ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 8 ชาสมุนไพร (2)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 8 ชาสมุนไพร (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 130

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2563 17:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 8 ชาสมุนไพร (2)
แบบอักษร

พอเหล่าภูตอารมณ์ดีขึ้น เธอจึงถามถึงเรื่องที่คาใจอยู่ 

“ว่าแต่ที่ทุกคนบอกว่าภูตศักดิ์สูงสุดนี่คืออะไรเหรอ ลิเดียเป็นภูตศักดิ์สูงสุดงั้นเหรอ” 

‘ภูตจะกำหนดศักดิ์กันด้วยพลังที่มีอยู่ ภูตศักดิ์สูงสุดก็คือภูตที่มีพลังมากที่สุดในหมู่ภูตนั่นแหละ’ 

‘ภูตศักดิ์สูงสุดมีอยู่สิบสองตน ท่านลิเดียก็เป็นหนึ่งในนั้น’ 

‘ภูตศักดิ์สูงสุดเก่งมากเลยนะ’ 

“ลิเดียเป็นคนใหญ่คนโตขนาดนั้นเลย” 

เธอไม่ประสีประสาอะไรเกี่ยวกับภูตเท่าไหร่ แต่ก็พอจะรู้ว่าลิเดียเป็นภูตที่มีพลังมาก 

พอถอนใจด้วยความทึ่งแล้วก็หันไปหาเชลซี 

“...ว่าแต่คุณเชลซีคะ” 

“อะไรรึ” 

“ยาที่คุณเชลซีทำอยู่มันส่งกลิ่นแรงมากๆ เลยค่ะ” 

กลิ่นเตะจมูกมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว 

เธอคิดอยู่ว่ายาต้องกลิ่นแรงสักหน่อยก็คงช่วยไม่ได้ แต่ก็มีขอบเขตที่พอทนไหว 

ซึ่งยิ่งนานกลิ่นเหม็นฉุนก็อบอวลไปทั่วห้องจนจมูกแทบบิด 

“อ้อ มัวแต่คิดเรื่องทางนี้จนเกือบลืมไปเลย” 

เชลซีกลับไปคนหม้อซึ่งต้มสมุนไพรกับลูกไม้ต่างๆ เมื่อดูว่าได้ที่แล้วก็กรองกากซึ่งเป็นเศษใบไม้ต่างๆ แล้วเทน้ำที่ต้มได้ลงในขวดแก้ว 

“นี่อะไรเหรอคะ” 

“ชาสมุนไพรไงละ ขายดีเชียวนะ” 

“เอ๋ นี่จะเอาไปขายเหรอคะ!? แถมดื่มกันด้วยเหรอคะ!?” 

เธอตกใจซ้ำซ้อนว่านี่ไม่ใช่ของทำพลาด แถมยังมีคนกล้าดื่มของเหลวกลิ่นรุนแรงแบบนี้อยู่ด้วย 

หญิงสาวมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาแคลงใจว่าใครจะมาซื้อกัน 

“ลองดื่มดูไหมล่ะ” 

เชลซียิ้มกริ่ม ก่อนจะตักยาหนึ่งคำใส่ถ้วยยื่นให้ 

(อุ เหม็นเป็นบ้า! แต่ดูแล้วก็น่าจะดื่มได้ ไม่แน่อาจจะอร่อยก็ได้นะ) 

เธออุดจมูกทนกลิ่นเหม็นนั้นแล้วยกขึ้นดื่ม... 

“อุก!!” 

รสชาตินั้นแย่เกินจะทน 

ไม่สิ แค่คำว่าแย่ยังไม่พอ นี่มันของอันตรายระดับเป็นอาวุธได้ 

เห็นรูริทุรนทุรายด้วยรสยาที่ผ่านลิ้นไปทั่วปากและขึ้นไปถึงจมูกแล้ว เชลซีก็ยื่นน้ำผึ้งสูตรพิเศษที่ปรุงไว้ให้ เธอรับมาดื่มหมดในอึกเดียว 

“—นี่มันอะไรกันคะ! ใช่เครื่องดื่มที่คนกินกันแน่เหรอคะ!!” 

ประสาทรับรู้รสของเผ่าโบราณพังทลายได้ถึงขั้นนี้เลยรึ 

“รูริเป็นเผ่ามนุษย์เลยยังพอทนไหวน่ะสิ ถ้าเป็นเผ่าโบราณที่มีประสาทรับรู้ดีน่ะสลบไปแล้ว” 

“ฉันไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามีเหตุผลอะไรให้ต้องดื่มมันด้วยน่ะ” 

“ถึงจะสลบแต่ก็ได้ผลดีไงเล่า อย่างหวัดนี่ทีเดียวหายเลย” 

“ฉันว่าอาการจะยิ่งทรุดตั้งแต่ตอนสลบแล้วละค่ะ...” 

หากถามว่าจะเลือกเป็นหวัดหรือต้องดื่มชาสมุนไพรรสอันตรายพรรค์นี้ เป็นเธอคงยอมเป็นหวัดมากกว่า แต่นั่นเพราะไม่ต้องดื่มชาสมุนไพรก็ยังมียาอย่างอื่นให้ใช้แทน 

ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการแพทย์ของโลกนี้เจริญแค่ไหน หากยังไม่เจริญถึงขั้นโลกเดิม ก็พอจะเข้าใจว่าทำไมต้องพึ่งชาสมุนไพรรสชาติห่วยนี่ด้วย 

รูริสาบานในใจว่าจะไม่ยอมเป็นหวัดเด็ดขาด แค่คิดว่าตอนไม่สบายยังต้องมาดื่มชานี่อีก เธอก็กลัวจนไม่กล้านึกต่อ... 

แล้วในวันถัดมา พวกเธอก็ขนยาที่ทำเสร็จไปยังเมือง โดยไม่ลืมสวมวิกก่อนเข้าเมืองด้วย 

รูริยังบินเองไม่ถนัด จึงนั่งบนร่างมังกรของเชลซีไป 

หลายชั่วโมงหลังจากออกบินแต่เช้า พวกเธอก็มาถึงเมืองที่ครึกครื้นไปด้วยผู้คน 

เพิ่งเป็นครั้งที่สองที่รูริมาเมืองนี้ แต่ดูเหมือนทั้งเมืองจะรู้จักเธอแล้ว คนที่ตกใจเมื่อเห็นรูริอยู่กับภูตก็น้อยลงกว่าครั้งก่อน 

พอพวกเธอเตรียมแผงขายของ ก็มีทั้งคนที่รอรูริและหมายตายาของเชลซีมาเข้าแถวรอซื้อ ชาสมุนไพรของเชลซีนั้นขายดิบขายดี แต่ยาที่รูริทำยังไม่มีใครกล้าซื้อเท่าไหร่ 

ทุกคนทำหน้าขยาด ก็คงช่วยไม่ได้เพราะยาสีชมพูหรือสีเหลืองหม่นที่วางขายนั้นออกจะพิลึกพิลั่นเกินไปนิด 

ชายวัยกลางคนที่ทำท่าอยากซื้อยาแต่ยังกลัวๆ อยู่เดินมาถามเชลซี 

ถ้าเป็นครั้งก่อน เขาคงถามรูริ แต่งานนี้ตกใจจนลืมเรื่องรูริไปเลย 

แต่คนที่ทำยาพวกนี้ก็คือรูริเอง 

“ยาย ยาวันนี้ทำมาผิดหรือเปล่า ทำไมถึงกลายเป็นสีแบบนี้ล่ะ” 

“ไม่ได้ทำผิดหรอก ยาสีแปลกๆ พวกนี้ฝีมือรูริทำทั้งนั้น” 

ทุกสายตาหันมาทางเธอ หญิงสาวจึงพยักหน้ารับ 

เชลซีพูดเสริมอีก 

“พวกภูตอยากให้เด็กคนนี้ดีใจ เลยให้พรกับสมุนไพรน่ะ หน้าตาแบบนี้ก็จริง แต่ผลนี่มีภูตรับประกันให้เลย ยามีไม่มากหรอกนะ ใครซื้อก่อนได้ก่อน” 

เชลซีพูดปนรอยยิ้มจบไม่ทันไร ลูกค้าทั้งหมดที่ได้ยินก็ยื่นมือมาคว้ายาของรูริในทันควัน 

ซึ่งก็ไม่แปลกเลยเพราะว่ายานี้ได้รับพรจากภูตด้วยนั่นเอง 

ที่เธอแปลกใจคือชาสมุนไพรรสชาติแย่ๆ ของเชลซีขายดีเสียด้วย 

“หวา ขายได้จริงๆ ด้วย...” 

หญิงสาวรำพึงอย่างแคลงใจในรสนิยมของคนซื้อ หนึ่งในนั้นคงได้ยินจึงหัวเราะเบาๆ 

“อย่าพูดแบบนั้นสิ ชาสมุนไพรของยายน่ะได้ผลจริงๆ...ถึงจะรสชาติแย่มากก็เถอะ” 

“นั่นสินะ แย่ขนาดได้เห็นโลกหน้าไปวูบหนึ่งเลย” 

ผู้ซื้ออีกคนที่อยู่ข้างๆ ช่วยเสริม 

ยาขายหมดในเวลาอีกไม่นานนัก ขณะที่เธอกับภูตกำลังช่วยกันเก็บร้าน หญิงซึ่งเป็นลูกค้าคนสุดท้ายก็ทักขึ้นมา 

“พักนี้ขโมยล้วงกระเป๋ากำลังอาละวาดอยู่ พวกเจ้าก็ระวังตัวด้วยละ” 

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยบอก” 

ถึงจะมีขโมย แต่ถ้าเก็บของเข้าช่องมิติแล้วก็ไม่น่ามีปัญหา รูริจึงปล่อยให้คำเตือนนั้นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไป 

เก็บของเสร็จแล้ว พวกเธอก็ไปซื้อเสบียงอาหารสำหรับไว้กินจนกว่าจะเข้าเมืองครั้งหน้า 

“เอ...เครื่องปรุงกับผักกับนม แป้งสาลีกับเนย ที่เหลือคือเนื้อก็ครบแล้วสินะ?” 

เธอนับนิ้วย้ำกับเชลซีเพื่อว่าจะได้ไม่หลงลืมว่าต้องซื้ออะไรอีก 

“อ้อ เท่านั้นก็ครบละ” 

มือยื่นไปรับห่อเนื้อจากคนของร้าน 

ที่นี่ช่างแตกต่างจากร้านขายเนื้อในโลกของรูริ ตรงหน้าร้านมีเนื้อสดและนกแขวนห้อยหัวอยู่ให้ลูกค้าเห็นชัดๆ 

เป็นภาพที่ชวนแตกตื่นไม่น้อยสำหรับรูริที่เคยชินกับเนื้อซึ่งถูกแพ็กอยู่ในถาดโฟม เธอจึงพยายามไม่มองไปทางนั้น 

“เอ้า มีแถมไปด้วยนะ” 

“ขอบคุณค่ะ คุณลุง!” 

เก็บใส่ช่องมิติเสียอย่างก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเสีย เธอรับเนื้อกับของแถมมาอย่างยินดี 

โลกฝั่งนี้ไม่มีตู้เย็น ถ้าไม่มีช่องมิติด้วยก็คงต้องปล่อยให้เนื้อเหลือเน่าแน่ เวทมนตร์นี่ช่างสะดวกจริงๆ! 

 

**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite 

https://bit.ly/368lZi2 

ความคิดเห็น