email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 35 บททดสอบ

ชื่อตอน : บทที่ 35 บททดสอบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2563 12:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 35 บททดสอบ
แบบอักษร

บทที่ 35

 

บททดสอบ

 

....มาตินนิ่งเงียบฟังคำของคุณหญิง ผมไม่ได้คิดที่จะเป็นถึงนายหญิงของที่นี่หรอกนะครับ ผมมันก็แค่การ์ดที่ไม่ได้มีฐานะใหญ่โตอะไรมาก ผมแค่ต้องการอยู่ข้างๆบอสเท่านั้น อย่างน้อยก็ขอแค่ได้เห็นมีความสุข หรือรักลูกที่เกิดจากเขาแค่นั้นมันก็เกินพอแล้ว  เพราะอย่างน้อยลูกของผมที่ได้เกิดมาลืมตาดูโลกจะได้รับรู้ว่าพ่อของเขารักเขามาก

 

"ฉันจะบอกอะไรให้นะ ตระกูลเรากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องลำบาก และเสียสละอะไรไปมากมาย"คุณหญิง

 

"ผมทราบครับ..."มาติน

 

ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงปกติ เพราะผมรู้เรื่องนี้จากคุณอันดาแล้ว เธอเล่ารายละเอียดต่างๆ ให้ฟัง  ถึงจะไม่ได้บอกถึงนิสัยใจคอของคนตรงหน้า หรือไม่ได้บอกสิ่งที่ชอบและไม่ชอบของแต่ละคนในครอบครัว แต่ก็พอจะเดาได้ว่าคุณหญิงเธอดูจะเป็นห่วงพี่อัคมากกว่าเข้มงวดเรื่องกฎเกณฑ์

 

และก็คงจะเป็นคนที่เป็นห่วงเรื่องวงศ์ตระกูล เพราะยังไม่มีทายาท ผมเข้าใจว่าธุรกิจนี้มันต้องมีคนมาสานต่ออุดมการณ์ เพื่อให้ลูกหลานรุนต่อไปอยู่อย่างมีกินมีใช้  พอมาเป็นผมที่เป็นผู้ชายเลยหัวเสีย และก็คงกังวลเรื่องทายาทสืบต่อตระกูล

 

"ถึงแม้ฉันจะยอมรับนาย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนมาแทนที่ ฉันต้องการทายาท ทายาทที่จะมาสานต่อธุรกิจนี้ เข้าใจที่ฉันพูดไหม"

 

"คุณแม่ค่ะ ลืมไปรึเปล่าค่ะ ว่านี้มันยุคอะไร ต่อให้เป็นผู้ชาย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีที่จะทำได้นะคะ"คุณอันดา

 

"แต่พี่อันดา การทำแบบนั้น ก็ใช่ว่าเด็กจะออกมาสมบูรณ์แข็งแรงนิค่ะ"รัชดา

 

คุณหญิงเธอกอดอกมองไปที่ คุณอันดาจากนั้นก็มองไปทางคุณรัชดา เหมือนสิ่งที่คุณอันดาพูดจะเริ่มทำให้คุณหญิงลังเล และเพิ่งจะนึกขึ้นได้ ผมนั่งนิ่งๆรอคำตัดสินจากคนตรงหน้า ส่วนพี่อัค เหมือนจะขมวดคิ้วเป็นปม ลูบไหล่เขาไปมาเหมือนรู้สึกผิด

 

"อะแฮ่ม! หนูดาแม่จะคิดทบทวนคำพูดของลูกแล้วกัน ส่วนเจ้ารัช ลืมไปแล้วรึไงว่าลุงจองเราเป็นใคร"คุณหญิง

 

คุณหญิงเอ่ยขึ้นขัดจังหวะการต่อสู้ทางสายตาของใครบางคน พร้อมกับมองมาที่มาตินที่กำลังไม่รู้จะ ต้องทำอย่างไรอะไรนอกจากนั่งนิ่งๆ รอฟัง ก็ผมไม่มีอะไรจะพูดนิครับ ฐานะก็ใช่ว่าจะดีซะเมื่อไหร่ ครอบครัวก็ไม่มี  จะเรียกว่าไม่มีอะไรเลยก็ได้นะครับ

 

"เฮ้อ...งั้นเอาเป็นว่า ฉันจะทดสอบดูว่าเมียของลูกเหมาะกับตำแหน่งนี้รึเปล่าก็แล้วกันนะตาอัค"คุณหญิง

 

"ต้องเหมาะสมอยู่แล้วสิครับ เพราะเมียผมออกจะดีขนาดนี้"อัคคี

 

"พี่-... พี่พูดอะไรออกมาเนี่ย"

 

มาตินป้องปากกระซิบอีกครั้ง พร้อมกับใบหน้าที่แดงระเรื่อ ก็ใครใช้ให้พูดแบบนั้นออกมากันเล่า! จะอวยกันแบบนี้ไม่ได้เว้ย! มันน่าอายจะตาย  ยิ่งใช้คำว่า 'เมีย' มันยิ่งทำให้รู้สึกคันยุบยิบยังไงก็ไม่รู้

 

"งั้นตอนนี้ฉันหิวแล้ว นายช่วยไปทำกับข้าวให้ฉันหน่อย"คุณหญิง

 

"ได้ครับ.."

 

มาตินยิ้มออกมาก่อนจะลุกขึ้น เพื่อหวัง จะเดินไปทำกับข้าวให้กับคนที่เอ่ยออกมา ของแบบนี้มันกล้วยๆสำหรับผมมาก อาจเป็นเพราะผมทำกับข้าวบ่อยเลยไม่ถือว่าเป็นงานยาก แต่มันจะยากตอนที่เขาวัตถุดิบออกมานี้แหละครับ เพราะ กลิ่นของผักบางอย่างมันทำให้เขาเหม็น แล้วอาเจียนออกมาอย่าง ห้าม ไม่อยู่

 

"ฉันไปด้วย"อัคคี

 

"ไม่ต้อง อยู่นี้แหละตาอัค!"คุณหญิง

 

คุณหญิงเธอขึ้นเสียงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าพี่อัคคิดจะเดินตามเขามา ก่อนที่อัคคีจะทำสีหน้าลำบากใจเมื่อได้ยินเสียงห้ามของคนเป็นแม่ พี่ อัครมองผมราวกับอาลัยอาวรณ์ที่ผมเดินไปห้องครัว มันจะอะไรขนาดนั้น ผมแค่จะไปห้องครัวเพื่อทำกับข้าวเท่านั้น

 

"ตาอัค! อย่าให้ฉันพูดซ้ำ"คุณหญิง

 

คุณหญิงเธอเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าอัคคีไม่ยอมนั่งลงมัวแต่มองไปทางร่างบางที่กำลังเดินเข้าไปในห้องครัว ในใจรู้สึกเป็นห่วงมาก ถ้าหากอีกคนเป็นลมขึ้นมา หรือลื่นล้มจะทำยังไง ผมคงรู้สึกแย่ และโทษตัวเองที่ปล่อยอีกคนไปอยู่คนเดียว แน่ๆ

 

"แกรู้รึเปล่า อีกฝ่ายคือใคร"นายท่าน

 

"พ่อหมายความว่าไง มาตินก็แค่เคยเป็นการ์ดของผม"อัคคี

 

"เฮ้อ.....อันดา พารัชดาไปจัดห้อง เดี๋ยวพ่อให้คนไปตามมากินข้าวฝีมือว่าที่ลูกสะใภ้"นายท่าน

 

คุณอัคทินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง พร้อมกับแววตาที่ไม่ได้ล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย เหมือนจะมีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับอัคคี อันดาทำตามคำสั่งของพ่ออย่างว่าง่ายก่อนจะพารัชดา เดินออกไปจากตรงนั้น คุณหญิงเธอมองหน้าบุตรชายเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปทางห้องครัวเพื่อไปดูว่าที่ลูกสะใภ้

 

ตามจริงเธอก็ไม่ได้อยากยอมรับเท่าไหร่ แต่ดูจากที่บุตรชายเป็นคนเลือกแล้ว เธอคงขัดไม่ได้ เพราะเคยเลือกให้หลายคน แต่ก็ปฏิเสธแถมยังเล่นงานคนที่เธอส่งไปให้ตั้งหลายคน หากว่าเธอ ขัดละก็มีหวัง ผู้ดำรงตำแหน่งประธานได้หนีหายเป็นแน่

 

จะให้บุตรชายคนโตดำรงตำแหน่ง รายนั้นคงได้ทำร้ายคนในบริษัทหลายคนและไล่ออกกันเป็นแถว เพราะโดนบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่ชอบถึงจะยอมทำตาม แต่ไม่รับรองว่ามันจะออกมาดีเนี่ยสิ

 

เพราะแบบนี้ตำแหน่งหัวหน้าแก็งค์ที่ประเทศฮ่องกงเลยตกเป็นของพี่ชายใหญ่ ส่วนลูกสาวทั้งสองคน อันดาบอกว่าอยากจะเที่ยวรอบโลก เธอไม่ได้คัดค้านความตั้งใจ เพราะยังไงก็ชีวิตลูก จะว่ายังไงดีถึงจะคัดค้านไปก็ไร้ประโยชน์ เธอรู้ว่าลูกของเธอโตกันทุกคนแล้ว และคงบังคับ บงการอะไรไม่ได้อีก แต่ก็อยากให้ลูกของเธอได้เจอคนดีๆ ไม่พาให้ชีวิตดิ่งลงแน่นอน

 

"แกไม่รู้จริงๆ สินะ"นายท่าน

 

"ผมไม่รู้ว่าพ่อหมายถึงเรื่องอะไร"อัคคี

 

"ไปทำท่าไหนกัน ถึงได้จับตัวอันตรายแบบนั้นว่าไว้ข้างตัว"นายท่าน

 

"ก็หลายท่านะครับ ผมจำไม่ได้"

 

"เฮ้อ....แกนี้ได้ใครมา"

 

"จะใครละครับ ถ้าไม่ใช่พ่อ"อัคคี

 

อัคทินถอนหายใจเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชายสุดรัก  ถึงจะไม่ได้ติดใจอะไรกับว่าที่ลูกสะใภ้ แต่ชื่อของอีกคน พร้อมกับดีเอ็นเอที่ประดับไว้บนใบหน้าแล้ว มันทำให้รู้สึกกังวล อยู่ไม่น้อย

 

"ยังไง ก็ดูแลเมียแกให้ดี อย่าทำหาย ไม่งั้นแกจะไม่ได้เขาคืนอย่างแน่นอน"อัคทิน

 

"พ่ออยากจะบอกอะไรกับผมกันแน่"อัคคี

 

"ฉันแค่เตือน ยิ่งช่วงนี้ยิ่งต้องระวังเพราะงั้นอย่าให้เมียแกคลาดสายตาเด็ดขาด"อัคทิน

 

อัคทินว่าแค่นั้น ก่อนจะปล่อยให้บุตรชายนั่งขมวดคิ้วเป็นปมเหมือนคิดหนัก อัคคีจ้องหน้าผู้เป็นบิดา พยายามถามเค้นหาความจริงกับคำพูดนั้น แต่อีกฝ่ายกับไม่ตอบอะไรมาสักอย่าง เพียงแค่ยกชาขึ้นมาดื่ม และถามสาระทุกข์ สุข ดิบ กัน แล้วจึงวกเข้าเรื่องงาน ไม่ปล่อยโอกาสให้อัคคีถามเรื่องของมาตินได้อีก

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

....ฝั่งมาติน

 

ผมคิดจะทำอาหารำพวกแกงจืดกับอาหารที่มีรสชาติที่ไม่เผ็ดมากเพราะผมท้องอยู่ จึง ระมัดระวังเรื่องนี้ แล้วก็เลือกผักที่คิดว่าตนเองจะไม่มีอาการแพ้ท้อง และก็มีผู้ช่วยที่มารอเขาตั้งแต่เริ่มไม่รู้ว่ามาไง

 

"ไอ้น็อต....มึงล้างผักเสร็จยัง"

 

"ครับ...ลูกพี่ นี้ครับ"

 

ใช่ครับ...ไอ้น็อตที่มันเคยเป็นลูกน้องผม ที่มันจะชอบถามนั้นถามนี้ไปเรื่อย แต่วันนี้เหมือนมันจะมาช่วยเฉยๆ ไม่ถามอะไรเซ้าซี้จนน่ารำคาญ

 

"ให้ผมช่วยอะไรอีกไหมครับ"

 

"ไม่ต้อง...มึงออกไปเถอะ เดี๋ยวกูทำเอง"

 

ผมว่าก่อนจะเห็นมันยิ้มกว้างแล้วเดินไปนั่งมองผมที่โต๊ะอาหาร ไม่รู้ว่ามันทำไปเพื่ออะไร ผมมองไปที่มัน ก่อนจะลงมือหั่นผักอย่างชำนาญ พร้อมกับเอาหม้อที่ใส่น้ำเตรียมไว้ แล้วค้างไว้บนเตา

 

"ทำไม มึงยังไม่ไปอีก"

 

"ผมกลัวว่าพี่จะเป็นอะไรไปเลยมานั่งเฝ้าไงครับ"

 

​​​​มันยิ้มให้เขาอีกรอบ ผมทำท่ามองบนใส่มันก่อนจะทำกับข้าวต่อโดยไม่สนใจมัน แต่ดันมีคนที่เข้ามาใหม่นี่สิครับ ทำเอาช็อคเลย

 

"ทำไปถึงไหนแล้วล่ะ"คุณหญิง

 

"เอ่อ....คะ...คุณหญิงไปรอข้างนอกก่อนก็ได้นะครับ"

 

"ไม่เป็นไร...ฉันก็แค่อยากมาดูว่านายทำเป็น ไหม แล้วอีกอย่างฉันกลัวว่านายจะทำอะไรก็ไม่รู้มาให้ฉันกิน"

 

คุณหญิงเธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแล้วแบบนี้ใครมันตะกล้าปฏิเสธกันครับ ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยแล้ว เธอจ้องมองผมไม่วางตาก่อนจะไล่ไอ้น็อตที่นั่งดูแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวไป 

 

พอดูแบบนี้แล้วเหมือนเธอจะไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมายเลยครับ แถมยังดูเหมือนว่ากำลังเป็นแม่ที่กำลังสอนผมทำอาหารยังไงอย่างนั้น เฮ้อ....ผมคงคิดมากไปเอง

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

​​​​​ทิ้งปริศนาไว้ให้ทุกคนเดา555 เหมือนทุกคนจะรู้แล้วอ่ะ ไรท์อ่านเม้นทีนี้สะดุ้งเลย รู้ได้ไงเนี่ย!Σ(゚Д゚;)

 

ช่วงนี้ข่าวการเมืองค่อนข้างน่า​​​​​​หดหู่่ พอสมควร ยังไงก็ เอาใจช่วยคนที่ไปกันด้วยนะคะ ดูแลตัว และคนรอบข้างด้วย ขอให้ทุกคนปลอดภัย ขอให้ชนะค่ะ!! สู้ๆヽ( 'ω' )ノ

 

​​​​​

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว