ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 13 : คำเตือนจากเพื่อนสนิท

ชื่อตอน : Chapter 13 : คำเตือนจากเพื่อนสนิท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 542

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2563 19:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 13 : คำเตือนจากเพื่อนสนิท
แบบอักษร

หลังจากช่วงบ่ายจนมาถึงช่วงเย็นที่ใกล้เวลาจะเลิกงาน เต้ไม่ได้พูดคุยกับพี่ไทม์อีกเลยตั้งแต่ที่เขาตัดสินใจทิ้งถุงไส้กรอกและน้ำผลไม้ที่ซื้อมาลงในถังขยะในห้องน้ำชาย พี่ไทม์เองก็ไม่ได้เดินมาพูดคุยกับเขาหรือพนักงานคนอื่นๆ ในแผนกเหมือนกัน พี่ไทม์นั้นดูวุ่นๆ แบบนี้มาสองวันแล้ว ซึ่งไม่นานนักเสียงกระดิ่งของเวลาเลิกงานก็ดังขึ้น ทำให้เขาตัดสินใจเลิกงานและกลับบ้านในทันทีโดยไม่ได้เอ่ยปากลาพี่ไทม์สักคำ

เต้เดินเข้ามายังรถไฟใต้ดินที่ตอนนี้แน่นเอี๊ยดไปด้วยผู้คนที่เพิ่งเลิกงานเหมือนๆ กัน ด้านในของรถไฟนั้นแทบไม่เหลือที่นั่งให้เขาได้นั่งเลย มีเพียงที่ยืนเล็กๆ ที่พอให้เขาได้แทรกตัวเข้าไปยืนได้บ้างแค่นั้น

เต้ยืนมองกระจกบริเวณประตูของรถไฟใต้ดินที่กำลังสะท้อนใบหน้าของเขาเอง เขารู้สึกตัวว่าใบหน้าของเขานั้นดูเศร้าหมองอย่างมาก ไม่ยิ้มแย้มและไม่ร่าเริงเลย สมองของเขาตอนนี้มีแต่เรื่องของพี่ไทม์ เขารู้สึกน้อยใจและอกหักกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสองวันนี้ รวมถึงความรู้สึกผิดเล็กๆ ที่ไม่ได้โทรปลุกพี่ไทม์จนดูเหมือนพี่ไทม์จะโกรธเขาเลย

"นี่เราควรรู้สึกยังไงกันแน่"

เต้พึมพำกับตัวเองพลางค่อยๆ หลับตาลงท่ามกลางเสียงผู้คนที่พูดคุยกันอย่างจอแจในรถไฟใต้ดินนั้น

 

꧁⊱ ⊰꧂

 

ในคืนนั้นเกือบจะห้าทุ่ม ไฟที่หัวเตียงนอนของเต้ยังคงเปิดสว่าง เขานั้นยังคงนอนไม่หลับ เขารู้สึกผิดที่ไม่ยอมโทรปลุกพี่ไทม์ในเช้าวันนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกน้อยใจและรู้สึกอกหักกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่ควรผิดคำสัญญาที่มีให้กับพี่ไทม์เลย เพราะพี่ไทม์นั้นไม่รู้เรื่องกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เต้ค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนที่วางอยู่ข้างๆ หมอนขึ้นมาเลื่อนหาเบอร์โทรศัพท์ของพี่ไทม์เพื่อจะโทรไปขอโทษ แต่นาฬิกาที่แสดงอยู่บนหน้าจอว่าห้าทุ่มนั้น ทำให้เขารู้ตัวว่ามันดึกเกินไปที่จะโทรไปรบกวนพี่ไทม์ ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไม่โทรและเลื่อนหน้าจอหนี จนมันเลื่อนมาถึงเบอร์ของติน เพื่อนสนิทที่สุดของเขาที่พึ่งทะเลาะกันเมื่อวาน

 

คนนี้เราก็ต้องขอโทษนะ

 

เต้พึมพำกับตัวเองด้วยความรู้สึกผิดเช่นกัน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจโทรหาตินแทน ซึ่งไม่นานนักเสียงปลายสายก็รับ

"ฮัลโหล" เสียงของตินดูแข็งๆ เหมือนไม่ค่อยรับแขก

"นี่มึงทำอะไรอยู่วะ" เต้เอ่ยถามเบาๆ

"กูกำลังจะนอน มึงมีอะไร" น้ำเสียงของตินยังดูไม่รับแขกเหมือนเดิม ทำให้เต้เริ่มรู้ตัวว่าตินน่าจะยังโกรธเขาอยู่

"กูจะโทรมาขอโทษมึงอะ กับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน กูอารมณ์ร้อนไปหน่อย ขอโทษนะ" เต้เริ่มเอ่ยปากขอโทษด้วยความรู้สึกผิดพร้อมกับความคาดหวังว่าตินจะให้อภัยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ก่อนที่เสียงลมหายใจของตินจะกระแทกเบาๆ ในสาย

"มึงรู้ตัวด้วยเหรอ ว่ามึงอารมณ์ร้อนน่ะ" ตินแอบประชด

"รู้ดิ กูเลยโทรมาขอโทษมึงอยู่นี่ไง ยกโทษให้กูได้ไหม"

"แล้วถ้ากูบอกว่าไม่ล่ะ!"

คำตอบของตินทำเอาเต้ชะงัก ตินไม่เคยพูดแบบนี้กับเขามาก่อน

"ทำไมอะ กูขอโทษ กูผิดไปแล้วจริงๆ ต่อไปนี้กูสัญญาว่า..." เต้กำลังจะเอ่ยปากสัญญาว่าจะไม่อารมณ์ร้อนใส่ตินอีก แต่ตินกลับเอ่ยสวนขึ้นมาทันที

"มึงไม่ต้องสัญญาอะไรหรอกไอ้เต้ สัญญาไปมึงก็ทำอยู่ดี"

ตินเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาเต้พูดไม่ออกพร้อมกับรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปเมื่อวาน

"เฮ้ยมึง! กูขอโทษ ขอโทษจริงๆ มึงจะให้กูทำอะไรเป็นการตอบแทนอะ เลี้ยงหนังไหม เลี้ยงข้าวไหม กูเลี้ยงมึงได้นะเว้ย ขออย่างเดียว มึงอย่าโกรธกู และก็ให้อภัยกูนะ สัญญาว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว"

เต้ค่อยๆ ลุกขึ้นมาจากที่นอนเพื่อมานั่งคุยโทรศัพท์กับตินด้วยความรู้สึกแย่กับสิ่งที่เกิดขึ้น ความอารมณ์ร้อนของเขากำลังจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างหายไป แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของเขาเอง

"มึงกล้าให้อภัยพี่แชมป์หรือเปล่าล่ะ ถ้ามึงกล้าให้อภัยพี่แชมป์ กูก็ให้อภัยมึง"

เต้ขมวดคิ้วเล็กๆ ด้วยความงุนงง เขาไม่รู้ว่าตินจะพูดถึงพี่แชมป์ขึ้นมาทำไม

"มันเกี่ยวอะไรกับพี่แชมป์วะ" เต้เอ่ยถาม

"มันอาจจะไม่เกี่ยวโดยตรง แต่กูอยากให้มึงคิดตาม เพราะขนาดมึงเอง มึงเอ่ยปากขอโทษแล้วก็อยากให้คนอื่นเขาให้อภัยมึง แต่คนที่พยายามเอ่ยขอโทษมึงอะ มึงกลับไม่ยอมยกโทษให้ มันย้อนแย้งกันหรือเปล่าวะ" ตินเอ่ยถาม ซึ่งมันก็ทำให้เต้ได้คิดตามในสิ่งที่ตินพูด

"อยากให้คนอื่นให้อภัยตัวเอง มึงก็ต้องให้อภัยคนอื่นด้วย"

"แต่มันคนละกรณีกันเว้ยไอ้ติน มึงไม่เข้าใจหรอก ว่าสิ่งที่พี่แชมป์มันทำกับกูอะ มันเจ็บปวดจนไม่น่าให้อภัยแค่ไหน" เต้พยายามอธิบายเพื่อให้ตินเข้าใจ

"แล้วที่มึงอารมณ์ร้อนอะ! มึงไม่คิดว่าสิ่งที่มึงทำจะร้ายแรงบ้างเหรอ คำพูดของคนน่ะ มันสามารถทำลายมิตรภาพและก็ความรู้สึกดีๆ ที่คนหนึ่งมีให้เลยนะเว้ย" ตินพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนจนทำให้เต้รู้สึกจุกและนึกถึงสิ่งที่เขานั้นทำลงไปกับพี่ไทม์ หลายครั้งที่เขาพูดไม่ดีใส่ รวมถึงวันนี้ที่เขาก็ทำมันลงไปอีกครั้ง

เต้เงียบลงไปในทันที เขารู้สึกพูดไม่ออก เพราะที่ตินพูดออกมานั้น มันก็คือเรื่องจริง

"ครั้งนี้กูยกโทษให้มึงได้นะไอ้เต้ แต่มึงต้องยกโทษให้พี่แชมป์ด้วย กูรับรู้ได้ว่าพี่เขารู้สึกผิดจริงๆ" ตินเอ่ยปากขอ

"แต่กูไม่ได้อยากกลับไปหาเขานะ" เต้ค่อยๆ เอ่ยถึงพี่แชมป์ออกมา

"กูก็ไม่ได้บอกว่ามึงจะต้องกลับไปหาเขา หรือกลับไปรักเขาเหมือนเดิม" ตินเอ่ยสวน "มันก็แค่การยกโทษให้ใครคนหนึ่งเพื่อหลุดพ้นจากบ่วงความรู้สึกผิดก็แค่นั้น และก็เดินหน้ากันต่อไป เพราะกูว่าตอนนี้มึงน่าจะเข้าใจในสิ่งที่กูกำลังพูดมากที่สุดแล้ว"

เต้พยักหน้าเล็กๆ เขาเข้าใจทุกอย่างที่ตินพูดหมดเลย การที่ได้รับการยกโทษจากใครสักคนหนึ่งมันทำให้เขาหลุดพ้นออกจากบ่วงความรู้สึกผิดจริงๆ

"กูเข้าใจแล้วไอ้ติน ขอบคุณมึงนะที่คอยเตือนสติกู"

เต้เอ่ยขอบคุณพลางยิ้มเล็กๆ ด้วยความรู้สึกดีที่มีตินเป็นเพื่อนสนิท ก่อนที่เสียงของตินจะหัวเราะออกมาเบาๆ ผ่านสาย

"มึงถึงต้องมีกูอยู่ข้างๆ ไง"

ประโยคของตินทำเอาเต้อดหัวเราะไม่ได้ ตอนนี้เขารู้สึกอยากจะให้อภัยพี่แชมป์อย่างที่ตินเอ่ยแล้ว

 

꧁⊱ ⊰꧂

 

เช้าวันจันทร์

เต้เดินมาถึงหน้าบริษัทด้วยเวลาเดิมที่เคยมาถึงหลังจากกินข้าวเสร็จ พร้อมกับความรู้สึกผิดจนอยากจะขอโทษพี่ไทม์ที่เมื่อวานเขาพูดอะไรที่ไม่เหมาะสมออกไป

 

'พี่ก็ควรหัดตื่นเองบ้างนะครับ ตั้งนาฬิกาปลุกอะเป็นไหม จะให้ผมโทรปลุกอะไรนักหนา ผมไม่ใช่แฟนพี่นะ'​

 

เต้ค่อยๆ เดินเข้ามายังด้านในของบริษัทที่เวลานี้เริ่มมีพนักงานจากหลายแผนกเริ่มมาถึงที่ทำงานแล้ว ในจังหวะนั้นที่เขากำลังเดินเข้ามาด้านในของบริษัท เขาสังเกตเห็นรถสีดำเงาวับคันหนึ่งที่ลักษณะของรถนั้นดูคุ้นๆ เหมือนเขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อน จอดอยู่ที่ช่องจอดรถด้านข้างของบริษัท

"รถพี่ไทม์เหรอ?"

เต้ยืนพึมพำด้วยความสงสัย พลางมองป้ายทะเบียนรถที่มันก็ดูคลับคล้ายคลับคลา​เหมือนจะเป็นป้ายรถทะเบียนของพี่ไทม์ ก่อนที่เขานั้นจะพลิกนาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลา

"เพิ่งจะเจ็ดโมงครึ่งเองนะ พี่ไทม์จะขับรถมาทำงานเวลานี้เหรอ"

เต้พึมพำด้วยความสงสัย เพราะพี่ไทม์ไม่น่าจะมาถึงที่ทำงานก่อนเขาอย่างแน่นอน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินตรงไปยังลิฟต์ที่กำลังเปิดรอคนอยู่ เพื่อที่จะขึ้นไปทำงาน

ประตูของลิฟต์ค่อยๆ เปิดออกที่ชั้นสามพร้อมกับพนักงานคนอื่นที่ค่อยๆ ทยอยกันเดินออกมาจากลิฟต์เพื่อไปจุดที่ตัวเองต้องทำงาน เต้นั้นก็เดินออกมาจากลิฟต์เพื่อที่จะเดินไปแผนกซิสเต็มส์เพื่อทำงานเหมือนกัน

ซึ่งในจังหวะที่เขากำลังเดินตรงไปยังแผนกนั้น สายตาของเขาก็มองเห็นพี่ไทม์ พี่ชานนท์ และพี่สรรกำลังยืนพูดคุยกันอยู่บริเวณหน้าโต๊ะทำงานของพี่ไทม์ มันทำให้เขาตกใจเพราะพี่ไทม์นั้นมาทำงานเช้าจริงๆ แปลว่ารถสีดำเงาวับคันนั้น ก็น่าจะเป็นรถของพี่ไทม์

เต้เริ่มมองการแต่งตัวของพี่ไทม์ ที่วันนี้พี่ไทม์นั้นดูแต่งตัวไม่คุ้นตา เขานั้นใส่เสื้อผูกเนกไทแถมใส่สูท ไม่เหมือนทุกวันที่พี่ไทม์นั้นแต่งตัวมาทำงาน และก็ยังมีกระเป๋าโน้ตบุ๊กและแฟ้มเอกสารจำนวนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาด้วย เหมือนกำลังจะไปไหน

 

แต่งตัวเหมือนจะไปไหน!

 

ในจังหวะนั้นเองที่เต้กำลังสงสัย พี่ชานนท์ก็ยกมือไหว้พี่ไทม์ ซึ่งพี่ไทม์ก็รับไหว้และพี่ไทม์ก็ไหว้พี่สรรต่อ เหมือนว่าเขาทั้งสามนั้นคุยจบแล้ว และพี่ไทม์ก็กำลังจะไป

ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นเมื่อทุกคนยกมือไหว้กันเสร็จ พี่ไทม์ก็หยิบโน้ตบุ๊กและแฟ้มเอกสารจำนวนหนึ่งที่ถูกจัดเตรียมไว้เดินออกมาจากแผนกที่เต้กำลังจะเดินเข้าไป

ในจังหวะนี้พี่ไทม์กำลังเดินตรงมาหาเต้ที่กำลังยืนรอเพื่อจะถามว่าพี่ไทม์ไปไหน แต่แล้วพี่ไทม์ก็ไม่หยุดเดินเพื่อให้เขาได้เอ่ยถาม มีเพียงสายตาของพี่ไทม์ที่มองมายังเขาและรอยยิ้มเล็กๆ เพียงเท่านั้น ก่อนที่พี่ไทม์จะเดินสวนเขาไปยังลิฟต์ที่กำลังเปิดรอคนอยู่

เต้รีบหันมามองพี่ไทม์ที่กำลังเดินเข้าไปในลิฟต์ด้วยความตกใจ พี่ไทม์นั้นไม่พูดอะไรกับเขาเลยสักคำ เหมือนกับพี่ไทม์ยังโกรธเขาอยู่กับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน

 

นี่มันอะไรเนี่ย?

 

เต้ยังคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินไปหาพี่ชานนท์และพี่สรรที่กำลังยืนพูดคุยกันอยู่ในแผนกในทันที

"พี่ชานนท์สวัสดีครับ พี่สรรสวัสดีครับ พี่ไทม์ไปไหนเหรอครับ เมื่อกี้ผมเห็นพี่ๆ คุยกับพี่ไทม์อยู่ แล้วพี่ไทม์ก็เดินออกไปเลย" เต้เอ่ยถามด้วยความสงสัย

พี่ชานนท์ค่อยๆ หันไปมองพี่สรรด้วยแววตาที่เศร้าๆ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หันกลับมามองที่เต้ ยิ่งทำให้เต้อยากรู้มากขึ้นกว่าเดิมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อเขาได้เห็นแววตาที่ดูเศร้าๆ ของพี่ชานนท์แบบนี้

"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?"

"พี่ไทม์เขาโดนย้ายงานน่ะ ไปประจำที่ชลบุรีแทน"

"ฮะ!" เต้ตกใจอย่างมากเมื่อได้ยินว่าพี่ไทม์โดนย้ายงาน

"ทำไมล่ะครับ ทำไมพี่ไทม์ถึงโดนย้ายงาน เกิดอะไรขึ้นครับ"

พี่ชานนท์มองหน้าพี่สรรอีกครั้งเหมือนเขาทั้งคู่กำลังพูดคุยอะไรบางอย่างผ่านสายตา ก่อนที่เขาจะหันมามองที่เต้อีกครั้ง

"เป็นคำสั่งของคุณนิพลน่ะ เขาน่าจะหาคนใหม่มาแทน"

เต้ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกหวิวๆ ที่หัวใจ เพราะเขาไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากลาหรือขอโทษในสิ่งที่เขาทำลงไปเลย ตอนนี้พี่ไทม์กลับหนีเขาไปซะแล้ว เต้รู้สึกแย่จนไม่อยากทำงานในทันที

พี่ชานนท์ที่กำลังยืนมองเต้ที่กำลังยืนทำใบหน้าที่รู้สึกผิดหวัง ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมา

"พี่ล้อเล่น!"

เต้ค่อยๆ ชะงักด้วยความตกใจพลางมองหน้าพี่ชานนท์ด้วยความงุนงง

"พี่ไทม์เขาไม่ได้โดนย้าย เขาไปดูงานที่ชลบุรีอาทิตย์หนึ่ง"

"เหรอครับ" เต้แอบรู้สึกโล่งอกที่พี่ไทม์นั้นไม่ได้โดนย้าย เป็นเพียงการพูดเล่นของพี่ชานนท์เท่านั้น ก่อนที่พี่ชานนท์จะตบที่ไหล่ของเต้และมองหน้าพี่สรร ที่ดูเหมือนว่าพี่สรรก็เต็มใจที่จะให้พี่ชานนท์แกล้งหยอกเขา

เต้ค่อยๆ กลับมามีสีหน้าที่ยิ้มแย้มอีกครั้งเมื่อรู้ว่าพี่ไทม์ไม่ได้ไปไหน แต่ก็แอบน้อยใจที่พี่ไทม์นั้นจะไป ก็ไม่ได้เอ่ยลาหรือทักทายเขาก่อนไปเลยสักคำ

 

꧁⊱ ⊰꧂

 

กลายเป็นว่ามีผมคนเดียวเลยที่ไม่รู้เรื่องว่าพี่ไทม์จะไปดูงานสัปดาห์นี้

พี่ไทม์นั้นคุยกับพี่ๆ คนอื่นๆ ในแผนกตั้งแต่วันศุกร์แล้ว แต่ผมนั้นกลับบ้านไปก่อน พร้อมกับให้พี่ชานนท์ขึ้นมาเป็นคนดูแลงานพี่ไทม์แทนหนึ่งสัปดาห์

ผมถึงว่าทำไมสัปดาห์ที่แล้วพี่ไทม์ถึงดูยุ่งๆ และมีเรียกพี่ชานนท์ไปคุยเป็นการส่วนตัวด้วย

 

เต้เงยหน้าขึ้นมามองโต๊ะทำงานของพี่ไทม์ที่ตอนนี้มันว่างเปล่า พี่ไทม์ไม่ได้อยู่ที่ออฟฟิศสองวันแล้ว บรรยากาศทุกอย่างนั้นดูเงียบเหงาลงไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีคนเดินมาถามไถ่งาน ไม่มีคนที่ให้เต้ต้องชะเง้อมอง

เต้นั่งคิดถึงเหตุการณ์วันจันทร์ที่ผ่านมาที่เขาได้เจอพี่ไทม์วันสุดท้าย ก่อนที่พี่ไทม์จะเดินผ่านเขาไป พี่ไทม์ไม่ยอมคุยหรือบอกอะไรเขาเลยก่อนจะไป เอาแต่ยิ้มเล็กๆ เท่านั้น

 

หรือพี่ไทม์จะโกรธเรา ที่เรานั้นพูดไม่ดีกับพี่ไทม์ ก็เลยแกล้งเรากลับด้วยวิธีนี้!

มันไม่ตลกเอาซะเลยนะพี่ไทม์

 

เต้รู้สึกโกรธพี่ไทม์ขึ้นมาอีกครั้ง ที่พี่ไทม์นั้นดูให้ความสำคัญของพนักงานไม่เท่ากัน

ในช่วงบ่ายวันนั้น เต้ได้มายืนรองน้ำใส่ขวดที่ห้องบริการของบริษัท โดยในจังหวะที่เขากำลังกดน้ำ สมองของเต้ก็เอาแต่ยืนนึกเรื่องของพี่ไทม์ที่เต้เองเคยพูดไม่ดี จนน้ำที่กำลังรองใส่ขวดนั้นล้นออกมาแบบที่เขาไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่พี่ชานนท์เดินเข้ามาในห้องบริการ และรีบเดินตรงมาปิดน้ำที่กำลังล้นออกมาจากขวดน้ำของเต้ในทันที

"เฮ้ยเต้!" พี่ชานนท์เอ่ยเรียก จนทำให้เต้นั้นได้สติ

"ครับ... พี่ชานนท์"

"เหม่ออะไรเนี่ย น้ำล้นออกมาจากขวดแล้ว"

เต้รีบมองไปที่ขวดน้ำของตัวเองที่ตอนนี้มีแต่น้ำที่ปริ่มอยู่บริเวณปากขวด และก็มีน้ำบางส่วนที่ไหลออกมาจนเปียกพื้นบริเวณที่กดน้ำ ทำให้เต้อุทานออกมาด้วยความตกใจ

"ขอโทษครับ" เต้รีบเอ่ยขอโทษในทันที

พี่ชานนท์ค่อยๆ เดินไปหยิบผ้าที่อยู่บนโต๊ะในห้องบริการมาให้เต้ได้เช็ด

"เป็นอะไรเนี่ย ยืนเหม่ออะไร" พี่ชานนท์ยังคงเอ่ยถามต่อด้วยความอยากรู้

"อ๋อ ผมยืนคิดอะไรเพลินๆ น่ะครับ ก็เลยไม่ทันได้มองว่าน้ำมันเต็มขวดแล้ว" เต้เอ่ยตอบ พลางก้มลงไปเช็ดน้ำที่เปียกบริเวณนั้น

"คิดถึงพี่ไทม์ใช่ไหมเนี่ย?"

คำพูดของพี่ชานนท์ทำเอาเต้ชะงักด้วยความตกใจพลางเงยหน้าขึ้นมามองพี่ชานนท์ที่กำลังยืนมองเขาอยู่

"เปล่าครับ ผมไม่ได้คิดถึงพี่ไทม์ครับ" เต้รีบแก้ตัวเพื่อไม่ให้พี่ชานนท์นั้นรู้ว่าเขานั้นกำลังคิดถึงพี่ไทม์อยู่

"อ้าวเหรอ! ไม่คิดถึงเลยเหรอ สงสัยจะมีแต่พี่ๆ ในแผนกล่ะสินะที่คิดถึง" พี่ชานนท์เอ่ยพลางยิ้ม ก่อนที่เต้จะค่อยๆ ลุกขึ้นมาจากการที่เขานั้นเช็ดพื้นที่เปียกเสร็จแล้ว

"ไม่รู้ว่าพี่ไทม์เขาเป็นไงบ้าง ไม่ติดต่อมาเลย สงสัยจะเที่ยวอยู่ที่ชลบุรีจนลืมพวกเราไปแล้วแน่ๆ" พี่ชานนท์เอ่ยพลางหัวเราะไปด้วย

เต้ยืนมองด้วยหัวใจที่เต้นตุบๆ จริงๆ แล้วเขาก็คิดถึงพี่ไทม์เหมือนกัน แต่ที่ตอบออกไปนั้น เพราะคิดว่าพี่ชานนท์กำลังจับผิดว่าเขานั้นคิดถึงพี่ไทม์ แบบคนที่แอบรักคิดถึงกัน

 

~ โปรดติดตามตอนต่อไป ~

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว