอง ยังไม่มีใครจับได้ แต่เมื่อไรก็ตามที่พบเข้าล่ะก็ จะไม่มีการใช้กฎหมายจัดการ จะต้องเป็นกฎของเขาเท่านั้น ถึงเวลานั้นจะได้รู้ว่าความโหดร้ายบนโลกใบนี้ เทียบไม่ได้กับสิ่งที่เขาเตรียมเอาไว้เลย 

       คาร์เตอร์ มอร์แกนที่นั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับรถอย่างบอดี้การ์ดคนสนิท มือขวาของเฮกเตอร์อย่างลูอิส ลอบมองผู้เป็นนายผ่านกระจกหลัง แม้ระหว่างเดินทางเขาจะไม่ได้พักผ่อน แต่ตอนนี้ก็ยังคงอ่านเอกสารเงียบๆ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อหลายปีก่อน เฮกเตอร์บาดเจ็บสาหัส เพื่อตามล่าคนอยู่เบื้องหลัง รักษาตัว เขาจำต้องออกข่าวลวงว่าผู้เป็นนายเสียชีวิตแล้วและให้แฮร์ริส แบล็กฟอร์ด ทายาทคนเล็กขึ้นเป็นผู้กุมบังเหียนแทน แม้เวลานี้ผู้เป็นนายจะดีขึ้นมากจนกลับมาทำงานได้ตามปกติ ทว่าเขายังปฏิเสธที่จะปรากฏตัวออกสื่อ เข้าบริษัท หรือเดินทางไปไหนมาไหน เลือกทำงานที่บ้าน เก็บตัว เขารู้ดีว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปมาจากอะไร เหตุการณ์ครั้งนั้น การถูกปองร้าย ยังไม่เจ็บเท่ากับการ “สูญเสีย” ลูกน้องมือดีที่สุด ชีวิตของคนบริสุทธิ์ และการถูกภรรยาหักหลัง แม้เธอจะได้รับบทเรียนคือ “ความตาย” แต่ก็ไม่อาจทำให้จิตใจของเฮกเตอร์สงบลง จนกว่าจะได้จัดการทุกคนที่เกี่ยวข้องชนิดขุดรากถอนโคน  

       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้คาร์เตอร์ละสายตาจากกระจก หยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมาดู พอเห็นว่าใครก็อมยิ้ม แต่ยังไม่กดรับสาย หันไปบอกเจ้านายหนุ่มก่อน 

       “มีสายสำคัญครับ”  

       ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มแสดงสีหน้าสงสัย แม้จะมีรอยแผลเป็นแต่ไม่สามารถกลบความหล่อเหลาได้เลย เขายังคงเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงค่อนประเทศหมายปอง ทุกอย่างดูลงตัวไม่ว่าจะคิ้วเข้ม จมูกโด่ง ริมฝีปากหนาและนัยน์ตาสีเทาทรงเสน่ห์ ผมสีช็อกโกแลตตัดสั้นเป็นทรงอย่างดูดี และด้วยความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตร ยิ่งทำให้ทุกอย่างที่เป็นผู้ชายคนนี้ดูเพอร์เฟกต์   

       “ใคร?” 

       “หนึ่งในคนสำคัญของเราครับ” คาร์เตอร์ยื่นให้ 

       คำว่า “คนสำคัญ” ทำให้เฮกเตอร์ตีความว่าลูกค้า ด้วยความไว้ใจพ่อบ้านรายนี้จึงรับโทรศัพท์มา พอเห็นหน้าจอกลับไม่แสดงชื่อหรือเบอร์โทรตามปกติ จึงคิดว่าอาจสำคัญจริงๆ หรืออาจจะเกี่ยวกับคนที่เขาให้ตามหา นั่นเป็นเพราะแบล็กฟอร์ดมีอิทธิพลทั้งบนดินและใต้ดิน ธุรกิจสีเทา หรือแก๊งต่างๆ ที่ไม่อาจเปิดเผยตัวตนแต่เป็นแหล่งข่าวและนักล่าค่าหัวฝีมือเยี่ยม เขาคาดหวังว่าจะเป็นข่าวดี จึงไม่ปฏิเสธและพร้อมที่จะสนทนากันแบบเห็นหน้า เพราะถ้ามาจากคาร์เตอร์แปลว่าผ่านการคัดกรองมาแล้ว สองนาทีต่อมาภาพที่เห็นก็ทำเอาเขากลอกตา แทนที่จะได้เห็นชายฉกรรจ์ แต่กลายเป็นเด็กผู้หญิงวัยห้าขวบกว่า ตัวป่วนชั้นเยี่ยม กับรอยยิ้มที่ทำให้ขนลุกชัน 

       “ไฮ คุณลุง ฮันนี่เอง คิดถึงฮันนี่ไหมคะ”  

       “ให้ตายเถอะคาร์เตอร์ แกหลอกฉันนี่!” เขาสบถใส่พ่อบ้านเก่าแก่ทันที 

       เจ้าของชื่อสะดุ้งเล็กน้อยแต่อมยิ้ม ไม่ได้หันหลังกลับไปมอง เป็นพันธะสัญญาระหว่างเขากับคุณหนูตัวน้อย ว่าหากอยากคุยกับเฮกเตอร์เมื่อไหร่ ห้ามบอกว่าโทรมา ให้เอาโทรศัพท์ให้เฉยๆ ก็พอ ยังไม่ทันตอบอะไรก็ได้ยินเสียงเล็กดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน  

       “คุณลุงพูดคำหยาบอีกแล้ว หม่ามี้บอกไม่ดี ไม่น่ารักเลยนะคะ” ฮันนี่หรือ นารา แบล็กฟอร์ด หลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูล ลูกสาวของแฮร์ริส ที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่ประเทศไทยกับครอบครัวและเปิดธุรกิจที่นั่น  

       “เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับเธอ” เขาตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ 

       “คุณลุงใจร้าย... คุณลุงไม่รับโทรศัพท์ฮันนี่” เด็กน้อยบอกอย่างน้อยใจ เพราะพยายามติดต่อหาผู้เป็นลุงแล้วแต่ไม่ยอมรับสาย บางทีก็ตัดสายทิ้ง 

       “ทำไมฉันต้องรับ โทรมาทำไม ไม่มีอะไรทำหรือไง ถ้าว่างมากนัก ก็ไปวิ่งเล่นกับน้องเธอซะ อย่ากวนฉัน” 

       ถึงแม้จะถูกพูดจาไม่ดีใส่ทว่านารากลับยังมีรอยยิ้มสดใสเสมอนั่นเป็นเพราะว่า “ชิน” กับนิสัยเหล่านี้ 

       “ฮันนี่โทรมาเพราะกลัวคุณลุงเหงา... ตอนนี้พี่ฮิวโก้เล่นกับแฮร์รี่อยู่ ไม่มีใครเล่นตุ๊กตากับฮันนี่เลย เล่นแต่หุ่นยนต์กัน ฮันนี่ไม่ชอบ” เด็กน้อยได้ทีฟ้อง 

       “ชวนหม่ามี้เล่นด้วยสิ” 

       “หม่ามี้กำลังสวีตกับแด็ดดี้อยู่” 

       เขากลอกตา “ให้ตายเถอะ เธอเลยมาป่วนฉัน อยากจะบ้าตาย ฉันไม่ว่าง แค่นี้นะ จะวางสายแล้ว” 

       “คุณลุงกำลังจะทิ้งฮันนี่อีกคนใช่ไหมคะ” 

       พอเห็นทำหน้าเศร้า ตาละห้อย คนใจแข็ง หยาบกระด้างอย่างเฮกเตอร์ถึงกับไปไม่เป็น ไม่ใช่เพราะใจอ่อน แต่รู้ว่าถ้าเด็กคนนี้ได้ร้องไห้เมื่อไหร่ แก้วหูเขาแทบแตก เพราะฉะนั้นปลอดภัยไว้ก่อนจึงรีบถามกลับ 

       “อยากได้อะไร พูดมา ฉันมีเวลาแค่ห้านาที”  

       “ฮันนี่อยากคุยกับคุณลุง” 

       “แต่ฉันไม่อยากคุยกับเธอ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงติดจะรำคาญ 

       “งั้นฮันนี่จะกรี๊ดนะ” 

       พอรู้ว่าปลายสายกำลังจะทำอะไรเขาก็ทำหน้าสยองส่ายหน้าทันที เสียงของเด็กเวลากรี๊ดยิ่งกว่าเสียงของปลาวาฬ ระดับเดซิเบลทำให้หูของเขาพิการชั่วคราวได้เลย 

       “ไม่... อย่า อย่าแม้แต่จะคิด เงียบเลย”  

       “งั้นคุณลุงก็ต้องคุยกับฮันนี่” 

       “คุยกับคาร์เตอร์โน่น... ฉันจะส่งให้” เขาทำท่าจะยื่นโทรศัพท์ให้พ่อบ้านทว่าปลายสายก็พูดขึ้นต่อ 

       “คุณลุง ฮันนี่โดนเพื่อนแกล้งด้วย” 

       พอได้ยินอย่างนี้คิ้วของเขากระตุกหันกลับมาสนใจ “ใครมันกล้าแกล้งคนตระกูลแบล็กฟอร์ด ชกหน้าเข้าไปสิ แฮร์ริสทำอะไรอยู่ เป็นเจ้าของโรงเรียนซะเปล่า ทำไมรับเด็กเกเรเข้ามาเรียน”  

       “เจ้านายจะสอนคุณหนูแบบนั้นไม่ได้นะครับ” คาร์เตอร์พูดแทรก 

       “ทำไมจะไม่ได้ แบล็กฟอร์ดไม่เคยกลัวใคร ไม่เคยยอมให้ใครมากลั่นแกล้ง... เอาชื่อมา ฉันจะส่งคนไปจัดการให้” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม เขาจะไม่ยอมให้ใครกล้าแตะต้องคนในตระกูลเป็นอันขาด 

       “โว้ๆ คุณลุงคะ เขาเป็นเด็กนะ” 

       “แล้วไง? คิดว่าฉันสนใจเหรอ” เฮกเตอร์เลิกคิ้ว 

       คาร์เตอร์ส่ายหน้า สมแล้วที่ผู้ชายคนนี้จะได้สโลแกนว่า “ไม่อ่อนโยนต่อสตรี ไม่ปรานีต่อเด็ก ไม่เป็นมิตรกับคนชรา” ขอเพียงเขาพอใจทุกอย่างเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น 

       “คุณลุงใจเย็นๆ ฮันนี่ล้อเล่น” นารายิ้มหวานเมื่อเห็นเฮกเตอร์จริงจัง 

       พอรู้โดนหลอกเขาก็ขบกราม “บ้าจริง กล้าหลอกฉันเหรอยัยเด็กแสบ” 

       “อย่างน้อยฮันนี่ก็รู้ว่าคุณลุงเป็นห่วง เหมือนที่หม่ามี้บอกว่า คุณลุงแกล้งดุ แต่จริงๆ รักฮันนี่ พี่ฮิวโก้แล้วก็น้องแฮร์รี่ ม๊ากมาก” เด็กน้อยยิ้มกว้างจนเห็นฟันสวยเรียงตัวกัน 

       เขากลอกตาโน้มตัวไปข้างหน้าโยนโทรศัพท์ให้กับคาร์เตอร์ “นายพูดกับเธอต่อ ฉันรำคาญแล้ว” 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว