ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คำสัญญา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 136.4k

ความคิดเห็น : 167

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2564 05:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คำสัญญา
แบบอักษร

 

 

 

ตอนที่ 13 

คำสัญญา 

[Vee Vivis] 

 

 

 

ผมปล่อยให้มาร์คขึ้นไปที่ห้องก่อน ส่วนตัวเองอยู่ส่งพ่อกับแม่เข้านอนเป็นเพื่อนไอ้ยู เมื่อก่อนพวกผมไม่ค่อยใส่ใจเรื่องแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมเริ่มคิดได้มากขึ้น ต้องแสดงออกว่ารัก ต้องขอบคุณให้บ่อย และทำผิดให้น้อยลง ไอ้ยูมันไม่เท่าไหร่หรอก มันยังวนๆ เวียนๆ อยู่บ้านแบบไม่มีที่ไป ส่วนผมต้องไปไกลพ่อไกลแม่ พวกท่านคงคิดถึงมาก

“เออวี เรื่องหนูพลอย มึงเคลียร์ชัดเจนแล้วใช่ไหม?” พ่อหันมาถามผม

“ชัดแล้ว อย่างที่เห็นเลย ต่างคนต่างไป” ผมบอก

“แม่หวังว่าน้องจะเข้าใจด้วยนะลูก” แม่ว่าแล้วลูบหัวผม

“แม่หมายถึงไอ้มาร์คเหรอ?”

“ใช่น่ะสิ น้องพูดเหมือนเข้าใจก็จริง แต่น้องอาจจะคิดมากก็ได้” แม่ว่า

“มึงอะ คิดเยอะๆ หน่อย อย่าทำตัวโง่ได้ไหม?” ผมหันไปตวัดสายตาใส่ไอ้ยู ได้ทีนี่ทับถมผมใหญ่เลยนะ

“พี่มันพูดให้มึงได้คิด” พ่อบอก

“คิดสิ ผมคิด”

“คิดได้ไหมล่ะ?”

“อ้าวยู คิดได้สิวะ”

“ถ้าคิดได้มึงไปคุยกับมาร์คแล้ว ไม่มาต่อปากต่อคำไอ้ยูแบบนี้หรอก” พ่อบอก ผมเลยเลิกคิ้วขึ้น

“ไปเถอะลูก แล้วเรื่องงานก็บอกน้องดีๆ ด้วย” แม่ว่า

“ครับ ฝันดีนะครับคนสวย”

“เมียกู” พ่อบอกแล้วเอาแขนมากันไว้ก่อนที่ผมจะได้กอดและหอมแม่อีกครั้ง

“เฮ้อ~ บายพ่อ นอนนะ” ผมบอกแล้วโบกมือให้พ่อ ล้มเลิกความตั้งใจที่จะกอดแม่อีกครั้งแล้วเดินเข้าห้องตัวเอง

ผมคุยกับทุกคนไว้ว่าจะไปทำงานหลังปีใหม่ ตกลงวันกับทางนั้นเขาไว้แล้ว ไปคุยมันก็ดี น่าลอง น่าทำ และงานก็น่าค้นหา ท้าทายไปอีกแบบ ผมบอกพ่อกับมาไว้แล้ว ทุกคนรู้เรื่องแล้ว เหลือแค่คนนอนอยู่ในห้องนั่นแหละ มันรู้ว่าผมจะไปทำงานที่นี่แล้ว แค่ผมยังไม่ได้บอกว่าวันไหนก็เท่านั้นเอง

“มาแล้วเหรอ?” มาร์คถาม มันอยู่ในชุดนอนของผมแบบพร้อมนอนมากๆ แล้ว ส่วนผมก็พยักหน้าแล้วเดินไปหามัน

“ไม่มาจะเห็นกูไหม?” ผมว่า เดินเข้าไปวางชุดครุยที่ใส่มาทั้งวัน ถอดราชประแตนออกแต่มันดูยากเหลือเกิน

“มานี่” มาร์คว่าแล้วขยับเข้ามาช่วยปลดกระดุมคอให้

“แน่น” ผมว่าแล้วขยับคอช่วยมันอีกแรง

“พี่อ้วนขึ้นป้ะเนี่ย”

“…จริงเหรอ?” ผมค้างไปสักพักแล้วถามมันอย่างจริงจัง

“เหมือนจะอะ” มาร์คบอกแล้วค่อยปลดกระดุมออก ผมขยับคอแล้วหมุนเล็กน้อย รู้สึกเหมือนหายใจสะดวกขึ้นมาเลยทีเดียว

“กูไปฟิตเนสกับมึงดีไหมวะ” ผมถามออกไป

“ผมเลิกไปตั้งนานแล้ว” มาร์คบอกกลับ

“ก็มึงบอกกูอ้วนขึ้น”

“แต่ผมไม่ได้บอกนี่ว่ามันไม่ดี” มาร์คบอกกลับ

“อืม…กูก็ลืมถามว่ามึงชอบแบบไหน” ผมว่า ขยับเข้าไปหามันจนแทบจะชิดแล้วพยายามมองตามันในระยะห่างที่คับแคบนี้

“บะ แบบพี่นั่นแหละ”

“แบบกู?”

“อือออ”

“แบบไหนวะ”

“แบบไหนก็ได้ แค่เป็นพี่ก็พอ” มันว่าแล้วผลักอกผม ผมเลยหยุดแล้วยิ้มอย่างพอใจ

“อือ คำตอบน่าฟัง” ผมว่าแล้วจูบจมูกมาร์คเบาๆ มันก็ผละตัวออกแล้วหรี่ตามองผม

“ไปอาบน้ำ”

“อาบให้ป้ะ?”

“ไม่ กอดใครมาบ้าง ยืนข้างใครมาบ้างก็ไม่รู้” มันว่า นั่นทำให้ผมคิดได้ทันทีว่ามาร์คหมายถึงใคร

“ไปอาบเดี๋ยวนี้เลยครับ จะไปตอนนี้เลย” ผมว่าแล้วหยิบเอาผ้าเช็ดตัวมาพาดที่ไหล่ เดินเข้าห้องน้ำอย่างไม่อิดออดเพราะมีสายตาดุๆ จากมาร์คที่มองตามหลัง

ผมใช้เวลาทำความสะอาดร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันไม่นานนัก แต่ไอ้สิ่งที่นานคือการเตรียมคำพูดที่จะเอาไปพูดกับคนที่คอยอยู่ข้างนอกต่างหาก ความผิดแรกเรื่องพลอยนี่มันพอปัดๆ ได้ เพราะยังไงผมก็ไม่ได้มีอะไรแล้วจริงๆ ตอนนี้ยิ้มให้เขาได้อย่างสนิทใจและไม่คิดอะไรแล้ว ส่วนเรื่องที่สอง…มันหนักหน่อยเพราะถ้ามาร์คมันโมโหขึ้นมาผมคงไม่รู้จะง้อมันยังไง

“มึง…เสื้อสีน้ำเงินกูอะ หายไปไหนวะ” ผมหันไปถามมัน แล้วคนที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ก็ลุกขึ้นมานั่งมองผมงงๆ

“ผมใส่สีเทาเนี่ย” มันว่าแล้วมองเสื้อตัวเอง

“อ้าว แล้วหายไปไหนวะ ตัวสีน้ำเงินที่มึงใส่คราวที่แล้วอะ”

“ไหน” มาร์คเดินเข้ามาหา แทรกตัวไปที่หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วหาเสื้อตัวที่ผมว่า แต่บอกเลยว่าหาไม่เจอหรอกเพราะผมยัดมันเข้าซอกของตู้เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว

“เจอป้ะ?”

“แป๊บ เหมือนเมื่อกี้เห็นอยู่” มาร์คแล้วขยับเข้าไปหาข้างในตู้ ส่วนผมก็ขยับเข้าไปหามัน 

“มึง…”

“หะ? หืม?” 

“มาร์ค” ผมเรียกแล้วสอดแขนเข้าไปที่เอวของมาร์ค ดึงมันให้ขยับกลับมาหาแต่ไม่ได้หมุนมันมาให้สบตา

“อะไรเนี่ย ไหนบอกให้หาเสื้อไง” แผ่นหลังที่มีผ้าเบาบางปิดอยู่แนบกับแผ่นอกชื้นๆ ของผม ด้านล่างมาร์คเป็นกางเกงขาสั้น ส่วนผมเป็นแค่ผ้าเช็ดตัวพันเอวไว้ก็เท่านั้น

“กูมีเรื่องจะบอก” ผมกระซิบที่ข้างหูมัน

“อื้อ~ ก็บอกเลยสิ” มาร์คว่า เสียงมันสั่นกว่าปกติ แล้วผมก็รู้ว่าการที่ผมกอดมันจากด้านหลังแบบนี้ทำให้มันชอบ มาร์คมันชอบการกอดแบบนี้ถึงมันจะไม่เคยบอกผมสักครั้งแต่ผมรู้

“จะบอกอยู่” ผมว่าแล้วกดจูบลงที่ซอกคอของมาร์ค

“อื้อ! ไม่ได้…” มันบอกเสียงแหบๆ พยายามจะขยับออกห่างแต่ผมก็กอดเอวไว้ไม่ให้ออกไปไหนได้ ปากผมก็ขบๆ เม้มๆ ไปตามลำคอขาวๆ ของมาร์ค มันลื่น มันละมุน มันหอมจนผมไม่อยากปล่อยเลยสักนิด

“ไม่ได้อะไร รางวัลกูนะ” ผมบอก พาดพิงไปถึงเรื่องที่เคยขอมันไว้แล้วกดจูบลงไปหนักๆ

“อะ อือ…บอก”

“อืม…หืม?”

“จะบอกอะไร”

“ขอรางวัลก่อน” ผมต่อรอง แล้วค่อยหมุนมาร์คกลับมามองหน้าผม

“พี่วี~” มาร์คมันอ้อน เหมือนจะอ้อนให้ผมบอกเรื่องสำคัญที่ว่านั่นก่อน แต่ไม่ได้หรอก มาเห็นหน้าอ้อนๆ แบบนี้ยิ่งทำใจบอกไม่ได้หรอก

“พี่วีขอรางวัลก่อน” ผมบอก แล้วมาร์คมันก็ถอนหายใจออกมา เหมือนจะไม่ชอบใจแต่คนที่ตัวเล็กกว่าก็เดินเข้ามาหาผม

“อืมมม”

“อะ อือ…” การจูบที่ผมไม่ได้ตั้งตัวเกิดขึ้นเพราะมาร์ค มาร์คเป็นคนเดินเข้ามาแล้วประกบปากเข้ามาหาผม คนตัวเล็กกว่าเขย่งเล็กน้อยแต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะผมเองก็ก้มลงไปหามัน แล้วโอบเอวมันไว้เหมือนทุกครั้งที่เราจูบกัน เพียงแต่ครั้งนี้มาร์คเริ่มก่อน และการที่มาร์คเริ่มก่อมันเป็นอะไรที่ดีต่อใจผมสุดๆ

“พะ พอ…” มาร์คว่าหลังจากผละออก แต่มันไม่ได้ ผมกระตุกยิ้มก่อนจะประกบปากลงไปอีกครั้ง

“อืม”

“อื้อ!” ครั้งนี้ผมเอาจริง

ผมจูบจริงๆ แบบที่ไม่ใช่แค่ขยับเข้ามาหาแล้วบดปากกันไปมาแบบเมื่อกี้ ผมกดปากเข้าหาคนที่อายุน้อยกว่า ซึ่งเด็กมันเองก็ไม่ได้ถอยออกหรือไม่ได้ยอมแพ้ มาร์คเองก็จูบตอบผม แล้วก็เป็นมาร์คเองนั่นแหละที่กำลังเชื้อเชิญให้ผมเข้าไปลิ้มลองความหวานที่มากกว่าริมฝีปาก

“อือ”

“อ่า…” ปากสวยเผยอออกแล้วผมเองก็ค่อยๆ แทรกลิ้นเข้าไป ทันทีที่ปลายลิ้นสัมผัสกันมาร์คมันก็เกี่ยวลิ้นหยอกเย้ากับลิ้นของผม ปากของเราบดเบียดกันมากขึ้นเพื่อให้ได้สัมผัสความหวาบหวามที่อยู่ในโพรงปากได้มากขึ้น ผมไม่ได้ทำเพราะอยากได้ ใช่แค่ตะกละแล้วอยากได้น้อง แต่ผมทำก็เพราะอยากให้น้องมีความสุขด้วย ไม่ใช่แค่จังหวะหรือความต้องการของผม มันเป็นช่วงเวลาและจังหวะของเรา

“บอก” มาร์คว่าเสียงเข้มแต่ผมก็ยังส่ายหน้าไปมา

“อือ” ผมขยับเข้าไปซุกซอกคอของมาร์คอีกครั้ง จูบไปจูบมาจนมันเชิดหน้าขึ้นด้านบนเพื่อให้ผมได้จูบถนัดขึ้น 

“อะ” แผ่นหลังสวยชิดกับผนังตู้เสื้อผ้า หน้าหล่อนั่นก้มลงมามองผมนิดหน่อย แล้วผมเองก็เพลิดเพลินไปกับการขบเม้มซอกคอ และบีบเนื้อนุ่มๆ ของมาร์ค

“อื้อ~ พี่วี”

“อืม…อะ”

ปึก!

“หึ!”

“มาร์ค!” กลายเป็นผมที่ตกใจเมื่อมาร์คมันพลิกตัวผมให้ไปชิดตู้เสื้อผ้าแทน แผ่นหลังแนบกับตู้ไม้อย่างแนบชิดแน่นอนเพราะผมรู้สึกถึงความเย็นของมัน แล้วผมก็เรียกชื่อมันออกมาดังๆ อีกทีเมื่อมันก้มลงมาหาผม

“อืมมม”

“อื้อ!” ปากสวยกดเข้าที่หน้าอก มันขบเม้มแบบเดียวที่ผมทำ นั่นทำให้ผมรู้อีกครั้งว่าการที่เล่นกับเนื้อตรงนี้มันรู้สึกดีแค่นั้น และมาร์คก็ทวนความจำผมอีกครั้งว่าการเล่นกับเม็ดสวยๆ บนหน้าอกนั่นมันทำให้รู้สึกเสียวเพียงใด

“อืม จุ๊บ!”

“อ่า มาร์ค” และมันเป็นผมที่กำลังครางเสียงหลง เพราะไม่ใช่แค่ปากของมาร์คที่ครอบครองหน้าอกผมอยู่ แต่มือซนๆ ของมันก็เลื่อนลงไปกระตุกผ้าเช็ดตัวของผม ปัดป่ายแล้วกำตัวตนของผมไว้หลวมๆ ให้ผมได้รู้สึกถึงความอุ่นร้อนของมือมัน และมันเป็นผมเองที่อยากสัมผัสกับความอุ่นร้อนนั้นให้มากกว่านี้

“บอกได้ยัง” มาร์คว่า ตาสวยช้อนมองผมกึ่งอ้อนวอนกึ่งบังคับ เป็นสายตาที่ผมอาจจะไม่เคยเห็นหรือเห็นแต่น้อยมาก เพราะสายตาแบบนี้ของมาร์คทำให้ใจผมเต้นแรง 

“บะ บอกครับ” ผมว่า เรื่องที่จะบอก คำพูดที่เตรียมไว้ตอนนี้หายไปจากสมองหมดแล้ว รับรู้ได้แค่หัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำกับจังหวะช้าๆ ของมือมาร์คที่ขยับให้ผมอยู่ตอนนี้

“พี่วี…”

“อื้อออ มาร์คคค มากกว่านี้” ผมเอ่ยขอ แต่มันก็ไม่ได้สนใจหรือเห็นใจเลยสักนิด ปากสวยยังส่งยิ้มให้ผมแบบเดิม แล้วมือมันก็ยังขยับเบา เหมือนเดิม ถ้าไม่ติดว่าช้ากว่าเดิมอะนะ

“มากกว่าไหนเหรอ” ปากสวยเอ่ยถาม มุมปากถูกขบน้อยๆ ให้ผมรับรู้ถึงความเซ็กซี่ที่มีมากเกินคำว่ามากของเมียตัวเอง

“มาร์คครับบบ”

“พูด!”

“อื้อ…” ผมแทบทรุดเมื่อนิ้วเรียวนั้นเข้าที่ส่วนปลาย มันเพียงแค่ไล้ผ่านเบาๆ แล้วกดลงเล็กน้อยแต่นั่นกลับทำให้ผมแทบทรุด

“พูดครับ”

“พี่…กู…จะไปทำงาน”

“รู้แล้ว…”

“หละ…หลังปีใหม่” ผมกลั้นใจพูดออกไปแล้วสิ่งที่ผมได้กลับมาคือความเงียบ

“…” มาร์คปล่อยมือจากตัวผมที่กำลังแข็งอย่างเต็มที่ มืออีกข้างที่วอแวกับหน้าอกเลื่อนลงไปแนบลำตัวของมาร์ค ตาสวยที่มองอย่างยั่วยวนเมื่อกี้เปลี่ยนเป็นโมโหอยู่ชั่วครู่ ก่อนมันจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่ผมมองแล้วแปลไม่ออก 

“มาร์ค…อื้อ!” มองไม่ออก แต่เข้าใจแล้ว

“อืม จุ๊บ! จ๊วบ!” เข้าใจเมื่อคนตัวเล็กกว่าคุกเข่าลงไปแล้วครอบปากเข้ากับส่วนนั้นของผม เข้าใจเมื่อมันไม่ได้ค่อยๆ ไล่เลียงหรือละเลงเบาๆ มันดูดดุนและขบเม้ม ตวัดลิ้นเลียจนผมแทบจะขาดใจ นั่นมันทำให้ผมรู้ รู้ว่ามาร์คกำลังจะลงโทษผม

รางวัลเรียนจบเหรอ?

ไม่ตายคาอกมาร์ควันนี้ค่อยว่ากันอีกทีนะ

“มาร์ค เบา มาร์ค…” ผมพยายามขยับห่างแต่มันทำไม่ได้ เอวผมมันอยากขยับเข้าหาปากของมาร์คมันตลอดเลย แล้วมือผมที่น่าจะผลัมาร์คออกกลับดึงคอมันเข้ามาหาทุกจังหวะที่มันกดปากเข้ามา

“อือ…อืมมม อ่อก…”

“อือออ อ่า…” ผมปล่อยมันออกมาเพียงแค่มาร์คมันปาดลิ้นลงที่ส่วนปลาย แต่แทนที่จะปล่อยออกมานอกปากน้องกลับเผลอกดตัวเองเข้าไปในความอุ่นร้อนนั้น

“อืม” มาร์คขยับออกห่างจากผม มันนั่งลงกับพื้นหน้าตู้เสื้อผ้า ตาสวยช้อนมองผม แล้วการช้อนมองเหมือนโกระแบบนั้น โดยที่มุมปากยังติดคราบขาวๆ ของผมอยู่แบบนี้

“เด็กเหี้ย” ผมดุมันเบาๆ ยื่นมือไปเช็ดคราบน้ำนั่นออกแต่มาร์คสะบัดหน้าหนีแล้วใช้หลังมือเช็ดออกเอง

“ไม่ต้องมายุ่ง” เวร! ตายแน่ ผมนี่ตายแน่ๆ

“มาร์คครับ ฟังกูก่อน”

“ไม่ฟัง หยุดอยู่ตรงนั้นเลย” มาร์คบอก มือขาวโยนผ้าเช็ดตัวมาให้ผม แต่ผมก็แค่รับมันมาถือไว้ ขาที่จะเคยจิกอยู่กับพื้นกำลังเดินตามเมียไปที่เตียง ก็ถ้าหยุดตามที่มันพูดจริงๆ ผมคงใจขาดตายอยู่ตรงนี้ ทั้งโดนโกรธ แถมยังโดนทำโทษโดยการยั่วแล้วไม่…ทำอะไรผมต่อมากกว่านี้อีก 

“กูตั้งใจจะบอกมึงวันนี้ คือ…ขอโทษแหละ แต่ไม่รู้จะบอกยังไง” ผมบอกทั้งๆ ที่ยังยืนอยู่ปลายเตียง มองมาร์คที่ยังตวัดสายตามาหาเพื่อบ่งบอกว่างอนผม งอนแบบมากๆ เลยแหละ เพราะขนาดผมยืนเปลือยอยู่ตรงหน้ามันยังไม่มีเวลาเขินเลย

“แล้วเมื่อกี้บอกยังไง” มันว่า

“มึง...บังคับ”

“แล้วอีกเดือนเดียว พี่จะไม่ให้ผมทำใจหน่อยหรือไงวะ” มันว่า

“อื้อ กูขอโทษ ขอโทษครับ” ผมว่าอะไรไม่ได้นอกจากคำว่าขอโทษ ทำอะไรไม่ได้นอกจากทรุดลงที่เตียงแล้วดึงแขนมันเข้ามาหา ไม่กล้ากอด ไม่กล้าจูบ กลัวโดนทำโทษมากกว่านี้

“พี่แม่ง…” มาร์คว่าออกมา ตาสวยตวัดมองผมแล้วผมก็ทำได้แค่สำนึกผิด

“มึงก็ไปหากู…”

“ไม่เกี่ยว มันเกี่ยวตรงก่อนไปนี่” มันว่าออกมาให้ผมได้หุบปากฉับ 

“กู…”

“อยู่เฉยๆ จนกว่าผมจะอนุญาต” มาร์คว่า มือขาวผลักผมให้นั่งขัดสมาธิอยู่กับเตียง แล้วไอ้เวรเอ๊ย! มันขึ้นมานั่งคร่อมผม

“มะ…มาร์ค กูว่า…”

“หุบปาก”

“อือออ” มันจะหุบปากได้ยังไงวะ ในเมื่อก้นนุ่มๆ นี่กำลังเบียดลงมา เบียดลงมาเป็นจังหวะที่ผมแทบจะขาดใจ

“อืม…อะ” มาร์คหยุดไปสักพัก แล้วผมเลยลืมตามอง 

ซึ่งการลืมตามองมาร์คตอนทำรักกับผมมันเป็นอะไรที่ผิดพลาดต่อจิตใจมากที่สุด เหมือนสวรรค์อยู่ตรงหน้าแต่นรกก็กระชากผมกลับหลุม คนตัวขาวกำลังถอดกางเกงขาสั้นนั้นออก มาร์คยืนอยู่บนเตียง ตรงหน้าผม และกำลังก้มปลดกางเกงออกจากปลายเท่า ต่อหน้าต่อตาผม

“มึง…”

“หึ!”

“อะ อือ อื้มมม”

“อืมมม”

แล้วการบดเบียดและเสียดสีของเนื้อหนังเราก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เป็นผมที่นั่งอยู่ที่เดิม จากขัดสมาธิเป็นแยกขาออกเล็กน้อยเพื่อรองรับคนที่กำลังบดตัวเองลงกับตัวผม แขนผมเท้ากับเตียงทั้งสองข้าง ไม่ใช่ว่าตั้งใจเท้าแต่สายตาเมียมันบอกให้ผมทำแบบนี้ อยากยกมือไปจับไปบีบแทบตายแต่โดนสายตาของมาร์คคาดโทษไว้ แล้วที่มากไปกว่านั้น ตอนที่มันกำลังเบียดเสียดสีผมอยู่ สายตายั่วๆ นั่นไม่ได้ละจากตาผมไปไหน

“มะ มาร์ค กู…จะตาย” จะตายจริงๆ มากกว่านี้อีกนิดหนึ่งใจผมระเบิดแน่

“หึ!” แค่เสียงหัวเราะในลำคอ กับสายตาพออกพอใจเท่านั้น ไม่มีการอนุญาตหรืออะไรอย่างอื่นทั้งนั้น

“มาร์ค ขอร้องงง” ผมอ้อนวอนมันอีกครั้ง แต่มาร์คยังทำหน้าตาลอยไปลอยมา

“อืม…”

“อื้อ! ไอ้…”

“อะ…” ทั้งผมทั้งมันต่างก็ต้องครางออกมาทั้งคู่ แต่เป็นผมที่ติดจะดุมันหน่อย เพราะยังไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรทั้งนั้น แค่บดๆ เบียดๆ จนผมเกือบเสร็จแล้วมันก็ขยับเล็กน้อย ก่อนจะกดตัวเองเข้าหาผม 

“อื้อออ”

“อืมมม” ความอ่อนนุ่มกลืนกินผม และผมกำลังมองมัน ไล่ขึ้นมาที่กล้ามหน้าท้องที่เกร็งจนขึ้นลูกของมาร์ค คอที่ขึ้นเส้นสวย แล้วก็หน้าหล่อๆ ที่เชิดเล็กน้อยเพื่อสูดเอาอากาศ มาร์ควาดแขนมาโอบรอบคอผมแล้วลูบไปมาก่อนจะสอดเข้าไปในผมของผมแล้วทึ้งมันแรงๆ ตอนที่กดตัวเองเข้ามาได้จนสุด

“มาร์ค…”

“อื้อ!”

“ใจเย็น อื้อ!”

“อื้ม! อื้อ!”

“ที่รัก ใจเย็น กูเป็นของมึงมาร์ค”

“หุบปากไปเลย” หมดสิทธิ์ต่อรองทุกรูปแบบ 

ผมได้แต่เท้าแขนกับเตียงเพื่อรองรับจังหวะที่มาร์คมอบให้ ถ้าปล่อยแขนตัวเองตอนนี้คือผมต้องล้มลงไปที่เตียงแน่ๆ แล้วแบบนั้นมันต้องแย่แน่ๆ เพราะมาร์คไม่ได้สั่งให้นอน เมียกำลังชอบแบบนี้ก็ปล่อยไปแบบนี้ก่อน แม้ว่ามันจะรุนแรงเข้มข้นจนแทบจะขาดใจตายคาอกเมียตรงนี้ก็ตาม

“มาร์ค อื้อ”

“อืมมม”

“อ่า อื้ม!” ผมแอบขยับสะโพกแล้วมาร์ครู้ มันตวัดสายตามามองผมแล้วดุผ่านสายตานั้น มือที่กำผมอยู่ก็ทึ้งจนผมแทบจะหน้าแหงน

“บอกให้นิ่ง อื้อ! อ้า!”

“ครับ อื้อ” แล้วมานั่งบด นั่งเบียด นั่งครางแบบนี้ใครมันจะไปนิ่งไหววะ ปากว่าครับแต่ใจนี่ขยับเป็นจังหวะแล้ว

“พี่แม่ง…ใจร้าย” มาร์คมันตัดพ้อออกมา 

“อื้อ! คนดี ขอจูบ พี่ขอจูบ” ผมเอ่ยขอแล้วขยับหน้าเข้าไปหามัน มาร์คมันก็เหมือนจะไม่ยอมแต่สุดท้ายมือที่ขยำหัวผมอยู่ก็ค่อยๆ ลดลงมาที่คอ ดึงเอาคอผมเข้าไปหาแล้วบดปากลงมาหาผม

“อือ”

“อืมมม” จังหวะที่เคยเร็ว ร้อนแรง กลับเป็นเป็นเนิบช้าและหนักหน่วง 

มาร์คค่อยๆ ขยับเอว แล้วปล่อยให้ผมเป็นคนที่ค่อยๆ ขยับปาก เราค่อยๆ ป้อนจูบแล้วค่อยๆ ถ่ายทอดความรักให้กัน ไม่ใช่ว่ามีความโกรธแค้น แล้วตอนนี้มาร์คไม่ได้อยากเอาคืน มันแค่อยากย้ำ อยากย้ำกับผมว่าผมเป็นของใคร เหมือนกับผมที่ป้อนจูบให้มาร์คเพื่อย้ำกลับไปว่าผมเป็นของมัน เป็นเหมือนเดิมเพราะจูบแบบเดิม เพียงแต่ความรู้สึกมันมากขึ้น มากขึ้นกว่าเดิมมากๆ เพราะเรากำลังคิดถึงวันที่เราจะห่างกัน

“พี่วี…อื้อ อื้ม!”

“อือ อะ…มาร์ค” ผมปล่อยออกมาพร้อมๆ กับที่มาร์คปลดปล่อย มาร์คขยับเน้นหนักๆ อีกสองสามครั้งและนั่นแทบทำให้ผมหัวใจวาย ยิ่งตอนที่มันขยับลุก ผมยิ่งรู้สึกดี เหมือนลอยขึ้นไปบนสวรรค์แล้วค่อยๆ ลอยลงมา 

“อะ อื้อออ”

“อื้มมม” ผมตามไปจูบมาร์ค จูบคนที่นั่งหอบอยู่ตรงหน้าผม ไม่ได้อยากทรมานน้องแต่ตอนนี้มันต้องจูบจริงๆ นอกจากมาร์คจะเซ็กซี่มากๆ แล้ว เซ็กที่เราทำเมื่อกี้ผมอยากบตอกย้ำมัน ว่าไม่ใช่แค่ผมที่เป็นของมาร์ค แต่มาร์คเองก็เป็นของผม แค่ของผมเท่านั้น

“พี่ พี่วี…” 

“ขอโทษที่บอกช้า ขอโทษครับ” ผมบอกแล้วหอมแก้มมาร์คเบาๆ 

“ไม่โกรธแล้ว” คนตัวขาวว่า 

“กู…ผิดจริงๆ นี่” ผมบอก

“อือ”

“แต่เมื่อกี้มึงก็ทำโทษกูเกินไป”

“ตรงไหน?”

“กูเกือบหัวใจวายตายนะมาร์ค” ผมว่าตามตรง แล้วเหมือนว่าคนตรงหน้าเพิ่งคิดได้เพราะมันกำลังหน้าแดง

“พอ…เลย”

“หึ! ฟอด~” ผมหอมแก้มมาร์คแรงๆ อีกครั้งแล้วนั่งมองหน้ามันอยู่อย่างนี้

สบตาเพื่อบอกว่าผมเป็นของมัน สบตาเพื่อบอกว่าอดีตของผมไม่สามารถทำอะไรมันได้ ผมจะปกป้องมันจากอดีตที่เคยทำร้ายมัน แล้วอนาคตของผมก็คือของมาร์ค ของมาร์คคนเดียวเท่านั้น เพราะมาร์คผมถึงมีความตั้งใจจะไปทำอะไรแบบนั้น เพราะมาร์คทำให้ผมอยากได้อะไรที่มากกว่านี้ มากกว่านี้เพื่อที่จะดูแลมันให้ดีกว่านี้ให้ได้

“ผมรักพี่” มาร์คบอก มันบอกคำว่ารักออกมาท่ามกลางความเงียบของเรา เสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ทำงานแข่งกับเสียงหัวใจของผม ซึ่งมันเลวร้ายเหลือเกินเพราะหัวใจของผมเต้นแรงกว่าแอร์เย็นๆ นี่

“พี่ก็รัก รักมาร์คมากๆ” ผมบอกแล้วขยับเข้าหามาร์คอีกครั้ง

เราจูบกันอีกที แนบปากจนชิดแทบไม่มีช่องว่าง แนบไว้อย่างนั้นนานให้พอที่จะฟังเสียงหัวใจของเราสองคนตอนนี้ ขยับปากช้าๆ เพื่อบดจูบริมฝีปากของกันและกัน ส่งความหวานแทนคำพูดหลายร้อยหลายพันคำที่อยู่ในใจของเรา ไม่บ่อยที่เราจะพูดกันในเรื่องของความรู้สึก เพราะเราสองคนใช้การกระทำบอกแทนแทบทั้งหมด

“อื้ออออ”

“อืมมม” ผมจูบแล้วจูบอีก จูบตอนที่แผ่นหลังของมาร์คแนบกับเตียง ตามไปจูบจนมาร์คแทบจมไปกับเตียง มาร์คเองก็ไม่ได้ปล่อยผมออกไปไหน แม้ว่าเสื้อนอนสีเทาของมันจะยับยู่ยี่มันก็ไม่สนใจ ถ้าถอดทิ้งได้ตรงนี้คงถอดไปแล้ว

“พี่วี…”

“ครับผม”

“อีกรอบได้ไหม?”

“ได้อยู่แล้วครับ”

 

 

#กลรักรุ่นพี่2 

19/10/2020 

รับบทนางรักแม่หนึ่ง และรับบทนางรักเมียอีกหนึ่ง เชื่อฟังแม่แล้วหนึ่ง และเชื่อฟังเมียอีกหนึ่ง สั่งหยุดคือหยุด สั่งนิ่งคือนิ่ง ขออีกคือให้ อะไรมันจะขนาดนั้น ทั้งหมดที่พี่มันแสดงนอกจากจะรู้สึกผิดแล้วก็คงอยากจะย้ำกับน้องแหละว่าตัวเองคือของน้อง ไม่ว่าจะเรื่องพลอย หรือเรื่องไปทำงานมันก็งั้นๆ แค่นั้นแหละ เพราะน้องสำคัญที่สุด ส่วนน้องก็คือทวงจ้าแม่ ทวงคืนพี่วีและตีตราจอง ใช้ค่ะมาร์ค เราจะรับรู้โดยทั่วกันว่าวี วิวิศน์เป็นของนาย จะไม่มีใครได้วี วิวิศน์ไปแน่นอน เชื่อเรานะ

Tweeter : @pflhzt 

Facebook : faddist 

หมายเหตุ ช่วงนี้ทวีตเตอร์ของแป้งนำเสนอเรื่องการเมืองเยอะมาก หากไม่สะดวกติดตามอย่าเพิ่งติดตามก็ได้นะคะ รักคนอ่านและขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว