ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 7 กำไล (1)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 7 กำไล (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 153

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2563 17:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 7 กำไล (1)
แบบอักษร

บทที่ 7 กำไล 

 

วันรุ่งขึ้น รูริว่าจะเอาของเล่นสำหรับฆ่าเวลาไปให้คนที่คงจะดีใจเพราะมีเวลาอยู่เหลือเฟือ จึงเปิดช่องมิติเข้าไป 

หากภาพที่เห็นนั้นผิดจากที่นึกไว้โดยสิ้นเชิง 

เมื่อวานนี้ ที่นี่เป็นเพียงที่โล่งซึ่งปราศจากข้าวของใดๆ 

จริงอยู่ที่เธอเอาของที่ซื้อจากตลาดใส่ไว้ ช่องมิตินี้กว้างขวางด้วยพลังเวทของรูริ จึงย่อมมีที่ว่างอีกมาก 

ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลกลใด จึงมีทั้งเสื้อผ้าที่เธอไม่ได้ซื้อ เครื่องเรือนที่เธอไม่ได้ใส่เข้ามา ของจุกจิกที่จำไม่ได้เลยว่าเคยจับต้อง กระทั่งเครื่องประดับและอาวุธอีกเป็นจำนวนมาก 

“นี่มันอะไรกันนน!” 

คงเพราะได้ยินเสียงรูริแหกปาก ภูตแห่งกาลเวลาจึงปรากฏตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า 

‘ดีใจจังเลย...แวะมาหาข้าจริงๆ สินะ...’ 

อีกฝ่ายปลาบปลื้มจนน้ำตาซึม 

แต่รูริไม่มีอารมณ์จะไปซาบซึ้งด้วย 

“ขอโทษทีที่ทำลายความซึ้งนะ แต่นี่มันอะไร!?” 

‘ฉันไปขนมาเพราะคิดว่ารูริคงอยากได้ไง’ 

ใบหน้านั้นยิ้มแย้มเหมือนรอคำชมอยู่ หากเธอก็ได้แต่มึนหัว 

“แล้วไปขนมาจากไหน!?” 

‘ก็ต้องจากช่องมิติของคนอื่นสิ ข้าออกไปจากช่องมิติไม่ได้นี่นา’ 

สรุปสั้นๆ ง่ายๆ ว่าก็ขโมยดีๆ นี่เอง... 

หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก 

“เอาไปคืนเดี๋ยวนี้เลย!” 

‘ทำไมล่ะ...ข้าอุตส่าห์อยากให้รูริดีใจ’ 

เจ้าตัวคงไม่นึกฝันว่าจะโดนปฏิเสธ ดวงตานั้นเบิกโตจนน้ำตาแทบร่วงผล็อยด้วยความตกตะลึง 

เห็นเช่นนั้นแล้ว รูริก็ค่อยเสียงอ่อนลง 

“ฉันดีใจที่อุตส่าห์คิดถึงกันนะ แต่จะไปเอาของคนอื่นมานี่ไม่ได้เด็ดขาด” 

‘งั้นก็ไม่เป็นไรหรอก พวกนี้เป็นของในช่องมิติที่ไม่มีเจ้าของแล้ว’ 

“ไม่มีเจ้าของ?” 

พอกำลังจะคิดว่านั่นหมายความว่าอะไร วินาทีถัดมา รูริก็ไม่ได้อยู่ในห้องที่ล้นไปด้วยข้าวของแล้ว เธอพบว่าตัวเองยืนอยู่บนขั้นหนึ่งของบันได 

เธอก้มลงมองบันไดวนที่ทอดตัวยาวลงไปเบื้องล่างจนดูไม่ออกว่าตัวเองยืนอยู่สูงแค่ไหน วูบหนึ่งที่เธอเกือบเซตัวไป เมื่อหันไปมองข้างบน ปลายบันไดอีกข้างก็อยู่ไกลจนไม่รู้ว่าสิ้นสุดที่ไหนเหมือนกัน 

บันไดเวียนอันยาวแสนยาว เหมือนมีเพียงขั้นบันไดที่ลอยเด่นอยู่ท่ามกลางความมืด ยาวเสียจนมองไม่เห็นปลายทั้งฝั่งบนและล่าง 

“ที่นี่คือ...?” 

‘ห้วงมิติที่อยู่ในความดูแลของข้ายังไงละ ที่จริงแล้วไม่ควรให้ใครเข้ามา แต่รูริเป็นกรณีพิเศษนะ ดูที่ข้างๆ บันไดสิ มีประตูอยู่ใช่ไหมล่ะ’ 

รอบนอกของบันไดนั้นมีบานประตูเรืองแสงเรียงรายอยู่ 

บานหนึ่งในนั้นมีเขียนไว้ตัวโตๆ ว่า ‘ห้องของรูริ’ 

“ตรงนั้นเป็นช่องมิติของรูริที่เราอยู่กันเมื่อกี้ไง ประตูฝั่งนี้มีแต่ข้าเปิดได้คนเดียว” 

“หมายความว่าประตูอื่นก็คือช่องมิติของคนอื่นงั้นเหรอ” 

‘ใช่แล้ว จะมีประตูที่เรืองแสงกับไม่เรืองแสงอยู่ใช่ไหม ที่เรืองแสงคือเจ้าของยังมีชีวิตอยู่ นอกนั้นคือไม่มีใครเป็นเจ้าของแล้ว ของที่ข้าขนไปไว้ห้องของรูรินั่นมาจากห้องที่ไม่มีเจ้าของ ดังนั้นไม่ต้องห่วงอะไรหรอก’ 

ถึงจะพูดอย่างนั้น เธอก็ไม่สบายใจอยู่ดี 

“แต่อยู่ๆ ไปเอามาเลยมันก็ยังไงอยู่นา...” 

‘รูรินี่จริงจังมากเลยนะ ผู้ทำสัญญาคนก่อนของข้าน่ะถือว่าถ้าไม่มีเจ้าของแล้วก็เอาไปได้เลย เห็นอะไรใช้ได้ก็คว้าไปหมดเลยละ’ 

“ผู้ทำสัญญา?” 

‘ใช่ สัญญานี่เรียกง่ายๆ ก็คือการที่ภูตถูกใจใคร ก็จะให้ยืมพลังบ้าง ให้พรบ้างไงละ ผู้ทำสัญญาคนก่อนก็มีพลังเวทมากระดับสร้างช่องมิติขนาดใหญ่พอให้เขามาที่นี่ได้เหมือนกัน เขาหยาบคาย ชอบวางโต ไม่รู้จักเกรงใจคนอื่น...แต่ก็อ่อนโยนมากเลยละ’ 

ภูตแห่งกาลเวลากล่าวด้วยท่าทีดีใจหากก็เหงาหงอย 

บอกให้รู้ว่าสำหรับนางแล้ว คนผู้นั้นคงจะเป็นคนสำคัญที่ยากจะลืมได้ 

‘แต่นั่นไม่เกี่ยวอะไรหรอก เรื่องของพวกนี้ ช่องมิติน่ะเปิดได้แต่เจ้าของเท่านั้น ถ้าเจ้าของไม่อยู่แล้ว ข้าก็จะทยอยลบทิ้งไป ของข้างในก็จะหายไปทั้งหมดด้วย รูริเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ยังจะดีกว่าอีก’ 

“จะลบทิ้งไปเลยเหรอ” 

‘แน่นอน ไม่อย่างนั้นก็จะมีประตูใหม่ขึ้นมาไม่รู้จบ’ 

เธอคิดแล้วคิดอีกว่า จะมัวพึ่งเชลซีทุกอย่างไม่ได้ การจะมีชีวิตอยู่ในโลกซึ่งปราศจากครอบครัวหรือญาติมิตรที่พึ่งพาได้นั้นไม่มีหลักประกันอะไร จึงควรยอมรับว่าเอาของที่จำเป็นไปใช้นั้นเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่า 

“งั้น เอาเฉพาะของที่ใช้ได้ก็พอ” 

‘ดีแล้ว จริงสิ ช่องมิติของผู้ทำสัญญาคนก่อนก็ยังอยู่นะ ไว้ข้าจะย้ายของไปที่ห้องรูริแล้วกัน’ 

“เอ๋ ไม่ต้องหรอก นั่นมันของคนสำคัญของคุณนี่” 

‘ไม่เป็นไรๆ เขาบอกไว้แล้วว่าถ้าข้าหาผู้ทำสัญญาคนใหม่ได้ จะยกของทั้งหมดให้’ 

ว่าแต่ผู้ทำสัญญาคนใหม่คืออะไร รูริจำไม่ได้เลยว่าเคยตกลงอะไรไว้ด้วย 

พอเห็นความงุนงงในสีหน้าของเธอ ภูตแห่งกาลเวลาก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ 

‘เมื่อวานตอนรูริกลับไป ข้าก็ผูกสัญญาไว้แล้วละ’ 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่...” 

‘ก็ข้าชอบรูริเข้าแล้วนี่นา’ 

อีกฝ่ายประกบมือขอโทษอย่างน่าเอ็นดู ในขณะที่รูริได้แต่ไหล่ตก 

แล้วในพริบตา พวกเธอก็มาอยู่ในช่องมิติของผู้ทำสัญญาคนก่อนของภูตแห่งกาลเวลา 

ที่นั่นกว้างกว่าช่องมิติของรูริอีกหลายเท่า แค่กวาดตามองผ่านๆ ก็เห็นเครื่องประดับและอาวุธล้ำค่าอยู่มากมายเป็นกองภูเขาจนเธอถึงกับอึ้ง 

“...ให้ฉันหมดนี่เลยจะดีเหรอ” 

‘แน่นอน เดี๋ยวข้าจะเชื่อมที่นี่กับห้องรูริแล้วย้ายของไปให้ แต่ถ้ามีชิ้นไหนถูกใจ จะเอาไปก่อนก็ได้นะ’ 

รูริไม่รู้ค่าเงินของโลกนี้เท่าไหร่ หากก็มองออกว่าเครื่องประดับที่วางอยู่ตรงโน้นตรงนี้ไม่ใช่ของราคาถูกโดยเด็ดขาด แต่ละชิ้นทอประกายวาววับจนเธอชักปวดหัว เมื่อมองรอบตัว สายตาก็ไปหยุดที่กำไลวงหนึ่ง 

กำไลทองเส้นบางนั้นฝังอัญมณีเม็ดเล็กๆ ไว้ แล้วสลักเป็นลวดลายจนรอบวง 

“สวยจังเลย...” 

นอกจากกำไลแล้ว เธอเลือกสร้อยคอกับของอย่างอื่นนิดหน่อยเพื่อจะให้กับเชลซี ก่อนจะหยิบมีดและธนูที่น่าจะใช้ในป่าได้ แล้วกลับไปยังช่องมิติของตัวเอง 

รูริในตอนนั้นมัวแต่เลือกของเพลินจนไม่ทันฟังคำเตือนของภูตแห่งกาลเวลา ว่าในนี้ก็มีของที่ควรต้องระวังในการใช้อยู่ด้วย 

“จริงสิ คุณชื่ออะไรล่ะ เรียกว่าภูตแห่งกาลเวลามันเรียกยากน่ะ” 

‘ลิเดีย’ 

“ลิเดียสินะ ฉันจำได้ละ” 

ฟังเสียงเธอเรียกชื่อของตัวเองแล้ว ลิเดียก็ยิ้มอย่างสดใสที่สุดที่เท่าเคยเห็นมา 

 

 

**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite 

https://bit.ly/368lZi2 

ความคิดเห็น