facebook-icon Twitter-icon

จนวันหนึ่งเราสองคนได้เปิดใจกันและกัน เธอไม่รังเกียจที่คนอย่างผมต่ำต้อยกว่าเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่มีทางยอมเลยคือ... ใครก็ตามที่คิดมาพรากเธอไปจากผม ต่อให้คนนั้นจะเป็นใคร ผมก็ไม่คิดจะเอามันไว้ ไม่มันก็ผมคงต้องตายกันไปข้าง! #พี่หินของเอย *ฝากติดตามคอมเมนต์ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ*

#พี่หินของเอย :: INTRO [100%]

ชื่อตอน : #พี่หินของเอย :: INTRO [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2563 08:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#พี่หินของเอย :: INTRO [100%]
แบบอักษร

ASHIRA รักเปลี่ยนแปลง 

INTRO 

ASHIRA : คุณเชื่อเรื่องความรักทำให้คนเปลี่ยนไปได้ไหม? 

IRACHAYA : คุณเชื่อเรื่องรักครั้งแรกทำให้คนเปลี่ยนไปได้ไหม? 

ใครไม่เชื่อแต่พวกเขาเชื่อ... เชื่อว่าความรักและรักครั้งแรกทำให้ความคิด ความรู้สึกของพวกเขาเปลี่ยนไปต่อให้มีอุปสรรคมากแค่ไหน ‘ความเชื่อ’ เท่านั้นที่เป็นตัวตัดสินเรื่องทุกอย่าง 

 

ท่ามกลางถนนที่เต็มไปด้วยการจราจรที่ติดขัด หญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถบีเอ็มสีขาวสุดหรูกำลังมองสัญญาณไฟที่ยังคงไม่เปลี่ยนเป็นสีเขียวสักทีพลันยกข้อมือซ้ายขึ้นดูเวลาที่นาฬิกาเรือนสวยด้านในฝังเพชรตามตัวเลขที่บ่งบอกว่าขณะนี้เป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว ที่เป็นแบบนี้คงเพราะว่าเธอต้องทำกิจกรรมที่มหาลัยจึงได้เลิกช้าแบบนี้ 

Rrr 

เสียงเรียกเข้าดังขึ้นหยิบมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่ราคาแพงหูฉีกขึ้นมากดรับสาย “ค่ะแม่” 

(“ลูกเอย นี่มันจะสามทุ่มแล้วนะคะ ลูกอยู่ไหนคะเนี่ย?”) 

“ตอนนี้รถติดมากเลยค่ะ ผ่านไฟแดงนี้ไปก็ถึงบ้านแล้ว” เธอกรอกเสียงลงไปแม้จะทำให้ผู้เป็นแม่เป็นห่วง แต่ตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้มากนอกซะจากต้องรออยู่แบบนี้ “ไม่ต้องห่วงนะคะ” 

(“แม่บอกแล้วใช่ไหมคะว่าให้ลุงพลไปส่ง ลูกก็ไม่เชื่อ”) แม่เธอเอ็ดเสียงดุจนเธอยกมือบีบหัวคิ้วตัวเอง 

“เอยโตแล้วนะคะ แค่ขับไปมหาลัยไม่จำเป็นต้องให้ลุงพลมาส่งก็ได้นี่คะ” ปลายสายเงียบไปทันทีจนเธอถอนหายใจ “เอยแค่อยากทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่ทำตัวเป็นคุณหนูที่ต้องมีคนคอยรับคอยส่งเหมือนตัวเองพิการทั้งที่ไม่ได้เป็น” 

(“เจ้าเอย”) ชื่อเต็มถูกเรียกขึ้นซึ่งแน่นอนว่าเธอรู้ดีว่าผู้เป็นแม่คงไม่พอใจกับคำพูดคำจาที่เถียงคำไม่ตกฟาก 

“เอยขอโทษค่ะ” 

(“ขับรถระวังด้วยแล้วกัน”) เจ้าเอยวางสายลงก่อนจะพ่นลมออกมา เมื่อรอเวลาสัญญาณไฟเปลี่ยนสีเธอจึงหยิบยางรัดผมขึ้นมาก้าวผมสีดำยาวเป็นมวยไว้กลางศีรษะ ดึงชายเสื้อนักศึกษาออกจากกระโปรงพีชยาวเลยเข่าและโน้มตัวไปยังเบาะข้างคนขับหยิบเอาลูกอมมากินแก้หงุดหงิดจากการที่รถติดยาวเป็นหางว่าวแบบนี้ 

รอเวลาเกือบสามทุ่มในที่สุดรถของเธอก็ออกมาจากตรงนั้นได้สักที เจ้าเอยยิ้มร่าตลอดเมื่อขับรถไปตามทางอีกแค่นิดเดียวก็จะเลี้ยวเข้าซอยบ้านแล้ว ทว่าเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อจู่ๆ รถของเธอก็เกิดอาการแปลกประหลาดเครื่องยนต์ส่งเสียงดังมากขึ้นเธอจึงเปิดไฟเลี้ยวและยังไม่ทันได้จอดรถดีเลยด้วยซ้ำ  

“เป็นอะไรเนี่ย” เจ้าเอยรู้สึกใจไม่ดีเลยเมื่อสตาร์ทรถเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นสักนิด โชคดีที่ตรงนี้เป็นร้านอาหารตามสั่งและร้านชำที่ค่อนข้างมีคนอยู่ เธอจึงไม่ตกใจถึงภัยอันตรายเพราะถ้าหากดับในซอยคงกลัวมากกว่านี้  

เจ้าเอยลงจากรถและตรงไปเปิดกระโปรงรถของตัวเองก็พบว่าควันลอยคลุ้งเต็มไปหมด เธอจึงปัดมือไปตามใบหน้าของตัวเองและหรี่สายตามองเครื่องยนต์ด้วยความมึนงง จะเริ่มจากตรงไหน? นี่คือความคิดในหัวของเธอตอนนี้ แต่จะเริ่มได้ยังไงกันล่ะเธอไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์เลยนี่น่า เมื่อหมดหนทางเจ้าเอยจึงเดินตรงไปยังร้านค้าเพื่อขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีใครช่วยได้เนื่องจากไม่มีใครมีความรู้เรื่องนี้  

ที่พึ่งสุดท้ายของเธอคือโทรกลับไปหาที่บ้าน ทว่ามันกลับเป็นวันที่ซวยที่สุดสำหรับเธอก็ว่าได้เมื่อแบตมือถือหมดไปตั้งแต่ตอนไหนเธอก็ไม่ได้สังเกต เจ้าเอยทิ้งตัวฟุบนั่งบนฟุตบาทก่อนจะยกมือยีศีรษะตัวเอง  

ขณะที่กำลังตัดพ้อกับวันซวยๆ ของตัวเองเสียงรถมอเตอร์ไซค์ก็เลี้ยวมาจอดตรงหน้ารถของเธอ เรียกสายตาให้จับจ้องชายร่างใหญ่สองคน แต่คนซ้อนท้ายจะตัวเล็กกว่าและดูเด็กกว่าด้วยพวกเขาสวมชุดหมีสีเทาคล้ายกับชุดของช่างไฟฟ้าหรือช่างซ่อมอะไรสักอย่างเธอเองก็ไม่แน่ใจ  

“รถเสียเหรอครับพี่?” คนที่ซ้อนท้ายถามเจ้าเอยด้วยน้ำเสียงสงสัย แน่นอนว่าเขาคงเด็กกว่าเธอไม่กี่ปีแต่ดูโตกว่าเธอมากเลยด้วยซ้ำ “ว่าไงครับพี่” 

“ค่ะๆ” เมื่อโดนเรียกสติกลับคืนมาจึงลุกขึ้นและชี้นิ้วไปยังรถของตัวเอง “เมื่อเช้าก็ขับมาปกติค่ะ แต่มาดับเอาตอนที่จะถึงบ้านแล้ว” 

“อาการก่อนเริ่มดับมันเป็นยังไงบ้างครับ?” 

และเสียงนุ่มลึกของผู้ชายที่ขับมอเตอร์ไซค์ก็เอ่ยถาม มันเป็นจังหวะที่เขาถือกล่องใส่อุปกรณ์อะไรมาสักอย่างไว้ในมือ เจ้าเอยถึงอึ้งไปอีกครั้งเมื่อผู้ชายตรงหน้าเขาดูเหมือนไม่น่ามาเป็นช่างเลยด้วยซ้ำ ไหนจะหุ่นที่ดูล่ำ ใบหน้าหล่อเหลา สูงยาวซึ่งลักษณะของเขาเหมือนนายแบบในนิตยสารหรือไอดอลเกาหลีที่เธอปลาบปลื้มมากกว่า 

“คุณครับ” สติของเจ้าเอยกลับมาอีกครั้ง เธออยากจะกัดลิ้นตัวเองตายด้วยซ้ำที่เผลอจับจ้องเขานานขนาดนั้น 

“คืออาการก่อนรถจะดับมันกระตุกสองสามครั้งค่ะ แล้วก็ดับเลยตอนที่ฉันมาจอดข้างทาง” 

“เก่งมากนะครับที่คุมสติยามที่รถมีปัญหาได้” เขาชมเธอก่อนจะเดินไปยังกระโปรงรถและวางกล่องอุปกรณ์ลงบนพื้น เขาค้นหาเครื่องมือสักพักก็ได้ตามที่ต้องการก่อนจะโน้มตัวลงไปเพื่อดูเครื่องยนต์ “น่าจะเป็นที่หัวฉีดมีคราบสกปรกไปอุดตันแน่ๆ” 

เจ้าเอยมองเขาที่ดูเครื่องยนต์อย่างชำนาญและคล่องแคล่วมากๆ “เก่ง ลองไปสตาร์ทรถที” 

“ครับพี่หิน” ชื่อของคนที่มาช่วยเธอไว้ เจ้าเอยจำได้ขึ้นใจ 

“ผมว่ารถคุณต้องเข้าอู่แล้วล่ะครับ” หินหันไปสบตากับคนตัวเล็กที่ยืนลุ้นอย่างข้างๆ ดีที่เขาผ่านมาทางนี้เพราะโดนโทรตามให้ไปซ่อมรถที่เสียอยู่ตรงหัวสะพานก่อนจะกลับถึงอู่ซ่อมรถของตัวเองก็มาเจอเธออยู่ ด้วยความที่เป็นช่างจึงไม่รอช้าที่จะสอบถามเรื่องนี้และเข้าช่วยเหลือทันที 

“ขับไม่ได้เลยเหรอคะ?” เจ้าเอยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “แบบนี้ฉันต้องแย่แน่เลยค่ะ” 

“บ้านคุณอยู่ตรงไหนครับ” หินถามก่อนจะยืนเต็มความสูงและมองเจ้าเอยที่สูงเพียงแค่หน้าอกเขากำลังชี้นิ้วไปยังซอยตรงหน้า 

“เข้าซอยนั้นไปน่ะค่ะ” เขาพยักหน้ารับก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดต่อสายไปที่อู่เพื่อโทรให้คนมาลากรถไป จากนั้นเขาก็หยิบนามบัตรที่พกติดตัวมาเสมอส่งให้เธอและใช้ปากกาขีดเส้นใต้ไปยังเบอร์ของเขา  

“นี่นามบัตรอู่ซ่อมรถชัยกิจครับ และนี่เบอร์ของผม” เจ้าเอยรับนามบัตรสีฟ้าขึ้นมาอ่านชื่อของอู่ซ่อมรถและเงยหน้าสบตากับเขาพลางฉีกยิ้มกว้าง 

“คือ... ฉันขอยืมมือถือหน่อยได้ไหมคะ” หินที่หันไปปิดกระโปรงรถยนต์ของเธอทำหน้ามึนงง แต่ก็ยื่นมือถือให้โดยไม่ได้ถามอะไรออกไป “มือถือฉันแบตหมดน่ะค่ะ จะโทรให้ที่บ้านมารับ” 

“ครับ” เจ้าเอยรับมือถือยี่ห้อหนึ่งซึ่งมันมีรอยแตกและดูจะพังตอนไหนก็ไม่รู้ขึ้นมา พลางมองไปยังร่างสูงที่ก้มลงเก็บอุปกรณ์ที่ตัวเองถือมาและมองมือถือของตัวเองซึ่งมันแตกต่างกันมากเลย คนทำงานควรได้ใช้มือถือที่ดีและติดต่อได้สะดวกสิ ทำไมเขาถึงได้ใช้เครื่องที่ใกล้จะพังอยู่แล้วก็ไม่รู้  

แต่มันอาจจะเป็นความพอใจส่วนตัวซึ่งเธอเองไม่ควรยุ่ง จึงต่อสายหาที่บ้านแม่ที่รับสายก็เป็นห่วงบอกจะให้พี่ชายของเธอออกมารับ เมื่อคุยแล้วเรียบร้อยก็เป็นจังหวะที่รถลากมาพอดี เธอยืนมองรถของตัวเองที่ถูกลากไปยังอู่ซ่อมรถชัยกิจซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเธอสักเท่าไหร่เพราะมีบอกเส้นทางการไปอยู่ด้านหลังนามบัตร 

“ขอบคุณสำหรับมือถือนะคะ” เจ้าเอยคืนมือถือให้กับเขา หินรับมาเก็บลงกระเป๋าก่อนจะยืนอยู่กับเธอจนเจ้าเอยมึนงงว่าเขาไม่ไปไหนทั้งที่คนที่มากับเขากลับไปกับรถลากแล้ว “ไม่กลับเหรอคะ?” 

ด้วยความสงสัยเธอจึงถามออกไป หินจึงเท้าเอวและมองไปยังซอยบ้านเธอ “คนที่บ้านคุณจะมาหรือยังครับ” 

“คะ ประมาณสามนาทีมั้งคะ” เพราะเธอเองก็เดาไม่ถูกเพราะพี่ชายของเธออาจจะนั่งเล่นเกมอยู่หรือทำงานอยู่อันนี้เธอไม่รู้ได้เลย  

“ผมรอเป็นเพื่อน” คำตอบของหินทำให้เจ้าเอยหายสงสัยสักทีว่าทำไมเขาถึงไม่ไป “นั่งรอตรงนั้นเถอะครับ ยืนริมถนนมันไม่ดีเท่าไหร่”  

หินชี้นิ้วไปยังเก้าอี้ไม้ตัวยาวแต่ทั้งหินและเจ้าเอยต่างพากันนั่งห่างจนเหลือที่ว่างตรงกลางเก้าอี้ไม้ มันเป็นความรู้สึกที่ทำให้เจ้าเอยแปลกๆ เพราะคนที่ไม่รู้จักแต่กลับมาช่วยเหลือกันไหนจะมานั่งรอเป็นเพื่อน เธอจึงลอบมองใบหน้าหล่อเหลาซึ่งสายตาคมมองตรงไปยังท้องถนน “ต้องซ่อมนานไหมคะ รถของฉันน่ะ” 

คำถามของเจ้าเอยทำให้หินหันมาสบตากับเธอและใช้ความคิดสักพัก “ต้องตรวจดูก่อนครับ ผมบอกไม่ได้ว่านานแค่ไหน” 

“รถใหม่ด้วย ไม่น่ามีปัญหาได้เลยนะคะ” เพราะรถคันนี้แม่ของเธอเพิ่งจะซื้อให้หลังจากที่เธออ้อนวอนอยากขับรถไปเรียนเองโดยไม่พึ่งพาลุงพลที่อายุมากแล้วสายตาก็ไม่ค่อยจะดี 

“ไม่ว่าจะรถใหม่หรือรถเก่าก็ควรไปตรวจเครื่องยนต์รถบ่อยๆ ครับ” 

“จริงเหรอคะ?” เจ้าเอยทำหน้าบูดก่อนจะยกมือเกาศีรษะตัวเอง “ฉันไม่เคยพารถไปตรวจเครื่องยนต์เลยค่ะ เพราะคิดว่ารถใหม่ไม่น่าจะเป็นอะไร” 

นี่เป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำที่เจ้าเอยคุยกับผู้ชายคนอื่นนอกจากพ่อ พี่ชายหรือคนที่รู้จัก ส่วนใหญ่เธอมักจะเจอผู้ชายที่ชอบอวดตัวเองและอีโก้สูงมากๆ จนเธอรู้สึกอึดอัดเวลาคุยด้วยเพราะเขาจะคุยอวดความรวยจนเธอรู้สึกอยากจะอ้วก รู้ว่าที่พวกเขาทำแบบนั้นเพราะอยากจะมีฐานะเทียบเท่ากับเธอ  

แต่ผู้ชายคนนี้มันต่างกันมากเหลือเกิน... ไม่คิดด้วยซ้ำว่าโลกใบนี้จะมีผู้ชายที่ถ่อมตัวอยู่ตรงนี้และเขาอยู่ข้างๆ เธอ 

“ผมซ่อมรถมาเยอะครับ เจ้าของที่มีความคิดแบบคุณจะคิดแบบนั้นเหมือนกัน” 

“ถ้างั้นก็ต้องรบกวนด้วยนะคะ” เจ้าเอยโค้งศีรษะให้กับเขาซึ่งแน่นอนว่าหินรู้สึกแปลกใจกับผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงคนนี้ที่ทั้งรวยและมีฐานะจะเป็นคนที่น้อมนอบขนาดนี้ ปกติเขามักจะเจอคนรวยที่เอาตัวเป็นใหญ่และพูดจาดูถูกเขาสารพัด 

แต่ผู้หญิงคนนี้มันต่างกันมากเหลือเกิน... ไม่คิดด้วยซ้ำว่าโลกใบนี้จะเจอผู้หญิงคนนี้ที่รวยจะจิตใจดี อ่อนน้อมอยู่ตรงนี้และเธออยู่ข้างๆ เขา 

ต่างคนต่างพากันจับจ้องมองกันไม่มีใครหลบสายตาใคร แต่กลับเป็นหินเองต่างหากที่หลบสายตาเธอ ก่อนจะยกมือลูบใบหน้าตัวเองสองสามครั้งพร้อมกับบอกตัวเองว่า คิดบ้าอะไรกัน ไม่เข้าท่าเลยหิน’ 

“โอ๊ะ! พี่ชายฉันมาพอดีเลยค่ะ” 

เจ้าเอยเมื่อเห็นรถสปอร์ตสีดำของพี่ชายมาจอดเทียบก็ลุกขึ้นยืนยิ้มอย่างดีใจ คนในรถที่เป็นพี่ชายของเธอเดินลงจากรถก่อนจะมองสบตากับเจ้าเอยและหิน “ใคร?” 

เจ้าทรัพย์พี่ชายที่อายุห่างกับเจ้าเอยแปดปีถามขึ้นขณะชี้นิ้วไปทางหินที่ยืนตัวตรงโค้งศีรษะให้กับเขา “เขาชื่อหินค่ะ มาช่วยพารถเอยไปที่อู่” 

“ต้องเข้าอู่เลยเหรอ?” หินมองพี่ชายของหญิงสาวที่มองเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “เอาเข้าอู่หวังเรียกเงินเยอะๆ มากกว่ามั้ง” 

“พี่ทรัพย์” เจ้าเอยถึงกับไปไม่เป็นเลยเมื่อพี่ชายพูดจาดูถูกคนที่มาช่วยเธอทั้งที่เขาจะขับรถผ่านไปก็ได้ “คุณหินเขามาช่วยเอยนะคะ ถ้าเขาไม่ช่วยเอยซวยแน่ มือถือก็แบตหมด” 

“อย่ามาเถียงพี่นะเจ้าเอย เรายังเด็กไม่รู้หรอกว่าโลกนี้มันมีคนที่โหดร้ายอยู่เกลื่อนไปหมด” 

“ถ้ารถซ่อมเสร็จ ผมจะเขียนใบเสร็จให้ครับว่าต้องซ่อมตรงไหนไปบ้าง” หินตอบกลับไปแม้ว่าจะโดนดูถูกว่าหวังเงินของพวกเขาแต่หินก็ไม่คิดจะต่อความยาวสาวความยืด เพราะเขาเจอเหตุการณ์แบบนี้จนชินแล้ว 

“แวะมาช่วยหวังผลอะไรด้วยหรือเปล่านอกจากซ่อมรถ” 

“พี่ทรัพย์!” เจ้าเอยตะคอกใส่พี่ชายตัวเองที่ดูเหมือนเริ่มทำตัวแย่ใส่หินจนเธอหันไปมองเขาพลางขอโทษขอโพยเขาด้วยสีหน้าเจื่อนๆ “ขอบคุณที่ช่วยนะคะ” 

หินมองร่างเล็กที่ดันพี่ชายตัวเองให้ขึ้นรถจากนั้นรถหรูก็ขับออกไปจากตรงนี้ เขาถึงกับถอนหายใจออกมากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความจริงเขาควรขับรถเลยไปด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าเก่งเด็กที่อู่บอกให้ช่วยหยุดจอดเพื่อถามว่าเธอเป็นอะไร และถ้าไม่มีอะไรเกี่ยวกับรถ เขาคงไม่ช่วยให้ตัวเองโดนดูถูกแบบนี้หรอก 

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกแย่ไปกว่าการดูถูกคือการได้รู้จักกับหญิงสาวคนหนึ่งและผู้หญิงคนนั้นคือ ‘เจ้าเอย’ 

 

ณ อู่ซ่อมรถชัยกิจ 

เสียงดังกึกก้องไปทั่วอู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างขว้าง มีรถหรูมากมายหลายคันจอดเรียงรายเพื่อรอให้ได้รับการตรวจซ่อม ช่างที่อู่มีหลายคนและหนึ่งในนั้นคือหิน บุตรชายบุญธรรมของชัยกิจเจ้าของอู่ที่เดินตรงมาหาลูกชายที่แม้จะรับมาเลี้ยงแต่ทว่าเขากลับรักหินเสมือนลูกแท้ๆ ของตัวเอง “หิน” 

แม้จะอายุมากตามประสาคนสูงวัย แต่ชัยกิจก็ยังคงดูหนุ่มและดูดีตามฉบับหนุ่มใหญ่ที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันคลั่งไคล้ “ครับเตี่ย” 

หินที่นอนอยู่ใต้ท้องรถไถลตัวออกมาพร้อมไขควงในมือที่ดำไปด้วยคราบน้ำมัน ใบหน้าหล่อเหลาก็เต็มไปด้วยฝุ่น ทว่ากลับไม่ได้บดบังความหล่อของเขาไปได้เลยสักนิด “เตี่ยเช็ครายชื่อรถ เมื่อตอนสามทุ่มกว่ามีรถเข้ามาเหรอ?” 

ถามด้วยความสงสัยพร้อมกับก้มลงมองเอกสารในมือซึ่งเป็นเอกสารสำหรับจดรายละเอียดการนำรถเข้ามาซ่อมที่อู่ หินที่ได้ยินชัยกิจถามก็ทำหน้ามึนงงก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 

“รถบีเอ็มสีขาว?” 

“อ๋อ” พอชัยกิจบอกสีและยี่ห้อของรถ หินถึงได้นึกออก “ใช่ครับ เมื่อคืนตอนกลับจากซ่อมรถที่หัวสะพานผมกับไอ้เก่งเจอรถคันนี้เสียอยู่ครับ” 

“ยังใจดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ” ชัยกิจมองลูกชายด้วยสีหน้าภูมิใจก่อนจะตบมือลงที่บ่าของหิน ซึ่งเขาก็ก้มหน้าลงรับคำชมจากผู้เป็นบิดา แม้ว่าจะไม่ใช่บิดาแท้ๆ ก็ตามทีแต่เขาก็รักชัยกิจเหมือนพ่อแท้ๆ เช่นกัน  

“เตี่ย!” ก่อนที่หินจะได้พูดอะไรเสียงดังและตะคอกก็ดังขึ้นจากภายในสำนักงานของชัยกิจ ร่างสูงของชายวัยรุ่นอายุยี่สิบสองปีเดินหน้ามุ่ยมาทางหินและชัยกิจ ก่อนจะหรี่สายตามองมือของชัยกิจที่วางอยู่บนบ่าของหิน “อ้อนเอาอะไรจากเตี่ยกูอีกล่ะไอ้หิน” 

“ไอ้เมฆ!” ชัยกิจตวาดเสียงดังใส่ลูกชายคนเดียวของเขา “หินเขาเป็นพี่แก เรียกเขาจิกบาลแบบนี้ได้ไง?” 

“พี่ผม...” เมฆชี้นิ้วเข้าหาตัวเองก่อนจะยกยิ้มมุมปาก “มันไม่ใช่พี่ผม เพราะผมเป็นลูกคนเดียวของเตี่ย” 

“ไอ้เมฆ” 

“พอเถอะครับเตี่ย อย่าไปว่าอะไรน้องเลยครับ” 

“กูไม่ใช่น้องมึง” หินประคองร่างชัยกิจที่จะทรงตัวไม่อยู่ “อย่าสะเออะมาเทียบตัวเองกับกู” 

“...” 

“มึงก็แค่เด็กที่เตี่ยกูเก็บมาเลี้ยง จำไว้”  

เมฆเดินมาเอานิ้วชี้จิ้มแผงอกแกร่งของหินที่ไม่คิดจะตอบโต้อะไรออกไป เขารู้ดีว่าเมฆไม่ชอบหน้าเขาพอๆ กับแม่ของเมฆที่ตอนนี้กลับไปดูแลกิจการของที่บ้าน หินรู้มาว่าชัยกิจกับภรรยาแม่ของเมฆ ถูกบังคับให้แต่งงานกันโดยที่ไม่ได้รักใคร่ พออยู่กันไปก็มีเมฆเป็นโซ่ทองคล้องใจแต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมื่อภรรยาของชัยกิจหมดความอดทนที่จะอยู่จึงกลับไปอยู่บ้านตัวเองและให้เมฆอยู่กับชัยกิจเนื่องจากพวกเขากลัวว่าชัยกิจจะยกทุกอย่างให้กับหิน ซึ่งทั้งสองคนไม่ได้หย่าร้างกันจึงมีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติของชัยกิจ 

“แกมีอะไร?” ชัยกิจเปลี่ยนเรื่องเพราะสงสารหินต้องมารองรับมือรับเท้าเมฆ และที่หินไม่คิดจะทำอะไรเมฆทั้งที่ตัวเองทำได้ก็เพราะเห็นแก่เขาไง ถ้าไม่เห็นแก่เขาป่านนี้เมฆคงลงไปนอนกองกับพื้น 

“วันจันทร์ผมจะพาแฟนมาที่อู่” ทั้งหินและชัยกิจต่างพากันขมวดคิ้วอย่างมึนงงที่เมฆมีแฟน เพราะไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหนรับอารมณ์ร้อนและนิสัยหยาบคายของเขาได้ “ผมบอกไปว่าอู่นี้เป็นของผม แล้วเตี่ยก็คือลุงของผม” 

“...” หินถึงกับกำหมัดแน่นเมื่อมองเมฆที่พูดแบบขอไปที 

“ตามนี้นะ เพราะถึงเตี่ยจะมีสมบัติแต่ผมก็ไม่อยากให้แฟนผมเห็นเตี่ยในคราบเจ้าของอู่” เมฆดุนดันลิ้นในโพรงปากก่อนจะมองสบตากับผู้เป็นพ่อ “แฟนผมบ้านเขาโคตรรวย พ่อแม่เขามีกิจการค้าเพชรพลอย พี่ชายก็เป็นเกมเมอร์ทำงานที่บริษัทอะไหล่เครื่องบินของต่างประเทศ” 

“แล้วยังไง?”  

“ก็ไม่ยังไง จะให้เขามาเห็นสภาพเตี่ยที่ตัวเลอะคราบน้ำมันแบบนี้มันไม่ได้อะ” หินกัดฟันแน่นและมองร่างที่อยู่ในอ้อมกอดที่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบโต้ ราวกับว่ากำลังเจ็บหัวใจและจุกลำคอจนไม่สามารถพูดเถียงอะไรออกไปได้ “ผมบอกเธอไปว่าเตี่ยผมเป็นผู้ดีที่มาจากเมืองจีน ผิวพรรณดีแต่เตี่ยในตอนนี้มันไม่ได้ไง” 

“แต่เตี่ยก็เลี้ยงแกมา ไม่ใช่เพราะอู่ซ่อมรถนี่เหรอไง!” ร่างสูงที่ยืนอยู่ถึงกับทนไม่ได้จึงตะคอกใส่เมฆที่เบิกตากว้าง ไม่คิดว่าไอ้เด็กที่เตี่ยเก็บมาเลี้ยงจะทำสันดานแบบนี้กับเขา 

“มึงเงียบปากไปเลยไอ้หิน! พ่อลูกเขาจะคุยกัน คนนอกอย่างมึงอย่าเสือก” 

“พอๆ” ชัยกิจที่ยืนฟังอยู่นานห้ามทัพลูกชายทั้งสองก่อนจะมองสบตากับเมฆ “ฉันจะทำตามที่แกบอก” 

“ก็แค่นี้ ขอบคุณนะเตี่ย” เมื่อได้รับคำตอบที่พึงพอใจเมฆก็ยิ้มร่าและเดินออกจากอู่ซ่อมรถไปยังรถของตัวเอง หินที่เห็นชัยกิจถอนหายใจก็พาไปนั่งยังโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ก่อนจะนั่งยองลงและจับมือที่ของเขาเอาไว้ 

“ไม่เป็นอะไรนะครับเตี่ย” หินสบตากับชัยกิจที่พยักหน้ารับ  

“ไปทำงานต่อเถอะ เตี่ยต้องเข้าไปเคลียร์คิวรถอีก” เมื่อนั่งจนอาการดีขึ้นชัยกิจก็ลุกขึ้นเดินตรงไปยังสำนักงานขนาดพอดีซึ่งหินเองก็อดไม่ได้ที่จะไม่เป็นห่วงผู้เป็นพ่อ 

“พี่เมฆนี่โคตรเป็นลูกเลวเลยนะพี่หิน” เก่งที่ดูเหมือนจะซ่อมรถเสร็จแล้วเดินมายืนข้างหินและมองไปยังด้านในที่มีชัยกิจอยู่ในสำนักงาน “เหี้ยได้ใครอะ? เจ๊กชัยออกจากใจดี”  

ผัวะ 

“โอ๊ยพี่หิน! ตบผมทำไมเนี่ย” หินตบศีรษะเก่งจนเกือบจะล้มน่าคมำลงกับพื้น 

“ไปทำงาน” สั่งเสียงเข้มจนเก่งทำหน้าบูด  

“รู้แล้วครับ ว่าแต่ใกล้ถึงคิวรถพี่สาวคนสวยนั่นยังอะ?” ร่างสูงที่เดินไปยังรถกระบะเพื่อทำงานในส่วนของตัวเองต่อก็ต้องหยุดชะงักกับคำพูดของเก่ง “ผมจะได้มาช่วยด้วย” 

“ยัง” หินตอบก่อนจะนอนลงบนเปลล้อเลื่อนและไถลตัวไปใต้ท้องรถตามเดิม “อีกหลายคันกว่าจะถึงของเธอ” 

“โห ลัดคิวให้พี่เขาก่อนไม่ได้เหรอพี่หิน?” เก่งยังคงตามตื้อ ดูเหมือนเขาจะชื่นชอบเจ้าเอยเข้าเสียแล้วแต่ไม่ใช่ในแบบชู้สาว แต่เป็นเพราะความน่ารักและความนอบน้อมของเธอซะมากกว่า 

“อยากโดนเตี่ยด่า ก็เอา” หินขู่เก่งที่หลังจากที่หินไม่ใจอ่อนก็เดินฟึดฟัดไปยังโซนก๊อกน้ำเพื่อล้างมือ ในส่วนของหินก็ซ่อมรถต่อพลางนึกไปถึงเจ้าของรถบีเอ็มสุดหรู พอนึกไปถึงใบหน้าสวยหวาน รอยยิ้มสดใสก็ทำให้เขาต้องสะบัดความคิดนั่นออกไป  

จะไปนึกถึงเธอทำไมกัน? ไร้สาระชะมัดเลย... อชิระ 

มาแล้วค่า INTRO แรกของ ASHIRA รักเปลี่ยนแปลง 

ลงเต็มตอนครบแล้วนะคะ บอกเลยว่าให้เตรียมสงสารพี่หินไว้ล่วงหน้าค่ะ 

ว่าแต่ที่เมฆพูดว่าจะพาแฟนมานี่ใครกันน้า? รอติดตามได้เลย 

ไรท์รับประกันความฟินพี่หินกับเจ้าเอยเลยค่ะ >< 

ฝากคอมเมนต์ให้กำลังใจกันนะคะ ไรท์จะเริ่มทยอยลงทุกวันจ้าแต่ละ % เนาะ 

ใครชื่นชอบโปรดติดตามไว้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว